เรือนร้างตระกูลหลี่ – ห้องเก็บบันทึกลับ
ภายหลังเหตุการณ์ปะทะในพระโรง ท้องพระนครยังอยู่ในความสับสน แต่ในยามราตรีนี้ เสวี่ยเหิงเดินทางลำพังมายัง “เรือนร้างเก่าของตระกูลหลี่” นอกเขตกำแพงวัง
เขาถือเพียง “ผ้าปักชื่อ เซียง” ที่พกติดตัวมาตลอดชีวิต…แต่ในซอกลิ้นชักเก่ากลับพบสิ่งหนึ่งซ่อนอยู่—กล่องไม้สลักลายดอกเหมยที่ยังคงหอมอ่อน ๆ จากน้ำอบตระกูล เขาเปิดกล่องด้วยมือสั่น และในนั้นมีเพียงสิ่งเดียว:
จดหมายฉบับหนึ่งที่เซ็นชื่อ… “หลี่ซีซี”
อ่านด้วยน้ำตาเงียบ
“เสวี่ยเหิง…หากเจ้าพบจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าเจ้าได้เติบโตจนแข็งแกร่งพอจะรับฟังความจริงแล้ว”
“ข้าคือหลี่ซีซี…พี่สาวฝาแฝดของหลี่เซียง แม่ของหลี่หมิง…”
“เจ้าคือสายเลือดของข้า ลูกที่ข้าปกป้องด้วยชีวิต แม้ต้องอยู่ในเงาแห่งความลับ ข้าก็ยินดี หากเจ้าจะมีโอกาสมีชีวิตรอด”
“วันหนึ่ง ข้าเคยช่วยชีวิตชายคนหนึ่ง — เฮาเทียน… ข้าไม่ได้รู้ว่าเขาคือใครตอนนั้น เขาคือผู้บาดเจ็บสิ้นหวัง ข้าเพียงใช้วิชาแพทย์รักษาเขา แล้วหายไปโดยไม่ทิ้งชื่อไว้”
“ข้าไม่เคยบอกเขา ว่าคืนนั้น…เรามีเจ้า”
“ข้าไม่เคยบอกใคร ว่าตระกูลหลี่มีฝาแฝด เพราะทุกอย่างที่ข้าเป็น…ต้องจบลงเพื่อปกป้องเจ้า”
เสวี่ยเหิงทิ้งตัวลงคุกเข่า หัวใจเต้นสั่นราวฟ้าผ่า “ข้า…ไม่ใช่เพียงเงาของเฮาเทียน… ข้าคือสายเลือดของผู้หญิงคนหนึ่ง…ที่ปกป้องชีวิตของศัตรู แต่ไม่เคยเรียกร้องใดตอบแทน”
“แม่…เจ้าเคยให้อภัยเขาหรือไม่?”
ภาพในหัวแวบกลับ — เฮาเทียนผู้โหดเหี้ยม หัวเราะท่ามกลางศพนับร้อย
เสวี่ยเหิงบีบกำปั้นแน่น “ข้าจะไม่เป็นเจ้าของอดีตนั้นอีกต่อไป…”เขาลุกขึ้น มองไปยังเมืองที่ไกลโพ้น
“ถึงเวลาที่ข้าต้องเลือกทางเดินของตัวเอง — ไม่ใช่ในฐานะทายาทของมาร แต่ในฐานะ…ลูกของหลี่ซีซี”
ณ ถ้ำบรรพชนตระกูลหลี่
หลี่เซียงหยุดอ่านจดหมายที่เสวี่ยเหิงส่งมาให้ แม้น้ำตาคลอ แต่รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปาก “ซีซี…เจ้าปกป้องเขาไว้ได้จริง ๆ…”
หลี่หมิงเงียบครู่หนึ่ง ก่อนถาม“ท่านแม่ รู้หรือไม่ว่า…พ่อของเขาคือใคร?” หลี่เซียงนิ่งไป ก่อนตอบแผ่วเบา “นั่นคือความลับที่แม้แต่ข้าก็ไม่เคยรู้… ซีซีจากไปโดยไม่พูดคำเดียว…”
ตำหนักมืดใต้เขาเทียนหมิ่น –
แดนเงาของเฮาเทียน
ในห้องโถงลับที่ล้อมด้วยกำแพงหินสีหมึก เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเงียบงัน เสวี่ยเหิงเดินตรงเข้าหาเฮาเทียน ผู้ยืนอยู่ท่ามกลางม่านเงาสะบัด ราวกับเงามารในร่างมนุษย์กำลังรอคอย“ข้ากลับมาแล้ว” เฮาเทียนยิ้มน้อย ๆ ดวงตาลึกคล้ายว่างเปล่า“ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าจะกลับมา…หลังจากงานชุมนุมวังหลวง เจ้าคงเห็นแล้วว่าสัจธรรมคืออะไร”
“ข้าเห็น…” เสวี่ยเหิงพูดเสียงเรียบ “และข้าก็ได้อ่านจดหมายของแม่ข้าแล้วด้วย”
ทันใดนั้น…ม่านเงาทั้งห้องนิ่งสนิท เฮาเทียนนิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนหัวเราะเบา ๆ“เจ้าหมายถึง…หลี่เซียงน่ะหรือ? หึ นางไม่ใช่แม่เจ้า…”เสวี่ยเหิงตวัดสายตาขึ้น “ข้าหมายถึง หลี่ซีซี พี่สาวฝาแฝดของนาง” คราวนี้เงามืดในห้องเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย
“…เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
“แม่ของข้า…คือหลี่ซีซี หญิงที่เคยช่วยชีวิตเจ้ามาก่อน แต่เจ้ากลับไม่เคยรู้ชื่อของนางเลยด้วยซ้ำ”
“เจ้ารอดตายจากสมรภูมิหิมะเพราะมือของผู้หญิงคนหนึ่ง — แล้วเจ้าทำอะไรกับนางและสายเลือดของนาง?” เฮาเทียนขบกราม ดวงตาครึ้มลงทันใด “มัน…โกหก! ข้าไม่เคยมีลูกจากหญิงตระกูลหลี่! พวกนั้น…สมควรตาย!”
เสวี่ยเหิงชัก “ดาบเงาจันทรา” ออกช้า ๆ “ข้าเคยคิดว่าเจ้าคือผู้ให้ชีวิต…”
“แต่แท้จริงแล้ว…เจ้าคือผู้พรากศักดิ์ศรีของแม่ข้า!”
เงาดำในห้องเริ่มปั่นป่วน เฮาเทียนโกรธจัดจนรอบกายเริ่มแผ่กลิ่นโลหิต เขายกมือขึ้น เสียงกระซิบจากวิญญาณพันปีดังแทรก “ข้าให้พลังแก่เจ้า เสวี่ยเหิง…และเจ้าจะตอบแทนข้าด้วยการหักหลังงั้นหรือ?”
“เจ้าไม่ใช่ข้า…” เสวี่ยเหิงกล่าวเสียงมั่น “และข้าไม่ใช่เงาของเจ้าอีกต่อไป”เขาตวัดดาบเข้าฟาดใส่เงามืดโดยไม่ลังเล! เปลวพลังจันทรากระทบพลังมาร เงาทั้งห้องแทบปริแตก
เสวี่ยเหิงพุ่งร่างออกจากตำหนัก ก่อนที่พื้นจะถล่มตามแรงระเบิดจากพลังมาร เขาหอบหายใจบนหน้าผา มองย้อนกลับไปยังหุบเหวสีดำสนิทเบื้องหลัง “เจ้าไม่ใช่พ่อของข้า…ข้าจะไม่อยู่ภายใต้เงาของเจ้าอีก”
เขาหยิบ “ผ้าปักชื่อเซียง” ขึ้นแนบอก ดวงตานิ่งลึก
“ข้าจะใช้ดาบนี้…ล้างบาปให้ตระกูลหลี่ และข้า…จะสู้เคียงข้างหลี่หมิง”