ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    วิธีเปิดกล่องไม้

    วิธีเปิดกล่องไม้

               ชิงเถาที่กลับมาจากร้านแล้วนางอยู่พูดคุยกับครอบครัวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจัดการธุรส่วนตัวแล้วกลับขึ้นห้องนอนของตัวเองวันนี้ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก สมควรได้รับคำชมจากตัวเอง

    ‘กลับมาแล้วรึ ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้าด้วย’เชี่ยนเชี่ยนที่เห็นชิงเถาเดินเข้ามาในห้องจึงเอ่ยทักทายออกมา

    “อืมงานหนักไมต่างจากฝึกซ้อมใช้อาวุธเลย”เสียงชิงเถาที่เอ่ยออกมามีความเหนื่อยล้าปะปนอยู่ด้วยเล็กน้อย

    ‘แต่รับรองว่าเรื่องที่ข้าบอกเจ้าต้องหายเหนื่อยอย่างแน่นอนเชียวล่ะ’ เอ่ยออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มยิ่งเป็นการเชิญชวนให้ชิงเถาอยากจะรู้เข้าไปอีก

    “หืมเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ” มีคนเกริ่นเรื่องมามีหรือที่ชิงเถาจะไม่อยากรู้

    ‘ข้า’ เชี่ยนเชี่ยนแสร้งเอ่ยออกมาอย่างช้าๆให้ชิงเถาตื่นเต้นไปด้วย

    “ว่าเช่นไร”ชิงเถายื่นหน้าเข้าไปใกล้ตัวเล็กๆของอีกฝ่าย หวังจะได้ยินคำพูดชัดๆ

    ‘อืมมมม’ อีกคนยังคงเล่นตัวพอดู

    “”ส่วนอีกคนมองแรงส่งกลับไปให้แล้วเช่นกัน

    ‘อ่าๆๆ บอกแล้วๆ ไอ้เจ้ากล่องท่อนไม้จากเกาะนั่นน่ะ ข้ารู้วิธีเปิดมันแล้ว’ เมื่อเชี่ยนเชี่ยนเอ่ยปากบอกออกมาสีหน้าชิงเถาก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มบนหน้าของเด็กสาวเบิกบานตื่นเต้นยิ่งนักในที่สุดก็หาวิธีเปิดมันๆได้แล้วสินะ นางไม่ต้องเอามันไปทำเป็นเขียงหั่นเนื้อในครัวแล้ว

    “แล้วๆๆแล้ววิธีนั้นคืออะไร” เสียงถามเร่งเร้าอยากรู้ความเป็นอย่างมาก

    ‘วิธีมันก็ไม่ได้ยากอันใด แต่ก็ต้องใช้เวลาน่ะนะ’

    “บอกมาเถอะน่า”ถึงขนาดนี้แล้วนางยังลีลาอยู่ได้นะ

    ‘เราต้องทำการ’แล้วเชี่ยนเชี่ยนอธิบายวิธีการให้อีกคนฟังอย่างตั้งใจตรงตามข้อมูลที่นางได้มาจากห้องตำราเป๊ะๆนางรึอุตส่าห์ไปหาข้อมูลมาให้จะให้นางเล่นตัวสักหน่อยก็ไม่ได้

    “ออๆเช่นนี้เอง ไม่ถือว่ายากอะไรจริงๆ นั่นและเช่นนั้นวันพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้าเราก็เริ่มกันเลยได้สินะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างดีใจ นางอยากรู้เต็มที่แล้วว่ามีอะไรอยู่ด้านในนั้นกันแน่

    ‘อืม ตามที่เจ้าว่านั่นแหละ’

    “อย่างไรก็ขอบใจเจ้ามากๆเลยนะที่ใจดีไปหาวิธีการเปิดเจ้ากล่องไม้นั่นมาได้” ชิงเถาไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณเพราะอย่างไรเสียถ้าไม่ใช่เชี่ยนเชี่ยนนางก็ไม่มีทางได้มันมาอยู่แล้วพอได้มาก็ลำบากนางช่วยอยู่อีก

    ‘ไม่ ไม่เป็นไรหรอกน่า’พอเจอคำขอบคุณเชี่ยนเชี่ยนนางก็เขินๆ เหมือนกันนะแต่ว่าไม่อยากให้ชิงเถาเอ่ยล้อจึงรีบบินหนีกลับไปเตียงนอนของตน

    “ต่อไปก็เหลือเพียงรอเวลาสินะ”ชิงเถาเอ่ยกับตัวเองอย่างพอใจก่อนจะเข้านอนไป

     

               อีกไม่กี่วันต่อมาก็เป็นวันพระจันทร์เต็มดวงที่ชิงเถาเฝ้ารอแล้วนางจะได้แปลงร่างซะที ใช่ซะที่ไหนล่ะ นางจะได้เริ่มขั้นตอนการเปิดกล่องไม้นั่นซะที

     “ถังไม้พร้อม น้ำพร้อม กล่องไม้ตัวปัญหาพร้อมตัวข้าพร้อม” ชิงเถานั่งอยู่ในส่วนของสวนพื้นที่ปลูกหญ้าไผ่หยกขาวและต้นตะขาบเขียวไว้ที่นางเลือกที่ตรงนี้เพราะว่ามันอยู่กลางแจ้งและยังอยู่ในพื้นที่ที่นางได้วางอักขระพรางตาไว้อีกด้วยเช่นนั้นแล้วชิงเถาจึงวางใจได้ว่ามันจะอยู่รอดจนแล้วเสร็จขั้นตอน

    ‘พระจันทร์ก็พร้อมแล้ว เริ่มได้เลย’เชี่ยนเชี่ยนที่มาคุมการทำงานของชิงเถาเอ่ยให้สัญญาณเมื่อพระจันทร์ขนาดใหญ่ทรงกลมเริ่มโพล่ขึ้นมาให้ได้เห็นแล้วพวกนางจะต้องทำตั้งแต่พระจันทร์ดวงโตปรากฏให้เห็นนั่นเอง

    “เริ่มแรกเติมน้ำลงในถังไม้เกือบเต็ม แล้วก็” ชิงเถาที่เริ่มทำตามขั้นตอนที่เชี่ยนเชี่ยนได้บอกพร้อมปากนางก็เอ่ยทวนไปด้วยเพื่อความถูกต้อง

    ‘อย่าหยุดสิ’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยสั่งเสียงแข็งเมื่อถึงขั้นต่อมาชิงเถากลับช้าลง

    “อืมๆๆรู้แล้ว” ชิงเถานางหงายข้อมือขึ้นแล้วใช้เข็มดวงเล็กๆจิ้มไปที่ตรงกลางที่เห็นเส้นเลือดสีฟ้าอยู่จางๆ

    “อ่าเจ็บๆๆ” หยดเลือดค่อยๆ หยดลงไปในถังน้ำ มันผสมเข้ากับน้ำอย่างรวดเร็ว

    ‘พอแล้ว’เสียงเอ่ยบอกพอเมื่อได้เลือดเท่าที่จำเป็นแล้ว

    “อืมต่อไปก็” ชิงเถาเริ่มวางอักขระบทสั้นๆที่ไม่ไต้องใช้เวลาเท่าไหร่ก็จำได้แล้วลงไปในน้ำผสมเลือดของนางทันที

    “สุดท้ายแล้วสินะ”ชิงเถานางค่อยๆ ประคองกล่องไม้ให้ลงไปในถังไม้อย่างเบามือนางวางมันลงไปตรงกึ่งกลางของถังอย่างตั้งใจเมื่อกล่องไม้จมลงไปในน้ำที่สูงกว่ามันเกือบเท่าตัว และแล้วก็สิ้นสุดขั้นตอนลงแล้ว

    “เย้เสร็จแล้วสิน่ะ”ชิงเถาพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อนางทำเสร็จสมบูรณ์ตามขั้นตอนแล้ว

    ‘ยังเสียหน่อย เจ้าต้องทำแบบนี้อีกสองครั้ง’เชี่ยนเชี่ยนแย้งความออกมาทันควัน

    “รู้น่าข้าพียงพูดให้ตัวเองสบายใจเท่านั้น” ชิงเถาโอดครวญออกมาอย่างเจ็บปวดไปที่แผลด้วยนางต้องทำเช่นวันนี้อีกสองครั้งคือเมื่อพระจันทร์เต็มดวงอีกสองครั้งข้างหน้าและเมื่อถึงวันที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งที่สามมันก็จะเปิดออกเอง

     

               วันที่ชิงเถาต้องมาดูร้านก็กลับมาถึงอีกครั้งและนางก็ได้เจอกับอีกคนที่ดูเหมือนจะบังเอิญหรือไม่อย่างไรนางก็ไม่รู้

    “วันนี้ได้เจอเจ้าที่ร้านบังเอิญจังเลยนะ” มี่หนิงหยางเอ่ยขึ้นทันทีเพียงชิงเถาก้าวเดินเข้ามาในร้านค้าของตระกูล

    “คุณชายมี่”ชิงเถาเอ่ยทันอย่างอย่างนอบน้อมพร้อมกายที่โค้งลงเล็กน้อย

    “ไม่ต้องมากพิธีไปหรอกว่าแต่ทำไมข้าไม่ค่อยเจอเจ้าที่ร้านเลย หรือว่ากำลังซุ่มคิดสินค้าตัวใหม่อยู่”มี่หนิงหยางเอ่ยถามออกมาเมื่อชิงเถานั่งลงตรงข้ามกับเขาแล้ว

    “ยังไม่มีสินค้าใหม่หรอกเจ้าค่ะช่วงนี้ก็ทำเท่าที่มีขายไปก่อน เท่าที่ต้องทำก็จะไม่ทันอยู่แล้ว”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างถ่อมตนหรือว่าอวดอ้างกันแน่นะ

    “เป็นเช่นนั้นนึกว่าจะมีอะไรใหม่ๆออกมา ข้าจะได้จัดเตรียมเงินทองได้ทันการ”เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

    “ฮ่าๆๆไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ ว่าแต่วันนี้ท่านมา”ชิงเถาถามอีกฝ่ายกลับไปเมื่อเห็นเขาอยู่ที่ร้านค้าจึงสอบถามดูว่าวันนี้เขามาหาซื้ออะไร

    “เอ่อวันนี้ วันนี้ข้ามา มาซื้อไก่ทอดไปเลี้ยงคนที่จวนน่ะข้าให้คนไปสั่งตัวข้าเลยมาเดินดูของที่นี่”มี่หนิงหยางรีบคิดเหตุผลเมื่อชิงเถาถามกลับมาวันนี้เป็นโชคดีของคนในจวนเขาไปก็แล้วกันนะที่เขาคิดเหตุผลแบบนี้ได้

    “เป็นเช่นนั้นเองเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เชิญท่านเดินดูสินค้าต่อเถอะ”ชิงเถานางจึงขอตัวไปเพราะยังมีงานให้นางไปตรวจสอบอยู่

    “ดะเดี๋ยวสิ” มี่หนิงหยางที่เห็นว่านางกำลังจะเดินหนีไปจึงรีบเรียกตัวไว้เสียก่อน

    “มีอะไรเช่นนั้นรึเจ้าค่ะ”ชิงเถาหันกลับมาถามอีกคนอย่างสงสัย เขายังมีเรื่องอะไรอีกกัน

    “อ่อคือว่าข้าได้ยินจากน้องชายเจ้าว่าช่วงนี้เจ้ายุ่งอยู่ฝึกซ้อมการใช้อาวุธอยู่ไม่ทราบว่าเจ้าเตรียมจะทำอะไรรึ” มี่หนิงหยางเมื่อครั้งก่อนๆเขาสั่งให้คนของเขาถามความจากน้องชายแฝดของนางดูจึงได้ความว่าชิงเถายุ่งอยู่กับการซ้อมอาวุธอยู่ที่จวนนั่นเอง

    “ไม่ได้ทำอะไรหรอกเจ้าค่ะเพียงแค่ฝึกไว้ป้องกันตัวเท่านั้น”

    “แล้วเจ้าใช้อาวุธชนิดใดหรือ” เขายังซักนางไม่หยุด ยังอยากรู้ไปทุกเรื่อง

    “ข้าฝึกใช้หลายอย่างเจ้าค่ะเผื่อไว้แล้วแต่สถานการณ์” ชิงเถาเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มแบบอายๆใครถามเข้าพอรู้คำตอบของนางก็ต้องได้หัวเราะเยาะแน่ที่แม้แต่ตัวเองยังหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้

    “เช่นนั้นเจ้าก็เก่งหลายอย่างเลยน่ะสิแล้วเจ้าซ้อมกับใครรึ” คุณชายท่านพอได้ถามก็ถามไม่หยุดเลยซักฟอกจนนางยุ่ยหมดแล้วเนี่ย

