ในขณะที่เทียนฉินกำลังไล่ล่าสังหารสัตว์อสูรที่รูปร่างคล้ายงูมาอยู่นั้น จู่ๆพื้นดินก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างแรง และในไม่ช้าก็มีร่างๆหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากใต้ดิน ลำตัวของมันล้วนเต็มไปด้วยเกร็ดสีดำ แต่กลับมีขนาดใหญ่กว่าตัวที่ผ่านๆมาอีกเท่าตัว บนหัวของมันมีเขาสีขาวขึ้นอยู่ตรงกลางระหว่างดวงตาสีแดงกล่ำ
"ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะพัฒนาสายเลือดของมันจนเกือบจะกลายเป็นมังกรได้แล้ว!"
หลงยู่หมิงอุทานออกมาอย่างตกตะลึงที่เห็นสัตว์อสูรที่มาใหม่ตัวนี้ เพราะตัวเขาเป็นถึงมังกรที่มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ จึงสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของมันได้ไวกว่า
"สัตว์อสูรกลายพันธุ์อย่างนั้นหรือ?"เทียนฉินพยักหน้าพึมพำอยู่ในใจ พลางพุ่งทะยานเข้าไปโจมตีสัตว์อสูรตัวนั้นทันที โดยไม่ได้สนใจเลยว่ามันจะมีสายเลือดอะไรอยู่ในตัว
"อัคคีกัมปนาท!"
มังกรเพลิงทั้งสามตัวพันเกี่ยวรวมกันเป็นมังกรยักษ์ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายงูตัวนั้นไม่ได้หลบหนี กลับหันไปด้านข้างแล้วตวัดหางเข้าฟาดมังกรยักษ์เต็มแรง เสียงปะทะกันดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างหักโค่นลุกไหม้จนสว่างไสวไปทุกพื้นที่ เทียนฉินอาศัยมังกรยักษ์ที่เบี่ยงเบนความสนใจมัน พริ้วตัวเข้ามาทางด้านหลังก่อนจะออกกระบวนท่าเฉือนนภาเข้าใส่ทันที
ตู้ม!
คลื่นดาบที่ผสานไปด้วยแก่นแท้ธาตุสายฟ้าฟาดเข้าใส่หลังมันเต็มแรง จนกระทั่งมีเกล็ดบางส่วนหลุดร่อนออกมา ส่วนตัวของสัตว์อสูรก็กระเด็นลอยออกไปไกล
สัตว์อสูรพลิกตัวกลับมาลุกขึ้นยืนสี่ขาพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ตามตัวของมันมีเลือดสีแดงเข้มไหลหยดลงเป็นทางยาว เทียนฉินไม่ปล่อยให้มันได้มีโอกาสตั้งตัว พุ่งทะยานเข้าหาก่อนจะเงื้อดาบวาดออกไปอีกครั้ง
คลื่นดาบทั้งแปดผสานไปด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว สัตว์อสูรตัวนั้นรับรู้ได้ถึงอันตรายพยายามจะมุดดินหลบหนี แต่ก็ไม่อาจจะหลบได้ทัน ถูกคลื่นดาบสี่เล่มทิ่มแทงเข้าใส่ลำตัวโดยตรง
ตู้ม!
คลื่นดาบเข้ากระแทกกับเกล็ดของมันเต็มแรง แต่กลับมีคลื่นดาบเล่มหนึ่งทิ่มทะลุเข้าที่ท้องของมัน จนเนื้อเปิดอ้าเลือดไหลทะลักราวกับน้ำพุ เทียนฉินอาศัยจังหวะนี้พริ้วตัวเข้าใกล้มัน ก่อนจะจ้วงแทงดาบเขี้ยวพยัคฆ์เข้าซ้ำตรงแผลเดิมทันที
ตู้ม!
หน้าท้องของสัตว์อสูรที่เปิดอ้าอยู่แล้ว ถูกดาบเขี้ยวพยัคฆ์กระแทกใส่ก็พลันระเบิดออกกลายเศษเลือดเศษเนื้อกระจุยกระจาย ส่งกลิ่นคาวเหม็นฟุ้งไปทั่วบริเวณ เทียนฉินขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีพร้อมกับยื่นมือเข้าไปที่หัวมันที่หลงเหลืออยู่อย่างรวดเร็ว และใช้เวลาเพียงไม่นานเท่าไหร่ซากของสัตว์อสูรตัวนั้นก็สลายหายไปไม่หลงเหลืออีกเลย
เทียนฉินยืนถอนหายใจมองดูบันไดสีฟ้าครามที่ทอดยาวลงมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตามุ่งมั่นกระชับดาบในมือก้าวเดินขึ้นไปต่อทันที และเมื่อมาถึงชั้นที่เก้าบรรยากาศโดยรอบยังมืดมิดและเงียบสงบ แต่ทันใดนั้นร่างกายของเทียนฉินพลันหดตัวรัดแน่น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายบางอย่างที่ถูกจ้องมองอยู่จนทำให้ขนลุกไปทั้งตัว
"มันคืออะไรกันแน่?" แววตาของเขาหรี่แคบลงก่อนจะส่งกระแสจิตไปสำรวจรอบๆอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่พบสิ่งใดอยู่ที่นั่นเลย แต่สัญชาตญาณของเขาก็กระตุ้นเตือนอยู่ตลอดว่ามีอันตรายอยู่แน่
"อ่า!"
ทันใดนั้นเองพลันมีเสียงถอนหายใจดังขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะเบามากก็ตาม แต่เทียนฉินก็ยังสัมผัสเสียงนั้นได้อย่างชัดเจน ทำให้เขามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวังตัวมากขึ้น และในจังหวะเดียวกันก็มีเสียงฝีเท้ามากมายดังขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดนี้
เทียนฉินเร่งขับเคลื่อนพลังออกมาเต็มที่ พร้อมกับกระชับดาบเขี้ยวพยัคฆ์ในมือแน่น ไม่ว่าสิ่งใดจะปรากฏขึ้นมา เขาก็เตรียมพร้อมจะลงมือกับมันในทันที แต่เพียงไม่นานภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก มีซากศพนับร้อยตัวโผล่ขึ้นมาจากความมืดแต่กลับไม่มีหัวแม้แต่ตัวเดียว อีกทั้งยังมีโซ่ตรวนพันล้อมรอบอยู่ที่ขาทั้งสองข้างในสภาพทรุดโทรมอย่างมาก
"ซากศพไร้หัว?"
เทียนฉินอุทานขึ้นมาอย่างแปลกใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ตามเมื่อถูกตัดหัวออกไปแล้ว วิญญาณของพวกมันก็จะแตกเป็นเสี่ยงไม่อาจรอดชีวิตได้อีก แต่ซากศพที่ไม่มีหัวพวกนี้กลับยังขยับร่างกายได้ อีกทั้งกลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมายังรุนแรงและดุดันน่ากลัวเป็นอย่างมาก
"หรือพวกมันเป็นศพของพวกปีศาจนอกรีตกัน?" เทียนฉินพึมพำครุ่นคิดอยู่ในใจ หากดูจากเศษเสื้อผ้าที่หลงเหลืออยู่ตามร่างกายของพวกมัน รวมถึงอาวุธต่างๆที่พวกมันถืออยู่ไม่ว่าจะเป็นค้อน หรืออาวุธแปลกๆที่เขาไม่เคยเจอ เทียนฉินกลับพอเดาได้รางๆว่าพวกมันไม่ใช่ผู้ฝึกฝนทั่วไปอย่างแน่นอน
และจากการที่เขาเคยได้เข้าไปยังหอคอยปฐมอัคคีรวมถึงสุสานของผู้พิทักษ์ สิ่งที่ได้รู้ในตอนนั้นคือสงครามของจักรพรรดิฮงกวงกับปีศาจที่มาจากต่างแดน จนเกิดการเข่นฆ่าล้มตายกันเป็นจำนวนมาก
"ดูเหมือนว่าการต่อสู้ที่ผ่านมา พวกปีศาจนอกรีตคงถูกผู้ที่สร้างหอคอยแห่งนี้จับมาทรมาณจำนวนมากแน่!"ความรู้สึกของเทียนฉินตอนนี้ทั้งสับสนและชื่นชมในความสามารถของจักรพรรดิฮงกวง
พรึ่บ!
และในขณะนั้นเองเสียงเคลื่อนไหวของพวกมันก็ดึงสติของเทียนฉินกลับมา เขาจ้องมองไปที่ซากศพไร้หัวพวกนั้นที่ล้อมรอบตัวเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เฉือนนภา!"
เทียนฉินสูดหายใจก่อนตะโกนออกมาพร้อมกับวาดดาบออกไปทันที
"ตู้ม!"
ก่อนที่ซากศพเหล่านั้นจะโจมตีเข้ามา พวกมันบางตัวก็ถูกคลื่นดาบเข้ากระแทกใส่จนร่างแตกกระจายเป็นชิ้นๆ แต่เทียนฉินไม่คิดที่จะหยุดโจมตีเลยสักนิด เพราะที่แห่งนี้มีซากศพไร้หัวจำนวนมากราวกับกระแสน้ำ
เมื่อโจมตีไปครั้งหนึ่งเทียนฉินก็พริ้วตัวไปอีกทางทันที จากนั้นจึงวาดดาบผสานเปลวเพลิงเข้าฟาดฟันพวกมันไม่ยั้งมือ ถึงแม้ว่าซากศพพวกนั้นจะไร้ซึ่งจิตวิญญาณ แต่กลับโจมตีโต้กลับมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ซากศพหลายตัวปลดปล่อยคลื่นพลังสีดำกลายเป็นสัตว์ร้ายเข้าตอบโต้ ส่วนบางตัวก็พุ่งทะยานเข้าโจมตีด้วยอาวุธที่พวกมันมีอยู่อย่างเหี้ยมโหด
เทียนฉินที่ทำลายซากศพไร้หัวไปได้บางส่วนก็เผยรอยยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าซากศพพวกนี้เป็นพวกปีศาจนอกรีตแล้ว พลันจิตวิญญาณการต่อสู้ก็พลุกพล่านลุกโชนขึ้นมาเต็มที่ ถึงแม้พวกมันจะกลายเป็นซากศพที่ไร้ชีวิตไปแล้ว แต่พวกนอกรีตก็คือพวกนอกรีต ดังนั้นเขาจึงกระตุ้นพลังทั้งหมดที่มีเข้าโจมตีพวกมันโดยไม่สนใจสิ่งใดอีก
ตู้ม!
ตู้ม!
เสียงปะทะกันดังก้องกังวานอยู่ภายในชั้นที่เก้านี้อย่างต่อเนื่อง เศษซากศพที่ถูกเผาไหม้แตกหักกระจัดกระจายเกลื่อนท้องฟ้า ราวกับว่าอยู่ในงานเทศกาลดอกไม้ไฟ และด้วยเคล็ดวิชาแก่นแท้เบญจธาตุที่ช่วยฟื้นฟูพลังได้ไม่มีขีดจำกัด ทำให้เทียนฉินยิ่งต่อสู้ยิ่งดุดันขึ้นเรื่อยๆ จนทำลายซากศพไร้หัวพวกนั้นเกินครึ่งไปแล้ว
เพียงเวลาผ่านไปไม่นานนัก ซากศพไร้หัวเหล่านั้นก็ถูกเทียนฉินทำลายลงจนไม่เหลือซาก และทันทีที่ซากศพตัวสุดท้ายถูกเทียนฉินจัดการสำเร็จ บรรยากาศรอบด้านก็พลันแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นปราสาทหลังสีฟ้าครามหลังหนึ่ง ตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้าอยู่ด้านหน้าท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง
ตรงด้านหน้าปราสาทมีบันไดหินถูกตะไคร่น้ำสีเขียวขึ้นปกคลุมเป็นหย่อมๆอยู่ทุกขั้น เทียนฉินแหงนหน้ามองสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างเงียบสงบ ภายในใจครุ่นคิดเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างหอคอยทั้งสอง ถึงแม้ว่าปราสาทภายในชั้นที่เก้านี้จะแตกต่างจากปราสาทในหอคอยปฐมอัคคีอยู่บ้าง แต่ลั
กษณะส่วนใหญ่หากมองโดยรวมแล้ว ล้วนมีความคล้ายคลึงกันมากทีเดียว
จบตอนที่ 153