หลังจากที่นางอธิบายข้อมูลเสร็จเวลาก็ถึง ช่วงค่ำมืดแล้ว
*เห้อ...*
*เห้อ...* *เห้อ...*
*เห้อ...* *เห้อ...* *เห้อ...*
กันจิกำลังนั่งถอนหายใจอยู่ตรงหน้าลานบ้านของมันเอง มา 6 ครั้งเห็นจะได้
“เซงเป็ดวุ้ย ทำไงดีวะพลังก็ไม่มี วิชาก็อ่อนไป ลมปราณยิ่งไม่ต้องพูดถึง แมร่งกากยิ่งกว่ากาก แถม ไอ้พลังธาตุว่างเปล่านี้อีกที่แมร่งจะฝึกวิชาอะไรสักอย่างยังไม่ได้ เลย T.T”
“ตัวเอกแบบนี้มีที่ไหนฟ่ะ !!!!”
กันจิบ่นออกมาเพราะไม่เห็นเหมือนในนิยายที่มันเคยได้อ่านมาเลยวะ แม่ง
(เพลงมา ... ต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหน ไม่เข้าใจเลยสักครั้ง)
“หืม...ใช่สิเหมือนข้าจะมีระบบตรวจสอบอะไรสักอย่างนะ อ่อ ดวงแห่งการตรวจสอบสินะ ถึงแม้จะเป็นระดับพื้นฐานก็ขอลองประเมินตัวเองดูสะหน่อยสิ...”
กันจิบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“สงสัยข้าต้องพานายท่านไปให้หมอตรวจสมองสักหน่อยดีไหม นะ แต่เงินเราก็ยังไม่ค่อยมีด้วยสิ เห้อออ...
“ทำไงดีนะ ???”
เซี่ยงน้อยคิดในใจของนางเอง
“มันกล่าวคนเดียวอย่างกับคนบ้า ซึ่งมี คนที่แอบมองมันด้วยความเป็นห่วงอยู่ใกล้จากในห้องนอนของนาง มิใช่ใครอื่น เซี่ยงน้อยนั้นและนางกำลังวางแผนพามันไปให้หมอตรวจดูสักหน่อย เห็นมันพูดคนเดียวอยู่นานสองนาน
และแล้วมันก็พยายามที่จะเปิดระบบดวงตาแห่งการตรวจสอบ มันรีบวิ่งเข้าไปในห้องของมันอย่างรวดเร็ว พอมันเข้ามาในห้องเสร็จ ก็รีบเดินต่อไปที่ห้องน้ำ เพื่อจะได้ลองใช้ดวงตาแห่งการตรวจกับตัวมันเอง
*ติ๊ดดด..ดวงตาแห่งการตรวจสอบ ขั้นพื้นฐาน (เปิดใช้งาน)*
ชื่อ : KANJi นายน้อยตกอับแห่งตระกูลแกจุน ผู้เป็นขยะในตอนนี้
ธาตุ : ความว่างเปล่า แห่งความโกลาหล
ค่าความใคร่(เงี่ยน) : ตลอดเวลา
พลังลมปราณ ระดับ พื้นฐาน ขั้น 1 (พลังปราณสะสมรอเลื่อนระดับ)
ค่า LUCK : ∞
*เชี้ยระบบ มรึงกวนตีนกรูเหรอ ไอ้ *@# *
*หืม ค่า LUCK หรือจะเป็น ค่าความโชคดีวะ เชรดดดดโด้ !!! ^^
*แต่มันประเมินค่าได้แค่นี้เหรอวะ เห้อ เอาอะไรมากกับขั้นพื้นฐาน
“แอ๊ดดด...
กันจิเดินออกมาจากห้องน้ำและมานั่งเล่นที่เตียงฝั่งที่มันนอนเมื่อคืนนี้
“เอ๊ะ นี้คัมภีร์อะไร ?
“หืม...แล้วสร้อยคอมันหลุดไปตั้งแต่ตอนไหน ?
“อยู่นี้เอง เอะ เอ้ะ เอ้ๆๆ ทำไมมันถึง มี 2 เส้นวะ
o-o จากที่ข้าวิเคราะห์จากสมองอันชาญฉลาดของข้า สร้อยคอนี้ต้องใช้คู่กับสมุดเก่าๆนี้แน่เลย ไหนลองดูสิ
เมื่อบักกันจิ พูดเสร็จก็ลองนำสร้อยคอทั้งสอง มาประกอบเข้าที่ สมุดเก่าๆสีดำ นั้น ด้วยความเตรียมใจไว้แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นที่มันอ่านจากนิยายหลายๆเรื่องแน่นอน
..........เงียบกริบ.........
