หลังคืนนั้น นลินกับก้องภพไม่ได้ติดต่อกันเลย
หนึ่งวัน…
สองวัน…
สามวัน…
แม้แต่ข้อความก็ไม่มี
แม้แต่ Notif ที่เธอเฝ้ารอก็ไม่มา
เธอแอบเปิดไอจีเขาทุกคืน
ดูว่าเขาโพสต์อะไรไหม
ดูว่าเขายังออนไลน์มั้ย
แต่ทุกอย่างนิ่งสนิท—เหมือนเขากลายเป็อากาศ
แต่เธอก็ไม่กล้าทักไป
เพราะหัวใจของเธอยังกลัวคำตอบที่เขาไม่ได้พูดวันนั้น
> “ถ้าผู้หญิงคนนั้นกลับมา…คุณจะยังออกแบบให้เธออีกมั้ย”
เธอถาม
แต่เขาเงียบ
และนั่น...คือเสียงที่เจ็บยิ่งกว่าคำว่า “ใช่”
เช้าวันหนึ่ง
สายการบินนัดนลินให้เข้าร่วมประชุมบรีฟฟลอร์ใหม่
บอกว่าจะมีการ “เปิดตัวผู้สนับสนุนแฟชั่นใหม่กับยูนิฟอร์มรุ่นลิมิเต็ด”
เธอไม่ได้คิดอะไร
เดินเข้าห้องประชุมปกติ
แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป…
ดวงตาเธอก็สบกับชายในสูทดำสนิท
เส้นผมสีนิลเรียบเนี้ยบ
ใบหน้าเฉียบคม
และดวงตาคู่นั้น—ที่ยังจ้องเธอแบบเดิมทุกครั้งที่เคย “อยู่บนตัวเธอ”
ก้องภพ…
เขายืนพูดเื่การปรับทรงของชุด
พูดถึงแรงบันดาลใจ
พูดถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ต้อง "นุ่ม นิ่ง เฉียบ เหนือระดับ"
แต่สายตาของเขา…จ้องแค่เธอคนเดียว
นลินพยายามมองไปทางอื่น
แต่หัวใจของเธอกลับสั่นเหมือนเครื่องจักรที่ขาดน้ำมัน
ทุกคำที่เขาพูด
กลับตีความเป็ประโยคที่ไม่มีใครได้ยิน นอกจากเธอ
> “ผมยังเห็นคุณชัด…แม้คุณจะหันหลังให้ผม”
> “ผมยังอยากฟิตติ้งคุณซ้ำ…แม้คุณจะไม่กล้าสบตาผมแล้ว”
ทุกคนออกจากห้อง
เหลือเธอกำลังเก็บของ
และเขา…ยืนพิงประตู ไม่ให้ใครเข้าหรือออกได้
“คุณหนีผมทำไม”
คำถามแรกจากเขาหลังเงียบกันไปหลายวัน
เธอไม่ตอบ
กลืนน้ำลาย
จับกระเป๋าแน่นกว่าเดิม
“ผมไม่รู้จะอธิบายอะไร”
“ผมไม่เก่งคำพูด”
“แต่ผมรู้ว่า…ั้แ่คุณออกจากห้องคืนนั้น ผมไม่มีคืนไหนที่หลับลงเลย”
นลินยังไม่หันกลับ
แต่เขาเดินเข้ามา
แนบหลังเธอ
กอดแน่นจากด้านหลัง
และกระซิบชิดหูเบา ๆ
“ถ้าคุณยังอยู่ตรงนี้…ขอผมแกะซิปความกลัวออกจากใจคุณได้มั้ย”
นลินยืนนิ่ง
ร่างของเขาแนบหลัง
ลมหายใจร้อนเป่าชิดซอกคอ
มือเขากอดรัดเธอแน่น
และไม่มีคำว่า “ขอ” ในแรงัันั้น
“ผมอดใจไม่ไหวอีกแล้ว…”
เขากระซิบ
ก่อนจะพลิกตัวเธอเข้าหา
ก้มลงจูบปาก
ลิ้นเขาดุดัน
ร้อน
ลึก
จนเธอแทบทรุด
มือเขาเลื่อนลงทันที
รูดซิปกระโปรงเธอลงในจังหวะเดียว
มืออีกข้างปลดกระดุมเสื้อสามเม็ดบน
แล้วดันเสื้อเปิดออก
เผยบราไร้โครงสีเนื้อบางเฉียบที่เธอใส่เพราะ “ไม่คิดว่าเขาจะได้เห็นอีก”
แต่เขาเห็นแล้ว
และเขา “ฟาดทุกอารมณ์” ผ่านมือ
เขาก้มลง
อ้าปากงับยอดอกเธอทันที
ดูดแรง
เสียงดัง “จ๊วบ!”
ลิ้นวน บี้เม็ด
มือบีบเต้าแน่น
จนเธอร้อง
“อ๊าาา…ก้อง…มัน…เสียว…!”
เสียงหอบของเธอดังสะท้อนห้องประชุม
เขาดันตัวเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ
ดันขาเธอแยกออก
แล้วดึงกางเกงในสีลูกพีชที่เปียกชื้นทิ้งลงพื้น
เขาคุกเข่า
ไม่รีรอ
ซุกหน้าเข้ากลางร่องเธออย่างหิวกระหาย
ปลายลิ้นแตะปุ่มกลาง
เลียวน
ดูดแรง
เสียง “แผล่บ แผล่บ” ดังชัด
เขาสลับจังหวะ
ทั้งเร็ว ทั้งรัว ทั้งลึก
จนเธอกระตุก
“อ๊าาาาาา…! ฉันจะเสร็จ…ก้อง…!”
เขาไม่หยุด
สอดลิ้นเข้าไป
วนข้างใน
ปลายนิ้วสอดเพิ่มตาม
สองนิ้วดันเข้าเต็มแรง
เสียง “ชลับ ชลับ” ดังทั่วห้อง
เธอกระตุก เสร็จคาปากเขา
น้ำรักทะลักรดหน้าเขา
แต่เขาเลียไม่หยุด
เขาจะ “กินเธอ” ให้หมด
ทั้งร่าง
ทั้งใจ
เขาลุกขึ้น
แก่นกายที่แข็งจนปวดดันชัดในกางเกง
เขาปลดซิป
ควักออกมา—ใหญ่ ฉ่ำ และเต้นตุบ
“ฟิตเหมือนเดิมมั้ย…”
เขากระซิบ
ก่อนจะจับสะโพกเธอ
กระแทกเข้าไปในจังหวะเดียว—เต็มลำ
“อ๊าาาาาาาาาาา!!!”
เธอกรีดร้อง
ทั้งร้อน
ทั้งแน่น
ทั้งลึก
เขาซอยทันที
แรง
กระแทกแบบไม่ยั้ง
เสียง “ปั่ก ปั่ก ปั่ก” ชัดจนโต๊ะประชุมโยก
เขายกขาเธอพาดบ่า
ซอยลึกจนสุดโคน
กระแทกใส่ปากมดลูกเธอทุกจังหวะ
เธอเสร็จพร้อมเสียงครางลั่น
ร่างกระตุก ตอดแน่นจนเขาทนไม่ไหว
เขากระแทกอีกสองครั้ง
ก่อนจะแตกในเต็ม ๆ
น้ำรักฉีดเข้าเต็มโพรง
จนเธอครางออกมาทั้งน้ำตา
เขากอดเธอ
แนบชิด
จูบหน้าผาก
น้ำตาเธอไหล
แต่นิ้วเขาเช็ดเบา ๆ
แล้วพูดเสียงต่ำ
“ไม่มีใครเย็บหัวใจผมได้แบบคุณ…”
“…และไม่มีใครจะได้อยู่บนโต๊ะนี้ นอกจากคุณอีกแล้ว”
ก้องภพประคองร่างเธอลงนอนบนโซฟารับแขกในห้องประชุม
เธอหอบ
ดวงตาแดง
ร่างกายยังอ่อนแรงจากแรงตอดและแรงกระแทกที่เขาใส่มาไม่ยั้ง
เขานั่งลงข้าง ๆ
ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้เธอเบา ๆ
จากหน้าผาก
จนถึงซอกคอ
แล้วเลื่อนมือมากุมมือเธอแน่น
“ผมขอโทษ…”
เสียงนั้นไม่ได้สั่น
แต่นุ่มพอจะทำให้เธออยากร้องไห้อีกรอบ
ทั้งที่น้ำตายังไม่ทันแห้งจากคราวก่อน
“ผู้หญิงคนนั้น…”
เขาเริ่มพูดช้า ๆ
“…เคยเป็คู่หมั้นของผม”
เธอชะงัก
ไม่ใช่เพราะใ
แต่เพราะคำว่า “เคย” มันฟังแล้วบาดกว่าคำว่า “ยัง”
“เราออกแบบคอลเลกชันด้วยกัน สร้างแบรนด์มาด้วยกัน”
“แต่วันเปิดโชว์ เธอเดินในชุดที่ผมออกแบบให้คนอื่น...แล้วจูงมือผู้ชายอีกคนออกเวที”
เขาหัวเราะในลำคอ
แต่แววตาแดงนิด ๆ
“ผมไม่เสียหน้า...”
“แต่ผมเสียศรัทธาในทุกอย่างที่เคย ‘ออกแบบไว้กับใครสักคน’”
เขาหันมามองเธอ
จ้องเข้าไปในตาเธอ
ลึก
ตรง
และนิ่งจนเธอไม่กล้ากะพริบตา
“คุณเดินเข้ามาในชีวิตผม…พร้อมรอยยิ้มที่เบี้ยวกว่าแพตเทิร์นทุกแบบที่ผมเคยวาด”
“คุณพูดจาไม่เข้าท่า ขำง่าย กวนตีนเก่ง…”
เขาเอื้อมมือแตะแก้มเธอเบา ๆ
“…แต่คุณ ‘ฟิตพอดี’ กับทุกจุดในหัวใจที่ผมไม่เคยกล้าให้ใครลองอีกเลย”
เธอนิ่ง
ไม่พูด
น้ำตาไหลเงียบ ๆ
แล้วเธอก็จับมือเขาแน่น
ไม่ต้องขอโทษ
ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม
แค่จูบหนึ่งครั้งที่เขาก้มลงแนบหน้าผากเธอ
ก็พอให้เธอรู้ว่า...
“เขาไม่ได้เย็บเธอมาแทนใคร”
แต่เขากำลังออกแบบทั้งหัวใจใหม่...เพื่อเธอคนเดียว
ทั้งคู่ยังนั่งแนบข้างกัน
ในห้องประชุมที่ไม่มีใครกล้าเข้า
บนโซฟาที่กลายเป็เตียงไปชั่วคราว
เธอยิ้มเบา ๆ
ก่อนจะกระซิบถามเขา
“แล้วถ้าฉันจะเป็ชุดสุดท้ายที่คุณใส่ได้พอดีทุกครั้ง...คุณจะเลิกตัดชุดใหม่มั้ย?”
เขาตอบทันที
“จะเก็บจักรเย็บผ้าทิ้ง...แล้วใช้ปากกับมือถอดคุณอย่างเดียว”
เธอหัวเราะ
ก่อนจะซบไหล่เขา
ไม่พูดอะไรอีกเลย
แต่ในใจเธอ…
> เธอรู้แล้ว
ซิปสุดท้ายที่เธอกลัวจะเปิด...เขาค่อย ๆ ถอดมันออก
ไม่ใช่ด้วยแรง
แต่ด้วยการกอดแน่น ๆ และรักที่เธอไม่ต้องขอ