ฟางซูซินทำตัวเป็ปกติหลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วก็มาทานอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ลี่ม่อมอเข้ามาแนะนำสิ่งต่างๆที่นางควรจะรู้ทั้งกฎระเบียบของจวนเนื่องจากเป็จวนของท่านแม่ทัพกฎระเบียบต่างๆของที่นี่จึงเคร่งครัด
หลังจากแจ้งสิ่งต่างๆให้ฮูหยินน้อยคนใหม่ทราบเรียบร้อยแล้วลี่ม่อมอจึงขอตัวไปทำงานต่อก่อนจะไปยังได้บอกเื่สำคัญแก่นางอีกเื่หนึ่ง
"บ่าวมีเื่จะแจ้งท่านอีกเื่เ้าค่ะท่านแม่ทัพไปราชการที่ต่างเมืองไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อใดเ้าค่ะตอนที่ท่านต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมอีกสองวันข้างหน้าท่านคงจะต้องไปเพียงลำพังเ้าค่ะ"ใจจริงนางก็แอบเห็นใจฮูหยินน้อยผู้นี้อยู่เหมือนกันแต่จะทำอย่างไรได้เื่ของเ้านายบ่าวอย่างนางจะเข้าไปยุ่งย่ามได้หรือ
"ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านมาก"ฟางซูซินตอบรับเสียงเบานางไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเื่นี้แม้แต่หน้าตาของสามีนางยังไม่เคยเห็นเลยเื่ที่เขาไม่อยู่จวนนานนางก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร
"เช่นนั้นบ่าวขอตัวไปทำงานก่อนนะเ้าคะ"ลี่ม่อมอกล่าวลาแล้วเดินออกจากห้องไป
"คุณหนู ไม่สิ ฮูหยินแล้วท่านจะทำอย่างไรเ้าคะอีกสองวันท่านก็ต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมแล้วหากว่าไม่มีท่านแม่ทัพไปด้วยคนพวกนั้นคงได้ถากถางท่านเป็แน่"ลี่ซือกล่าวด้วยความเป็ห่วงนางไม่อยากให้ใครมาว่าร้ายให้คุณหนูของนางได้เจ็บช้ำน้ำใจ
"จะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อคนก็ไม่อยู่ในเมืองหลวงแล้วข้าก็คงต้องไปเพียงผู้เดียว"จะไม่ไปก็ไม่ได้เช่นนั้นก็มีเพียงทางเลือกเดียว ทนๆยอมฟังพวกนางไปเดี๋ยวก็จบแล้ว
"หากท่านไม่อยากอยู่นานก็แกล้งป่วยจากนั้นก็ขอตัวกลับจวนดีหรือไม่เ้าคะ"ลี่ซือยังคงพยายามสรรหาวิธีที่จะทำให้คุณหนูของนางพบเจอกับคนเ่าั้ให้ได้น้อยที่สุด
"ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถิดตอนนี้พวกเราช่วยกันจัดข้าวของกันดีกว่า"ในตอนนี้นางยังไม่อยากจะคิดเื่อะไรทั้งนางต้องเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสองสามวันที่ผ่านมานี้ให้ดีเสียก่อนชีวิตนางในตอนนี้ช่างสับสนไปเสียหมด
สองนายบ่าวใช้เวลากว่าครึ่งวันในการจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่นำมาจากตระกูลเดิมพลันนั้นหน้าประตูห้องก็มีเสียงเคาะดังขึ้นลี่ซือจึงเดินไปเปิดประตูเพื่อดูว่าเป็ผู้ใด
ด้านนอกประตูนั้นมีหญิงสาวนางหนึ่งยืนอยู่กับสาวใช้นางสวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเหลืองนวล ผิวขาวผ่องอย่างคนสุขภาพดีใบหน้างดงามหยาดเยิ้มแต่ติดที่ดูจะมีอายุมากไปหน่อยนางจ้องมองลี่ซือแล้วกล่าวแนะนำตนเอง
"คุณหนูของเ้าอยู่หรือไม่ข้าลู่เจินจือมาขอพอ"เสียงใสราวกับระฆังกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน
"ฮูหยินอยู่ด้านในเ้าค่ะบ่าวจะไปแจ้งก่อนท่านโปรดรอสักครู่" ลี่ซือไปไม่ถูกใจที่คุณหนูผู้นี้ยังคงเรียกคุณหนูของนางว่าคุณหนูอยู่นางควรจะเรียกคุณหนูของนางว่าฮูหยินสิถึงจะถูกจึงได้เน้นคำว่าฮูหยินให้ชัดเจนกว่าคำอื่น
"ใครมาหรือ?" ฟางซูซินที่เห็นลี่ซือเดินหน้าหงิกกลับมาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าผู้ที่มาเยือนเป็ใครกัน
"คุณหนูเจินจือเ้าค่ะนางมาขอพบฮูหยิน"ลี่ซือยังไม่หายขุ่นข้องใจรู้ๆกันอยู่ว่าคุณหนูของนางแต่งงานแล้วแต่ก็ยังจงใจที่จะพูดเช่นนั้นนี่คงจะไม่ได้มีเจตนาดีเป็แน่
"เช่นนั้นก็ให้นางเข้ามาเถิด"ฟางซูซินเอ่ยอนุญาตนางเองก็ไม่อยากจะมีปัญหากับผู้ใดหากเลือกที่จะอยู่เงียบๆในที่ของตนได้นางก็อยากจะให้เป็เช่นนั้น
"เ้าค่ะแต่ฮูหยินต้องระวังคุณหนูผู้นี้ให้ดีนะเ้าคะ"ลี่ซืออดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือนนางดูก็รู้ว่าคุณหนูผู้นี้ไม่ธรรมดา
ฟางซูซินทำเพียงพยักหน้ารับจากนั้นลี่ซือก็ไปเชิญลู่เจินจือเข้ามาภายในห้องฟางซูซินเมื่อได้พบเจอผู้มาเยือนก็แอบพิจมองรูปโฉมของอีกฝ่ายไม่แปลกใจเลยที่ท่านแม่ทัพจะชื่นชอบนาง
ลู่เจินจือเดินเข้ามาภายในห้องก็ได้พบกับดรุณีน้อยนางหนึ่งกำลังนั่งรอนางอยู่ความอ่อนเยาว์ที่ปรากฎเด่นชัดนั้นทำให้ความริษยาที่อยู่ภายในอกท่วมท้นจนแทบจะทะลักออกมาแต่ใบหน้าก็ยังคงรักษาไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนหากพิจารณาดีๆไม่ใช่เพียงความอ่อนเยาว์เท่านั้นใบหน้าน้อยๆนั่นก็ยังสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ที่พบเห็นไม่ว่าบุรุษใดได้พบคงจะถูกนางล่อลวงด้วยใบหน้านี้เป็แน่
"ข้าน้อยลู่เจินจือเ้าค่ะคิดว่าท่านน่าจะจัดข้าวของเรียบร้อยแล้วจึงมาแนะนำตัวเ้าค่ะ"นางกล่าวเสียงหวานแสดงความอ่อนโยนให้กับผู้ที่พบเจอกันครั้งแรกแม้ว่าผู้ที่นางมาพบจะเด็กว่าตนเองก็เถอะ
"ข้าฟางซูซินเ้าค่ะ เชิญท่านนั่งลงเถิดลี่ซือเตรียมชาให้คุณหนูลู่ด้วย"ฟางซูซินกล่าวแนะนำตัวเช่นกันทั้งยังให้ลี่ซือเตรียมถ้วยชาให้ลู่เจินจืออีกด้วย
"ขอบคุณเ้าค่ะ ดูเหมือนว่าข้าจะอายุมากกว่าท่านต่อไปพวกเราก็เหมือนพี่สาวน้องสาวกันแล้วเรียกเช่นนี้ดูจะห่างเหินเกินไปเอาเช่นนี้ต่อไปข้าเรียกท่านว่าน้องซูซินส่วนท่านก็เรียกข้าว่าพี่เจินจือดีหรือไม่เ้าคะ" ลู่เจินจือกล่าวขึ้น
"แล้วแต่ท่านเถิดเ้าค่ะ"ฟางซูซินตอบรับเสียงเบา นางไม่อยากมีเื่กับใครโดยเฉพาะกับคนรักของท่านแม่ทัพ
"ดีแล้วต่อไปพวกเราก็จะสนิทกันมากขึ้นเอง"ลู่เจินจือกล่าวเสียงใสรอยยิ้มแสดงออกซึ่งความยินดี"แล้วเมื่อคืนเ้าพักผ่อนสบายดีหรือไม่เปลี่ยนที่นอนอาจจะทำให้นอนหลับยากเป็เื่ปกติอีกหน่อยก็คงจะคุ้นเคยไปเองเป็ข้านี่สิที่กว่าจะได้หลับได้นอนก็เลยครึ่งคืนไปเสียแล้วเฮ้อ~ยังรู้สึกเพลียๆอยู่เลย"กล่าวจบยังทำท่าปิดปากหาวคล้ายกลับอ่อนเพลียเหลือกำลัง
เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของลู่เจินจือก็อดคิดไม่ได้ว่าหากเมื่อคืนนางไม่ได้ยินที่สองสาวใช้พวกนั้นแอบพูดกันก็คงจะไม่คิดอะไรแต่นางกลับรู้ว่าเหตุใดที่ทำให้คุณหนูลู่ผู้นี่อดหลับอดนอน
ฟางซูซินไม่รู้ว่าจะต้องกล่าวคำใดออกไปนางไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรกับคนรักของท่านแม่ทัพผู้นี้ดีใจหนึ่งก็รู้สึกกระดากอายที่ตนนั้นเข้ามาขวางกั้นความรักของคนทั้งคู่อีกใจก็รู้สึกสมเพชตนเองเป็หนักหนาเหตุใดยามที่แต่งออกเรือนมาแล้วก็ยังคงรู้สึกว่าเป็ส่วนเกินอยู่ดี
ลู่เจินจืออยู่พูดคุยกับฟางซูซินอีกสักครู่ก็ขอตัวกลับเรือนลี่ซือที่อดทนยืนกัดฟันแน่นอยู่เป็นานสองนานแทบจะควบคุมตนเองไม่ได้
"ฮูหยินเ้าคะท่านอย่าไปฟังที่นางพูดเลยเ้าค่ะนางคงจะริษยาที่ท่านได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพจึงคอยกุเื่ขึ้นมาให้ท่านเข้าใจท่านแม่ทัพผิดเป็แน่เ้าค่ะ"ลี่ซือพยายามกล่าวปลอบใจเพื่อไม่ให้คุณหนูของนางเก็บคำพูดไร้สาระพวกนั้นมาใส่ใจ
"จะทำอะไรก็เื่ของพวกเขาข้าเป็คนมาทีหลังจะมีสิทธิ์พูดอันใดได้อีกอย่างพวกเขาก็เป็คนรักกันเป็ข้าเองต่างหากที่ทำผิดต่อพวกเขา"นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านแม่ทัพมีคนรักอยู่ก่อนแล้วหากว่าได้รู้ก่อนก็คงไม่ยินยอมแต่งงานด้วยแน่นางไม่ได้้าทำให้คนอื่นเป็ทุกข์
"คุณหนูท่านไม่ผิดเ้าค่ะเป็หลินฮูหยินต่างหากที่บังคับให้ท่านแต่ง"ลี่ซือกล่าวเสียงสั่นนางรู้ว่าคุณหนูจะต้องรู้สึกเศร้าเสียใจมากเป็แน่เพียงแต่คุณหนูมักจะชอบแอบไปร้องไห้คนเดียวเสียมากกว่า
"ข้าไม่เป็ไร"ฟางซูซินยิ้มให้ลี่ซือเพื่อให้นางสบายใจ
วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงวันที่ฟางซูซินต้องกลับไปเยี่ยมบ้านหลังจากที่ออกเรือนมาแล้วสามวัน
เมื่อรถม้าคันงามมาจอดที่หน้าประตูจวนเ้ากรมพิธีการฟางซูซินก็ถูกประคองให้ลงจากรถม้าข้างกายไร้เงาสามีอย่างท่านแม่ทัพใหญ่