ฐานที่ตั้งขององค์กรวิญญาณโลกันต์อยู่ใจกลางของเทือกเขายาร์เวย์
แมคโวลัคสั่งให้หยุดก่อนที่จะถึงใจกลางของเทือกเขายาร์เวย์
“ พวกองค์กรมืดระดับสูงๆนั้นจะมีกำแพงลวงตาครอบคลุมเอาไว้ทำให้ไม่สามารถมองเห็นฐานของพวกมันได้อย่างชัดเจน ” แมคโวลัคพูดขึ้น
“ แล้วมีทางแก้ไหมครับ? ” ไลท์ถามด้วยความสงสัย เพราะถ้าหากไม่มีทางแก้เขาก็มีวิธีการที่จะทำลายม่านลวงตานี้
“ มีอยู่แล้วล่ะ” แมคโวลัคหัวเราะก่อนที่จะเรียกจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งให้เดินออกมา
“ ฝากด้วยนะอัสซู ” แมคโวลัคพูดขึ้น
อัสซูพยักหน้ารับก่อนที่จะร่ายเวทย์เบาๆ ทันใดนั้นดวงตาของอัสซูก็เปร่งแสงออกมา
ไลท์และคนอื่นๆมองดูด้วยความสนใจ
“ อัสซูเป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจในด้านคาถาลวงตาอย่างมาก ” แมคโวลัคพูดขึ้น
“ เวทย์ลวงตางั้นหรอ! ” ไลท์พึมพำออกมาด้วยความสนใจ เพราะเขาไม่เคยเจอจอมเวทย์ที่ใช้เวทย์ลวงตามาก่อนเลย ไม่สิเขาเคยเจออยู่คนหนึ่งก็คือจอมเวทย์เผ่าเอลฟ์ที่ใช้เวทย์สร้างพื้นที่ลวงตาให้พวกเขาแอบซ่อนตัวก่อนที่จะไปช่วยเมลิซ่า
“ พวกเธอคงไม่เคยเจอจอมเวทย์ที่ใช้เวทย์ลวงตามาก่อนเลยใช่ไหม ” แมคโวลัคหัวเราะออกมา
พวกไลก้าต่างก็พยักหน้า นอกจากไลท์ เฮลเฟลช และเมลิซ่าเท่านั้นที่เคยเห็นจอมเวทย์ลวงตามาก่อน
“ ก็ไม่แปลกที่พวกเธอไม่เคยเจอจอมเวทย์ลวงตา เพราะว่าเวทย์ลวงตานั้นถูกนับว่าเป็นเวทย์พิเศษเช่นเดียวกับพวกธาตุพิเศษ ถ้าหากธาตุพิเศษจะเจอในทุกๆหมื่นคนหรือแสนคน แต่สำหรับเวทย์ลวงตานั้นถ้าหากมีจอมเวทย์สิบล้านคนก็อาจจะมีจอมเวทย์ลวงตาปรากฏขึ้นหนึ่งคนหรืออาจจะไม่ปรากฏขึ้นเลยก็ได้ จึงนับว่าเป็นเวทย์ที่หายากในหมู่ธาตุพิเศษด้วยกันเลยทีเดียว ซึ่งสภาจอมเวทย์เองก็มีจอมเวทย์ลวงตาเพียงแค่สามคนเท่านั้น ซึ่งทั้งสามคนนี้จะได้รับการดูแลอย่างดี
ซึ่งเวทย์ลวงตานี้ไม่สามารถสืบทอดมาจากพ่อแม่ได้ด้วยทำให้มันกลายเป็นเวทย์ที่หายากมากๆและจอมเวทย์ลวงตาก็เป็นที่ต้องการของกองกำลังระดับสูง ” แมคโวลัคอธิบาย
ไลท์และคนอื่นๆที่ได้ยินที่แมคโวลัคพูดก็พากันตกใจและไม่อยากเชื่อเลยว่าเวทย์ลวงตาจะหายากแบบนี้
อัสซูมองไปด้านอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะคลายเวทย์ออก ทำให้ดวงตาของอัสซูกลับมาเป็นปกติ
“ หัวหน้าผมคิดว่าเราต้องเข้าไปด้านในอีกหน่อยครับ เพราะนี้น่าจะยังไม่ใช่ที่ตั้งของพวกมันเพราะผมไม่เห็นเวทย์ลวงตาแถวนี้เลยครับ ” อัสซูพูดขึ้น
“ งั้นหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ฝากด้วยนะอัสซู ” แมคโวลัคพูดขึ้น
“ ครับหัวหน้า ” อัสซูพยักหน้าก่อนที่จะเป็นคนนำทางให้กับทุกๆคน
ผ่านไปหลายกิโลเมตร อัสซูก็สั่งให้ทุกๆคนหยุดอยู่กับที่ก่อน
สีหน้าของอัสซูเคร่งเครียดขึ้นมา
“ เกิดอะไรขึ้นหรออัสซู? ” แมคโวลัคถามด้วยความจริงจัง
“ หัวหน้าดูเหมือนว่าด้านหน้าจะเป็นที่ตั้งของพวกองค์กรวิญญาณโลกันต์แล้วครับ ” อัสซูพูดขึ้น
ไลท์และคนอื่นๆมองตรงไปด้านหน้าก็เห็นเพียงแค่ป่าไม้ธรรมดาเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าองค์กรวิญญาณโลกันต์ใช้เวทย์ลวงตาในการพลางฐานที่ตั้งของพวกมันจริงๆ
ไลท์ที่เห็นดังนั้นจึงลองใช้ทักษะเนตรเทวะดูบ้าง
เนตรเทวะเป็นทักษะระดับสูงที่จะสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นเช่นเห็นพลังงานสวรรค์และปฐพีได้อย่างชัดเจนและมันยังสามารถมองค่ายกลลวงตาออกอีกด้วย ซึ่งนี้เนตรเทวะจึงเหมาะแก่การตรวจสอบเวทย์ลวงตาอย่างมาก
ดวงตาของไลท์ส่องแสงสีทองขึ้นมา
จากนั้นภาพด้านหน้าจากป่าธรรมดาก็กลายเป็นว่ามีพลังงานบางอย่างกำลังปิดบังไม่ให้เขามองเห็นภาพด้านใน
“ นายสามารถทำลายม่านลวงตาได้ไหม? ” แมคโวลัคถามอัสซูด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อัสซูมองดูม่านพลังลวงตาด้านหน้าก่อนที่จะขมวดคิ้วแน่น
“ ผมไม่มั่นใจว่าจะทำลายมันได้ไหมนะครับ ” อัสซูตอบพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
แมคโวลัคและคนอื่นๆขมวดคิ้วแน่น
“ ถ้าหากทำลายไม่ได้พวกเราก็ไม่เห็นจะต้องทำลายมันเลยนิครับ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินออกมาด้านหน้า
แมคโวลัคและคนอื่นๆพากันสงสัย
“ หมายความว่ายังไงไลท์? ” แมคโวลัคถาม
“ ก็พวกเรามาทำลายนะครับไม่ใช่มาพูดคุย ในเมื่อมาทำลายงั้นก็ทำให้มันพังไปเลยก็ได้นิไอม่านพลังลวงตาอะไรนั้น ” ไลท์หัวเราะอย่างเย็นชา
ไลท์หยิบดาบสวรรค์คืนพิภพออกมาก่อนที่จะใช้ท่าตัดโลกาไปด้านหน้าทันที
ฟุบ
ราวกับว่าคลื่นดาบของไลท์ตัดผ่านอะไรบางอย่างจนทำให้มันไม่สามารถคงสภาพอยู่ได้อีกต่อไปก่อนที่มันจะระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นภาพป่าด้านหน้าก็ได้หายไปก่อนที่จะกลายเป็นอาคารสูงมากมายนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อสายตาของทุกๆคน
ทันใดนั้นเสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้น
“ แหม่ลูกพี่ดูเหมือนว่าจะอาละวาดเต็มที่เลยสินะ ”ไลก้าหัวเราะออกมาอย่างตื่นเต้นก่อนที่จะควงหอกและพุ่งตัวไปด้านหน้าทันที
“ ลูกพี่ขอยืมคำพูดหน่อยนะ ได้เวลาเริ่มงานเลี้ยงแห่งความตายแล้ว ” ไลก้าตะโกนขึ้นพร้อมกับแทงหอกไปด้านหน้า ก่อนที่มังกรสายฟ้าขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาจากปลายหอกและพุ่งใส่อาคารหลังหนึ่งจนมันระเบิดและพังทลายลงมา
จากนั้นก็มีกลุ่มคนในชุดขององค์กรวิญญาณโลกันต์นับร้อยคนถืออาวุธวิ่งใส่ไลก้าด้วยความโกรธ
แต่ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็มีห่าฝนกระสุนสีเขียวจำนวนมหาศาลพุ่งใส่คนของวิญญาณโลกันต์จนพวกมันตายหมดทั้งกลุ่ม
“ ไอเจ้าบ้านั้นไม่รอกันบ้างเลยนะ ” คอลรุยวางปืนไรเฟิลลงก่อนที่จะแสยะยิ้ม
