ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่257 หายนะ กำลังย่างกราย มาเยือน

   อี้เฉิน ที่โดนฝ่ามือของหลินเฟย ซัดเข้าไป ตัวเขาถึงกับทำปากมุ่ย "เจ้าถึงกับใช้วิธีนี้ หลอกลวงข้าเลยงั้นหรือ"


หลินเฟย นางยกยิ้มจนแก้มปริ พร้อมกับเข้ามารักษาบาดแผลให้อี้เฉิน "เจ้าคงไม่ลืม คำพูดของเจ้าหรอกนะ"


"เจ้าใช้มารยาหญิงใส่ข้า เจ้ายังจะภูมิใจอีกงั้นหรือ หลินเฟย"

 
"แต่ถึงอย่างไร ข้าก็ทำเจ้าบาดเจ็บได้ เจ้าคงไม่คิดจะกลับคำพูดหรอกนะ" แต่ทันใดที่นางเอ่ยพูดเสร็จ ตัวนางก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง เมื่อเห็นบาดแผลของอี้เฉินหายอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้มาจากพลังรักษาของนางแม้แต่น้อย นางเตรียมที่จะเอ่ยถาม อี้เฉินว่าอี้เฉินทำได้อย่างไร


อี้เฉิน เขาในตอนนี้ เพียงสำแดงเต๋าแห่งการเกิดใหม่ บาดแผลของเขาที่ได้รับบาดเจ็บก็สามารถสมานหายในพริบตา แต่เขาก็ไม่ได้บอกอะไรตัวนางออกไป เขามั่นใจโลกเบื้องบนต้องมีเต๋า อยู่อีกหลายชนิดให้พวกเขาได้ฝึกฝนเป็นแน่

 
แต่ในทันใด กลุ่มของเหล่าคุณชาย หลายสิบคน ก็เดินเข้ามา "แม่นางหลินเฟย ไม่ต้องรักษาบาดแผลให้มันหรอก มันบังอาจ กล้ามาท้าทายกับแม่นางหลินเฟยเอง ก็ถือว่าเป็นคราวซวยของมันก็แล้วกัน"

"ใช่ๆ ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง ริอ่านคิดเด็ดบุปผา มาเชยชม" แต่ทันใดที่เหล่าคุณชาย เห็นบาดแผลของอี้เฉินสมานหายอย่างรวดเร็วมันก็ทำให้พวกเขา ประหลาดใจ มองเด็กหนุ่มผมขาวด้วยสายตาแปลกประหลาด

 
หลินเฟย เมื่อนางได้ยินผู้คนพูดจาดูถูกดูแคลน อี้เฉินมันก็ทำให้ตัวนาง รู้สึกเดือดดาลไม่น้อย มองไปที่เหล่าคุณชาย ด้วยสายตาเย็นชาในทันที "พวกเจ้าหุบปากไปหาก ยังไม่อยากตาย"

เหล่าคุณชาย ที่ได้ยินที่นางฟ้าหลินเฟยเอ่ยพูดออกมา พวกเขาถึงกับหน้ามืดทะมึนในทันที "เจ้า เจ้า!! หลินเฟย พวกข้าอุตส่าห์ให้เกียรติตัวเจ้ามากขนาดนี้ เจ้าชักจะหยิ่งผยองเกินไปแล้วนะ อย่าลืมเจ้าออกจากสำนักมังกรแล้ว ไม่มีผู้เฒ่าชราปกป้องตัวเจ้าอีกต่อไป"

"แล้วพวกเจ้าจะทำเช่นไร คิดจะข่มเหงข้างั้นหรือ"


   เหล่าคุณชาย หน้าเขียวคล้ำในทันที "ได้ๆ เจ้าต้องการเช่นนั้นหรือ ข้าจะเอาเจ้าไปเป็นภรรยาของข้าให้ได้" หลายๆ คนเองก็คิดเช่นนั้น ต่างปลดปล่อยปราณพลัง ขั้นวีรชนระดับ กลาง ระดับ ปลายออกมากดดันไปที่ หลินเฟย อย่างบ้าคลั่ง อากาศรอบๆ ถึงกับบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ทั่วทิศเต็มไปด้วยแรงกดดันที่หนักหน่วงในทันที

หลินเฟยตัวนางที่โดนแรงกดดัน อันมากมหาศาล จากเหล่าคุณชายหลายสิบคน ตัวนางถึงกับร่างสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ขาขาวทั้งสองข้าง สั่นไหวไม่หยุดราวกับลูกนกตัวน้อยๆ แต่แววตาของนาง กลับไม่จำยอม มองไปที่เหล่าคุณชายด้วยสายตาดุร้าย หากนางหลุดไปได้ นางจะเข้าไปทุบตี เหล่าคุณชายให้หลาบจำ


คุณชายคนหนึ่งเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความสะใจ "สายตาของแม่นางไม่เลวจริงๆ ทำให้ความงดงามของแม่นาง เพิ่มขึ้นมาอีกเป็นกอง"

"ข้าว่าอีกไม่นาน นางต้องล้มพับกับพื้นดินเป็นแน่"

พวกเขาทั้ง10ต่างจับจ้องไปที่หลินเฟย จนลืมตัวของอี้เฉินไปเสียสนิท มันจึงทำให้อี้เฉินไม่สบอารมณ์อย่างมาก ราวกับตัวเขาเป็นเพียงหัวหลักหัวตอ ไร้ตัวตนอย่างไรอย่างนั้น เฝ้ามองดูการกระทำของพวกเขา ด้วยความสนุกสนาน ไม่คิดคนพวกนี้ จะคิดรังแกหญิงสาวที่เป็นเพียงจอมยุทธสายรักษา

   แต่เมื่ออี้เฉินเห็น หลินเฟย ตัวนางเริ่มยืนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงก้าวเดินเข้าไปพยุงร่างของนางไว้ "ทุกท่านข้าว่าพอแค่นี้เถอะอย่าได้ถือโทษโกรธนางเลย นางก็เป็นเพียง จอมยุทธสายรักษาคนหนึ่งเท่านั้น"


หลินเฟย ที่ถูกพยุงร่างไว้นางถึงกับทำปากพองลม ทุบหน้าอกอี้เฉิน ไปหลายสิบที ไม่คิดอี้เฉินจะไม่ช่วยตัวนางปล่อยให้นางโดนแรงกดดันจากปราณพลัง อยู่นานสองนาน นางจึงรู้สึกโกรธเคืองอี้เฉินอยู่ไม่น้อย

พวกคุณชายได้ยิน พวกเขาหน้าเขียวคล้ำในทันที "เจ้า เจ้า!! ที่เจ้าพูดหมายความว่าเช่นไร คงไม่คิดจะพูดจาดูถูกดูแคลน พวกข้าหรอกนะ"


อี้เฉินยกยิ้ม "พวกท่านก็น่าจะคิดเองได้ หากนางฝึกฝนการต่อสู้ ข้าจะให้นางประลองกับพวกท่านแน่นอน"


"เจ้าๆ!!!! ช่างพูดจาโอหังนัก" พวกเหล่าคุณชายไม่รอช้าปล่อยปราณพลังเข้าไปกดดันใส่อี้เฉิน อย่างบ้าคลั่ง จนรอบๆ เต็มไปด้วยแรงกดดันอันมากมหาศาลขึ้นมาอีกหลายเท่า หลินเฟย ในยามนี้นางเริ่มรับเแรงกดดันไม่ไหวอีกต่อไป กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ไร้เรี่ยวแรงที่จะเดินอีกต่อไป


   แต่เหล่าคุณชายทั้ง10เมื่อพวกเขาเห็นอี้เฉินไม่ได้รับแรงกดดันแม้แต่น้อย มันก็ทำให้พวกเขาเหล่านั้นถึงกับหน้ามืดทะมึน ระเบิดปราณพลังออกมาจนสิ้น หมายมั่นกดดัน ร่างกายอี้เฉินให้แหลกเละเป็นผุยผง พื้นดินโดยรอบสั่นไหวอย่างรุนแรง อากาศถูกบีบอัดจนบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยเสียงแตกร้าว แต่พวกเหล่าคุณชายก็ต้องเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นอี้เฉินแทบไม่ได้รับแรงกดดัน ราวกับว่าระหว่างพวกเขาทั้งสอง มีเส้นแขตแดนขวางกั้น ความห่างชั้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง ที่ไม่อาจข้ามผ่านไปได้

 
อี้เฉินที่เห็นว่าหลินเฟยเริ่มทนต่อแรงกดดันไม่ไหวอีกต่อไป หากปล่อยไว้เช่นนี้ หลินเฟยนางได้บาดเจ็บหนักเป็นแน่ เขาจึงเดินย่างกายเข้าไปหานาง ช้าๆ
"ข้าขอโทษที่เสียมารยาทกับเจ้า หลินเฟย"

   ก่อนอี้เฉินจะอุ้มตัวนางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินฝ่าแรงกดดันของเหล่าคุณชายพวกนั้น ออกไปอย่างง่ายดาย ทำให้เหล่าคุณชายที่เห็นอี้เฉินฝ่าแรงกดดันออกมาได้ ถึงกับหนังตากระตุกอย่างรุนแรง ตัวเย็นเยือกด้วยความหวาดกลัว ข่าวลือต่างๆ เริ่มรอยเข้ามาภายในหัวสมองทีละน้อย ในยามแรก พวกเขาไม่เชื่อข่าวลือเหล่านั้นที่ได้ยินมาเสียเท่าใดนัก แต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่ตรงหน้า มันก็ทำให้พวกเขาล้มทั้งยืน เกือบเอาชีวิตน้อยๆ มาทิ้งเสียแล้ว ยังดีที่เด็กหนุ่มผมขาวไม่ถือสา หาความ


เมื่อเหล่าคุณชายที่ตั้งสติได้ พวกเขาก็คำรามออกมาราวกับคนบ้า "เจ้า เจ้า!!!" ก่อนหนีออกไปราวกับผึ้งแตกรัง

อี้เฉินส่ายหัวขึ้นมาน้อยๆ ไม่คิดพวกเหล่าคุณชายพวกนี้จะหนีกันได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่ก็ไม่เลวอย่างน้อยๆ ก็รู้ถึงความห่างชั้นของ ขั้นพลัง ไม่เอาตัวเองมาตาย เสียเปล่า

ก่อนอี้เฉินจะมองไปที่ใบหน้าของ หลินเฟย ที่อยู่ภายในอ้อมแขนของเขา ด้วยสายตาขี้เล่น


หลินเฟยในยามนี้ นางหน้าแดงด้วยความเขินอาย หลบเลี่ยงสายตา จากอี้เฉินที่มองมาในทันที "ข้าจะพาเจ้ากลับ อาณาจักรสายธาร 1วันก็แล้วกัน ถือว่าเป็นคำมั่นที่ให้ไว้กับเจ้า" ทันทีที่อี้เฉินเอ่ยพูดเสร็จ ตัวเขาก็อุ้มนางไปทั้งอย่างนั้น ซึ่งมันง่ายต่อการเดินทางไม่น้อย

"เจ้าอย่าดิ้นสิ ข้ากำลังเร่งเดินทางอยู่ อีกไม่นานก็น่าจะถึงเมืองหลวงแคว้นไฟแล้ว"

หลินเฟย นางทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ "เจ้าไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ"

อี้เฉินเขาเพียงยกยิ้ม "ข้าเคยอุ้มเจ้ามาก่อน มันก็ไม่เห็นจะเป็นไร แถมในยามก่อน ข้ายังเคยเห็นเจ้าเปลือยกาย ต่อหน้าข้ามาแล้ว"

หลินเฟย นางหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาในทันใด "เจ้า เจ้า!! หยุดพูดเดียวนี้"

"ท่าเช่นนั้นเจ้าก็อย่าดิ้นสิ"

 
   อี้เฉินเขาที่เห็น หลินเฟย มีท่าที ร่าเริงขึ้นมากว่ายามก่อน มันก็ทำให้เขา รู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย อย่างน้อยๆ นางก็ถือเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตของเขา ตัวเขาเองก็อยากให้นางมีความสุข ไม่ต้องมายึดติดกับอะไรทั้งสิ้น 'หวังว่าการกลับบ้านเกิดของเจ้าครั้งนี้ ความขี้เล่นซุกซนของเจ้าจะกลับมาดั้งเดิมอีกครั้ง'


************

    ทางด้านเทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ที่มีลูกแก้วแห่งการสรรหา ที่ใช้ค้นหาของล้ำค่าโดยเฉพาะจึงทำให้เจอเจดีย์น้อยอย่างไม่ยากเย็น ก่อนนางจะไล่ล่า เจดีย์น้อยไปอย่างไม่ลดละ เหมือนว่าในยามนี้ เจดีย์น้อยจะเสียหายอย่างหนักถึงมันจะอยู่ในอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ ก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถสำแดงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้ถึงสองส่วนเสียด้วยซ้ำ ในความเสียหายของมันยากที่จะซ่อมแซมกลับมาได้ แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังเป็นอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ อยู่ดี มีค่าพอให้เสียเวลา
 

...ตัวของเทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ที่อยู่ภายในสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล ไล่ล่าเจดีย์น้อย ไปถึง2วันเต็ม กว่าที่นางจะได้มันมาครอบครองไว้ในกำมือ ตัวนางยกยิ้มเป็นปีติ ไม่คิดว่าสองวันมานี้ เจดีย์น้อยสีทอง อันนี้จะทำให้นางเสียเวลาไปหลายชั่วยามเช่นนี้


   ตัวนางเตรียมที่จะจากพื้นที่แห่งนี้ไปโดยไว คิดนำ อาวุธ ระดับ จักรพรรดิ ส่งกลับไปสู่ดินแดนเบื้องบนที่มันเคยอยู่อีกครั้ง แต่ในทันใดที่นางเตรียมที่จะเดินทางจากไป ลูกแก้วแห่งการสรรหา มันกลับตรวจจับอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ อีกชิ้นหนึ่งได้ แรงดึงดูดนั้นมากกว่าเจดีย์น้อยเสียด้วยซ้ำ นางจึงตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ไม่คิดว่าจะมีอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ ที่สมบูรณ์หลบซ่อนอยู่ยังพื้นที่แห่งนี้อีก นางไม่รอช้าอีกต่อไปเดินทางไปในทิศทางที่ ลูกแก้วแห่งการสรรหา ดึงดูดไปในทันที



คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน