- ["รูปปั้นเงือกขาวมีอำนาจแห่งการปกปิดเสียง แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด สัญชาตญาณและจิตสัมผัสใดๆ ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจแห่งผู้ไร้เสียงของนาง ก็จะสูญเสียเช่นกัน มันมีระยะประมาณ 2.5 กิโลเมตร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะนี้ คนที่อยู่นอกระยะจะไม่ได้ยินเสียงใดๆ เงื่อนไขการใช้งาน หลังการเปิดใช้ความสามารถปกปิดเสียง จงหยดเลือดหญิงสาวที่เยาว์วัยลงบน 'รูปปั้นเงือกขาว' ไม่เช่นนั้นรูปปั้นเงือกขาวจะส่งกลิ่นเหม็นอันน่าอาเจียน แต่ถ้าเจ้าอยากรู้ว่ากลิ่นปากของนางเงือกขาวเป็นเช่นไร ก็จงอย่าทำการหยดเลือด คำเตือน! จงกระทำสิ่งนี้ภายในหนึ่งวันหลังใช้งานนาง รูปปั้นเงือกขาว"] -
- ["นอกจากนั้นจงอย่าให้เลือดเด็กทารก โดน 'รูปปั้นเงือกขาว' ไม่ว่าจะเพศใด เพราะนั่นจะปลุกอำนาจแท้จริงของนางเงือกขาวให้ตื่น นางอาจจะตายไปแล้ว แต่จิตสำนึกและการตระหนักรู้ของเงือกขาว ยังสถิตอยู่ในสมบัติชิ้นนี้ นางจะเผยตัวเป็นดวงวิญญาณและออกล่า และกัดกินทุกคนโดยเฉพาะเด็กทารก จำไว้ก่อนที่นางเงือกขาวตนนี้จะตาย นางอยู่ในระดับเดียวกับ 'ปราชญ์' เมื่อพลังของนางปรากฏ แม้มันจะเป็น 1 ส่วน 100 ของปราชญ์ เจ้าก็อาจจะตายได้ จนกว่าที่นางจะฆ่าทุกชีวิตในรัศมี 10 กิโลและเวลาล่วงผ่านไป 7 วัน 7 คืน หากเจ้าไม่มีอำนาจแห่งรุ่งอรุณที่สะกดวิญญาณได้ หรือพลังโอน่าบริสุทธิ์ระดับสามดาว จงอย่างปลุกนางและทำให้นางโกรธ"] -
- ["หมายเหตุ หากเจ้าปลุกจิตวิญญาณของเงือกขาวขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจและไม่ต้องการถูกสังหาร จำไว้ หาสัญลักษณ์หรือรูปปั้นแห่ง 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' หรือ 'วีรบุรุษผู้สังหารเทพ' ไว้กับตัว ในอดีตอันไกลโพ้น เจ้าหญิงแห่งเงือกขาวยอมขายจิตวิญญาณแห่งตัวเองให้เทพมาร นั่นเพราะนางคิดว่า การมีชีวิตนิรันดร์จะทำให้นางได้มีชีวิตอยู่และพบเจอกับพวกเขา บุรุษที่นางเคารพรักที่สุด แม้เพียงสักครั้ง..."] -
- ["สมบัติวิเศษระดับกลาง 5 อัญมณีและ 2 ดารา ★★☆☆☆ มันคือสมบัติวิเศษที่ต้องระมัดระวัง ผู้สร้างมันเป็นผู้สร้างที่เข้าถึงความปรานีแล้ว"] -
'น่ากลัวฉิบหาย... นี่คือสมบัติระดับกลาง แล้วไอ้ปิ๋งเสิ่งมีมันได้อย่างไร ข้าเคยได้ยินจากผู้อาวุโสเหอหมิ่น สมบัติระดับกลางสำหรับอาณาจักรระดับหนึ่ง มันคือสมบัติระดับอาณาจักรที่ใช้ตัดสินความเป็นตายของอาณาจักรได้ในเวลาวิกฤต'
โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้ เมื่ออาณาจักรถูกทำลายโดยผู้ยิ่งใหญ่ลึกลับ
ปิ๋งเสิ่งได้กลับไปที่พระราชวัง และค้นสมบัติวิเศษลึกลับออกมา และหนึ่งในนั้นคือสิ่งนี้
...
