ตอนที่ 7: สามวันแห่งการหยั่งเชิง
การมาถึงขององค์หญิงเจ็ด เฟิงหลวน ทำให้บรรยากาศภายในจวนเ้าเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทหารองครักษ์ของนางซึ่งเป็ยอดฝีมือชั้นสูงจากเมืองหลวง เคลื่อนไหวอย่างเป็ระเบียบและแผ่รังสีแห่งความกดดันออกมาจางๆ ทำให้ทหารยามของเมืองเมฆาหยกต้องเกร็งไปตามๆ กัน มันคือการปะทะกันอย่างเงียบๆ ของอำนาจสองกลุ่ม
เฟิงหวงรู้ดีว่าสามวันก่อนออกเดินทางนี้ คือ่เวลาแห่งการ "หยั่งเชิง" ที่แท้จริง
เฟิงหลวนไม่ได้ปล่อยให้เขาอยู่อย่างสงบ นางใช้ข้ออ้างว่า "เป็ห่วงสุขภาพของพี่ชาย" ในการเข้ามาพบปะพูดคุยกับเขาทุกวัน เพื่อสังเกตการณ์เขาอย่างใกล้ชิด
ในวันแรก นางชวนเขาไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ของจวน
"ั้แ่พี่สามหายตัวไป สถานการณ์ในวังหลวงก็เปลี่ยนไปมาก" เฟิงหลวนเริ่มบทสนทนาขณะที่ทั้งสองเดินเคียงข้างกัน "อำนาจของพี่รองเฟิงหลงเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน เขาอ้างว่าต้องช่วยแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อ"
นางเหลือบมองปฏิกิริยาของเฟิงหวงอย่างแเี
เฟิงหวงเพียงแค่ทอดถอนใจ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววปลดปลง
"เื่เ่าั้...ไม่เกี่ยวกับข้าอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ข้าเป็เพียงคนไร้ค่าคนหนึ่ง ขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอใจแล้ว" เขาโน้มตัวลงไปดมดอกโบตั๋นสีขาวอย่างอ่อนโยน "ดูดอกไม้นี่สิ...งดงามโดยไม่จำเป็ต้องแก่งแย่งกับผู้ใด"
การแสดงออกที่เหมือนผู้ผ่านโลกมาอย่างแท้จริงทำให้เฟิงหลวนขมวดคิ้วเล็กน้อย
ในวันที่สอง เฟิงหวงเป็ฝ่ายเคลื่อนไหวบ้าง เขารู้ว่าทุกการกระทำของเขาถูกจับตามอง เขาจึงเรียกผู้บัญชาการหลี่เฉียงเข้ามาพบเป็การส่วนตัว
"ท่านผู้บัญชาการ ข้ามีเื่น่าละอายจะขอร้องท่านเื่หนึ่ง" เฟิงหวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความลำบากใจ
"มีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้ ขอองค์ชายโปรดสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!" หลี่เฉียงตอบรับอย่างแข็งขัน
"คือ...ข้ายังมีคนรับใช้เก่าแก่ที่ซื่อสัตย์คนหนึ่งอยู่ในเมืองหลวง นามว่า 'ลุงจง' ข้าเพียงอยากจะส่งข่าวให้เขาสบายใจว่าข้ายังมีชีวิตอยู่"
เฟิงหวงหยิบจดหมายที่ผนึกอย่างดีออกมา "ข้าไม่อยากรบกวนองค์หญิงเจ็ดด้วยเื่เล็กน้อยเช่นนี้ ท่านพอจะช่วยส่งจดหมายฉบับนี้ผ่านช่องทางที่ 'ไม่เป็ทางการ' ให้ข้าได้หรือไม่?"
หลี่เฉียงมองภาพองค์ชายผู้ตกอับที่ยังคงห่วงใยบ่าวเก่าแก่ในใจก็พลันรู้สึกสะท้อนใจ "ได้พ่ะย่ะค่ะ! โปรดวางใจ ข้าน้อยจะจัดการให้เื่ถึงมือคนของท่านอย่างเงียบเชียบที่สุด!"
หลังจากหลี่เฉียงจากไป รอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเฟิงหวง จดหมายฉบับนั้นไม่ได้มีเพียงข้อความธรรมดา แต่มันคือรหัสลับสำหรับปลุก "เครือข่ายข่าวกรอง" ที่องค์ชายคนเดิมได้สร้างไว้อย่างลับๆ ให้เริ่มทำงานอีกครั้ง หมากตัวแรกของเขา...ได้ถูกส่งออกไปแล้ว
และแล้วก็มาถึงคืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง
เฟิงหลวนมาหาเขาที่ห้องพักอีกครั้ง ในมือนางถือกล่องไม้จันทน์ขนาดเล็กที่แกะสลักอย่างงดงาม
เมื่อเปิดออก ข้างในคือโอสถเม็ดหนึ่งที่ส่งกลิ่นหอมจรุงใจและมีไอพลังงานจางๆ ลอยออกมา
"นี่คือ 'โอสถฟื้นพลังเจ็ดสมบัติ'" นางกล่าวเรียบๆ "แม้จะฟื้นฟูวรยุทธ์ของท่านไม่ได้ แต่มันเป็ของล้ำค่าที่ช่วยบำรุงร่างกายและเส้นเอ็นที่อ่อนแอของท่านให้ทนต่อการเดินทางไกลได้"
นี่คือการหยั่งเชิงครั้งสุดท้ายที่ซับซ้อนยิ่งนัก มันเป็การแสดงน้ำใจของน้องสาว เป็การทดสอบว่าเขาจะยอมรับของล้ำค่าในฐานะคนอ่อนแอหรือไม่ และอาจจะเป็การทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ในร่างกายของเขาก็เป็ได้
เฟิงหวงเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวของตน ดวงตาของเขาแดงก่ำคล้ายจะมีน้ำตาคลอออกมา เขายื่นมือที่ "สั่นเทา" ออกไปรับกล่องโอสถนั้นไว้
"ขอบคุณ...ขอบคุณมากน้องเจ็ด" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตัน ก่อนจะหยิบเม็ดยาขึ้นมากลืนลงไปต่อหน้าต่อตานางโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เฟิงหลวนมองการกระทำนั้นนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ "เช่นนั้นก็พักผ่อนเถิด พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางแต่เช้า"
เมื่อนางจากไปแล้ว เฟิงหวงก็นั่งลงขัดสมาธิบนเตียง เขาััได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ของโอสถที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มหาสมุทรลมปราณในตันเถียนของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว เข้าโอบล้อมและดูดกลืนพลังงานจากเม็ดยานั้นจนหมดสิ้น!
ร่องรอยหรือพิษใดๆ ที่อาจแฝงมา ถูกพลังอนันต์บดขยี้จนไม่เหลือซาก เหลือไว้เพียงพลังงานบริสุทธิ์ที่เป็เชื้อเพลิงชั้นยอด!
เขารู้สึกได้ว่าพลังของเขากำลังจะทะลวงผ่านไปยังระดับต่อไปในไม่ช้า
"ทั้งทดสอบ ทั้งมอบของขวัญ...ช่างเป็วิธีการของท่านจริงๆ น้องสาวของข้า" เฟิงหวงยิ้มเย็น "แต่ท่านคงไม่รู้ว่าโอสถชั้นดีเช่นนี้...เมื่อมาอยู่ในร่างของข้า มันจะกลายเป็เชื้อเพลิงชั้นยอดขนาดไหน"
การเดินทางกลับสู่เมืองหลวงกำลังจะเริ่มขึ้น และเขาจะแข็งแกร่งกว่าตอนที่มาถึงเมืองนี้...อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด