New Hope : นักสู้ฟันน้ำนม (มี e-book แล้วครับ)

    ตอนที่ 60 : นักสู้ผู้สาบสูญ 1

                หลังจากทีมชาติไทยเฉือนเอาชนะทีมจีนแชมป์เก่าและแชมป์โลกไปเพียง1 คะแนนทำให้คว้าแชมป์เอเชียสมัยแรกสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก แฮชแท็ก #แชมป์เอเชีย ในแอดมีผู้คนยังคงสนใจพูดถึงหัวข้อนี้กว่า 25ล้านคนแม้ว่าจะผ่านมาแล้ว 1 วันก็ตาม

                น้ำ,มะปรางกับมิวยังคงนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โค้ชบี, โรจน์, มนต์ชัยและบัวเข้ามาเยี่ยมยื่นเฝ้าไม่ห่าง

            “เป็นยังงัยบ้างเมื่อคืนนอนหลับกันไหม?” โค้ชบีพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “หนูโอเคค่ะโค้ชบี...อาการปวดที่ต้นขาเบาลงไปเยอะแล้วค่ะ”น้ำตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            “ของหนูมีรอยช้ำแดงๆม่วงๆ ตรงข้อเท้าขวาค่ะ หมอบอกว่าแค่ใส่เฝือกพลาสติกอ่อนไว้ก็พอ อย่าให้ขาข้างขวารับน้ำหนักเต็มๆ”มิวตอบด้วยรอยยิ้ม

            “อาการช้ำที่แขนของหนูลดลงแล้วค่ะหมอบอกว่าไม่มีอาการอะไรน่าหนักใจค่ะ” มะปรางยังคงเสียงใสแจ๋วเหมือนเดิม

            “เมื่อกี้นี้ผมคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้แล้วเห็นบอกว่าถ้าวันนี้ไม่มีอะไรก็กลับบ้านได้”

            “ดีเลยค่ะโค้ชบีหนูนอนมองเพดาน...เบื่อจะตาย”

            “แหม๋ๆๆนอนแค่คืนเดียวเอง” โรจน์หยอกน้ำกลับ

            “แค่ 2คืน หนูก็เบื่อแล้วนะคะ”

            คำตอบของน้ำทำให้ทุกคนยิ้มออก“เถียงกลับได้ถึงขนาดนี้แสดงว่าหายดีแล้ว”

            “โค้ชบีอ่ะแซวหนูอีกละ!”

            “พวกเราเก่งมากเก่งทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันจนคว้าแชมป์มาได้”โค้ชบีพูดด้วยรอยยิ้ม “ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นโค้ชน้องๆทุกคนในวันนี้ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ดีจริงๆ”

            “ผมก็ดีใจเช่นกันครับโค้ชที่ได้เป็นลูกศิษย์”โรจน์พูดไม่ทันขาดคำโผเข้ากอด “ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างครับโค้ช”

            “หนูก็ดีใจมากค่ะที่ได้ร่วมทีมกับพี่ๆทุกคน” มะปรางพูดพร้อมกับยกมือไหว้พี่ๆ ทุกคน

            “ตัวหนูเองไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่าจะมีโอกาสในวันนี้ค่ะ” มิวยกมือไหว้รุ่นพี่ด้วยรอยยิ้ม

                “มะปรางกับมิวจะอยู่ที่กรุงเทพต่อไหม?หรือว่าจะกลับขอนแก่นพรุ่งนี้?”

                “ของหนูแล้วแต่ฮุ่ยหนิงค่ะพ่อหนูบอกว่าก็กลับพร้อมฮุ่ยหนิงไปเลยก็ได้ พ่อหนูรอที่ขอนแก่นได้ค่ะ”

                “ตอนแรกหนูกะว่าจะไปส่งอาจารย์จางแต่อาจารย์บอกว่าไม่ต้องไปส่งให้พักรักษาตัวดีกว่า แต่หนูขอเบอร์อาจารย์ไว้แล้วต่อไปนี้จะคุยกับอาจารย์บ่อยๆ หนูคิดว่าคงกลับขอนแก่นพรุ่งนี้เช้าดีกว่าค่ะห่างบ้านมาเดือนกว่าๆ หนูคิดถึงพ่อกับแม่แล้วค่ะ”

                “โอเคๆๆได้ๆๆ ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะประสานไปทางสมาคมขอรถตู้ไปส่งที่ขอนแก่นสัก 10โมงเช้าก็แล้วกัน”

                “ขอบคุณค่ะโค้ชบี”

     

                เช้าวันรุ่งขึ้นโรจน์กับมนต์ชัยมารับตัวน้ำออกจากโรงพยาบาลกลับแคมป์ทีมชาติส่วนบัว, มะปรางกับมิวขึ้นรถตู้ของทางสมาคมเดินทางกลับขอนแก่น

                “น้องมะปรางกับน้องมิวหลับพักผ่อนให้เต็มที่เลยครับไม่ต้องเป็นห่วง แป๊บเดียวก็ถึงบ้านแล้วครับ”

     

                   การเดินทางจากกรุงเทพถึงขอนแก่นใช้เวลากว่า6 ชั่วโมง รถตู้ค่อยๆ จอดบริเวณด้านหน้าบ้านของมะปราง มีพ่อกับแม่มะปรางยืนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกำลังเดินออกมาด้านหน้าพอดี

                “คุณบัว,น้องมะปรางกับน้องมิวหลับมาตลอดทางเลยครับ”พนักงานขับรถพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

               

                พนักงานค่อยๆช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางของทั้งสามสาวลงจากรถในขณะที่มะปรางกับมิวโผเข้ากอดพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึงอย่างถึงที่สุด

            “อยู่ที่กรุงเทพหนูคิดถึงพ่อกับแม่ที่สุดค่ะ”

                “หนูคิดถึงพ่อเหมือนกันค่ะ”

                “เก่งมากเก่งกันทุกคนที่รวมใจกันสู้จนได้แชมป์”พ่อมิวเอ่ยปาก “พ่อยังอดเสียดายไม่ได้จริงๆที่ไปดูที่กรุงเทพไม่ได้”

                “ไม่เป็นไรค่ะหนูเข้าใจดี”

                “ตอนนี้ 4โมงกว่า...ผมขอเชิญคุณบัวร่วมทานข้าวเย็นกับพวกเราก่อนดีไหมครับ?”

                “ขอบคุณมากนะคะ”บัวตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

                   “เชิญๆๆครับ”

               

                บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นเต็มไปด้วยรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขมีเรื่องเล่าออกมาจากบัวมากมายตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา

                “พอแม่ได้ฟังพี่บัวเล่ามาหลายเรื่องมีแต่คนรักลูกกับมิวทั้งนั้นเลยนะเนีย”

                “ผมก็ดีใจมากนะครับที่ทุกคนต้อนรับมิวอบอุ่นขนาดนี้” คำพูดของพ่อทำให้มิวอดอมยิ้มไม่ได้

                “พรุ่งนี้ลูกกับมิวก็พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนทางโรงเรียนกับทางมหาวิทยาลัยอนุญาตให้พักผ่อนได้ 1 อาทิตย์เต็มๆ”

                “หนูไม่เอาค่ะ!!!”มะปรางกับมิวตอบแทบจะพร้อมกัน ส่ายหัวไป-มาตลอดเวลา

                   “แม่!หนูไม่ได้ไปโรงเรียนมาเดือนกว่าแล้วนะคะ หนูอยากไปเรียนหนูคิดถึงชุดนักเรียนแล้วค่ะ”

                “หนูก็เหมือนกันค่ะพ่อหนูคิดถึงเพื่อนๆ ในห้องแล้วนะคะ”

                คำตอบของมะปรางกับมิวสร้างเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครง

     

                เช้าวันรุ่งขึ้นมะปรางแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนกระโปรงยาวเลยหัวเข่าถูกระเบียบเป๊ะพร้อมด้วยแว่นกรอบหนาสะพายเป้ใบใหญ่เด็กเนิร์ดเฉยๆ คนเดิมกลับมาแล้ว เพิ่มเติมด้วยรอยฟกซ้ำบนใบหน้ากับริมฝีปาก,ต้นแขนทั้ง 2 ข้างมีผ้าพันแผลรัดยาวจนถึงเกือบข้อศอกแม้ว่ามะปรางจะใส่กระโปรงนักเรียนยาวมากแต่ก็เห็นผ้าพันแผลยาวมาถึงข้อเท้าทับด้วยถุงเท้านักเรียนสั้นสีขาว

                “แต่งตัวลงมาเต็มยศขนาดนี้แม่ห้ามลูกไม่ได้แล้วใช่ไหมเนีย?” แม่พูดไปพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่

                “หนูไปโรงเรียนก่อนนะคะ”มะปรางโผเข้าไปกอดแม่ด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ หนูหายแล้ว”

     

                มะปรางใช้เวลาเดินไม่มากนักก็ถึงปากซอยบ้านใหม่เธอเดินผ่านตลาดเห็นพ่อค้า, แม่ค้าและคนเดินถนนทั่วไปเข้ามาทักทายยิ้มแย้มแสดงความยินดีตลอดเวลา

                   “อ้าว!น้องมะปรางนี่น่า ขอถ่ายรูปด้วยๆๆ”

                “มะปรางๆๆถ่ายรูปด้วยครับๆๆๆ”

                “ลืมสนิทเลยน้องย้ายบ้านมาอยู่แถวนี้แล้วนี่...เดี๋ยวพี่ไปอุดหนุนที่ร้านนะครับ”

                “ยินดีด้วยนะคะพี่ได้ดูถ่ายทอดสดด้วย เก่งมากๆๆ สู้ๆๆ”

     

                เธอเดินมาถึงบริเวณรั้วของโรงเรียนรุ่นน้องรุ่นพี่ที่เห็นมะปรางเดินมาแต่ไกลต่างวิ่งกรูเข้ามารุมล้อมกันเต็มไปหมดเสียงแฟลชดังรัวจนนับไม่ถ้วน

            “พี่มะปราง!หนูดูถ่ายทอดสดด้วยนะคะ”

            “พี่มะปรางครับขอทางนี้ด้วยครับ!!”

            “พี่ปรางๆๆขอหนูอีกคนๆๆ”

             

            มะปรางเดินเข้ามาประตูทางเข้าของโรงเรียนพร้อมกับเด็กๆนักเรียนเดินตามกลุ่มใหญ่มาก ต้องตกใจกับภาพที่เธอเห็นตรงหน้าแบบตั้งตัวไม่ทันไม่คาดคิดมาก่อนเธอต้องเอามือปิดปากด้วยความดีใจจนน้ำตาไหลออกมา

            ครูใหญ่,ครูเพ็ญศรี, ครูหนึ่ง, วิทย์, บัว, โอ๋,ต้อม, คณะครูรวมถึงเด็กนักเรียนและประชาชนจำนวนมากยืนตบมือต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มจนเต็มทางเดินล้นเข้าไปบริเวณสนามฟุตบอลบนอาคารเรียนมีป้ายไวนิลขนาดใหญ่มาก มีรูปเธอในชุดนักเรียนกับข้อความ...

            “ขอต้อนรับน้องมะปรางนักกีฬาทีมชาติคนแรกของโรงเรียน”

             

            “ใครเป็นคนบอกว่าหนูจะมาโรงเรียนวันนี้...พี่บัวใช่ไหม?”มะปรางกึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยท่าทางเดินที่ไม่ค่อยถนัดเท่าใดนักโผเข้าไปกอดทีละคนทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ

            “หน..น...หน...หนู...ดี...หนูดี...หนูดีใจที่สุด...หนูขอบคุณทุกคนมากนะคะ”

            “พี่วิทย์กับพี่บัวเพิ่งฟ้องครูว่าเธออยู่ที่กรุงเทพดื้อมากนี่น่า...เด็กดื้อร้องไห้งอแงแบบนี้ได้ยังงัยกัน”ครูเพ็ญศรีพูดไปพลางค่อยๆ เช็ดน้ำตาที่กำลังไหลนองสองแก้ม “เธอเก่งมาก...เธอรู้ไหมว่าทุกคนให้กำลังใจเธอตลอดเวลาวันนี้เธอทำสำเร็จแล้ว”

            คำพูดของครูเพ็ญศรีทำให้มะปรางร้องไห้โฮออกมาแบบไม่อายใครในอ้อมกอดของครูเพ็ญศรี

             

            ในช่วงเวลาเดียวกันมิวเดินเข้าประตูใหญ่มหาวิทยาลัยตามปกติหันไปเห็นสแตนดี้ตัวเธอเองตั้งอยู่ทั่วไปหันมองไปทางไหนก็มี ทำให้เธอแปลกใจมากกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาไม่นานนักเห็นป้ายไวนิลขนาดใหญ่มากแขวนบนตึก1

            “ขอแสดงความยินดีกับน้องมิวสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทย”

             

            เธอเดินลอดใต้ตึก1 เห็นซุ้มต้อนรับขนาดใหญ่เรียงรายด้วยดอกไม้ กลุ่มนักศึกษาจำนวนมากยืนมองด้วยความสนใจทำให้เธอน้ำตาไหลออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจอย่างมาก“พิธีต้อนรับฮีโร่ของพวกเราทุกคนอย่างเป็นทางการในเวลา 10.00 น. ณห้องประชุมใหญ่”

            “นั่นงัยๆๆน้องมิวนี่น่า ฮีโร่พวกเรามาแล้วๆๆๆ”

            “มีฝีมือเก่งขนาดนี้ทำไมไม่บอกกันมั่งอ่ะ!!!”

            “สวัสดีครับน้องมิวคนเก่งของพวกเรา”

            “น้องมิวๆๆขอถ่ายรูปด้วยนะคะ”

             

            “Breaking News!!! การแข่งขันชิงแชมป์โลกทีมคู่นานาชาติที่เกาหลีใต้ผลการแข่งขันพลิกล็อคครั้งใหญ่เหนือความคาดหมายทีมเกาหลีใต้เจ้าภาพเอาชนะทีมญี่ปุ่นเต็ง 2 จากฝาแฝดฮาริน, เยรินเข้าชิงกับทีมจีนแชมป์โลก 2 สมัยติดต่อกันพร้อมกับการปรากฎตัวสุดเซอร์ไพรส์...ท่านปรมาจารย์ฮาจุนชายผู้มีผมและหนวดเคราสีดอกเลา ร่างกายกำยำน่าเกรงขามยืนเคียงข้างท่านห่างหายจากแวดวงการต่อสู้กว่า 30 ปี”

    คล้ายกับเรื่องNew Hope : นักสู้ฟันน้ำนม (มี e-book แล้วครับ) ที่คุณอ่าน