--- สามวันผ่านไป ทุ่งหิมะโล่งขาวโพลน มีขบวนหมีขาวและเกี้ยวรถลากเดินเป็นขบวนยาว ---
"อ้าวค่อยๆ กิน" เซี่ยซีหานพูด พลางค่อยๆ เอามือปัดแก้มเด็กหญิงตัวน้อยจื้อเยว่ ที่ตอนนี้นางและเซี่ยซีหานนั่งบนหลังตงตง อยู่ด้านหน้าสุดขบวนรถลากด้วยหมีขาวที่ทอดยาว เซี่ยซีหานได้ช่วยกลุ่มเด็กชายหญิงจำนวนมากได้สำเร็จ นอกจากนั้นยังได้ปลดปล่อยกลุ่มทาสบางส่วนไป แต่ส่วนใหญ่เลือกติดตามเซี่ยซีหานกลับมาที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว
"ขอบคุณเจ้าคะ" จื้อเยว่เด็กหญิงตอบ พลางเคี้ยวขนมแข็ง ของขึ้นชื่อของแดนเหนืออย่างอร่อย เซี่ยซีหานพบว่า คนเรามีความชอบต่างกัน ตัวมันไม่ชอบขนมแบบนี้เลยให้ตายเถอะ แต่เด็กหญิงกลับชอบ
"จื้อเยว่เจ้าไม่กลัวตกเหรอ บนหลังของตงตงเนี่ยมันสูงมากเลยนะ และนอกจากนั้นการที่เจ้ามานั่งตรงนี้กับพี่ชาย มันยังหนาวมากอีกด้วย ที่นี่ลมหนาวแรงมาก"
จื้อเยว่เด็กหญิงตัวน้อยอ้าแขน นางทำราวกับสายลมและความหนาวเหน็บคือบ้านของนาง "บ้าน จื้อเยว่ได้กลับบ้านแล้ว ที่นู้มีป่า มีต้นไม้มากมายและไม่หนาว แต่กลับมีแต่คนใจร้าย ที่นี่หนาวแต่ยังมีคนใจดีอยู่" จื้อเยว่พูดไปปากนางก็เริ่มเบะไป
'ซีนอารมณ์กำลังจะมาอีกแล้วซินะ' เซี่ยซีหานพูดในใจพร้อมรีบแบบมือ มวลธาตุดินก่อนตัวเป็นตุ๊กตาหมีแสนน่ารัก "จื้อเยว่ดูนี่ นี่คือตงตงย่อส่วน"
"พี่ชาย มันน่ารักจริงๆ"
จื้อเยว่ยิ้มได้อีกครั้งอย่างง่ายดาย การหลอกเด็กหญิงและเบี่ยงเบนความสนใจ คือความสามารถหนึ่งของเซี่ยซีหาน ตอนนี้ตัวเซี่ยซีหานถอนหายใจแผ่วเบา มันทำภารกิจอันยิ่งใหญ่โดยการหยุดน้ำตาของเด็กหญิงได้สำเร็จ
ก่อนจะมองไปเบื้องล่าง เห็นหญิงสาวร่างใหญ่เดินลุยหิมะไม่ยอมหยุดเท้า
นางเดินนำหน้าตงตง สัมผัสลมหนาว นางดูกล้าหาญกว่าผู้ชายหลายคนเสียอีก แน่นอนนี่คือ 'อีฝาน' หญิงสาวร่างใหญ่ที่มีบาดแผลในหัวใจ
"อีฝานเจ้าไม่คิดจะไปนั่งพักบนรถเลื่อนของข้าจริงๆ รึ ที่นั่นสบายกว่า และมีเด็กๆ อีกหลายคน เจ้าไม่คิดว่าการเป็นเพื่อนคุยกับเด็กๆ มีความสุขมากมายกว่าการเดินตากลมหนาวเหรอ"
อีฝานหันมองเซี่ยซีหาน หน้าของนางแดงมาก นั่นน่าจะเกิดจากการปะทะลมหนาวเป็นเวลานาน
"ไม่เป็นไรท่านผู้มีคุณ ท่านได้ช่วยข้าและบอกเล่าความจริงเรื่องของพ่อข้าให้ข้าฟัง ข้าติดข้างท่านและข้าจะตอบแทนท่านด้วยชีวิตของข้า" อีฝานพูดพร้อมเอามือตบไปที่อก
เซี่ยซีหานยิ้ม แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ดูปะล้ำปะเหลือปนน่าสงสาร
หลังจากสังหารปิ๋งเสิ่งผู้วิเศษที่แท้จริงที่แสนแข็งแกร่งสำเร็จ เซี่ยซีหานหนีออกจากคฤหาสน์ใหญ่ของผู้มีเกียรติ 'กุ่ยหราน' ที่เปรียบเสมือนขุนนางของอาณาจักรผู้หนึ่ง โดยใช้ 'รูปปั้นเงือกขาว' ปิดกั้นเสียงและการสัมผัสถึงตัวตน หากไม่ถูกมองเห็น จะไม่มีใครรู้ว่าเซี่ยซีหานและคณะในคุกทาสหลบหนี
โชคดีที่แม้ถ้ำจะถล่มเพราะแรงระเบิดจากพลังวิเศษของเซี่ยซีหานไปบางส่วน จากการต่อสู้กับปิ๋งเสิ่ง
