ลั่วอู่หลินเดินทางมายังมิติที่เป็ดังขุมกำลังของตนเอง เมื่อมาถึงชายหนุ่มก็เริ่มแจกแจงหน้าที่ให้กับสองพี่น้องทันที โดยให้ฝ่ายพี่ชายรับหน้าที่ฝึกขุมกำลังส่วนน้องสาวนั้นรับหน้าที่หาคนมาเข้าขุมกำลังโดยให้เงื่อนไขพวกเขาไปว่า้าเพียงแค่เด็กกำพร้าไม่มีครอบครัวและลำบากจริงๆเท่านั้น ซึ่งก่อนนำพวกเขามาจะต้องสอบถามความสมัครใจของอีกฝ่ายด้วยเนื่องจากงานนี้ไม่ได้ง่ายดาย ซึ่งสองพี่น้องก็ตอบรับคำสั่งของชายหนุ่มเป็อย่างดี
"อ๊ะ....จริงสิ! ข้าลืมเื่สำคัญไปได้อย่างไร พวกเ้าน่ะชื่ออะไรกัน??"ลั่วอู่หลินนึกขึ้นมาได้ ั้แ่พาทั้งสองมาเขาก็แค่สอนวิชาให้และดูการพัฒนาจนลืมถามชื่ออีกฝ่ายไปเสียสนิท
"ั้แ่เกิดมาพวกข้ายังไม่มีชื่อเลยขอรับ"
"นายท่านได้โปรดตั้งให้พวกข้าได้หรือไม่เ้าค่ะ"สองพี่น้องจ้องมองไปที่ลั่วอู่หลินด้วยแววตาคาดหวัง ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ครุ่นคิดไปสักพัก ก่อนจะเอ๋ยปากตั้งชื่อสองพี่น้องตามลำดับ
"เ้าชื่อหลันฮ่าว ส่วนเ้าชื่อหลันเหมยอิง นับจากนี้พวกเ้าคือมือซ้ายและมือขวาของข้า"
"รับทราบขอรับ/เ้าค่ะ นายท่าน"
"อืม แยกย้ายไปทำงานได้ แล้วก็นี่เงินห้าร้อยเหรียญปราณทอง เอาไปซื้อเม็ดยาเสริมปราณมาใช้ซะ พวกเ้าจะเป็หัวหน้าคนดังนั้นจะอ่อนแอกว่าลูกน้องไม่ได้"ชายหนุ่มโยนถุงเงินให้หลันฮ่าว ซึ่งตัวของหลันฮ่าวก็รับมาแต่โดยดีก่อนที่สองพี่น้องจะแยกย้ายกันออกไปเพื่อทำภารกิจของตนเอง ส่วนตัวของลั่วอู่หลินนั้นก็กลับไปยังวังตามปกติอย่างที่เคยทำ
เมื่อกลับมานั้นก็นั่งลงและกำลังบ่มเพาะตามปกติแต่ทว่าเมื่อเขากำลังจะเข้าสู่ห้วงสมาธินั้นเอง เสียงของข้ารับใช้ก็ดังขึ้นมาจนชายหนุ่มต้องลุกพรวดขึ้นและไปเปิดประตู
"เ้าชายขอรับ!!!"
"ปั้ง!"
"มีอะไร เหตุใดจึงวิ่งหน้าตาตื่นปานนั้น"ลั่วอู่หลินกล่าวถามด้วยความสงสัย ปกติต่อให้มีเื่เร่งด่วนก็ไม่เคยเห็นข้ารับใช้จะรีบขนาดนี้ มันจะต้องเป็เื่ใหญ่ขนาดไหนกัน
"อะ องค์รัชทายาทรุ่นเยาว์ของอีกสามดินแดนใหญ่มาขอรับ มาพร้อมกันอย่างน่าประหลาดเลยทีเดียว"
"อะไรกันเื่แค่นี้เองหรือ ไม่เห็นต้องแตกตื่นขนาดนั้นเลยนี่ งานเื่ความสัมพันธ์ของดินแดนท่านลุงกับท่านพี่หยุนหยางก็เป็คนดูแลอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับข้าเลยสักนิด"ลั่วอู่หลินกล่าวด้วยท่าทีเหนื่อยหน่ายใจ
"อย่าพูดอย่างนั้นสิขอรับ พวกเขามาเพื่อแสดงความยินดีในงานหมั่นหมายของพระองค์และองค์ชายใหญ่นะขอรับ องค์จักรพรรดิจึงได้รับสั่งให้กระหม่อมมาตามองค์ชายไปรวมงานเลี้ยง"
"หืม ท่่านตาหรือ.......ข้าทราบแล้ว ไปบอกท่านตาว่าเดี๋ยวข้าจะรีบไปขอเตรียมตัวก่อน"
"ขอรับ"ข้ารับใช้คนดังกล่าวรีบวิ่งออกไปในทันที ส่วนลั่วอู่หลินนั้นก็หันหลังเดินกลับไปยังห้องเพื่อสวมชุดพิธีการและเดินออกไป ภายในวังหลักตอนนี้ดูแล้วครึกครื้นอย่างยิ่ง ลั่วอู่หลินสวมอาภรณ์สีฟ้าครามลวดลายัสีขาวเดินเข้าไปยังโถงงานเลี้ยงทันที
"องค์ชายลำดับที่เจ็ดลั่วอู่หลิน เสด็จแล้ว"เมื่อเห็นลั่วอู่หลินองครักษ์ด้านหน้าประตูประกาศราวกับอยากให้ทุกคนในงานได้รับรู้จนลั่วอู่หลินยิ้มเจื่อน ให้ตายสิจะให้เขาเข้าไปเงียบๆไม่ได้หรืออย่างไรกัน
ชายหนุ่มเดิมตรงเข้าไปผสานมือคาราวะองค์จักรพรรดิและองค์ราชินีก่อนที่เขาจะหันหลังกลับมาคาราวะให้แด่แขกผู้มายืนอย่างเป็มิตรและเดินไปยังที่นั่งของตนที่ตอนนี้มีหญิงงามสองนางกำลังนั่งอยู่นั่นคือคู่หมั่นของเขาอย่างลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่นั่นเอง
"เอาละในเมื่อมาครบแล้วก็อย่าเสียเวลาเลยเริ่มงานเลี้ยงเถอะ"ลั่วไห่เฟิงผู้เป็จักรพรรดิกล่าวออกมา อาหารและเครื่องดื่มถูกยกมาด้านหน้าของเหล่าองค์รัชทายาทและเ้าหญิงเ้าชาย ในเวลาเดี๋ยวกันการแสดงของนางรำก้ได้เริ่มขึ้น
ลั่นอู่หลินนั่งนิ่งเคียงข้างเหล่าคู่หมั่นที่ตอนนี้มีท่าทีสงบเสงี่ยม บอกตามตรงงานแบบนี้หากไมใช่คำสั่งของท่านตาเขาก็ไม่แม้แต่จะคิดมาเข้าร่วมเพราะว่ามันดูน่าเบื่อเกินไป
"เ้าชายอาหารไม่ถูกปากหรือเ้าคะ เหตุใดจึงทำหน้าตาเบื่อโลกเช่นนั้น"ลู่ฟางหนิงที่สังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของอีกฝ่ายก็อดที่จะทักเช่นนั้นมิได้ ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็ยกยิ้มให้และส่ายหน้าเบาๆ
"เปล่าหรอก ข้าแค่ไม่ค่อยชินกับงานพวกนี้เลยไม่รู้จะทำตัวอย่างไรก็เท่านั้น"
"โอ้ เป็เช่นนี้เอง แต่ทว่าเื่นี้พวกเราพี่น้องช่วยท่านไม่ได้หรอกนะเ้าคะ คงต้องอดทนเสียหน่อย"ลู่ฟางเยว่กล่าวหยอกล้อใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง
"นั่นสินะ นานๆทีได้ลองมาทำหน้าที่เ้าชายเช่นนี้บ้างก็ไม่เลวเท่าไร"หนึ่งชายหล่อเหลาสองหญิงงามพูดคุยกันหัวเราะคิกคักราวกับไม่สนสายตาผู้ใด ทำให้เหล่าองค์ชายและขุนนางรุ่นเยาว์ที่เห็นพากันอิจฉาตาร้อนกันยกใหญ่ และหนึ่งในนั้นย่อมมีองค์ชายสองและองค์ชายสามที่ตอนนี้แทบจะอยากจะลุกไปฆ่าลั่วอู่หลินเสียตรงนั้น
ทั้งลู่ฟางหนิงและลูฟางเยว่หญิงงามทั้งสองตามจริงแล้วควรจะเป็ของพวกเขาไม่ใช่น้องชายที่ไร้ประโยชน์เช่นลั่วอู่หลิน แต่ถึงแม้ว่าจะโกรธแค้นเพียงใดก็มิอาจจะทำอะไรได้นั่นเพราะตอนนี้ยังคงอยู่ในสายตาขององค์จักรพรรดิผู้เป็ท่านตาและองค์ราชินีผู้เป็ดังท่านยาย
ส่วนองค์หญิงสองคนกับองค์ชายอีกหนึ่งคนที่เหลือนั้นต่างพากันมองอย่างเรียบเฉยไม่ได้กล่าวอะไร หากจะให้พูดก็คือมีเพียงครอบครัวขององค์ชายลำดับสองและลำดับสามเท่านั้นที่มักจะแก่งแย่งชิงดีกันกับครอบครัวองค์รัชทายาทและลั่วอู่หลิน ส่วนคนอื่นที่เหลือนั้นพวกเขาแค่ทำหน้าที่ๆได้รับมอบหมายให้เต็มที่ก็เท่านั้นเองและไม่ได้สนใจอะไรถ้าไม่มีผลกระทบมาถึงตนเอง
ในขณะที่งานเลี้ยงใกล้เสร็จสิ้น ทั้งลั่วอู่หลินและลั่วหยุนหยางต่างพากันยืนขึ้นมาพร้อมกับเหล่าคู่หมั่น ที่พวกเขายืนเช่นนี้นั้นเพราะจะต้องรับของขวัญจากมือขององค์รัชทายาทของดินแดนต่างๆโดยเริ่มจากอาณาจักรน้ำแข็งดินแดนเขตเหนือ อาณาจักรสายฟ้าเขตตะวันตก และสุดท้ายคืออาณาจักรเปลวเพลิงเขตใต้
ซึ่งในการรับของจากองค์รัชทายาทเขตใต้นี้เอง มันทำให้ลั่วอู่หลินพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบเล็กน้อยจากคำพูดของอีกฝ่าย
"ขอแสดงความยินดี และขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือ"นี่คือคำพูดขององค์รัชทายาทเมิ่งจินเหอซึ่งทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งงันและมองไปยังลั่วอู่หลินเป็สายตาเดียว
"เอ่อ...ข้าไปช่วยเหลืออะไรองค์รัชทายาทตอนไหนหรือ ท่านคงจะจำผิดคนแล้วกระมัง"ลั่วอู่หลินแกล้งทำสีหน้าไม่เข้าใจอย่างแเี เมื่อเห็นดังนั้นเมิ่งจินเหอก็พลันยกยิ้มและเดินจากไปโดยไม่ได้กล่าวอธิบายอะไรให้ทุกคนได้กระจ่าง แน่นอนว่าในความคิดของทุกคนในงานย่อมไปในทิศทางเดียวกันว่า องค์รัชทายาทเมิ่งจินเหอคนนี้คงจะจำผิดคนเป็แน่แท้ จะเป็ไปได้อย่างไรที่คนไร้รากปราณและเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในตำหนักอย่างลั่วอู่หลินจะช่วยเหลือใครได้
ในขณะเดียวกันเมิ่งจินเหอมั่นใจเป็อย่างมากว่าต้องเป็ชายคนนี้อย่างแน่นอนที่ช่วยเหลือตน ดวงตาสีแดงทับทิมแม้จะเห็นเพียงแว็บเดียวแต่เขาจดจำได้ไม่มีวันลืม แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงต้องทำตัวเป็ไร้ประโยชน์ก็เถอะ แต่เขาก็ไม่คิดจะเปิดโปงผู้มีพระคุณเช่นเดียวกัน ที่เขากล่าวไปเมื่อครู่นั้นแม้จะดูเหมือนเป็คำหยอกล้อแต่ก็ล้วนมาจากใจจริง
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการและงานเลี้ยง ลั่วอู่หลินออกมาเดินเล่นกับคู่หมั่นทั้งสองของเขาอย่างสบายใจในสวนท้ายวัง ทั้งสามคนนั้นเดินมานั่งยังศาลาใจกลางสวนนั้นเพื่อชื่นชมท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว แสงสกาวของจันทราทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาและงดงามของทั้งสามเด่นชัดในยามค่ำคืน
"แม้ดาราจันทราจะงดงามเพียงใด แต่ช่างน่าเสียดายนักที่มิอาจจะเทียบได้กับหญิงงามเบื้องหน้าของข้า"ลั่วอู่หลินมองดวงดาราสลับกับใบหน้าอัดงดงามของสองพี่น้องก็พลันหลุดปากพูดออกไป คำกล่าวนี้ทำให้หญิงงามทั้งสองหันมามองเขาอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความแปลกใจเล็กน้อยใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ
"องค์ชายกล่าวประโยคนี้ออกมาคงมิได้จะเกี้ยวคู่หมั่นของตนเองหรอกนะเ้าคะ?"ลู่ฟางหนิงป้องปากพร้อมกล่าวถาม
"นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกท่านทั้งสองจะยินยอมหรือไม่?"ลั่วอู่หลินกล่าวหยั่งเชิง หากพวกนางยอมรับเขาที่เป็เช่นนี้ได้ชายหนุ่มก็ไม่ลังเลที่เดินหน้าตามเกี้ยวพวกนาง
"หากเป็เช่นนั้นองค์ชายก็ต้องพยายามหน่อยนะเ้าคะ เพราะพวกเราพี่น้องเอาแต่ใจมาก"ลู่ฟางเยว่กล่าวตอบ แน่นอนว่าสำหรับพวกนางลั่วอู่หลินถือว่าเป็คนดี สุภาพ และมีน้ำใจคนหนึ่ง แม้จะไร้รากปราณแล้วอย่างไรพวกนางไม่ได้้าให้ใครมาดูแลปกป้องเสียหน่อย หากว่าลั่วอู่หลินจะเกี้ยวพวกนางจริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายพวกนางพร้อมยอมเปิดใจพิจารณาชายหนุ่มคนนี้เสมอ
"ข้าเองก็ไม่เก่งเื่พวกนี้เสียด้วยสิ เช่นนั้นหากมีอะไรขาดตกบกพร่องคู่หมั่นทั้งสองได้โปรดให้อภัยข้าด้วยก็แล้วกัน"ลั่วอู่หลินกล่าวออกไปเช่นนั้น สองหญิงงามหัวเราะอย่างขบขันในทันที พวกนางไม่คิดเลยว่าลั่วอู่หลินจะมีด้านเช่นนี้อยู่ด้วย