(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 175 วิชาการต่อสู้ระดับเทพ

            หลังจากที่เก็บกวาดขยะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


            ไม่นานนัก ร่างของชายชราก็มาปรากฏอยู่บริเวณที่พักของนักเรียนชั้นปีหนึ่ง พลางใช้ไม้กวาดปัดกวาดไปตามพื้นอย่างเคยชิน ท่วงท่าของเขาเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ ไม่แสดงพิรุธใดๆ คล้ายผู้เฒ่าที่ทำงานประจำวันด้วยความพึงพอใจ


            ทว่าในขณะที่มือยังคงกวาดใบไม้ไปมาอย่างสม่ำเสมอ นัยน์ตากลับสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ แสงสะท้อนบางอย่างวูบไหวอยู่ในดวงตานั้น อณูวิญญาณละเอียดอ่อนแผ่กระจายออกไปอย่างเงียบงัน ราวกับหมอกบางที่ซึมซับเข้าไปในอากาศโดยไม่มีใครรู้ตัว


            สายสัมผัสวิญญาณของเขาลอบจ้องมองเข้าไปยังส่วนลึกของบ้านพักที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก


            ภายในห้องเงียบสงัด


            หวงเยี่ยกำลังนั่งขัดสมาธิ มือทั้งสองถือคัมภีร์วิชาเล่มหนึ่งอย่างตั้งใจ แววตาเปล่งประกายแห่งความสนใจอย่างลึกซึ้ง


            ชายชราหยุดมือชั่วครู่ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นเผยรอยยิ้มเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังไหลเวียนอยู่รอบตัวชายหนุ่ม


            วิชาการต่อสู้ระดับเทพ?”


            “เป็นวิชาประหลาดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนนักล่ามังกรโดยเฉพาะ!”


            “ต่อให้เจ้าเด็กหวงเยี่ยคนนี้จะไม่มีเจตจำนงธาตุสายฟ้าอยู่เลย เขาก็ยังคงสามารถสำแดงอานุภาพของวิชาหอกสี่ฤดูนี้ได้!”


            ดวงตาของผู้เฒ่าเปล่งประกายชื่นชมเล็กน้อย คล้ายกำลังประเมินสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ครู่หนึ่งชายชราก็หัวเราะในลำคออย่างพอใจ ก่อนจะถอนวิชาสัมผัสวิญญาณกลับคืนสู่ร่าง ไม่เข้าไปละลาบละล้วงอะไรต่ออีก ราวกับเพียงแค่แวะมองผ่านๆเพื่อยืนยันบางอย่างเท่านั้น


            ภายในบ้านพัก หวงเยี่ยกลับไม่ได้รับรู้ถึงสายตาที่เพิ่งทอดมองเข้ามา เขาก้มหน้าจดจ่ออยู่กับคัมภีร์วิชาในมืออย่างเต็มที่


            ทว่าในส่วนลึกของจิตสำนึก ระบบกลืนกินมังกรกลับรับรู้ถึงสัมผัสวิญญาณเมื่อครู่ได้อย่างชัดเจน มันเปี่ยมไปด้วยพลังที่ยากจะประเมิน ทว่าระบบนั้นกลับนิ่งเฉย ทำราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดแตะต้องเข้ามาเลย


            หวงเยี่ยยังคงจ้องมองคัมภีร์ในมือด้วยความตื่นตะลึงเล็กน้อย


            “สมแล้วที่เป็นวิชาการต่อสู้ระดับเทพ เป็นกระบวนท่าที่แปรเปลี่ยนพลังวิญญาณ รวมเข้ากับจินตภาพของตนในการสำแดงพลังอำนาจ!”


            “ต้องใช้การควบคุมพลังวิญญาณที่ละเอียดอ่อนยิ่งกว่าวิชาขับเคลื่อนพลังไปหลายสิบเท่า!”


            “ใช้หลักการของพลังวิญญาณผสานเข้ากับองค์ความรู้และการควบคุมทุกส่วนของร่างกาย เพื่อเปิดใช้วิชาหอกระดับเทพนี้ได้!”


            นี่คือวิชาการต่อสู้ระดับเทพที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพสงครามตงเสวี่ย


            ผู้มีเจตจำนงธาตุสายฟ้าระดับเทพ หอกเทพอัสนีบาตศักดิ์สิทธิ์คือชื่อที่ถูกจารึกไว้บนหน้าปกอย่างสง่างาม


            เทพสงครามผู้นั้นไม่ได้อาศัยพลังแห่งสายฟ้าอย่างบริสุทธิ์ หากยังใช้หลักการของเจตจำนงตนเอง แปรเปลี่ยนและสรรสร้างกระบวนท่าออกมานอกเหนือไปจากรูปแบบดั้งเดิม เปิดทางให้นักล่ามังกรที่มีเจตจำนงธาตุอื่นสามารถประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยธาตุสายฟ้าโดยตรง


            มันถูกเรียกว่ากระบวนท่าหอกสี่ฤดู วัฏจักรสวรรค์


            แนวคิดของมันไม่ใช่การปลดปล่อยพลังอย่างดิบเถื่อน หากเป็นการหมุนเวียน แปรสภาพ และปรับจังหวะของพลังวิญญาณให้สอดคล้องกับจินตภาพภายในใจของผู้ใช้ เปรียบดังฤดูทั้งสี่ที่หมุนเวียนไปตามกฎแห่งธรรมชาติ


            กระบวนท่าหอกสี่ฤดูถูกแบ่งออกเป็นสี่ภาคอย่างชัดเจนตามชื่อของมัน แต่ละภาคเป็นแก่นแท้ของแนวคิดแห่งการหมุนเวียน เปลี่ยนผ่าน และบรรจบกันในวัฏจักรที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ทว่าทั้งหมดกลับเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์


            ฤดูใบไม้ผลิ กำเนิดสรรพชีวิต พลังแห่งการเริ่มต้น อ่อนโยนแต่แฝงด้วยความไม่สิ้นสุด เปรียบดังต้นอ่อนที่สามารถทะลวงหินผา แม้ดูบอบบาง หากภายในกลับซ่อนความแข็งแกร่งที่ไม่มีวันหมดสิ้น


            กระบวนท่าแรก หอกผลิบานพันบุปผา


            เพียงแทงออกไปหนึ่งครั้ง ปลายหอกกลับแตกแขนงเป็นเงานับสิบในชั่วพริบตา เสมือนดอกไม้หลากสีผลิบานพร้อมกันทั่วทุกทิศทาง


            เงาหอกเหล่านั้นแฝงไว้ด้วยพลังแท้จริง แต่ละเงาล้วนสามารถทะลวงเกราะป้องกันของศัตรูได้อย่างแม่นยำ ท่วงท่าดูอ่อนละมุนราวสายลมอุ่นต้นฤดู หากศัตรูพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาที พวกมันก็อาจถูกแทงทะลุจากหลายทิศพร้อมกันโดยไม่ทันตั้งตัว


            กระบวนท่าที่สอง กิ่งหลิวไหวลม


            การเคลื่อนไหวพลิ้วไหวดุจต้นหลิวต้องลม หอกในมือผู้ใช้หมุนวนอย่างนุ่มนวล ร่างกายเคลื่อนที่ตามจังหวะธรรมชาติ หลบหลีกการโจมตีทุกสายอย่างสงบเสงี่ยม ก่อนจะสวนกลับในมุมที่คาดไม่ถึง มันคือการควบคุมจังหวะอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกการตอบโต้แม่นยำราวกับถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้า ไม่มีการใช้พลังเกินจำเป็น ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด


            ฤดูร้อน ความร้อนแรงถึงขีดสุด พลังระเบิดและดุดัน เปรียบดั่งดวงอาทิตย์ที่แผดเผาผืนพิภพจนมอดไหม้ ไม่มีความลังเล ไม่มีความเมตตา มีเพียงการทำลายล้างที่พุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างไร้ปรานี


            กระบวนท่าแรก หอกเพลิงสุริยันแผดเผา


            เมื่อสะบัดปลายหอก พลังไฟมหาศาลจะถูกปลดปล่อยออกมาราวกับดวงตะวันถูกอัญเชิญลงสู่สนามรบ


            เปลวเพลิงพวยพุ่งแผ่กระจายเป็นวงกว้าง เผาผลาญทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีอย่างไร้ความปรานี ความร้อนสูงส่งทำให้อากาศบิดเบี้ยว เสียงเปรี๊ยะดังราวกับฟ้าผ่าต่อเนื่องไม่ขาดสาย ผู้ใดอยู่ภายในขอบเขตนั้นยากจะรอดพ้นโดยไม่บาดเจ็บสาหัส


            กระบวนท่าที่สอง อัคคีสะท้านนภา


            การแทงทะลวงด้วยพลังรุนแรงจนเกิดแรงสั่นสะเทือนในอากาศ หอกพุ่งออกไปดุจอุกกาบาต ทะลุผ่านทุกสิ่งที่ขวางหน้า แรงกระแทกทำให้ชั้นบรรยากาศสั่นไหว คลื่นพลังสะท้อนกลับไปยังพื้นดินจนเกิดรอยแตกเป็นเส้นยาว


            ผู้เผชิญหน้ากับท่วงท่านี้ย่อมรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่โถมทับจากทุกทิศ ไม่มีช่องว่างให้หลบหนี ไม่มีโอกาสให้ตั้งหลักใหม่


            กระบวนท่าสุดท้ายของฤดูนี้ หอกสุริยาทลายขุนเขา


            การโจมตีตรงที่เน้นพลังทำลายล้างสูงสุด แทงเพียงครั้งเดียว แต่รวมพลังทั้งหมดเข้าสู่ปลายหอกในจุดเดียว


            ความรุนแรงมหาศาลนั้นสามารถทะลวงทุกการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเกราะเหล็ก กำแพงพลัง หรือแม้แต่ภูผาหินผา ล้วนถูกแยกออกเป็นสองส่วนต่อหน้าพลังอันเกรี้ยวกราดนั้น ท่วงท่าเรียบง่าย ไม่มีลูกเล่น หากทรงอานุภาพเกินกว่าจะประเมินค่าได้


            ฤดูใบไม้ร่วง การร่วงโรยและเฉียบคม ความนิ่ง เฉียบคม และแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวคือการปลิดชีวิตอย่างสงบ ไม่มีเสียงเอะอะ ไม่มีพลังระเบิดหวือหวา มีเพียงคมลมที่มองไม่เห็นและจังหวะที่ถูกคำนวณอย่างสมบูรณ์


            กระบวนท่าแรก หอกใบไม้ร่วงสังหาร


            แทงหนึ่งครั้ง แต่พลังที่ปล่อยออกมากลับแยกตัวเป็นคมลมดั่งใบไม้ปลิวว่อนกลางสายลมสารท


            คมพลังเหล่านั้นฟันศัตรูจากรอบทิศอย่างพร้อมเพรียง ราวกับใบไม้แห้งนับร้อยร่วงหล่นลงพร้อมกัน แม้การเคลื่อนไหวจะดูเงียบงัน ทว่าเบื้องหลังคือการตัดผ่านที่แม่นยำทุกจุด หากศัตรูไม่ทันสังเกต อาจพบว่าร่างกายตนเองถูกบาดเฉือนโดยไม่รู้ตัว


            กระบวนท่าที่สอง ลมสารทเย็นยะเยือก


            พลังเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาพร้อมการกวาดหอกหนึ่งครั้ง ความเร็วของฝ่ายตรงข้ามค่อยๆลดลงอย่างชัดเจน ราวกับตกอยู่ท่ามกลางสายลมหนาวปลายฤดูที่กัดกินทั้งร่างกายและจิตใจ แรงกดดันทางจิตวิญญาณเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆทำให้คู่ต่อสู้เสียสมาธิ


            ความลังเลเพียงชั่วครู่เดียวก็เพียงพอจะเปิดช่องโหว่ให้ผู้ใช้หอกจู่โจมได้อย่างเด็ดขาด


            กระบวนท่าสุดท้าย หอกวัฏจักรดับสูญ


            การโจมตีที่มุ่งเป้าจุดตายอย่างแม่นยำ ไม่มีการเคลื่อนไหวเกินจำเป็น ไม่มีท่วงท่าเกินความต้องการ


            ทุกอย่างเรียบง่ายถึงที่สุด แต่กลับสมบูรณ์แบบถึงขีดสุด ปลายหอกพุ่งตรงเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญของศัตรูในเสี้ยววินาทีเดียว ราวกับถูกกำหนดชะตาไว้แล้วว่าจะต้องจบลง ณ จุดนั้น ไม่มีโอกาสให้แก้ตัว ไม่มีพื้นที่ให้หนีรอด


            ฤดูหนาว ความดับสูญและความเงียบงัน พลังแห่งความตายอันเงียบงัน เย็นยะเยือกจนทุกสิ่งหยุดนิ่ง ไม่ใช่การระเบิด ไม่ใช่การเฉือนคม หากแต่เป็นการทำให้ทุกอย่างเข้าสู่สภาพสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์


            กระบวนท่าหอกเหมันต์ผนึกนิรันดร์


            เพียงปลายหอกสัมผัสสิ่งใด สิ่งนั้นจะถูกแช่แข็งในทันที ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหนัง กระดูก หรือแม้แต่กระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในก็พลันหยุดนิ่ง ราวกับกาลเวลาถูกตรึงเอาไว้ในชั่วขณะนั้น ไม่มีผู้ใดสามารถฝืนต้านได้เมื่อมันเริ่มทำงาน


            และในท้ายที่สุด


            รวมสี่ฤดูเป็นหนึ่ง หอกวัฏจักรสวรรค์ รวมพลังทั้งสี่ฤดูเข้าเป็นหนึ่งเดียว


            การแทงเพียงครั้งเดียวแฝงการกำเนิด การเติบโต การเสื่อม และการดับสูญในคราวเดียว พลังหมุนเวียนภายในจังหวะเดียว เปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่องจนศัตรูไม่อาจต้านทานได้ทั้งทางกายและพลังภายใน ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์โดยไร้ช่องว่างให้หลบเลี่ยง


            เมื่ออ่านจนจบ หวงเยี่ยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างช้าๆ ความรู้สึกทึ่งและตื่นเต้นปะปนกันอยู่ในใจ


            “ร้ายกาจเกินไป!”


            “เป็นแบบนี้แล้วต่อให้ข้าจะไม่มีเจตจำนงธาตุไฟ.. ลม.. หรือน้ำก็ตาม”


            “ข้าก็สามารถสำแดงธาตุเหล่านั้นได้ผ่านกระบวนท่าหอกสี่ฤดู ไร้เทียมทานเลยก็ว่าได้!”


            ดวงตาของเขาเปล่งประกายอย่างชัดเจน ความเข้าใจที่ค่อยๆสะสมจากแต่ละฤดูหลอมรวมกันเป็นภาพใหญ่ของวัฏจักรสวรรค์ เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่วิชาที่สามารถสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น แต่หลักการที่มันเปิดเผย มันก็เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงแนวทางการต่อสู้ของเขาโดยสิ้นเชิง


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน