เมื่อจิตใจของจ้าวหลานเข้าสู่สภาะที่ผ่อนคลายและมีความสุขสิ่งที่ขวางกั้นระหว่างจอมเวทย์ระดับ 8 และ 9 ก็ทลายลงทำให้จ้าวหลานยกระดับพลังของตัวเองได้สำเร็จทันที ต้าหมิงที่เห็นว่าจ้าวหลานกำลังปรับสมดุลพลังก็ไม่ได้เข้าไปก่อกวนและถอยออกมาแทนพร้อมกับเรียกอสูรสายฟ้าคลั่งออกมาเพื่อปกป้องจ้าวหลาน
“น่าเสียดายที่ข้ายังไม่ได้ใช้เวลากับนางให้นานกว่านี้” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าเสียดายออกมา
หลังจากนั้นไม่นานการต่อสู้ก็รุนแรงยิ่งขึ้น เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้ชายชุดดำเป็นยอดฝีมือระดับจอมพล ซึ่งต่อให้เป็นจ้าวหยูซินและจ้าวโยวหลันร่วมมือกันก็ยังไม่สามารถเอาชนะชายชุดดำได้ทำได้แค่เสมอกันเท่านั้น
อีกด้านผู้อาวุโสตระกูลหลางที่ปลอมตัวอยู่กับชายชุดดำอีกคนหนึ่งก็กำลังต่อสู้อยู่กับคนคุ้มกันของพั่วเสออย่างเอาเป็นเอาตาย
“ฝีมือของเจ้าทำให้ข้าคุ้นต้าจริงๆ ไม่คิดว่าผู้อาวุโสของตระกูลหลางจะเข้าร่วมกลับตระกูลหวังได้” คนคุ้มคนของพั่วเสอกล่าว
“สมแล้วที่เป็นหนึ่งในหัวหอกของตระกูลพั่วต่อสู้กันได้ไม่นานก็จดจำข้าได้” ผู้อาวุโสตระกูลหลางกล่าว
“ถึงข้าจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเจ้านั้นไม่ภักดีต่อท่านจักรพรรดิแต่ไม่คิดว่าถึงกับปรากฎตัวในเมืองหลวงแบบนี้พวกเจ้านี่ใจกล้าจริงๆ” คนคุ้มกันของพั่วเสอกล่าว
“อย่าพึ่งฆ่าเข้าเด็ดขาดเราต้องการข้อมูลอีกหลายๆอย่างจากเขา” พั่วเสอที่อยู่ใกลๆส่งข้อความหาผู้คุ้มกันของตนเองทันที
“คิดจะจับเป็นข้าต้องดูว่าพวกเจ้ามีความสามารถหรือไม่” ผู้อาวุโสตระกูลหลาง ปลดปล่อยพลังเวทย์ระดับจอมพลออกมาและเข้าต่อสู้ทันที
ตระกูลหลังยอมลงทุนเข้าร่วมกับตระกูลหวังในครั้งนี้เพราะน้ำค้างแห่งชีวิตนั้นสำคัญต่อพวกเขาอย่างมากเพราะมันจะช่วยให้บรรพชนของตระกูลหลางกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งและมันจะช่วยให้พวกเขากดดันจักรพรรดิหญิงได้อย่างมาก
“ไม่ว่าอย่างไรวันนี้น้ำค้างแห่งชีวิตก็ต้องเป็นของข้า” ผู้อาวุโสตระกูลหลางสวมชุดเกาะเวทย์และระเบิดพลังโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
คนคุ้มกันของพั่วเสอเองก็ไม่ได้อ่อนแอและสามารถต้านรับการโจมตีทั้งหมดได้
“ดูเหมือนวันนี้การจะจัดการพวกเจ้าจะไม่ใช่เรื่อง่ายเสียแล้ว” ชายชุดดำกล่าว
“ไม่ว่ายังไงวันนี้เจ้าก็ต้องตายที่นี่” จ้าวหยูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาหอกในมือของนางส่องสว่างพร้อมกับเวทมนต์สายฟ้าพุ่งออกไป
“เวทย์สายฟ้าชั่งเป็นปัญหาจริงๆ” ชายชุดดำตระกูลหวังกล่าวพร้อมกับโบกมือออกไป ม่านพลังเปลวเพลิงก็เข้าปะทะกับหอกสายฟ้าที่พุ่งเข้ามาทันที
“อย่าลืมว่าตรงนี้ยังมีข้า” จ้าวโยวหลันใช้เปลวเพลิงสร้างเป็นอสรพิษขนาดใหญ่โจมตีไปยังชายชุดดำทันที
ชายชุดดำถอยออกมาและสร้างใบมีดเปลวเพลิงตัดร่างของอสรพิษออกเป็นสองส่วนอย่างง่ายดายเรียกได้ว่าความสามารถของชายชุดดำนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ
“หืม” กลิ่นอายนี้มันขุนพลสูงสุดงั้นเหรอ ชิ ในเมื่อเจ้านั่นมาแล้วข้าก็คงต้องขอตัวก่อน ชายชุดดำกล่าวพร้อมกับกลายเป็นเปลวเพลิงพุ่งหายไปทันที
“ไม่ต้องตามไป” จ้าวหยูซินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ความแข็งแกร่งของชายชุดดำนั้นเทียบได้กับขุนพลทั้งสามของอาณาจักรอัคคีเลยก็ว่าได้
“ตอนนี้พวกเราไปจับตัวเจ้านั่นก่อนเถอะ” จ้าวโยวหลันหันไปทางผู้อาวุโสตระกูลหลางและผู้คุ้มกันของพั่วเสอที่กำลังต่อสู้กันอยู่
“แย่แล้วเจ้านั่นหนีไปแล้วงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสของตระกูลหลางแสดงสีหน้าตื่นตระหนกและรีบเคลื่อนใหวเตรียมหนีทันที
“คิดจะหนีจากพวกข้างั้นเหรอ” เสียงที่ทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับร่างของสามขุนพลปรากฏ
สามขุนพลต่างเข้ามาขวางทางของผู้อาวุโสตระกูลหลางเอาไว้ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถหนีได้
“ผู้อาวุโสตระกูลหลางคนหนึ่งกลับสมคบคิดกับตระกูลหวังแค่นี้พวกเราก็มีหลักฐานไปกดดันตระกูลหลางแล้ว” ขุนพลสูงสุดกล่าว
“บัดซบ!!!!!!!” ผู้อาวุโสตระกูลหลางตื่นตระหนกและหวาดกลัวเขาไม่คิดว่าอยู่ๆชายชุดดำจะยอมถอยออกไป
“ยอมจำนนซะและยอมบอกมาซะดีๆว่าตระกูลหลางร่วมมือกับตระกูลหวังหรือไม่” จ้าวโยวซินกล่าว
“ข้า.....” ผู้อาวุโสตระกูลหลางกลายเป็นหวาดกลัวและไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร
ในตอนนั้นเองจิตสังหารที่ทรงพลังก็ปะทุพร้อมกับปรากฎพลังโจมตีที่ทรงพลังออกมา
“ระวัง!!!!!!!!!” จอมพลทั้งสามตื่นตระหนกและถอยหนีออกไป
“อ๊ากกกกกกกก” ผู้อาวุโสตระกูลหลางถูกการโจมตีที่ทรงพลังสังหารทันที
“พลังแบบนี้มัน ผู้นำตระกูลหลาง หลางเจี่ย” จอมพลสูงสุดคำรามออกมา
“คนทรยศของตระกูลหลางมีโทษตายสถานเดียว” ผู้นำตระกูลหลางปรากฏตัวออกมาและกล่าวขึ้น
“เจ้าจะบ้าหรือยังไงเขาคือคนเดียวที่อาจจะรู้ข้อมูลของตระกูลหวังและที่ซ่อนของตระกูลหวังนะ” จอมพลคนหนึ่งคำรามออกมา
“ข้าไม่สน เพราะเขาเป็นคนตระกูลหลางเมื่อทำผิดเข้าก็ต้องถูกข้าลงโทษ” ผู้นำตระกูลหลางกล่าว
“โห่ ดูเหมือนเจ้าจะปรากฎตัวได้ถูกเวลาจริงๆ ซึ่งมันทำให้ข้าไม่ค่อยแน่ใจในคำพูดของเจ้าว่าต้องการสังหารคนทรยศหรือฆ่าเพื่อปิดปากกันแน่” จอมพลสูงสุดก้าวออกไปทำให้พื้นที่รอบๆเริ่มร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้นำตระกูลหลางแสดงสีหน้าจริงจัง จอมพลสูงสุดนั้นไม่ใช่คนธรรมดาเขาคือคนที่เข้าใกล้ระดับจักรพรรดิคนหนึ่งมากแล้วเหลือแค่เวลาเท่านั้นเองที่เขาจะทะลวงระดับได้
“พวกเราตระกูลหลางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลหวังอยู่แล้ว” ผู้นำตระกูลหลางกล่าว
“แต่เจ้าก็ได้ทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้งไปแล้ว แถมยังต่อหน้าพวกข้าอีกเจ้าคิดว่ามันจะจบง่ายๆงั้นเหรอ” จ้าวหยูซินกล่าว
“เหอะ พวกเราตระกูลหลางไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเชื่อ” ผู้นำตระกูลหลางกล่าวพร้อมกับเตรียมจากไป
แต่ในตอนนั้นเองร่างของจอมพลสูงสุดก็เคลื่อนใหว พริบตาเดียวก็ปรากฏอยู่ด้านหลังของผู้นำตระกูลหลาง เปลวเพลิงที่ทรงพลังกลายเป็นมังกรตัวหนึ่งพุ่งทะยานเข้าหาผู้นำตระกูลหลาง
“บัดซบ เจ้ากล้าโจมตีข้างั้นเหรอ” ผู้นำตระกูลหลางกล่าวพร้อมกับชกหมัดสวนกลับไปทั้งสองต่างเป็นจอมเวทย์ผู้ใช้เปลวเพลิงเหมือนกัน แต่ว่าพริบตาที่การโจมตีของทั้งสองปะทะกัน ร่างของผู้นำตระกูลหลางก็ถึงกับถอยออกไป
“เป็นไปไม่ได้” ผู้นำตระกูลหลางกล่าวพร้อมกับมองไปที่จอมพลสูงสุดด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“กึ่งจักรพรรดิ” จ้าวหยูซินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ในที่สุดจอมพลสูงสุดของอาณาจักรอัคคีก็ใกล้จะทะลวงกลายเป็นระดับจักรพรรดิอีกคนแล้วซึ่งเรื่องนี้เป็นข่าวดีอย่างยิ่ง