ทำไมไม่เห็นมีไรเกิดขึ้นเลยฟร่ะ หรือต้องท่องคาทาอะไรหรือป่าว ???
อะปัตติเย อะปัตติเทเทนา ..........
..........เงียบกริบ.........
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นทั้งนั้น มีเพียงเสียงจิ้งหรีด ขับเสียงไพเราะ แข่งกับอึงอ่าง ที่ร้องเสียงดังระงมไปทั่ว
“มันต้องเปิดใช้ระบบยังไงวะเนี้ย ???
“ไหนค่า LUCK มีเป็นมหาศาลขนาดนั้นแล้วตรูไม่เห็นจะโชคดีเลยวะ
(แม้ แม้ แม้ คุณมึงเล่นได้สาวงามไป 3 ยังบอกโชคไม่ดีอีกหรือ เดี๋ยวกระผมเอาปืนมายิงแม่ม)
“นั้นเอามาลองหัวแล้วกัน ไอ้สมุดสกปรกนี้ และสร้อยคอ ดูไปดูมาก็เท่ดีเหมือนกันแหะ
*ครืด....ครืด...ฟรืด*
*แบบนี้ถึงจะเท่ขึ้นมาหน่อย
*แปลงร่างงง...
........................เงียบกริบ
กันจิมันเอาสร้อยคอนั้นมาตัดแต่งให้เป็นกำไลข้อมือ สีดำซึ่งใส่อยู่ทั้งสองมือของมัน ตัวกำไลมีสีดำสนิท ตรงกลางของกำไล จะมีลูกแก้วทรงกลมอยู่ 1 ลูก ฝั่งซ้ายมีซีขาวนวลปานหิมะ ฝั่งขวามีแดงเข้มปานเลือดคน แต่ที่มันลืมคิดไปอย่างว่าตอนแรกนั้นมันทำยังไงก็ไม่สามารถถอดสร้อยออกจากคอของมันได้แต่ตอนนี้มันดันตัดแต่งสร้อยนี้ได้และยังนำมาดัดแปลงเป็นกำไรข้อมือได้อีกช่างหน้าสงสัยสะนี้กระไร และมันคงมิได้สังเกตให้ถี่ถ้วน ว่าตรงใจกลางลูกแก้วนั้นเหมือนมีอะไรอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งลอยวนไปวนมาอยู่ด้านในนั้น ซึ่งจะเป็นเหมือนกันทั้งสองข้างทั้งกำไรด้านซ้าย และ ด้านขวา
“เห้อออ นอนดีกว่า...
มันยังร้องมิจบเพียงก็เผลอหลับไปโดยที่หัวมันนั้นหนุนอยู่ที่คัมภีร์สานไม้ไผ่อันเก่าแก่ ส่วนมือทั้งสองข้างของมันนั้นก็นอนหนุนหัวอยู่
2 ชั่วยามผ่านไป ไวเหมือนโกหก
“งืมมมมมม....นมขาวๆๆ..