แต่ตลอดการต่อสู้กลับไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงการต่อสู้นั้นเลย นั่นเพราะตั้งแต่เริ่มต้น ปิ๋งเสิ่งได้ใช้ 'รูปปั้นเงือกขาว' ในการแอบสังเกตการเซี่ยซีหาน นั่นทำให้เซี่ยซีหานไม่อาจจะรับรู้ตัวตนของปิ๋งเสิ่งได้ แต่นั่นกลับเป็นข้อดีในท้ายที่สุด
พลังแห่ง 'ผู้ไร้เสียง' นั้นน่าหวาดกลัวกว่าที่คิด
นั่นเพราะมันหลอกลวงประสาทสัมผัสของเซี่ยซีหานได้อย่างสมบูรณ์
ผู้มีจิตนักรบจะมีประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ใบไม้ไหว จิตอาฆาต พวกเขาจะรับรู้ตั้งแต่ก่อนศัตรูจะปรากฏตัว แต่เซี่ยซีหานกับไม่อาจจะสัมผัสถึงปิ๋งเสิ่ง ก่อนที่ปิ๋งเสิ่งจะส่งเสียงทักทายได้เลย นี่แสดงถึงความน่ากลัวของพลังแห่ง 'ผู้ไร้เสียง'
ส่วนอีฝานหลังเซี่ยซีหานจัดการปล้นศพปิ๋งเสิ่งสำเร็จ เซี่ยซีหานก็ชวนนางพูดคุย แน่ล่ะ... นางมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการตายของปิ๋งเสิ่ง และพ่อของนาง
เซี่ยซีหานไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนางมากนัก แต่พอนางเล่าเรื่องของตัวเอง พ่อที่ถูกปิ๋งเสิ่งเชิญไปปกป้องอาณาจักร จาก 'ความตายที่กลับมีชีวิต' แต่พ่อของนางไม่ได้กลับบ้าน ไม่มีใครที่นางรู้จักและเดินทางไปกับพ่อของนางได้กลับบ้าน
เซี่ยซีหานก็เดาได้ทันทีว่า พ่อของนางเจอกับอะไร แม้นางจะบอกว่าพ่อของนางคือนักรบสามดาบ
เซี่ยซีหานจึงเล่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในเหมืองอัญมณีที่มีความลับอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือปิดซ่อนให้นางฟัง และบอกแก่นางว่าอาณาจักรทำอะไรกับตัวเขา
อีฝานร้องไห้ และนางเชื่อในคำพูดของเซี่ยซีหานในทันที นั้นทำให้เซี่ยซีหานงงกับนิสัยของอีฝานเล็กน้อย
จนตัวเซี่ยซีหานต้องถามนางว่า ทำไมนางถึงเชื่อมันง่ายๆ แบบนี้ ไม่คิดว่ามันโกหกบ้างเหรอ
และนางก็ตอบมันว่า พ่อของนางสอนว่า ให้นางเชื่อในสัญชาตญาณของนักรบ...
ได้ยินแบบนี้ และเมื่อเซี่ยซีหานมองจ้องไปที่ใบหน้าและรูปร่างของอีฝาน มันรู้สึกว่าอีฝานอาจจะเป็นเจียตัวเวอร์ชั่นผู้หญิง
ในตอนนั้นนางถามเซี่ยซีหานว่า เจ้ามีภรรยาแล้วหรือยัง
แน่นอนเซี่ยซีหานตอบไปว่า มันยังไม่มีภรรยา มันพึ่งอายุ 14 ปีเท่านั้น!!!
คำพูดต่อมาของอีฝานทำร่างของเซี่ยซีหานหนาวสั่น "ข้าพร้อมจะตอบแทนเจ้าด้วยชีวิตของตัวข้า และข้าก็ยินดีเป็นภรรยาของเจ้า ถ้าเจ้าต้องการ" ในเวลานั้นสิ่งที่เซี่ยซีหานคิดมีเพียงอย่างเดียว 'หลังจากจะมีคนยกหญิงสาวที่มีใบหน้าและร่างกายเหมือนคนชราให้ข้า ก็มีหญิงสาวร่างใหญ่ ที่แค่แขนของนางก็ใหญ่กว่าหน้าข้า และนางอยากจะเป็นภรรยาของข้า!!! บัดซบ ดวงด้านผู้หญิงของข้ามีปัญหา' นั่นคือความคิดของเซี่ยซีหานในเวลานั้น แต่แน่นอนปัญหานี่ถูกขจัดจากการพูดคุยอย่างมีอารยะ
...
!!! ปูนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
เสียงแตร่ดังแต่ไกล
เซี่ยซีหานรีบเปิดใช้ดวงตาแห่งวิหครุ่งอรุณทันที และนั้นก็ทำให้มันเห็น...