เมื่อหลี่เฉิงเฟิงลืมตาขึ้นมา เขาพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนบัลลังก์ัสีทอง
ทางด้านข้างของเขา มีผู้ชายในชุดสไตล์โบราณย้อนยุคหลายคน กำลังคุยกันด้วยน้ำเสียงที่จริงจังราวกับประชุมบางอย่างอยู่
“อี้กว๋อกง นี่ใช่บุตรชายของเราแน่รึ?”
ความรู้สึกที่ลึกลับซับซ้อนอธิบายไม่ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าของชายที่กำลังพูด ร่างกายของชายผู้นี้คล้ายกับมีรัศมีที่สง่างามเปล่งประกายออกมา
ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาก็คือ ‘ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมิน’
ส่วนชายรูปร่างกำยำ สูงราว ๆ เจ็ดชุ่นที่ยืนอยู่ข้างฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินก็คือ ‘อี้กว๋อกง’ หรือชื่อของเขาคือ ‘ฉินฉง’ ‘ฉินซูเป่า’
ฉินฉงพยักหน้า รายงานฮ่องเต้ด้วยความเคารพ “ทูลฝ่าา เด็กชายผู้นี้เป็บุตรของเฉิงหยิงหยิง สตรีที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านลั่วเจียง เมืองโยวโจว ชื่อของเขาคือหลี่เฉิงเฟิงพ่ะย่ะค่ะ!”
“หยิงหยิง หลี่เฉิงเฟิง? เราจะรับผิดชอบนาง เราจะรับผิดชอบนางและลูกของนาง!”
พระพักตร์ของฮ่องเต้แสดงความเศร้าโศก
ย้อนกลับไปในปีนั้น ครั้งที่เมืองโยวโจวเกิดา หลี่ซื่อหมินต่อต้านพวกถูเจี๋ยสุดกำลัง
การต่อสู้ในครั้งนั้นทำให้พระองค์ได้รับาเ็สาหัส ถูกส่งตัวไปยังหมู่บ้านลั่วเจียงเพื่อรักษา ทำให้พระองค์ได้พบกับสตรีผู้หนึ่งซึ่งมีนามว่าเฉิงหยิงหยิง และมีความสัมพันธ์ต่อกัน
ยามนั้นฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินทรงตกหลุมรักเฉิงหยิงหยิงสุดหัวใจ แต่กลับไม่รู้ว่าเฉิงหยิงหยิงกำลังตั้งท้องลูกของตนเอง
เมื่อถึงวันที่หลี่ซื่อหมินเอาชนะชาวถูเจี๋ยได้ พระองค์กลับลืมและทอดทิ้งเฉิงหยิงหยิงไว้ยังหมู่บ้านลั่วเจียง
หลี่ซื่อหมินใช้เวลาในการตามหาตัวนางกว่าเจ็ดปี จึงได้รู้ว่าเฉิงหยิงหยิงได้ตั้งท้องลูกของพระองค์และคลอดบุตรของตนออกมา
และเด็กคนที่ว่าก็คือ เด็กชายที่กำลังนอนอยู่บนบัลลังก์ัทอง ‘หลี่เฉิงเฟิง!’
……
หลี่เฉิงเฟิงขยี้ตาไล่ความง่วง เขามองภาพตรงหน้าด้วยความสับสน
“ที่นี่มันที่ไหน? ให้ตายสิ เรากลายเป็เด็กไปแล้วอย่างนั้นเรอะ?”
หลี่เฉิงเฟิงจับคลำใบหน้าเล็ก ๆ ของตนเอง
แปลกแต่จริงสิ่งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเขาได้!?
อันที่จริงหลี่เฉิงเฟิงเป็หนึ่งในทีมนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ในการสำรวจวิจัยแหล่งโบราณคดีครั้งสุดท้าย เขาโชคไม่ดีนักที่พลัดตกลงมาจากหน้าผา
แต่พอได้สติฟื้นกลับมาอีกครั้ง หลี่เฉิงเฟิงกลับพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนบัลลังก์ัสีทองอร่าม
“เฟิงเอ๋อร์ ตื่นแล้วหรือ? เฟิงเอ๋อร์พ่อผิดเอง พ่อขอโทษ เฟิงเอ๋อร์!”
เมื่อเห็นเด็กชายที่ชื่อว่า ‘หลี่เฉิงเฟิง’ ตื่นขึ้นมา หลี่ซื่อหมินถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้ม
พระองค์เปิดอ้าอ้อมกอดอันงามสง่า ตั้งใจจะโอบกอดหลี่เฉิงเฟิงผู้เป็บุตรชายไว้อย่างแแ่
หลี่เฉิงเฟิงกลับใกลัวเสียจนสะดุ้ง
เขาเพิ่งได้สติฟื้นคืนมาแท้ ๆ ทำไมสิ่งแรกที่เจอถึงเป็ตาเฒ่าเครายาวที่พยายามจะกอดเขากันนะ!?
อย่าว่าแต่เขาเลย เจออย่างนี้ใครจะทนได้บ้าง?
“เฮ้ย! ไม่เอา จะมากอดข้าไม่ได้นะ! ไสหัวไป...”
“เอ๋!?” หลี่ซื่อหมินตะลึงงัน!
ไม่เพียงเท่านั้น เพราะหลี่เฉิงเฟิงะโเสียงดังมาก ดังเสียจนขุนนางทั้งหลายที่อยู่ในท้องพระโรงตะลึงจนอ้าปากค้าง
ณ ท้องพระโรง ตู้หรูฮุ่ยและฝางเสวียนหลิง มหาเสนาบดีทั้งสองท่านได้แต่มองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูก
ส่วนเว่ยเจิง ดวงตาของเขาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า!
นี่ใช่องค์ชายแห่งแผ่นดินต้าถังจริง ๆ น่ะหรือ? เหตุใดจึงได้มีคำพูดหาเื่ตายเช่นนั้นหลุดออกมาจากปาก?
เข้ากล้าดีอย่างไรไปะโใส่พระพักตร์ของฮ่องเต้ว่า ‘ไสหัวไป’…
ฉินฉง และเหว่ยฉือจิ้งเต๋อ ขุนนางทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างหลี่ซื่อหมินก็ใไม่แพ้กัน
ขณะเดียวกันหลี่เฉิงเฟิงตัวน้อย กำลังขยี้ตามองทั่วทั้งท้องพระโรงด้วยแววตาที่ไร้เดียงสา ไม่รู้เื่รู้ราว
หลี่ซื่อหมินสูดลมหายใจ พระองค์พยายามสงบสติ ข่มอารมณ์สุดกำลัง
พระองค์ทอดพระเนตรหลี่เฉิงเฟิงด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา และบอกเด็กน้อยว่า “เฟิงเอ๋อร์ เราคิดว่าเ้ายังไม่รู้จักเรา! แต่เ้ารู้หรือไม่ว่าเราเป็ใคร?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าท่านคือใคร? แทนตัวเองว่า ‘เรา’ ? หรือท่านจะเป็ฮ่องเต้?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น พระพักตร์ของหลี่ซื่อหมินได้แสดงถึงความน่าเกรงขามในฐานะจักรพรรดิแห่งแผ่นดิน พระองค์ลูบเคราช้า ๆ และตอบว่า “มิผิด! เราคือจักัรพรรดิคนปัจจุบันแห่งแผ่นดินต้าถัง มีนามว่าหลี่ซื่อหมิน!”
“หา? หลี่ซื่อหมินแห่งต้าถัง!?”
หลี่เฉิงเฟิงแทบช็อก หรือว่า... หรือว่าเขาจะข้ามภพชาติมา?
เห็นหลี่เฉิงเฟิงใเช่นนั้น หลี่ซื่อหมินก็อดหัวเราะไม่ได้ “ฮ่า ๆ ๆ อย่างนั้นเฟิงเอ๋อร์ เ้ารู้ตัวตนของเราแล้วสินะ?”
“อย่าบอกนะว่าข้าคือลูกของท่าน?”
สมองของหลี่เฉิงเฟิงประมวลผลอย่างรวดเร็วแล้วโพล่งขึ้นมา
พระเนตรของหลี่ซื่อหมินเป็ประกาย “อืม! ไม่ผิด เ้าคือลูกของเรา! เ้าคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง หลี่เฉิงเฟิง!”
“ไอ๊หยา!” หลี่เฉิงเฟิงช็อกสุดขีด
นี่เขากำลังถูกถ่ายรายการทีวีอยู่ใช่ไหม? กล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ตรงไหน!?
หรือเขาข้ามภพมาที่ยุคราชวงศ์ถังแล้วจริง ๆ ซ้ำยังได้เกิดเป็องค์ชายแปด บุตรแห่งฮ่องเต้หลี่ซื่อหมิน?
ไม่มีทาง! โลกใบนี้จะมีเื่บังเอิญขนาดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
“ไม่! ข้าไม่ใช่ลูกชายของท่าน!” หลี่เฉิงเฟิงร้องลั่น
“ไม่! เ้าคือลูกชายของเราแน่นอน!” หลี่ซื่อหมินตอบกลับ
“เฟิงเอ๋อร์ เ้าคือลูกชายของพ่อ เ้าคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง!”
เป็ผลให้ทั้งสองคนเริ่มถกเถียงกันว่า แท้จริงแล้วหลี่เฉิงเฟิงใช่ลูกชายของหลี่ซื่อหมินจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงไม่มีทางยอมรับหลี่ซื่อหมินเป็พ่อง่าย ๆ ต่อให้อีกฝ่ายจะมีศักดิ์เป็ถึงฮ่องเต้แห่งต้าถังก็เถอะ
หลี่ซื่อหมินผงกศีรษะอย่างพอพระทัย เมื่อเห็นว่าหลี่เฉิงเฟิงเป็เด็กที่ตรงไปตรงมา ไม่โลภหลงในความมั่งคั่ง อำนาจ และบารมี
หากเป็ผู้อื่น ถ้าหลี่ซื่อหมินไปเรียกเขาว่าเป็ลูกชายเช่นนี้ เกรงว่าคนคนนั้นจะรีบคุกเข่า ก้มศีรษะ เรียกหลี่ซื่อหมินว่า ‘เสด็จพ่อ’ ในทันที
แต่หลี่เฉิงเฟิงกลับยืนกรานความคิดของตนเองไม่ยอมหลี่ซื่อหมินง่าย ๆ เื่นี้ทำให้หลี่ซื่อหมินชื่นชมหลี่เฉิงเฟิงเป็อย่างมาก
ทันใดนั้นเอง เสียงแปลก ๆ สไตล์หุ่นยนต์อิเล็กทรอนิกส์ได้ดังขึ้นในหัวของหลี่เฉิงเฟิง
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครอง ท่านได้รับ ‘ระบบเด็กซนขั้นเทพแห่งราชวงศ์ถัง’ รางวัล : ค่าความน่ารัก +1, ค่าความสง่างาม+1, ค่าความฉลาด +1!”
“ติ๊ง! เนื่องจากท่านผู้ถือครองบอกหลี่ซื่อหมินให้ไสหัวไป และปฏิเสธอ้อมกอดของหลี่ซื่อหมิน ค่าความซุกซน +100!”
พระเ้า นี่เรามีระบบติดตัวด้วย!
แหงล่ะ หลี่เฉิงเฟิงรู้ดีถ้าตัวเขาไม่ได้มีดัชนีทองคำสำหรับข้ามมิติ มีหรือที่เขาจะข้ามมายังยุคนี้ได้?”
หลี่เฉิงเฟิงเปิดระบบออกดู
ระบบเด็กซนขั้นเทพแห่งราชวงศ์ถัง
ผู้ถือครอง : หลี่เฉิงเฟิง!
ค่าความซุกซน : 100 แต้ม!
ค่าความน่ารัก : 9 แต้ม, ค่าความสง่างาม : 9 แต้ม, ค่าความฉลาด : 10 แต้ม!
อาวุธ : ไม่มี!
วรยุทธ์ : ไม่มี!
ศิลปะ: ไม่มี!
ทักษะ: ไม่มี!
ระบบเด็กซนขั้นเทพและค่าความซุกซน?
เพียงได้เห็น หลี่เฉิงเฟิงก็เข้าใจในทันทีว่าระบบนี้มีวิธีการใช้งานอย่างไร
“ติ๊ง! ระบบมอบหมายภารกิจ : ถอนเคราหลี่ซื่อหมินสามเส้น! รางวัลค่าความซุกซน +1000 แต้ม!”
ระบบมอบหมายภารกิจ?
มอบอะไรของมัน นี่มันภารกิจยากเลยไม่ใช่หรือไง!
ให้ถอนเคราของฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินเนี่ยนะ นี่ไม่ใช่เื่ที่คนทั่วไปจะทำได้เสียหน่อย!
หลี่เฉิงเฟิงใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อจะถอนเคราของหลี่ซื่อหมินให้ได้
หลี่ซื่อหมินมองหลี่เฉิงเฟิงด้วยดวงตาที่มีน้ำตาคลอเบ้า
หลี่ซื่อหมินตรัสว่า : “เฟิงเอ๋อร์ พ่อขอโทษนะลูก พ่อปล่อยทิ้งเ้าไว้ข้างนอกถึงหกปี! เฟิงเอ๋อร์ พ่อหวังว่าเ้าจะยกโทษให้พ่อ เรียกพ่อว่า ‘เสด็จพ่อ’ สักคำจะได้ไหม?”
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงกลับทำหูทวนลมใส่หลี่ซื่อหมินผู้ซึ่งเป็ฮ่องเต้
หลี่เฉิงเฟิงหันไปอีกทาง เมื่อได้เห็นหน้าตู้หรูฮุ่ย เขาถึงกับขำก๊ากในทันที : “ก๊ากกก! ตาเฒ่าคนนี้หน้าตาน่าเกลียดชะมัด!”
“อะไรนะ? เ้า....”
“ติ๊ง! เนื่องจากตู้หรูฮุ่ยตกตะลึง ค่าความซุกซน +8!”
“ติ๊ง! เนื่องจากฉินฉงประหลาดใจ ค่าความซุกซน +9!”
“ติ๊ง! เนื่องจากหลี่ซื่อหมินกลั้นขำ ค่าความซุกซน +10!”
……
ขุนนางในท้องพระโรงได้แต่ตะลึงกับคำพูดที่ไร้เหตุผลของหลี่เฉิงเฟิง
แต่เนื่องจากหลี่เฉิงเฟิงมีศักดิ์เป็องค์ชายแปดแห่งต้าถัง ตู้หรูฮุ่ยจึงได้แต่สะกดอารมณ์ แม้เขาจะโกรธจนหน้ากลายเป็สีแดง แต่สุดท้ายก็พูดอะไรไม่ได้
ฝางเสวียนหลิงที่อยู่อีกด้านเอามือปิดปากแอบหัวเราะตู้หรูฮุ่ย
แต่หลี่เฉิงเฟิงยุติธรรมเสมอ เขาทักขึ้นมาอีกว่า : “แล้วก็ตาเฒ่าเตี้ย ๆ คนนั้น! คนอะไรเกิดมาเตี้ยจัง! ตอนข้าอายุได้แปดขวบ ข้าคงสูงกว่าเขาแล้วล่ะ!”
“อะไรนะ!? องค์ชายแปด ท่าน...”
“ติ๊ง! เนื่องจากฝางเสวียนหลิงตกตะลึง ค่าความซุกซน +9!”
“ติ๊ง! เนื่องจากหลี่ซื่อหมินประหลาดใจ ค่าความซุกซน +12!”
สิ้นเสียงของหลี่เฉิงเฟิง ใบหน้าของตาเฒ่าฝางเสวียนหลิงก็ดูเหมือนจะเหี่ยวลงกว่าเดิมทันที