    “ซ้อมกับเป้านิ่งเจ้าค่ะ”นางก็ยังตอบไปตามจริงเพราะมันไม่ใช่เรื่องปิดบังแต่อย่างไร

    “หืมแล้วเมื่อไหร่จะพัฒนาล่ะ เจ้าต้องมีคู่ฝึกซ้อมน่ะ” มี่หนิงเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วงเป็นใย

    “เรื่องนั้นเดี๋ยวให้คนในจวนช่วงฝึกก็ได้เจ้าค่ะ”นางไม่ได้นึกห่วงเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วนางไม่รู้จะชวนใครมาซ้อมด้วยก็ตามเนื่องจากทุกคนก็มีงานของตัวเอง แต่ตัวเลือกนางที่แน่ๆก็คงเป็นเยว่สือที่อายุเท่ากันคงจะฝึกซ้อมด้วยกันได้ไม่ยาก

    “ได้อย่างไรกันเจ้าต้องมีคู่ซ้อมที่มีทักษะตัวเจ้าจึงจะพัฒนาได้เร็วนะ”

    “อ่อเช่นนั้นข้าจะหาอาจารย์มาฝึกซ้อมเพิ่มให้ก็แล้วกันเจ้าค่ะ”ชิงเถาพอจะเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายหวังดีชี้แนะให้จึงบอกสิ่งที่ตนน่าจะเลือกทำในเวลาต่อไป

    “เจ้าหาต้องจ้างอาจารย์ไม่เอ่ยปากชักชวนคนรู้จักคงไม่ยาก”

    “ข้าไม่อยากรบกวนใครหรอกเจ้าค่ะ”นางตอบไป เพราะอย่างที่ว่าไว้ทุกคนมีหน้าที่ของตนนางจึงไม่อยากรบกวน

    “ไม่เห็นรบกวนเลยข้าเต็มใจ” มี่หนิงหยางเอ่ยจบพร้อมด้วยหน้าที่เชิดขึ้นอย่างพอใจ

    “เอ่อท่าเต็มใจเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”ชิงเถานางไม่อยากคิดเรื่องของคุณชายผู้นี้ให้ปวดสมองจริงๆตัวเขาทำให้นางเวียนหัวได้ง่ายๆเลยนะ

    “ข้าเต็มใจที่จะช่วยฝึกซ้อมกับเจ้าอย่างไรล่ะ”มี่หนิงหยางบอกเจตนาตัวเองออกไปเมื่อดูแล้วชิงเถาจะไม่เข้าใจเขาเท่าไหร่

    “ข้าไม่รบกวนท่านหรอกเจ้าค่ะ”ชิงเถาโบกมือปัดไปมา เขาจะมาอาสาช่วยนางทำไมกันแล้วสายตายิ้มเจ้าเล่ห์นั่นคือสิ่งใด เขานึกอะไรอยู่กันแน่คงไม่ใช่จับนางไปซ้อมกลางสนามประลองหรอกนะ

    “ไม่รบกวนหรอกน่าข้าว่างๆ มีอะไรทำแก้เบื่อก็ดีเหมือนกันนะ” มี่หนิงหยางเอ่ยออกอย่างสบายๆ แต่คนไม่สบายคือคนติดตามเขาน่ะสิจ้องเขาเขม่งแล้วอยากจะเอ่ยค้านซะเหลือเกินคุณชายของเขานะหรือว่างจนไม่มีอะไรทำ ใช่สิเขาชอบหนีงานหนิเลยว่างเช่นนี้

    “อ่อข้าคงไม่” ชิงถากำลังปฏิเสธเขาไป

    “ไม่ปฏิเสธใช่ไหมล่ะดีแล้วๆ เป็นเด็กดีจริง” มี่หนิงหยางเอ่ยขึ้นตัดหน้าชิงเถา เขาพยักหน้าเข้าใจตกลงเองเรียบร้อย

    “เอ่อเจ้าค่ะ” ชิงเถานางจะทำเช่นไรได้ ก็ต้องตามน้ำกับเขาไปอย่างไรเสียเขาก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักอะไรก่อนหน้านี้นางยังยอมตามเขาไปลานประลองมาแล้วเลยครั้งนี้เขาคงไม่หลอกนางอีกหรอกใช่ไหมถ้าไม่เช่นนั้นนางจะขายสินค้าให้เขาในราคาที่พิเศษกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน

     

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน