เช้าวันใหม่ปุณสิริได้เงินค่ามัดจำโครงการเรียนภาษา ณ ต่างประเทศสมใจหลังจากคล้อยหลังนักเรียนสาวไปโรงเรียนทุกคนที่อยู่ข้างหลังก็เริ่มต้นทำงานอย่างหนักคุณปัทมาและนางแช่มหอบหิ้วขนมหลายร้อยกล่องขึ้นแท็กซี่เพื่อไปส่งขายให้ร้านขายของฝากของปั้มดังย่านพระรามสองสถานที่ที่มีคนสัญจรพลุกพล่านตลอดทั้งวัน หักค่าวัตถุดิบ ค่ารถไป-กลับแล้วคงเหลือกำไรประมาณ1,500 บาทนับว่าไม่ถึงกับแย่นักสำหรับธุรกิจแรกในชีวิต
สองผู้สูงวัยกลับมาด้วยเเท็กซี่คันเดิมหลังจากออกไปได้ชั่วโมงกว่าๆเข้ามาภายในบ้านกลิ่นอบอวนไปด้วยเนย ครีม ขนมราวกับว่าที่นี่เป็โรงงานผลิตขนมอย่างไงอย่างนั้น
“ทำอะไรอยู่คะลูก”
“ทำคุกกี้ธัญพืชแบบไขมันต่ำค่ะคุณแม่” วัตถุดิบแพงไปสักหน่อยแต่ละอองดาวขายในราคาที่ทุกคนััได้โดยเน้นขายปริมาณครั้งละมากๆน่าจะพอสร้างแบรนด์ขนมของตัวเองได้กระมัง เธอก็ไม่แน่ใจหรอกว่าเเนวความคิดนี้จะเข้าท่าหรือเปล่าแต่ลูกค้าอย่างณนนท์ออเดอร์และแนะนำมาอีกที...เด็กสาวเลยลองดูเพราะไม่เสียหายอะไร
“โอ้โห น้องขิมเก่งจังเลยลูก ทำอะไรก็อร่อยน่าทานไปหมด ว่าแต่ทำไมทำเยอะจัง”ที่อบเสร็จไปแล้ว ที่กำลังอบ แล้วในถาดที่รออบอยู่อีกหลายถาด
“นนท์หาลูกค้าที่มหาลัยให้ค่ะคุณแม่ เป็ร้านขายกาแฟมี 2 สาขา เดี๋ยวตอนบ่าย 3 เ้าของร้านจะมารับด้วยตัวเองด้วยน้องขิมอยากทำให้เสร็จก่อนเที่ยงค่ะ แต่ไม่รู้จะทันหรือเปล่า” คุกกี้ 200 กล่องได้เงินเยอะแต่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ
“มาๆ คุณแม่ช่วยค่ะ”
“ป้าก็ช่วยด้วยค่ะ” สามแรงลงมือแข็งขันละอองดาวเร่งอบขนมสับเปลี่ยนกับการไปพลิกตัว ดูแลสภาพความเรียบร้อยของบิดา้าทุกอย่างล้วนไม่เกินความพยายามเมื่อคุกกี้ธัญพืชสูตรไขมันต่ำน้ำตาลน้อยตอบโจทย์ที่ลูกค้า้าเสร็จสิ้น่เที่ยงวันพอดี ทั้ง 3 คนทานอาหารอย่างเรียบง่ายงานของวันนี้เสร็จแล้วก็จริง
แต่ขนมในส่วนของวันรุ่งขึ้นยังไม่ได้เริ่ม
คุณปัทมาหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องส่วนตัวท่านรีบเก็บสมุดบัญชีในมือใส่ในลิ้นชักเมื่อบุตรสาวคนโตเดินเข้ามาในห้องนอน
“ณนนท์กลับแล้วเหรอลูก” เหมือนนางจะเห็นว่าณนนท์หอบถืออะไรเข้ามาในบ้านเมื่อ่เย็น
“กลับแล้วค่ะ นนท์แค่แวะเอาที่นอนลมอันใหม่ของคุณพ่อมาให้แปบเดียวตอนนี้กลับมหาลัยไปแล้ว” เพราะเมื่อวานณนนท์เห็นว่าเตียงลมอันเดิมสภาพไม่ดีแล้ววันนี้เขารับปากว่าจะเอารุ่นใหม่มาแทนให้ ต่อไปนี้บิดาจะได้นอนสบายกว่าเดิม
“ณนนท์นี่เขาดีจังเลยนะลูก ั้แ่ที่บ้านของเรามีปัญหาก็เห็นมีแค่เขาคนเดียวที่ยังช่วยเหลืออยู่ไม่ห่างไปมาหาสู่แทบทุกวัน จากมหาลัยมาที่นี่ก็ไม่ใช่ใกล้ๆสงสัยจะจริงจังจริงใจกับลูกสาวแม่แล้วจริงๆ” ว่าที่คุณหมอในอนาคตทำให้ท่านเชื่อได้สนิทใจภายในระยะ 2 เดือนกว่าที่รู้จักกัน เื่ฐานะของเขาก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญเื่อุปนิสัยใจคอไม่มีข้อเสียตรงไหนให้ติ นางยินดีหากเด็กทั้งสองคนจะคบกันชอบพอกันโดยอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่อย่างเช่นทุกวันนี้
“คุณแม่พูดอะไรก็ไม่รู้ ไหนคุณพ่อกับคุณแม่สั่งห้ามไม่ให้น้องขิมคิดอะไรเกินเลยกับนนท์ไงค่ะคุณพ่อบอกน้องขิมเอง น้องขิมจำได้” เื่ราวครั้งนั้นละอองดาวยังไม่ลืมวันที่เธอเกือบสูญเสียความรักจากบุพการี
“ก็ตอนนั้นณนนท์ทำเื่ไม่เหมาะสมนี่คะ อาจจะเป็อารมณ์ชั่ววูบฮอร์โมนของวัยรุ่นแต่คุณแม่ก็เห็นว่าณนนท์สำนึกได้แล้วตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาดูเขาระวังตัวจะตาย เว้นระยะจากน้องขิมตั้งเยอะคุณแม่ขอถามหน่อยนะคะั้แ่เกิดเื่วันนั้นณนนท์เคยจับมือหรือแตะต้องตัวอะไรน้องขิมอีกหรือเปล่าลูก”เพราะนางเห็นการวางตัวที่ดีขึ้น ความเป็ผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยทำผิดพลาดและความผิดของณนนท์ก็ไม่ถึงกับร้ายแรงจนไม่สามารถอภัยได้เมื่อเด็กหนุ่มรู้ตัวว่าได้กระทำผิดไป แล้วพยายามแก้ไขปรับปรุงตัว...คนแบบนี้สิน่าชื่นชม
“ก็...ก็ไม่มีนะคะ” ละอองดาวพยายามนึก แต่นึกไม่ออก
“ถ้าอย่างงั้นคุณแม่ถามอีกข้อ น้องขิมคิดอย่างไงกับณนนท์เขาเหรอลูก”ณนนท์น่ะมองออกอย่างง่ายดายว่าตกหลุมรักบุตรสาวคนสวยของท่านอย่างจังแต่บุตรสาวของนางนะสิ ขนาดเลี้ยงดูมากับมือท่านยังมองไม่ออกว่าลูกรู้สึกอย่างไง
“นนท์เป็เพื่อนที่ดีค่ะ ไม่ว่ามีปัญหาอะไรนนท์จะช่วยน้องขิมเสมอเลย”เธอเสียอีกที่ดีกับเขาไม่เท่าไหร่
“ณนนท์ดีกับเรา เราก็ต้องดีกับเขากลับถูกต้องมั้ยจ๊ะ” ละอองดาวพยักหน้างึกงึก เมื่อมารดาใจตรงกับเธอ
“เอาอย่างนี้มั้ย พรุ่งนี้ถ้าณนนท์มาที่นี่เราก็ทำกับข้าวให้ณนนท์ทานเป็การตอบเเทนเล็กๆน้อยๆดีกว่า แม่จำได้นะ ไม่ว่าน้องขิมทำอะไรณนนท์ก็ทานจนเกลี้ยงทุกครั้งเลยสงสัยจะชอบมากจริงๆ”
“ก็ดีค่ะ” เมื่อวานเขาเหมือนจะโกรธเธอเื่ดรอปเรียนแต่พอรุ่งเช้าก็รีบโทรมาออเดอร์ขนมเป็คนแรก ตกเย็นก็เอาเตียงลมมาให้บิดาอีกลำพังแค่การเรียนของเขาก็หนักเอาการอยู่แล้วแต่เพื่อนคนนี้ยังอุส่าห์เป็ธุระให้เธอได้ทุกอย่างไม่เคยบ่นเหน็ดเหนื่อย
“คุณแม่ขา” ละอองดาวยังไม่ได้พูดในสิ่งที่เธอตั้งใจไว้
“ขาลูก” คุณปัทมาพยุงร่างบุตรสาวที่นั่งอยู่ที่พื้นให้ลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งบนเตียงด้วยกัน
“น้องขิมเอาเ้าสิ่งนี้มาให้ค่ะ” นำกล่องกระดาษใบเล็กยื่นให้มารดา
“เอาอะไรมาให้คุณแม่ค่ะ” สอบถามพร้อมเปิดดูข้าวของด้านในคุณปัทมาใ หันกลับมามองหน้าบุตรสาวพร้อมคำถามวนเวียน
“น้องขิมไม่ได้ใช้หรอกค่ะ คุณแม่เอาไปขายเปลี่ยนเป็เงินดีกว่า” สร้อยเพชร นาฬิกา ของมีค่าทุกชิ้นที่บิดามารดาเคยซื้อให้ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี
“แต่ของพวกนี้คุณพ่อกับคุณแม่ให้น้องขิมแล้วนะ ไม่ต้องห่วงหรอกลูก คุณแม่ยังพอมีเงินเก็บส่วนตัวอยู่บ้างแล้วอีกอย่างน้องเปียโนก็ยังไม่ได้ไปเรียนวันพรุ่งนี้มะรืนนี้สักหน่อยอีกตั้งเกือบเดือนแนะ กำไรขนมวันนี้ของคุณแม่รวมกับของน้องขิมได้ตั้งเกือบ 3,000บาท ถ้าเป็อย่างนี้ทุกวันก็ดีสิลูก” คุณปัทมาโอบกอดละอองดาวอย่างแสนรักเด็กน้อยมอมแมมแต่แววตาบ๋องแบ๋วน่ารักน่าเอ็นดูที่นางและสามีตกหลุมรักพร้อมกันั้แ่วันแรกที่ได้เห็นเมื่อ17 ปีก่อนทุกวันที่มีละอองดาวเข้ามาในชีวิตพวกท่านล้วนมีแต่ความสุข หนูน้อยเป็เด็กดีว่านอนสอนง่าย ช่วยเหลือนางเลี้ยงน้องอย่างดี
ทุกวันนี้ละอองดาวรักษาความดี ความน่ารักเอาไว้ประหนึ่งเกลือที่รักษาความเค็ม
“คุณแม่ตัดสินใจจ้างป้าแช่มต่อแล้วนะคะลูก ดูเหมือนว่าป้าแช่มจะดีใจมาก”
“จริงเหรอคะ น้องขิมก็ดีใจที่สุดเลยค่ะ” แค่วันแรกที่ก้าวขาออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยสัญญาณชีวิต สัญญาณของครอบครัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ละอองดาวขอให้ครอบครัวของเธอดีขึ้นแบบนี้เรื่อยๆปราศจากสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง
ขอให้ทุกวันเป็วันที่สดใส
กริ่ง กริ่งณนนท์ละสายตาจากตำราเพื่อควานหาโทรศัพท์ที่ดังอยู่ในกระเป๋าเป้
สายเรียกเข้า...นางฟ้าของณนนท์
“ฮัลโหลขิม มีอะไรหรือเปล่า” เกือบทุกครั้งที่ละอองดาวโทรหาตนด้วยเพราะคุณลุงปราณมักมีอาการผิดปกติน่าเป็กังวลเสมอ
“นนท์ทำอะไรอยู่เหรอ” วันนี้น้ำเสียงของเธอฟังดูก้องใสเป็ธรรมดาแปลกไปจากทุกครั้ง
“อ่านหนังสือน่ะ” ว่าที่คุณหมอยืดแขนเหยียดขาตรงด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย
“อ๋อ พรุ่งนี้ถ้านนท์กลับบ้าน อย่าลืมแวะมาทานข้าวที่นี่นะเดี๋ยวขิมจะทำของโปรดให้ทาน”
“จริงเหรอ” ใบหน้าเด็กหนุ่มเริ่มแย้มยิ้ม มันโปร่งพองด้วยความสุขที่แพร่กระจายเข้าสู่หัวใจ
“จริงสิ ว่าแต่นนท์ชอบทานอะไรบ้างเหรอ ขิมยังไม่รู้เลย” ละอองดาวเตรียมจรดปากกาที่ถืออยู่ในมือ
“กุ้งผัดบร๊อคโคลี่”
“กุ้ง ผัด บร๊อค โค ลี่” ละอองดาวทวนอย่างช้าๆ
“ไข่เจียวหมูสับ”
“ไข่ เจียว หมู สับ” ทวนช้าๆอีกครั้ง
“ขิมกำลังจดรายการอาหารอยู่เหรอ”
“หมูสับ อืม...ใช่จ้ะ ขิมกลัวลืม” ก็เธอมันความจำไม่ดีนี่จดดีกว่าจำไม่ใช่เหรอ
“แล้วก็แกงเขียวหวานไก่”
“แกง เขียว หวาน ไก่ ของโปรดแต่ละอย่างของนนท์นี่เหมือนของโปรดขิมเลยนะ”ทุกเมนูที่เขากล่าวมาล้วนเป็เมนูที่ละอองดาวโปรดปราณมาก
“เหรอ” น้ำเสียงของณนนท์แสร้งให้เหมือนว่าเขาก็เพิ่งรู้เื่นี้
หึ หึ
คนอย่างเขาเป็คนไม่มีของโปรดหรอก ทานอะไรก็ได้ อร่อยไม่อร่อยก็ทานได้หมดทั้งนั้นแต่สำหรับอาหารของละอองดาวทุกอย่างที่เธอทำเขาจะชื่นชอบมากเป็พิเศษเพราะมันอร่อยมากจริงๆ ทุกวันนี้ยังจดจำรสชาติอาหารระดับเชฟกะทะเหล็กเมื่อครั้นได้ทานตอนเป็ติวเตอร์ให้ปุณสิริอยู่เลยลาภปากของเขาที่ละอองดาวทำอาหารให้ทานแทบทุกมื้อ...รสมือแสนอร่อยที่เขาไม่มีวันลืม
เย็นวันรุ่งขึ้นณนนท์ก็มาตามนัด เขามาเร็วกว่าเดิม
“ณนนท์มาแล้วเหรอลูก”
“สวัสดีครับคุณป้า ขิมล่ะครับ” ณนนท์ถามคุณปัทมายิ้มอ่อนให้หนุ่มน้อย มาถึงก็มักจะถามหาคนในดวงใจของตนทันที
“อยู่ในครัวโน้นแหละ ทำกับข้าวหอมตลบอบอวลไปหมดแล้ว ความสุขของเขาล่ะลูก”เด็กหนุ่มพยักหน้ารีบขอเ้าของบ้านเพื่อไปหาเด็กสาว
“นี่ของโปรดคุณณนนท์จริงๆเหรอคะคุณหนูขา” ลูกมือก็ช่วยงานขยันขันแข็ง ใบหน้าของนางแช่มหรือแม้แต่ของละอองดาวต่างมีความสุขความยินดีไม่ต่างกัน
“จริงสิคะ ก็นนท์บอกขิมเอง นี่ไงคะน้องขิมยังจดไว้ในสมุดเลย” แม่ครัวหัวป่าหยิบยกสมุดเล่มเล็กที่อยู่ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนชูไปมา
“ค่ะ ค่ะ ป้าเชื่อก็ได้ค่ะว่าอาหารของโปรดคุณณนนท์เหมือนกับของโปรดของคุณหนูแป๊ะ"เมนูผักแบบนี้คุณหนูของบ้านชอบเหลือเกิน
โธ่เอ้ย! แม่คุณของป้า อยากจะตอบแทนน้ำใจเขาเล็กๆน้อยๆ แต่ไม่รู้เลยว่าตัวเองนั่นแหละโดนว่าที่คุณหมอซ้อนแผนเข้าอย่างจัง
นางเเช่มพิจารณากับข้าวเเต่ละจานของชอบคุณณนนท์ที่ไหนกันล่ะ ของชอบของคุณหนูขิมนะสิไม่ว่า
“เสร็จเรียบร้อยหมดแล้วค่ะ” ละอองดาวภูมิใจกับหลากหลายเมนูตรงหน้าเหลือเกินความสุข ความรู้สึกดีใจเกิดขึ้นในหัวใจอย่างประหลาด เมื่อคิดถึงเพื่อนบ้านที่จะได้ทานอาหารฝีมือเธอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“คุณณนนท์เธอเป็คนดีจังเลยนะคะคุณหนู เป็สุภาพบุรุษด้วยป้าว่าใครได้เป็แฟน ได้แต่งงานด้วยนี่โชคดีตายเลย”นางแช่มไม่ได้กล่าวเกินจริง
“ค่ะ” ละอองดาวแก้มแดงระเรื่อ ย้อนนึกถึงคำพูดของมารดาเมื่อวานเด็กสาวนำเื่นี้มาขบคิดจนกระทั่งเผลอหลับไป เมื่อก่อนเธอรู้สึกเฉยๆนะ แต่ทำไม่นี้แค่คิดถึงเขาหรือได้รับสายเข้าจากเขาหัวใจเธอถึงเต้นแรงแบบนี้ล่ะ
ไม่เข้าใจเลย
“อ้าว! คุณณนนท์มาั้แ่เมื่อไหร่คะ” นางแช่มเหลือบเห็นเด็กหนุ่มที่ซุ่มอยู่ตรงประตูห้องครัวละอองดาวรีบหันไปมองด้วยความใ
เขาจะได้ยินหรือเปล่า
หนุ่มหล่อในเสื้อนักศึกษาส่งยิ้มให้เธอ...ทุกวันเขาก็ยิ้มให้แต่ทำไมวันนี้ถึงรู้สึกแปลกๆ ไม่ใช่รอยยิ้มที่แปลกไปแต่เป็หัวใจของละอองดาวต่างหากที่เต้นแรงแปลกประหลาดไปจากทุกครั้ง
“เพิ่งมาถึงครับป้า” ณนนท์กล่าวเสมือนไม่ได้ยินเื่ราวอะไรความเป็จริงแล้วเขาได้ยินบทสนทนาระหว่างละอองดาวกับป้าแม่บ้านชัดเจนทุกคำรวมถึงใบหน้าสีระเรื่อ ที่แสนตราตรึงในทุกลมหายใจเข้า-ออก
“ถ้าอย่างนั้นป้าเอาอาหารไปเสิร์ฟให้คุณหนูเปียโนที่ห้องก่อนนะคะ” นางแช่มได้ทีเปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มเด็กสาวมีเวลาได้พูดคุยกันตามลำพัง
“มีอะไรให้นนท์ช่วยหรือเปล่าขิม” ว่าที่คุณหมอขยับไปใกล้
“ไม่ มี เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะนนท์” เธอจัดตกแต่งจานให้สวยงามแก้เก้อสายตาไม่กล้ามองเพื่อนบ้านเลยด้วยซ้ำ...ยืนอยู่ตรงนั้นดีเเล้วนนท์ อย่าเข้ามาใกล้ขิมเลย
นนท์คงไม่รู้...หัวใจของขิมปั่นปวนไปหมดแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นตั้งโต๊ะเลยดีมั้ยครับ”
“อือ” สาวน้อยพยักหน้ารับ ใบหน้ายังก้มงุดอยู่เช่นเดิมณนนท์หรี่ตามองอาการผิดปกติของคนข้างกายด้วยความสงสัย...เธอเป็อะไรของเธอนะ
การรับประทานมื้อเย็นผ่านไปอย่างชื่นมื่นหัวข้อการพูดคุยส่วนใหญ่จะเป็คุณผู้หญิงของบ้านกับแขกอย่างณนนท์ที่แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นเื่ธุรกิจขนมที่เป็ไปได้อย่างสวยใน2 วันแรก
“ก็ดีเหมือนกันนะณนนท์ มีหน้าร้านเป็ของตัวเองจะได้ไม่ติดขัดอะไรเรารับดีลิเวอร์รี่เฉพาะลูกค้ารายใหญ่เท่านั้นส่วนรายย่อยก็มีหน้าร้านให้เข้ามาเลือกชิมเลือกซื้อหา” ทำเลเป็ทาวเฮ้าส์หน้าปากซอยมีที่จอดรถสะดวกสบาย
“คุณป้ากับขิมจะได้เหนื่อยน้อยด้วยลงครับส่วนรายได้หลังจากหักลบค่าเช่าก็น่าจะสูงกว่านี้ ขิมทำขนมอร่อย อร่อยมากผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้ทานขนมจะต้องแวะกลับมาซื้ออีกซ้ำๆแน่นอนเออ...จริงสิ พี่นิดหน่อยขอออเดอร์คุกกี้ธัญพืชของขิมเพิ่มนะ จาก 200 กล่องเป็ 500 กล่อง พี่เขาจะมารับทุกๆวันจันทร์ตอนเช้าไหวหรือเปล่าครับ” ณนนท์ติดต่อลูกค้าเ้าประจำให้เธอกับมือขนมของละอองดาวขายดีราวกับแจกจ่าย ณนนท์คว้านซื้อตุนไป 3 กล่องเมื่อวานเพื่อเก็บไว้ทานระหว่าง่อ่านหนังสือเมื่อเช้ากะว่าจะไปอุดหนุนอีกปรากฎว่าขายหมดเกลี้ยงเชลฟ์แล้ว
“ไหวสิ” ดวงหน้าละอองดาวเปล่งประกายออเดอร์มากขึ้นเท่ากับรายได้ที่จะมากขึ้นตามมาด้วยอนาคตแสนสดใสที่หญิงสาวตั้งความหวังไว้อยู่ใกล้เข้ามาทุกที
“วันนี้มีแต่เื่ดีๆทั้งนั้นเลยนะคะน้องขิมพรุ่งนี้วันเสาร์เราเข้าไปคุยกับเ้าของทาวเฮ้าส์ที่จะเช่าดีมั้ยลูกราคาเป็อย่างไง สถานที่โอเคมั้ย จะได้กลับมาช่วยตัดสินใจยังไงล่ะคะ” คุณปัทมาชักชวนบุตรสาว
“ก็ดีค่ะคุณแม่ น้องขิมก็อยากจะเห็นร้านของเขาเร็วๆเหมือนกัน” แม้นนี่ไม่ใช่ร้านดอกไม้ที่เธอใฝ่ฝัน ธุรกิจแรกในชีวิตคือร้านขนมละอองดาวก็ตั้งใจไว้ว่าเธอจะทำมันให้เต็มที่ที่สุด
“พรุ่งนี้่สายๆณนนท์ว่างหรือเปล่าล่ะลูก ไปดูด้วยกันสิ”
“ว่างครับคุณป้า” ณนนท์ตอบแบบไม่ต้องคิดคืนนี้เขาจะรีบเคลียร์การบ้านของสุดสัปดาห์นี้เอาไว้เสียเนิ่นๆพรุ่งนี้จะได้มีเวลาให้ละอองดาวและครอบครัวทั้งวัน
“ดีจังเลย ณนนท์มีหัวด้านธุรกิจจะได้ช่วยๆกันดู ช่วยๆกันคิดนะลูก” สองแม่ลูกใจชื้นขึ้นเป็กองต้องบอกเลยว่านางและบุตรสาวยังใหม่มากสำหรับวงการนี้
แอดดด รั้วบ้านถูกเลื่อนออกในเวลาใกล้ 2 ทุ่ม
“ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยๆนะครับ” ณนนท์กล่าวขอบคุณก่อนจาก
“อืม” เธอตอบสั้นๆ ประหยัดคำพูดจนณนนท์เริ่มสงสัย
“ขิมไม่สบายหรือเปล่าครับ นนท์ว่าขิมแปลกๆไปนะ”
“ไม่ ไม่แปลก ขิมสบายดีเออ...เจอกันพรุ่งนี้” ละอองดาวพยายามตัดบทสนทนาให้สั้นลงที่สุดอยู่ต่อหน้าเขาเธอรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองเลย ขอกลับเข้าไปตั้งหลักก่อนจะได้ไหม
แอด รั้วบ้านถูกดันปิด
แต่...ณนนท์รั้งเธอเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวครับ” ละอองดาวรีบดึงมือออกจากการจับกุมอย่างรวดเร็วจนอีกคนหน้าเสียเลยทีเดียว
“เออ...เออ ขิม เออ นนท์ขอโทษนะ นนท์ไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินขิมนะไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ” ความกลัวเกิดขึ้นในใจของว่าที่คุณหมออีกครั้งเื่ราวความผิดครั้งก่อนที่เขาเคยทำกับเธอฉายเข้าสมองซ้ำๆ
หากละอองดาวจะโกรธ เกลียด ไม่ยอมมองหน้ากันเหมือนครั้งก่อนครั้งนี้เขาคงรับมันไม่ไหว
“นนท์ ไม่เป็ไร” ละอองดาวกล่าวเสียงแ่ยิ่งเห็นใบหน้าลนลานของเขาเธอก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี
“นนท์ขอโทษจริงๆนะต่อไปสัญญาว่าจะไม่แตะเนื้อต้องตัวขิมอีกแล้วหากไม่ได้รับอนุญาตขิมอย่าโกรธนนท์เลย ขอร้องล่ะ” มือไวทำเสียเื่แท้ๆเลยไอ้นนท์
ทันใดนั้นมือบอบบางตัดสินใจคว้ามือของเด็กหนุ่มขึ้นมากอบกุมใบหน้าของณนนท์ยิ่งใไปกันใหญ่
“ขิมไม่ได้โกรธนนท์จริงๆนะ” เธอสบตาเขาเพิ่มความเชื่อมั่นทุกอย่างที่กล่าวออกมาล้วนเป็ความจริงที่ออกจากใจ
“ขิม” เด็กหนุ่มมองอย่างคนละเมอ...นี่ใช่ความฝันของเขาหรือเปล่ามันคือฝันดีมากๆ
“ฝันดีค่ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน” ยิ้มละไมของละอองดาวถูกโปรยเข้าดวงใจของณนนท์อย่างจัง
นางฟ้า
แล้วคืนนั้นณนนท์ไม่ได้รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยสักนิดเมื่อเขาต้องรีบทำรายงานวิชาระบบโลหิตวิทยาและน้ำเหลืองเด็กหนุ่มค้นคว้าตำราเเละฮัมเพลงรักพร้อมกันด้วยซ้ำ
ทาวน์เฮ้าส์เป็แบบ 3 ชั้น ชั้นแรกเปิดเป็อาคารพานิชย์ส่วนชั้นบนอีก 2 ชั้นเปิดเป็ห้องพักให้เช่าบริการรายเดือนซึ่งก็เต็มหมดทั้ง 6 ห้องเพราะพื้นที่ตรงนี้อยู่ใกล้ตลาดห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้า คนดั้งเดิมและคนใหม่รวมตัวอยู่ด้วยกันหนาแน่น
“ค่าเช่าผมจะลดให้เหลือเดือนละ 8,000 บาท/เดือน ตลอด 1ปีนะครับคุณหญิง” เ้าของที่นี่เป็คนดั้งเดิมเหมือนกับพลตรีปราณและอดีตคุณหญิงสายสะพายที่อยู่ที่นี่มานานเกือบ 30 ปีแล้ว
“ขอบคุณมากนะคะคุณทรงพล ตกลงดิฉันจะเช่าที่นี่เปิดร้านขายขนมกับลูกสาวค่ะ”สองแม่ลูกจับมือกัน ยิ้มพึงพอใจกับราคาและทำเลที่ตั้งของร้านขนม
“ครับ นี่ครับกุญแจ เผื่อคุณหญิงจะเข้ามาประดับตกแต่งอะไรเพิ่มเติม”เ้าของยื่นกุญแจให้ก่อนรีบขอตัวไปทำธุระอื่นต่อทั้งสามคนมองดูส่วนอื่นๆ ในร้านไปเรื่อยๆ
“ผมคิดว่าทาสีหวานให้เข้ากับบรรยากาศร้านขนม ตรงนี้มีตู้วางขนมส่วนริมกระจกหน้าร้านก็วางบาร์ เก้าอี้สำหรับลูกค้าไว้นั่ง ก็น่าจะพอนะครับ เรียบๆง่ายๆ ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งสบายตา”
“เหมือนพวกร้านกาแฟใช่มั้ยณนนท์” ท่านจินตนาการตามคำเเนะนำของเด็กชาย
“ครับคุณป้า ต้องหาเมนูเื่ดื่มยอดนิยมมาเพิ่มเติมสัก 5-6 รายการด้วย ไว้เป็ทางเลือกให้ลูกค้าผมว่าสักปี 58 ปี59 ร้านแบบนี้ต้องได้รับความนิยมมากขึ้นแน่นอนครับ” ณนนท์คาดการณ์ธุรกิจร้านเครื่องดื่ม ร้านขนมในอีก 3-4 ปีข้างหน้า น่าจะบูมเหมือนต่างประเทศ
“ชอบแบบที่ณนนท์บอกหรือเปล่าน้องขิม” นางคิดว่าจะเป็ร้านที่รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้ทานขนมอยู่ที่บ้านของตัวเอง
“ชอบค่ะ น้องขิมชอบมากๆเลยค่ะคุณแม่ นนท์” ยิ้มสดใสถูกส่งไปให้คนทั้งสองคนณนนท์มองรอยยิ้มนั้นราวกับคนละเมอ ใบหน้าของเขาแดงปลั่งเพราะรู้สึกขวยเขิน...ละอองดาวก็รู้สึกไม่แตกต่างจากเขาเมื่อเด็กสาวรับรู้ความเขินของเขาเป็อย่างดี
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวป้าจะลองหาช่างมาทาสีนะคงทาเฉพาะโซนด้านหน้าที่รับลูกค้าก็น่าจะพอ” หากทาทั้งหมดคงไม่ไหวทั้งค่าสีและค่าแรงของช่างไหนจะข้าวของอุปกรณ์อื่นๆอีก
“ไม่ต้องครับคุณป้า”
“หืม/ทำไมล่ะนนท์” คุณปัทมาและละอองดาวถามอย่างสงสัย
“พรุ่งนี้ผมยังว่างเดี๋ยวผมจะทาสีร้านขนมให้เอง จะทำให้สุดฝีมือครับ”เื่ทาสีขอให้ไว้ใจลูกชายคนโปรดของนายช่างใหญ่ณนนท์ติดตามพ่อไปทำงานรับเหมาจำพวกนี้ั้แ่ประถมก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตตอนที่เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายทักษะฝีมือต่างๆได้รับการถ่ายทอด เรียนรู้มาไม่น้อย
“นนท์ทาสีได้เหรอ”
“ได้สิ รับรองว่าฝีมือไม่แพ้ช่างคนไหนเลยด้วย” ณนนท์มองละอองดาวด้วยแววตามุ่งมั่น
ก๊อก ก๊อก
“น้องขิม เสร็จแล้วเหรอลูก” ละอองดาวก้าวเข้ามาในห้องที่ตอนนี้มีมารดากำลังเช็ดตัวให้บิดาของเธออยู่ใบหน้าของคนป่วยดูแจ่มใสขึ้น ละอองดาวรับรู้ว่าท่านกำลังมีความสุข
“เตรียมของไว้เสร็จหมดแล้วค่ะคุณแม่ นัดกับนนท์ไว้ตอน 7 โมงครึ่งนี่ก็ยังไม่ถึงเวลาเลย” เด็กสาวตั้งใจจะมาเช็ดตัวให้บิดาก่อนที่เธอจะออกไปทำธุระด้านนอกแต่ปรากฏว่าหน้าที่ประจำของตนนั้น มารดากำลังทำอยู่
“ไม่ต้องห่วงคุณพ่อนะ แม่จะดูแลให้เองแล้ว่สายๆแม่จะตามไปช่วย เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยๆกัน”วันนี้บุตรสาวและเด็กหนุ่มข้างบ้านจะเข้าไปทาสีไปทำความสะอาดเอาไว้เบื้องต้นคาดว่าเช้าวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ก็น่าจะได้ฤกษ์เปิดธุรกิจเล็กๆของครอบครัว
“ค่ะคุณแม่ คุณพ่อขาน้องขิมไปทำงานก่อนนะคะแล้วตอนเย็นจะรีบกลับมาหาคุณพ่อค่ะ” มือน้อยแตะแขน ลูบฝ่ามือท่านเบาๆ
“อือ ฮือ อือออ” ท่านนายพลส่งเสียงในลำคอ
“ค่ะคุณพ่อ น้องขิมจะรีบไปรีบกลับนะคะ” บุตรสาวยิ้มอย่างสุขใจบิดาตอบโต้ได้ดีขึ้น ท่านรับรู้ทุกอย่างเพียงเเต่พูดจาไม่เป็คำละอองดาวนั่งเล่นสักครู่ก่อนกล่าวลาบุพการีทั้งสองแล้วออกไปทำหน้าที่ของตนเอง
ปัง ประตูห้องพักผู้ป่วยปิดลง
“ณนนท์เป็คนดีค่ะ เป็สุภาพบุรุษคนหนึ่งเลยทีเดียวน้องมั่นใจว่าน้องดูคนไม่ผิด” หลังจากที่ได้อยู่กันตามลำพังคุณปัทมาเล่าสู่กันฟังให้สามีคู่ทุกข์คู่สุขได้รับรู้ความเป็ไป
“คุณพี่ไม่ต้องห่วงน้องขิมแล้วนะคะน้องเชื่อว่าลูกของเราจะมีคนดูแลที่ดีในอนาคตแน่นอน” คุณปัทมาดูออกว่าบุตรสาวคงเริ่มมีใจให้อีกฝ่ายแล้วความรักที่มั่นคงของณนนท์และความดีของเขาได้ทำให้กำแพงในใจของละอองดาวค่อยๆทลายลงหวังว่าการดูแลช่วยเหลือ เห็นใจกันเข้าใจกันของคนทั้งคู่จะทำให้ความรักสุขงอมถึงฝั่งฝันในที่สุด
7.30 น. ละอองดาวหิ้วตะกร้าอาหารเสบียงออกมาหน้าบ้าน ณนนท์ยืนคอยท่าอยู่ก่อน พร้อมอุปกรณ์ช่างของพ่อที่ยังเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี
“ใครอยู่ในบ้านเหรอนนท์” ปกติละอองดาวเห็นเขาอยู่คนเดียว
“พี่ภัทรกลับบ้านนะ กลับมาเมื่อคืน” พร้อมสาวสวยนุ่งสั้นห่มสั้นอีก1 คน โชคดีที่วันนี้เขามีนัดกับเด็กสาวตรงหน้า ไม่อย่างนั้นคงอยู่บ้านอย่างไม่เป็สุข
“อ๋อ”
“เราไปกันเถอะขิม นนท์โทรนัดให้เขาเอาสีทาบ้านมาส่งตอน 8 โมงตรง”
“อืม” แล้วหนุ่มสาวก็พากันเดินเคียงข้างกันจนถึงถนนใหญ่เลี้ยวซ้ายไปอีก 200 เมตรก็ถึงทาวน์เฮ้าส์หลังที่ว่าณนนท์เริ่มปู วาง แปะกระดาษป้องกันสีร่วงหล่นใส่กระเบื้องลายสวยเมื่อพนักงานนำสีที่้า ตามจำนวนที่ระบุไปในคำสั่งซื้อออนไลน์ ณนนท์ก็เริ่มลงมือทาสีหวานลูกกวาดทันทีละอองดาวเป็ลูกมือช่วยหยิบโน้น ล้างแปรงน้อยใหญ่ให้นายช่างหนุ่มสองแรงช่วยกันขันแข็ง เมื่อเริ่มเหนื่อยใน่สายๆ ก็ต่างนั่งพัก
“อัลมอนช๊อคโลแลตบราวนี่จ้ะ ลองชิมดูหน่อยสิว่ารสชาติพอใช้ได้หรือเปล่า”ละอองดาววางจานใบเล็กน่ารักที่มีเ้าขนมน่าตาน่าทาน พร้อมน้ำพันซ์สตอเบอรี่เย็นๆในขวดถูกเทใส่แก้วพลาสติก
“อือหื้อ ขิม”
“เป็ไง อร่อยพอที่ขิมจะทำขายที่ร้านได้หรือเปล่า” ละอองดาวลิสรายการขนมและเครื่องดื่มทั้งคืนถ้าณนนท์ให้ผ่าน เ้าขนมและเครื่องดื่มตรงหน้าจะถูกบรรจุอยู่ในเมนูของร้านอย่างแน่นอน
“อร่อยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว นนท์ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะแต่ขิมทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น” ณนนท์เชื่อมั่นเหลือเกินร้านขนมแห่งนี้จะต้องขายดิบขายดีราวเททิ้ง ละอองดาวมีพร์เื่การทำอาหารขนมเหลือเกิน...หาตัวจับยากจริงๆ
“แหม่ นนท์ ขิมก็รู้งูๆปลาๆเท่านั้น ไม่ได้เก่งกาจอะไรสักหน่อย” สาวน้อยถ่อมตัวเธอใช้วิธีศึกษาจากยูทูปแล้วมาฝึกมาประยุกต์ทำในสไตล์ที่ชื่นชอบ โดยเมื่อก่นเน้นทำทานกันเองในครอบครัว
“จริงครับ ขิมดูปากของนนท์นะ ขิมทำอาหารอร่อยที่สุดในโลก ถ้านนท์จะขอฝากท้องไว้ตลอดชีวิตจะได้หรือเปล่า”เเววตาว่าที่คุณหมอสั่นระริก
“ได้สิ แต่ขิมกลัวว่านนท์จะเบื่อมากกว่า” ละอองดาวไม่ได้เข้าใจความหมายที่ซ่อนเร้นหรอกเธอตอบกลับรวดเร็วเพราะเต็มใจตอบเเทนณนนท์ที่คอยช่วยเหลือต่างหาก
“ไม่เบื่อ ไม่มีวันเบื่อแน่นอน” เด็กหนุ่มจ้องโดยไม่หลบตาละอองดาวเสียเองที่เริ่มหายใจติดขัดเพราะสายตาแปลกๆของเขา
“ขิมครับ”
“อือ”
“ขิมครับ” เขาเรียกซ้ำหวังให้เธอหันมา
“วะ ว่าไงเหรอนนท์” คนเอียงอายสอบถามแต่ใบหน้าเอียงไปอีกทางไม่กล้าสบตาคู่คมของคนตรงหน้า
“หันมามองนนท์ก่อนสิครับ”
“นะ นนท์มีอะไรเหรอ” เด็กสาวยอมหันมาสบตาเเล้ว เสียงหวานเริ่มติดๆขัดเหมือนลมหายใจเข้าออก
“นนท์รักขิม"
"นนท์" สาวน้อยเบิกตากว้าง ตื่นใ
"ถ้าขิมอนุญาตนนท์ขอดูแลขิมตลอดไปนะ” ไม่มีอะไรจะเสียสำหรับณนนท์มันมีแต่ได้กับได้ เขารักเธอโดยไม่มีข้อแม้ ไม่้าอะไรตอบแทนทั้งนั้นไม่ว่าเธอจะตอบรับหรือปฎิเสธความรักครั้งนี้เขาก็จะยืนอยู่ที่เดิมเพื่อดูแลเธอไปตลอด ตามที่ตั้งใจ
“นนท์” ละอองดาวกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อคืนก่อน เธอเพิ่งตั้งคำถามกับตนเองว่าเพื่อนบ้านคนนี้เข้ามาช่วยเหลือมาดูแลกันเพราะเหตุผลอะไรกันแน่ มารดากระตุ้นให้เธอฉุกคิด และก่อนหน้านี้เธอแค่สงสัยแต่ตอนนี้มันชัดเจนทุกอย่างแล้ว...เขาทำเพราะเขารักเธอ
แล้วตัวเธอล่ะขิม เธอรักเขาเหมือนที่เขารักเธอด้วยหรือเปล่า
ละอองดาวเฝ้าถามตัวเอง เธอรู้สึกสบายใจเวลามีเขาอยู่ด้วยณนนท์จะช่วยเหลือหรือช่วยแก้ปัญหาให้ได้ทุกอย่างทุกครั้งที่มีปัญหาเธอจะคิดถึงเขาคนแรกและณนนท์ก็เป็คนแรกที่ปรากฎตัวต่อหน้าเธอ
ณนนท์ชอบอาหารที่เธอทำ ละอองดาวก็อยากทำให้เขาทานไปเรื่อยๆเหมือนกัน
ตอนคุยโทรศัพท์กันเธอมักจะเผลอยิ้มและหน้าแดงเสมอ
หลังๆมานี้เธอแอบคิดถึงเขาบ่อยขึ้น ยิ่ง่เวลาก่อนนอน เธอจะคิดถึงมากหน่อย
แบบนี้จะเรียกว่ารักได้หรือเปล่า มันคือความรักใช่ไหม เด็กสาวก็ไม่ค่อยมั่นใจ
“ขิมไม่ต้องรีบให้คำตอบหรอกนะ นนท์ไม่ได้้าเร่งรัดอะไรขิม เมื่อไหร่ที่ขิมพร้อมขิมค่อยบอกก็ได้...ไม่ว่าคำตอบจะเป็อย่างไงนนท์ขอสัญญาว่าจะอยู่ข้างๆขิมแบบนี้ต่อไปในฐานะอะไรก็ได้ที่ขิมอยากให้นนท์เป็”อะไรก็ได้จริงๆ การได้เห็นเธอมีความสุขก็คือความสุขของเขาแล้ว
แค่ได้มองรอยยิ้มหวานๆของเธอทุกวัน ได้เห็นความสุขของละอองดาว จะให้เขายืนมองจากตรงไหนก็ได้...ไม่มีปัญหาหรอก
และแล้วคุณปัทมาพร้อมด้วยนางแช่มก็มาถึงเด็กหนุ่มสาวที่เผลอจ้องมองกันรีบหลบสายตาไปมองที่อื่นอย่างเก้อเขิน
“นี่ฝีมือณนนท์จริงๆเหรอลูก” มองผ่านแวบเดียวก็รู้ว่าฝีมือไม่ธรรมดาเป็ระเบียบเรียบร้อยและทำงานได้เร็วๆมากเพียงแค่สองชั่วโมงกว่าๆก็ทาสีเบอร์รองเกือบหมดทั้งร้านแล้ว
“ครับคุณป้า ด้านตัวร้านผมจะทาสีชมพูอ่อน้าตัดกับสีเข้มด้านล่างเพื่อให้บรรยากาศน่ารักเป็กันเองส่วนด้านหลังก็ทาสีขาวนวลเกรดธรรมดาก็น่าจะพอครับ” ชายหนุ่มบรรยายพร้อมชี้ฝาผนังประกอบ
“ก็ดีนะ ป้าว่าโทนสีสว่างสบายตา สวยเชียวนะคะน้องขิมคิดเหมือนแม่มั้ยลูก”
“ค่ะคุณแม่” ละอองดาวมองก้าวแรกของร้านในอนาคตอันใกล้อย่างชื่นชมหากไม่ได้ณนนท์เข้ามาช่วยเหลือ ลำพังเธอและมารดาคงมาไม่ถึงขั้นนี้โดยง่าย
แล้วทั้ง 4 คนก็ช่วยงานกันระยะหนึ่ง ก่อนที่นางแช่มจะเดินทางไปซื้อวัตถุดิบทำขนมที่ห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงส่วนมารดาอย่างคุณปัทมาก็รีบกลับไปบ้านก่อนเที่ยงเพราะตอนนี้ทิ้งผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองไม่ได้ไว้ตามลำพัง
“เราพักทานข้าวกันก่อนนะขิม เดี๋ยวค่อยลงสีซ้ำอีกรอบก็เสร็จแล้ว” ณนนท์ปาดเหงื่อและวางอุปกรณ์ลงในกระบะรองพอดีกับเสียงสายเข้า
กริ่ง กริ่ง
“ฮัลโหลครับ”
“ใช่ครับ พี่มาถึงแล้วเหรอครับ ครับๆผมอยู่ในร้านกำลังจะออกไป” แล้วเด็กหนุ่มก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินออกไปนอกร้านละอองดาวที่กำลังจะจัดแจงมื้อเที่ยงก็รีบวางมือและเดินออกไปดูด้วยเช่นเดียวกัน
เธอออกมาทันเห็นณนนท์รับเอกสารจากคนขับรถ 6 ล้อสีขาวมาอ่าน ก่อนจะตวัดเซ็นต์ชื่อใน่พริบตาเดียวหลังจากนั้นละอองดาวก็มองผู้ชาย 2-3 คนช่วยกันยกตู้กระจกที่ห้อหุ่มเอาไว้บางส่วนลงมาจากหลังรถก่อนมันจะถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในตัวร้าน
“เรียบร้อยแล้วนะครับ” เ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารในมือส่งของถึงมือลูกค้าเสร็จสิ้น
“ขอบคุณมากครับพี่” ณนนท์ยกมือไหว้ขอบคุณละอองดาวที่ยืนมึนอยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นไหว้ด้วยเช่นกัน
“นี่มันอะไรกัน” คล้อยหลังบุคคลแปลกหน้า เด็กสาวถามขึ้นทันที
“ตู้วางขนมของขิมไง” เด็กหนุ่มพูดพรางเกะพลาสติกห่อหุ้มออก...อืมตรงตามสเปคที่เขาคุยกับเ้าของร้าน
“ตู้ของขิมเหรอ” นี่มันอะไรกัน งงหมดเเล้ว
“ไม่ต้องงงหรอกขิม จะมีร้านขนมก็ต้องมีตู้ใส่เค้ก พวกบราวนี่สิจะได้ควบคุมอุณหภูมิยืดอายุขนมอร่อยๆที่ขิมทำยังไงล่ะครับ” ของมันจำเป็ต้องมี
ละอองดาวคิ้วผูกเป็ปม ใบหน้าของเธอไม่ค่อยสบายใจเลยเ้าสิ่งนี้มันราคาสูงหลักหมื่นเชียวนะ
“แต่ขิมกับคุณแม่ตั้งใจไว้ว่า...” ต้องรอสักพักจึงจะซื้อไม่อยากลงทุนเยอะมากเพราะสภาพคล่องทางการเงินยังไม่อำนวยในเวลานี้
“เอาเถอะน่า ไหนๆนนท์ก็ซื้อมาแล้ว ขิมรับไปเถอะนะครับคิดเสียว่าเป็ของขวัญจากเพื่อนคนนี้”
“นนท์ แล้วขิมจะรีบหาเงินมาใช้คืนนะ” จะให้รับไว้เฉยๆได้ไงกันล่ะของมันมีราคานะ เธอทำไม่ได้หรอก
“ไม่ต้องหรอก เอาเป็ว่าแค่ขิมทำกับข้าวทำขนมอร่อยๆให้นนท์ได้ทานบ่อยๆก็พอแล้ว” กรอด กรอด กรอด
“โอ้ย ท้องร้องประท้วงแล้วล่ะ มีอะไรทานบ้างเอ่ย” ว่าที่คุณหมอรีบเบี่ยงเบนความสนใจของสาวเ้าละอองดาวน่ะขี้เกรงใจและชอบคิดมากเป็ที่หนึ่ง
ขนาดเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเธอเองสำคัญกับเขาขนาดไหน...ก็ยังเกรงใจเหมือนเดิม
“ถ้าอย่างนั้นมากินข้าวกัน ขิมทำของโปรดมาให้นนท์ด้วยนะ” ปิ่นโตสีชมพูน่ารักถูกยกออกมาจากตะกร้า แกงเขียวหวานไก่ กุ้งผัดบร๊อคโคลี่และทอดมันปลากรอบส่งกลิ่นหอมปะทะโสตจมูก
“ว้าว น่าทานจังเลย”
“น่าทานก็ต้องทานเยอะๆนะ นนท์ช่วยขิมมาทั้งวัน” ข้าวถูกตักโดยทัพพีก่อนส่งให้เพื่อนสนิทบ้านตรงข้าม น้ำพันซ์สตอเบอร์รี่เย็นในขวดใบเดิมเทลงแก้วพลาสติก
“ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่นนท์เต็มใจช่วยขิมทุกวันไป...ตลอดชีวิต” เขากล่าว แล้วรีบตักอาหารเข้าปาก ไม่กล้าเอาหน้าแดงๆเขินอายของตัวเองให้เธอมอง...ทำไมเดี๋ยวนี้เขาพูดจาน้ำเน่าเชยๆ พวกนี้เก่งจัง
เพราะมันกล้าเงยหน้ามองอีกฝ่าย ณนนท์เลยพลาดโอกาสดีๆ ที่จะได้เห็นหน้าแดงสุกใสราวผลตำลึงสุกของละอองดาว
เช้าวันพฤหัสบดีมาถึง คุณปัทมาละอองดาวและนางแช่มถือโอกาสตักบาตรพระ 3 รูปหน้าร้านอย่างเรียบง่าย จากนั้นเด็กสาวเดินไปบริเวณใกล้เคียงเพื่อแจกแผ่นผับส่วนลด7 วันแรกในการเปิดร้านใหม่ เธอแจกั้แ่เช้าจวนใกล้เที่ยงหลังจากนั้นละอองดาวต้องรีบกลับบ้านเพื่อมาดูแลบิดา จะทิ้งท่านไว้ตามลำพังนานๆไม่ได้คุณปัทมาและนางแช่มมีหน้าที่หลักประจำอยู่หน้าร้าน รับลูกค้า รับออเดอร์ทางโทรศัพท์ส่วนละอองดาวเป็มือหนึ่งในการทำขนม หญิงสาวจะเตรียมการและทำขนมรออยู่ที่บ้านและทำหน้าที่ไปส่งขนมที่ร้านหน้าปากซอยเท่านั้นไม่ขัดกับหน้าที่หลักในการดูแลบิดาป่วยตามที่ตั้งใจเอาไว้ั้แ่แรกเริ่ม
่ปิดร้านตอนเย็นละอองดาวก้าวมาในร้านพร้อมๆกับณนนท์ที่กลับมาจากมหาลัย
“มาพร้อมกันเลยนะสองคน ใจตรงกันจริงๆ” นางแช่มเป็คนที่กล่าวแซวเด็กทั้งสองณนนท์และละอองดาวหน้าแดงขึ้นพร้อมกันอัตโนมัติ
“น้องขิมมาช่วยคุณแม่กับป้าแช่มขนของกลับบ้านต่างหากล่ะคะ” เด็กสาวหลบหน้าหลบตา ตอบบ่ายเบี่ยง
“ผมกะว่าจะมาอุดหนุนสักหน่อย นี่ขายหมดแล้วเหรอครับ” เด็กหนุ่มมองตู้เปล่าไร้ขนมถูทำความสะอาดใสแจ๋ว
“ป้ากับน้องขิมตั้งใจไว้ว่าเราจะพยายามทำวันนี้แล้วขายให้หมดภายในวันรุ่งขึ้นนะณนนท์ขนมที่ทำไว้เมื่อวานหมดเกลี้ยงั้แ่ก่อน 6 โมงด้วยซ้ำแต่ก็อยู่รอจนเวลาปิดร้านไม่อยากหนีลูกค้า” วันแรกของกิจการเป็ไปได้สวยมากวันพรุ่งนี้คงต้องเพิ่มปริมาณขนมอีกสักหน่อย น่าจะพอดีกับกำลังซื้อของลูกค้า
“ขายดีมากเลยนะครับ แต่แย่จังผมอดกินของอร่อยๆเลย” น้ำเสียงว่าที่คุณหมอมีทั้งความดีใจปนความเสียดาย
“ใครว่าล่ะจ๊ะ ลองถามคนโน้นเขาดูสิ ว่ามีอะไรพิเศษเตรียมไว้บ้างหรือเปล่า”คุณปัทมาชี้ชวนเด็กหนุ่มให้หันไปมองเด็กสาวที่บิดขวยเขินอยู่ไม่ไกล
“อะไรพิเศษเหรอครับคุณป้า ขิม” สายตาของณนนท์เปล่งประกายตื่นเต้น
“ไม่ได้พิเศษสักหน่อย ก็แค่กับข้าวและขนมธรรมดาเตรียมไว้ฉลองร้านใหม่เท่านั้นเอง”ละอองดาวบอกปัด ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอตั้งใจทำมันสุดฝีมือเพื่อตอบแทนสำหรับความมีน้ำใจของเขาณนนท์เปรียบดังเพื่อนสนิทที่แท้จริงของเธอ
ณนนท์ทำอะไรให้ตั้งหลายอย่างเหน็ดเหนื่อยกับครอบครัวของเธอมากโข...เธอแค่ทำอาหารและขนมที่เขาชอบให้ทานก็เท่านั้น…ไม่ได้พิเศษสักอย่าง เพราะเขาเป็คนพูดเองนี่น่าว่าอยากทานกับข้าวฝีมือเธอไปตลอดชีวิต...ก็ทำให้ทานแล้วนี่ไงเล่า
หัวใจของณนนท์เหมือนลูกโป่งถูกสูบฉีดให้ลอยฟูฟ่อง ยามได้เห็นท่าทีขัดเขินอายของเด็กสาวในดางใจท่าทางกายภาพชี้ชัด ว่าที่คุณหมอเริ่มจะแน่ใจ
นนท์คงไม่ได้คิดไปเองหรอกใช่ไหม...ขิมเริ่มมีใจให้กับนนท์แล้วไช่ไหมครับ