“หมับ....เพี้ยร์
“โอ้ย!!!! ใคววะ หืมแล้วตรูอยู่ที่ไหนวะเนี้ย
มันตื่นขึ้นมาด้วยความสลึมสลือ และยังมิทราบด้วยซ้ำว่ามันอยู่ที่แห่งไหน เพราะขณะนี้มันมิได้อยู่ในห้องนอนของมันเอง แต่มันกับเป็นเหมือนสถานที่วัดร้าง หรือ พระราชวังร้าง ซึ่งดูวังเวงแปลกๆ แถมเมื่อกี่ที่มันจับไปยังรู้สึกมีอะไรนิ่มๆที่มันสัมผัสได้ด้วย และตามันก็เหลือบไปเห็น นางไม้ เอ้ย นางฟ้า 2 คนซึ่งมันมิแน่ใจว่าใช่คนที่ตบมันหรือป่าว เพราะทั้งสองนางนี้มีคนนึงยืนกอดอกอยู่ด้านหน้าซึ่งสวมชุดสีแดงราวกับโลหิตย่อมให้แดงทั่วธารา ส่วน อีกคนที่ไปหลบข้างหลังสตรีชุดแดงนั้นใส่ชุดสีขาวราวหิมะ แต่มันยังมองหน้าพวกนางไม่ค่อยชัดมาก จึงพยายามที่จะเดินไปใกล้พวกนางแต่มิทันที่มันจะได้ก้าวขาออกไป
“ตูมมมม...อ๊อคค
มันถูกสตรีชุดแดงผู้เหี้ยมโหดถีบเข้าที่ยอดอกของมัน และมันก็กระเด็นไปชนเสาทางด้านซ้ายหักโค่นลงมา ซึ่งมันก็ไม่ได้มีสภาพที่ดีกว่าเสานั้นสักเท่าไรเพราะมันนั้น ถึงกับกระดูกซี้โครงหักไป 3 จุด เห็นจะได้ แต่ยังมิทันจะได้ลุกขึ้นมา ก็ถูก เตะเข้าที่ยอดหน้าอีกที จนมันก็สลบไป ก่อนที่กันจิจะสลบไปนั้น มันเผอิญเห็นหน้าของสตรีทั้งสอง แบบรางๆ แม้มิเห็นชัดคาตา แต่บอกได้คำเดี๋ยวว่า งดงามหาใดเปรียบ เลย และมันก็สลบคาตีนของสตรีชุดแดง
“ท่านพี่ม่าน อา..เออท่านมิทำเกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ ?...
สตรีชุดขาวเอ่ยกับสตรีชุดแดงด้วยความกังวล
“เกินไปเหรอ...นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้ามิใช่ว่าข้าเห็นแก่ที่มันช่วยทำให้เจ้าและข้าได้หลุดพ้นออกมาจากสถานที่อย่างลูกแก้วกักขังวิญญาณนั้นได้นะ ข้าคงจะฆ่ามันไปแล้วด้วยซ้ำ เจ้าก็เห็นใช่ไหมว่า ขนาดมันนอนหลับมันยังหื่นกาม และมาหน้าอกอันสูงส่งของข้า
“ฮึ่ม !!! พูดแล้วขึ้นเลย เอาอีกสักทีดีไหม ว่าเสร็จสตรีชุดแดงก็ง้างเท้ากำลังจะเตะลงมาที่หน้าอันหล่อเหลาแต่มีรอยตีนประทับอยู่บนหน้าของมันนั้นแหละ
“พอก่อนเจ้าค่ะ ท่านพี่ม่านปิง เดี๋ยวมันตายเราก็ต้องกลับไปติดอยู่ลูกแก้วนั้นอีก คิดสะว่า มีข้ารับใช้เพิ่มอีก 1 คนอย่างน้อยเราก็มีอิสระได้เที่ยวเล่นโลกภายนอกผ่านจิตวิญญาณของมันได้นะเจ้าคะ
สตรีชุดขาวรีบมาห้ามปรามสตรีชุดแดงที่กำลังจะฝากรอยประทับส้นเท้าไว้ที่หน้าอีกข้างของบักกันจิ บุรุษจอมหื่น (สมน้ำหน้า 555+) นางนำมันมานอนหนุนตักของนางและเร่งรักษามันด้วยวิชาฟื้นกายา ขั้นที่ 4 ซึ่งสามารถฟื้นพลังร่างกายอาการบาดเจ็บภายนอกได้ถึง 100 %
“ครึก แก๊ก แกร็ก โอ้ยยยยยย !!!
ระหว่างมันสลบนั้น วิชาฟื้นกายาก็ทำหน้าที่ ได้ตามสัพคุณของวิชาจริงๆ เพราะตอนนี้กระดูกของมันที่หักกำลังซ่อมแซมและต่อกันด้วยความเร็วที่ตามองเห็นได้ และ สีหน้าของมันที่ตอนแรกซีดเหมือนไก่ต้ม ค่อยๆกับมามีสีสันมากยิ่งขึ้น เมื่อมีเลือดมาเลี้ยงที่ใบหน้า
“ท่านพี่ลองมองมันดีๆสิเจ้าคะ
“หน้าตาของมันก็ดูดีมาก แต่ที่แปลกคือสีตาของมันกลับเป็นสีฟ้า เลยดูหล่อขึ้นมาอีก แถมสีผิวมันที่ขาวมากเลย อืมมมม.....
“พอเลยนะเจ้าตัวแสบ อย่าคิดว่าพี่จะไม่รู้นิสัยของเจ้านะ เห็นหนุ่มหล่อเป็นมิได้ จะจับมาทำตุ๊กตาปั้นทุกที ถ้าเจ้าจับมันทำตุ๊กตาดินเผามีหววัง เราได้ถูกขังอีกครั้งแน่นอน
“แหะ แหะ ขออภัยเจ้าค่ะ”
ท่านพี่ม่านปิงก็รู้ว่า ที่เราโดนจับขังในลูกแก้วกักวิญญาณ และ ถูกขังมากี่พันล้านปีก็ไม่มีใครทราบ และข้าก็ไม่อยากกลับไปอยู่ในลูกแก้วนั้นอีกแล้วเจ้าค่ะ ถึงแม้ที่เราถูกจับขังในครานั้น คงจะเป็นเพราะนิสัยของพวกเรากระมั้ง ที่ท่านพี่ม่านปิง ชอบฆ่าคนเป็นผักปลาเพื่อฝึกวรยุทธ 1 หัตถ์สังหารพระเจ้า ส่วนข้านั้นชื่นชอบทำตุ๊กตาดินเผาไว้เพื่อศึกษาตำราวิชาสายการรักษาและป้องกัน วิชา ร่างนิรันดร์กาล
“เฮ้อ เจ้านี้นะ ถึงจะถูกขังมาไม่รู้ตั้งกี่ล้านปีแล้วก็ยังไม่เลิกนิสัยนี้
“อย่าบ่นแต่ข้าสิเจ้าคะ ท่านก็มิได้ต่างกันเลย มาถึงก็จะฆ่าเจ้าหนุ่มนี้เลย
“อุ๊บบ 555555+
“อุ๊บบ 555555+
นางฟ้าชุดแดง และ นางฟ้าชุดขาวหัวเราะ ต่อกระสิก กันไปกันมา ถึงแม้นางทั้งสองนั้นจะถูกขังมาไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้ว แต่ก็ยังไม่เลิกนิสัยเดิมเลย แถมยังมิได้สำนึกผิดด้วยกระมั้ง โดยที่ระหว่างพวกนางนั้นกำลังสนทนากันอยู่เท้าของพวกนางก็กำลังเหยียบอยู่บนหน้าบักกันจิด้วยความสบายเท้า
“โอ้ย !!!..... มันสะดุ้งตื่นขึ้นมา
“โถ่ถังกระมัง กระแปร่งน้ำ เห้อ ที่แท้ขาก็ฝันร้ายนี้เอง ฟู้ววส์
“เป็นความฝันที่เหมือนจริงสะเหลือเกิน เจ็บแทบตา...
“เอ๊ะ !!! พวกเจ้าเป็นใครน่ะ ?
หรือว่าข้าจะตาฟาดไป กลัวจนเห็นภาพหลอนไปแล้ว ว่าแล้วมันก็รีบขยี้ตาตัวเองอีกครั้งและเพ้งมองดู ให้แน่ใจว่าที่มันเห็นสตรีชุดแดงนั่งอยู่ตรงเก้าอี้สานไม้ไผ่ ซึ่งกำลังนั่งกินซาลาเปาอยู่อย่างมูมมาม ที่โต๊ะบริเวณปลายเตียงนั้น และ สตรีชุดขาวที่ยืนมองทิวทัศน์ อยู่บริเวณริมหน้าต่างนั้น ใช้คนหรือผี กันแน่
“เจ้าลามกน้อย ให้ข้าถีบเจ้าอีกสักครั้งสองครั้งไหมถึงจะ ได้เป็นเครื่องช่วยเตือนความจำ” สตรีชุดแดงกล่าวกับมันด้วยทีเล่นทีจริง
“สวัสดีจร๊ะ พ่อหนุ่มน้อย จอมลามก ฮิฮิ” สตรีชุดขาวหันมาหยอกเย้ามันเบาๆ
“อา...เออ...อ๊อค
บักกันจินึกว่ามันเจอผีในความฝัน เลยสลบน้ำลายฟูมปาก
“อ้าวเจ้าหนุ่มนี้นิ มันขี้ขลาดตาขาวเสีย
“เฮ้อออ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะตั้งแต่ที่มันปลดปล่อยเราออกจากลูกแก้วกักวิญญาณมันก็กลายเป็นร่างสถิตของพวกเราไปแล้ว
“ไปกันท่านพี่ไปแกล้ง เอ้ย ไปพบเพื่อพูดคุยกับมันในฝันต่อดีกว่า
สตรีชุดขาวพูดไปแสยะยิ้มไปด้วย ดูแล้วเหมือนพวกยันเดเระ หรือโจรโรคจิตยังไงยังงั้น
“อืมมมม WTF ทำไม่ข้ากับมาที่นี้อีกแล้วเนี้ย ???
“ไงเจ้าจอมหื่น / ว่าไงจร๊ะพ่อหนุ่มน้อย”
สตรีทั้งสองซึ่งขนาบอยู่ข้างๆมันเอ่ยทักทายมันออกมา
“จ้ากกกก ผีอะไรตามติดมาถึงฝัน ขอให้ไปที่ชอบที่ชอบเถอะนะ อย่าได้มาหรอกช้าน้อยเลย เดี๋ยวข้าน้อยทำบุญทำทานไปให้นะขอรับบบบ T-T”
“จึก....
“โอ้ยยยย!!! เจ็บ
“ทีนี้จะฟังที่พวกเราจะสนทนาด้วยได้หรือยังจร๊ะพ่อหนุ่มน้อย
กันจิร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเหมือนโดนตะขาบไฟต่อย ที่แขน แต่อันที่จริงแล้วเป็นเข็มในมือของแม่นางสตรีชุดขาวที่เขามาสะกิดมันด้วยเข็มนั้นเอง
“สวัสดี เอ๊ะไม่ได้สิ ต้อง ข้าน้อยขอคารวะผู้อาวุโส ผู้งดงามทั้ง 2 ขอรับ
“อา....เอออ .. ข้าน้อยกันจิ มิมีตระกูล ขอรับ หรือจะเรียกข้าเจ้าขอทานน้อยก็ได้ขอรับ
“ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสทั้ง 2 ท่าน มีชื่อแซ่อันสูงส่งว่ากระไรหรือขอรับ ?
=_=' (เหงื่อตก )
กันจิมันพูดด้วยความเคารพ แต่อันที่จริง ภายในความคิดในสมองของมันนั้น จำพรอตนิยายแนวนี้ได้ ซึ่งสตรีทั้ง 2 คนนี้คงจะเป็นผู้ช่วยหรือวิญญาณเก่าแก่ที่สิงสถิตอะไรสักอย่างเป็นแน่
=3= (แสดงอาการสงบนิ่งทางใน แต่ใจแอบบุ้ย ๆ)
“ฮึ >[]< / คริคริ ^o^”
“มีสัมมาคารวะแบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย
“เจ้าขอทานน้อย หลังจากนี้เจ้าต้องเป็นข้ารับใช้ของพวกข้านะเข้าใจใช่ไหม ? แต่เจ้ามิต้องกังวล ข้าไม่เจ้ารับใช้พวกข้าเปล่าๆหรอกน่ะ
“นั้นข้าจะช่วยแนะนำตัวให้พี่สาวของข้าด้วยเล...
“ไม่ต้องข้าแนะนำเองได้
สตรีชุดขาวกล่าวออกมาแต่นางนั้นยังกล่าวมิทันจบ ก็ถูกสตรีชุดแดงขัดคำสะก่อน
จงจำนามอันสูงส่งของข้าไว้ให้ขึ้นใจ ข้ามีชื่อว่า ม่านปิงปิง ฉายา สดับสำเนียงแห่งความตาย เจ้าจะเรียกข้าว่า เจ๊ปิง ก็ได้

หนุ่มน้อยส่วนข้านั้นมีชื่อว่า หลิวเยี่ยนฟาง นะจร๊ะ ฉายา งดงามนิรันดร์ดุจปุยนุ่น หนุ่มน้อยเรียกเราว่า ฟางน้อย ก็ได้

“ได้ขอรับแต่ข้าน้อยมีเรื่องจะสอบถามก่อนสัก 1 คำถาม ได้ไหมขอรับ ?
“พวกท่านทั้งสองมีระบบอะไรมาให้ข้าน้อยหรือขอรับ O_o?(ทำหน้าสะเหร่อ เอ๊ย ตั้งคำถามแบบหันซ้าย)
“ระบบ ? / ระบบ ?” o_O? (ทำหน้าฉงนแบบหันขวา)
นางทั้งสองถึงกับงงว่ามันนั้นพูดเรื่องอะไร และระบบที่มันพูดคือสิ่งใดกันแน่
“เจ้าละเมออะไรของเจ้า เหอะ ในเมื่อเจ้านั้นเป็นข้ารับใช้ของพวกเราข้าจะไม่ให้เจ้ารับใช้แบบเสียเปล่าหรอกนะ ข้าจะให้วิชาของข้าให้เจ้าได้ฝึกฝน ส่วนเจ้าจะใช้ได้หรือไม่นั้นมันเป็นเรื่องของเจ้า เจ้าจงจำไว้ให้ดี วิชาของข้านั้น มีชื่อเรียกว่าหัตถ์สังหารเทพเจ้า มีด้วยกันทั้งหมด 14 ท่าด้วยกัน ซึ่งเจ้าจะใช้มันได้แค่ ท่าละ 1 ขั้น ตามลมปราณที่เจ้ามี ข้าต้องบอกก่อนแล้วกันว่า เคยมีคนที่ฝึกวิชานี้ แล้ว ลองดีใช้ท่าต่อไป ทั้งๆที่ลมปราณยังไม่บรรลุ มันก็ระเบิดตัวเองตายเลยละ
“ไหนข้าขอตรวจสอบหน่อยสิว่าเจ้ามีพลังลมปราณในระดับไหน ?”
“=_=^^^ (เซ็งโคตรอะ) อะไรกัน เจ้ามีพลังระดับพื้นฐาน ขั้นที่ 1 เองเหรอ แถมยังธาตุความว่างเปล่าอีก เห้ออออ ชีวิตเจ้าช่างน่าสงสารหนักนะ”
“วิชาของข้านั้นเน้นไปทางธาตุไฟ แต่ในเมื่อข้ารับปากแล้วก็จะไม่ผิดคำพูดแน่นอน
“จำไว้ให้ดีข้าจะทำให้ดูแค่ครั้งเดียว น้องหลิวมานี้ ช่วยข้าสาธิต กระบวนท่าที่ 1 ของหัตถ์สังหารเทพเจ้าหน่อย
“ได้เจ้าคะท่านพี่
“จงจำให้ดี นี้คือกระบวนท่าที่ 1 ของวิชาสังหารเทพเจ้า : ตามเงา
“พรึบ พรึบ
ไม่ว่าแม่นางหลิวเยี่ยนฟางจะไปทางไหนข้างหลังของนางจะมีเจ๊ปิงตามติดอยู่เสมอ
“ข้อดีของกระบวนท่านี้คือ เจ้าจะตามติดทุกท่วงท่าของศัตรู แต่เจ้าต้องใช้มันอย่างระมัดระวังด้วยละ ถ้าไม่จนตัวหรือกำลังจะตายอย่าได้ใช้มัน ให้ใช้แค่เฉพาะตอนที่จำเป็นจริงๆ เพราะ มันใช้ลมปราณค่อนข้างเยอะ และ เดี๋ยวศัต... ช่างมัน (เอ้า เจ๊ก็ตัดคำดื้อสะอย่างนั้น)
“เอาละ หนุ่มน้อยต่อไป เป็นกระบวนท่าของข้านะจ๊ะ
=w= (ทำหน้าตาให้น่ารัก แต่กวนตีน)
“วิชาของข้านั้นจะเน้นไปทางป้องกัน / รักษา ซึ่งวิชาของข้านั้น มีชื่ออันเรียบง่ายว่า ร่างนิรันดร์กาล ซึ่งตามระดับพลังของเจ้าแล้วนั้นสามารถฝึกได้แค่ กระบวนท่าแรก นั้นคือ ฟื้นกายา ขั้นที่ 1 ซึ่งจะฟื้นร่างกาย ได้ ¼ หรือ 25%
“แต่หนุ่มน้อยเจ้านั้นมิใช้คนของโลกปราณแห่งเทพยุทธ เพราะฉะนั้น เจ้าต้องจำไว้ให้ดีนะจ๊ะว่า จะได้ 1 ครั้ง / 6 ชั่วยาม แต่ว่าจะมีทริคนิดหน่อยอยู่ที่ว่าหนุ่มน้อยจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดยังไง เจ้าต้องเป็นคนกำหนดเอง นั้นคือ เจ้าสามารถรวมวิชาฟื้นกายา เก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้ทั้งหมด 3 ครั้ง นั้นเป็นข้อดี แต่การเก็บรวบรวมต้องรอตามจำนวนเวลานั้นก็คือ เจ้าจะเก็บครั้งที่ 2 ได้นั้น ต้องรออีก 6 ชั่วยาม และ เจ้าจะเก็บครั้งที่ 3 ได้นั้น ต้องรออีก 6 ชั่วยาม เช่นเดียวกันนะจ๊ะหนุ่มน้อย แต่ข้าจะขอเตือนไว้ก่อน ว่า การเก็บฟื้นกายา ไว้ใช้นั้นมีทั้ง ข้อดี และ ข้อเสีย ดังนั้นข้อเสียของมันคือ
ถ้าหนุ่มน้อย ใช้มันหมดครบ 2 ครั้ง แล้ว เจ้าก็ต้องรอระยะเวลาฟื้นพลังของท่านี้ นั้นคือ รอไปอีก 12 ชั่วยาม และเช่นเดียวกัน ถ้าหนุ่มน้อย ใช้มันหมดครบ 3 ครั้ง แล้ว เจ้าก็ต้องรอระยะเวลาฟื้นพลังของท่านี้ นั้นคือ รอไปอีก 18 ชั่วยาม และไม่ว่าเจ้าจะเก็บรวมมัน 2 หรือ 3 ครั้ง จะไม่มีการนับเวลาให้ นอกจากว่า พอเก็บได้ครบ 1 ครั้ง หรือก็คือ 6 ชั่วยามผ่านไปเจ้าจะใช้งานฟื้นกายภายใน 6 ชั่วยามเลย ก่อนที่ ฟื้นกายาครั้งที่ 2 จะถูกนับรวมเข้ามานะจ๊ะ จงจำข้อห้ามนี้ไว้ให้ดี
เอาละเจ้าทาสจอมหื่น / หนุ่มน้อย เจ้าออกไปได้แล้ว พวกข้าจะพักผ่อนกันแล้ว []~(¯ ▽ °) ~ *
“เออ.....ข้าน้อยยังมีเรื่องจะถ......
ยังไม่ทันที่มันจะพูดเสร็จ ก็ถูกเจ๊ปิงผลักออกมาจากสถานที่ลึกลับนั้นแล้ว
“เอ้า ไล่กันดื้อๆแบบนี้ - -^ (เซ็งแบบไม่มีปาก)
*แล้วระบบแบบตัวเอกในนิยายของข้ามันไปอยู่ที่ไหนละเนี้ย เฮ้ออออ....=_=^^^ (เซ็งโคตรอะ) *
*แล้วไอ้สมุดนี้ หืม !! มันเปิดออกตอนไหน วะ o_O? (ทำหน้าฉงนแบบหันขวา)
มันพูดเสร็จ แล้วก็ลองหยิบคัมภีร์สานไม้ไผ่ ที่เก่ากึก มาเปิดออกดูมันคล้ายหนังสือหรือพวกคัมภีร์เก่าเก่าๆ มีสีดำทมิฬ เหมือนพวกคำภีร์แห่งศาสตร์มืด
“ไหนดูสิว่าข้างในนั้นมีสิ่งใดบันทึกไว้บ้าง ?
“เผื่อจะฟลุ๊คได้วิชาเทพกับเขาบ้าง
“ว้าววววว ... เย็ดโด้โอริโอ้ 5 บาท O[]O (โคตรตกใจเลยอันนี้ ปากอ้าเต็มที่ว่ะเฮ้ย)
*เชี้ย !!! ไม่เห็นจะมีไรเลยวะ ..... =3= (แสดงอาการสงบนิ่งทางใน แต่ใจแอบบุ้ย ๆ)
มันยังบ่นกล่าวไม่ทันจบสิ่งที่มันรอคอยก็ปรากฏภายในหัวของมันพร้อมเสียงสวรรค์ที่มันคุ้นเคย (แม้ๆที่นี้บอกเสียงสวรรค์เชียวนะบักกันจิ)
….. ติ๊ดดดด.....ตรวจพบโฮสต์..ผู้เป็นเจ้าของ..ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดจากบรรพกาล 100 % ระบบที่ 1 (เงื่อนไขครบสมบูรณ์) จะทำการเปิดระบบ
.....ระบบแห่งความว่างเปล่า Auto Start