“ ให้ตายสิเจ้าบ้าไลก้าดันแย่งคำพูดของฉันซะได้ ” ไลท์ถอนหายใจก่อนที่จะเหยียดยิ้มออกมา
“ ฮ่าฮ่า อาจารย์อย่าไปคิดมากเลยเจ้านั้นมันก็แย่งอาจารย์พูดตลอดนั้นแหละ ” เดซี่หัวเราะออกมาก่อนที่แววตาของเธอจะกลายเป็นจริงจังและถือดาบเทียนหยวนจือออกมาและพุ่งใส่ฐานขององค์กรวิญญาณโลกันต์ทันที
“ ไปกันเถอะ ” เบเรียลยิ้มก่อนที่จะพุ่งตัวไปด้านหน้าด้วยเหมือนกัน จากนั้นคนอื่นๆก็พุ่งตามไปด้วยความเร็ว
เหล่าจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ได้แต่นิ่งค้างและไม่ได้ขยับไปไหน พวกเขากำลังอึ้งอยู่กับฉากด้านหน้าที่พวกเขาเห็นอยู่
“ โอ้พระเจ้า นี้น่ะหรอกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ”
“ แม้ว่าจะรู้ว่าคนเหล่านี้แข็งแกร่งแต่ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ”
จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์พูดขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ
แมคโวลัคได้แต่ถอนหายใจ เขารู้สึกว่าจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของสภาจอมเวทย์นั้นดูอ่อนแอไปเลยเมื่อเทียบกับคนของไลท์
“ ไปแสดงให้เห็นว่าพวกเราสภาจอมเวทย์เองก็แข็งแกร่งเหมือนกัน! ” แมคโวลัคตะโกนสั่งการทันที
จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดต่างก็ส่งเสียงตะโกนด้วยความฮึกเหิม จากนั้นพวกเขาก็หยิบอาวุธและบินตรงไปยังฐานขององค์กรวิญญาณโลกันต์ด้วยความบ้าคลั่ง
พวกเขาต้องการที่จะสังหารศัตรูและทำให้พวกมันรู้ว่าจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของสภาจอมเวทย์เองก็แข็งแกร่งไม่แพ้พวกนักผจญภัยเหมือนกัน
เพียงไม่นานอาคารสูงหลายอาคารก็ถูกทำลายจนเหลือแค่ซากปรักหักพัง
คนขององค์กรวิญญาณโลกันต์นับพันคนได้ถูกสังหาร
บนท้องฟ้า
มีสองคู่ที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
หนึ่งคือไลก้าและคอลรุยที่กำลังสู้กับชายชราในชุดคลุมขององค์กรวิญญาณโลกันต์ที่คิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในจักรพรรดิวิญญาณ ตัวตนที่แข็งแกร่งที่แข็งแกร่งที่สุดขององค์กรวิญญาณโลกันต์ เพราะความแข็งแกร่งของชายชราอยู่ในระดับSS
ส่วนอีกคู่หนึ่งก็คือเวโรนิก้าและเบเรียลที่กำลังต่อสู้กับชายวัยกลางคนในชุดคลุมขององค์กรวิญญาณ และน่าจะเป็นหนึ่งในจักรพรรดิวิญญาณเช่นเดียวกันกับชราชาย เพราะชายวัยกลางคนคนนี้ก็มีความแข็งแกร่งในระดับSS
ส่วนทางด้านเดซี่ เธอได้ลองใช้เขตแดนแห่งบุปผา บุปผากลืนวิญญาณ
เดซี่ต้องการที่จะทดสอบว่าเธอจะสามารถสร้างร่างอวตารบุปผาได้ไหม ปรากฏว่าหลังจากที่ดูดกลืนวิญญาณไปกว่าหกร้อยคนเธอก็ยังไม่สามารถสร้างร่างอวตารบุปผาได้
“ ดูเหมือนว่าจะต้องดูดกลืนวิญญาณนับพันคนถึงจะสร้างร่างอวตารบุปผาหนึ่งร่างขึ้นมาได้ ” เดซี่พึมพำออกมา
เวลานี้ทุกๆคนต่างก็มองไปที่การต่อสู้ของทั้งสองคู่บนท้องฟ้า
สภาจอมเวทย์ต่างก็มองการต่อสู้บนท้องฟ้าด้วยความตื่นเต้น พวกเขาไม่คิดเลยว่าตัวตนระดับSอย่างพวกไลก้าจะสามารถไล่ต้อนตัวตนระดับSSได้อย่างสบายๆ
คู่ต่อสู้ของคู่ไลก้าและคอลรุยคือปาเนส เขาคือรองผู้นำองค์กรวิญญาณโลกันต์
ส่วนคู่ต่อสู้ของเวโรนิก้าและเบเรียลก็คือ โตเลน เขาคือผู้นำองคืกรวิญญาณโลกันต์
การต่อสู้ของทั้งสองคู่ดุเดือดอย่างมาก แต่ว่าปาเนสและโตเลนต่างก็ถูกไล่ต้อนจนไม่สามารถใช้มหาเวทย์ได้ก็เพราะไม่มีเวลาให้ใช้มหาเวทย์เลยดีกว่า
จนกระทั้งผ่านไปสิบนาที ปาเนสก็ถูกหอกของไลก้าแทงเข้าไปที่หัวใจจนทำให้เสียชีวิต
ร่างของปาเนสร่วงหล่นลงมาจากบนท้องฟ้าและกระแทกกับพื้นจนร่างระเบิดเป็นเศษซากไปทั่วพื้นดิน
และอีกห้านาทีต่อมา โตเลนก็ถูกเบเรียลฟันจนแขนขาดและถูกเวโรนิก้าต่อยไปที่หน้าอกจนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ในช่วงเวลานั้นเองเบเรียลก็รีบวาดดาบใส่จนหัวของโตเลนลอยขึ้นมาบนฟ้า
หลังจากที่ทำลายกับองค์กรวิญญาณโลกันต์เสร็จแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันไปหาสมบัติของพวกองค์กรวิญญาณโลกันต์
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ทุกๆคนก็มารวมตัวกันก่อนที่จะนำสมบัติมารวมกันทั้งหมด
หลังจากนั้นก็ทำการแบ่งสมบัติตามที่ตกลงกันไว้ทั้งหมดก็เดินทางกลับ
“ จริงสิ เฮลเฟลชทำลายทั้งหมดให้หน่อย ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่เขาจะสร้างม่านพลังขนาดใหญ่ล้อมรอบพื้นที่ของฐานขององค์กรวิญญาณโลกันต์
“ เข้าใจแล้วหัวหน้า ” เฮลเฟลชยิ้มก่อนที่จะลอยตัวขึ้นบนฟ้าก่อนที่จะพ่นไฟสีเขียวใส่ฐานขององค์กรวิญญาณโลกันต์จนทำให้มันกลายเป็นทะเลเพลิง
ผ่านไปสิบนาทีทุกอย่างก็ถูกหลอมละลายจนหายไปทั้งหมด
หลังจากที่ทำลายจนไม่เหลือซากแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับ
เมื่อกลับมาถึงเมืองโฟร์ลีฟแล้ว
ไลท์และคนอื่นๆก็มานั่งคุยกันที่ห้องนอนของไลท์
“ ผลประกอบการณ์ของวันนี้ก็มีประมาณสามพันล้านจีเซล ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ว้าว!! ” เดซี่ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น
คนอื่นๆเองก็รู้สึกว่ามันมากกว่าการทำลายองค์กรสามองค์กรที่ผ่านมาเสียอีก
จากนั้นไลท์ก็ทำการแบ่งเงินทั้งหมดให้กับคนอื่นๆ
หลังจากที่แบ่งเงินกันเสร็จแล้วทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปเที่ยวพักผ่อน ก่อนที่พรุ่งนี้จะออกเดินทางไปยังเมืองเทลทาวน์
เมืองเทลทาวน์คือเมืองที่อยู่ใกล้กับฐานที่ตั้งขององค์กรเดธการ์เดี้ยน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโฟร์ลีฟประมาณครึ่งเดือน
เช้าวันต่อมา
พวกไลท์ก็ออกเดินทางไปที่เมืองเทลทาวน์ ส่วนด้านหลังดาร์กโซลก็มีเรือยนต์ของสภาจอมเวทย์กำลังขับตามมา ซึ่งเรือยนต์ด้านหลังได้ปลอมเป็นเรือยนต์ขนส่ง
บนดาดฟ้า
ไลท์กำลังนอนดื่มเหล้าพร้อมกับพูดคุยกับเฟลิกซ์และแมคโวลัคไปด้วย ส่วนทางด้านเอลเรนก็ไปนั่งคุยกับสาวๆในห้องควบคุม
“ ให้ตายเถอะ คราวหน้าฉันจะสั่งให้คนทำดาดฟ้าแบบนี้มั้งดีกว่า มันสบายสุดๆไปเลย ” เฟลิกซ์พูดขึ้น ความจริงแล้วที่เรือรบของสภาจอมเวทย์เองก็มีดาดฟ้าแต่มันไม่ได้หรูหราและอยู่สบายแบบนี้
“ ฉันเห็นด้วยกับนายเลยเฟลิกซ์ ที่นี้อยู่แล้วสบายมากเลยทีเดียว ” แมคโวลัคพยักหน้าพร้อมกับดื่มเหล้าไปด้วย
“ คราวนี้ฉันว่าได้อยู่ที่นี้ทั้งวันแน่ๆ อากาศก็เย็นสบายแถมยังมีที่บังแดดบังฝงให้อีก ” เฟลิกซ์หัวเราะพร้อมกับบิดขี้เกียจบนเก้าอี้ยาวไปด้วย
“ ว่าแต่เธอฝึกฝนสมาชิกของเธอได้ยังไงกันไลท์ แต่ละคนแข็งแกร่งมากๆเลยนะ ” เฟลิกซ์ถามด้วยความสงสัย เมื่อวานเขาได้พูดคุยกับแมคโวลัคมาแล้ว แมคโวลัคบอกว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้แต่ละคนนั้นสามารถต่อกรกับตัวตนระดับSSได้แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะอยู่ในระดับSก็ตาม
“ เรื่องนั้นเป็นความลับ ” ไลท์ยิ้มออกมา
“ ฮ่าฮ่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องไม่บอก ” เฟลิกซ์หัวเราะออกมา
“ ว่าแต่ใครเป็นอาจารย์ของเธองั้นหรอ ฉันอยากรู้จักเขาจริงๆ ฉันอยากรู้ว่าเขาสร้างสัตว์ประหลาดแบบเธอออกมาได้ยังไง ” แมคโวลัคถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ อาจารย์งั้นหรอ ” ไลท์พึมพำเบาๆก่อนที่จะยิ้มออกมาและตอบว่า “ อาจารย์ของฉันชื่อว่าเทียนตี้อู่หลง แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้วล่ะ ”
เทียนตี้อู่หลง?
แมคโวลัคและเฟลิกซ์มองหน้ากันก่อนที่จะรู้สึกไม่คุ้นชื่อของเทียนตี้อู่หลงเลย
“ พวกคุณไม่รู้จักอาจารย์ของผมหรอก เพราะเขาไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็น ” ไลท์พูดขึ้น
เฟลิกซ์และแมคโวลัคก็เห็นด้วยกับไลท์ ถ้าหากเขาไม่ปรากฏออกมาก็ไม่แปลกที่จะไม่มีใครรู้จักตัวตนของเทียนตี้อู่หลง
“ น่าเสียดายจริงๆที่คนเก่งๆแบบนั้นได้เสียไปแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องไปขอคำแนะนำสักหน่อยแล้วล่ะ ”แมคโวลัคส่ายหน้าเบาๆ
“ นั้นสิคนเก่งๆแบบนั้นฉันเองก็อยากรู้จักอยู่เหมือนกันนะ ” เฟลิกซ์เห็นด้วย
“ จริงสิเธอวางแผนที่จะทำลายองค์กรเดธการ์เดี้ยนยังไง? ” เฟลิกซ์ถามด้วยความจริงจัง
“ ผมขอข้อมูลขององค์กรเดธการ์เดี้ยนทั้งหมดหน่อยครับ ” ไลท์ถาม
“ เดธการ์เดี้ยนมีตัวตนระดับSS อยู่ถึงแปดคน แต่ว่านายได้สังหารพวกมันไปแล้วสี่คน ส่วนระดับSนั้นมีอยู่ประมาณสามสิบคนแต่นายได้สังหารพวกมันไปสิบหกคนแล้ว ความแข็งแกร่งของมันได้ลดลงไปอย่างมากก็เพราะเธอ ส่วนสมาชิกของเดธการ์เดี้ยนมีมากกว่าหนึ่งพันจนเกือบๆสองพันคน ซึ่งส่วนมากจะมีความแข็งแกร่งในระดับCหรือB แต่ระดับAก็มีอยู่หลายร้อยคน ” เฟลิกซ์อธิบายให้ไลท์ฟัง