ถ้อยคำเหน็บแนมอย่างไม่ไว้หน้าของหูหลันเยวี่ย ถึงกับทำให้ใบหน้าของเกาลี่แดงก่ำ
ยังไม่ทันที่เกาลี่จะได้หายใจหายคอทัน ถิงถิงก็รีบเสริมทัพช่วยพี่สาว "เกาลี่ อย่าเพิ่งพูดถึงพี่หย่วนที่รักความสะอาดขั้นสุดเลย แค่หนุ่มทั่วไปได้เข้าใกล้เธอหน่อย กลิ่นตัวแปลกๆ ของเธอก็คงจะเตะจมูกเขาจนเผ่นป่าราบแล้วมั้ง"
"หูถิงถิง แก..." เกาลี่แทบจะอกแตกตาย การถูกหูหลันเยวี่ยที่ดูท่าทางร้ายกาจข่มเหงก็ว่าแย่แล้ว แม้แต่ถิงถิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกพลับนิ่มก็ยังคำพูดคำจาคมกริบเหมือนใบมีดอีก
ถิงถิงเลิกคิ้วให้เกาลี่ที่ริมฝีปากสั่นระริกด้วยแรงโทสะ
"ฉันไม่ได้ชื่อหูถิงถิงแล้ว ฉันชื่อหูหลันถิง!"
สองพี่น้องเล่นงานเกาลี่จนพูดไม่ออก จากนั้นก็จับมือกันเดินเชิดหน้าจากไป
ผ่านไปนานกว่าเกาลี่จะหายใจหายคอได้สะดวกอีกครั้ง
เกาลี่ก้มหน้าก้มตาเดินกลับบ้านด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก
ตอนที่เธอกลับมาถึงบ้าน สงครามน้ำลายระหว่างแม่กับจางกุ้ยเฟินก็ยุติลงแล้ว
พอเห็นเกาลี่กลับเข้าบ้าน ผู้เป็นแม่ก็โกรธจนควันออกหู "นังลูกคนนี้ หายหัวไปไหนมาตั้งนานสองนาน? อาหารไก่ไม่ได้ให้ อาหารแมวก็ไม่ดูแล ฉันว่าใจแกมันก็เหมือนไอ้พ่อน่าตายพันครั้งของแกนั่นแหละ ดื้อด้านจริงๆ"
เพราะเพิ่งใช้เสียงไปจนหมดแรงจากศึกน้ำลายกับจางกุ้ยเฟิน จึงเห็นได้ชัดว่าตอนที่ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยด่าลูกสาวขาดอรรถรสไปเยอะ
พอเข้าบ้านมาก็โดนแม่ด่า เกาลี่ย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา "แม่คะ ด่าป้าสะใภ้ใหญ่ไม่ชนะ ก็เลยมาลงที่หนูแทนใช่ไหม?"
"ไอ้ลูกคนนี้ ยังกล้าเถียงอีกเรอะ! อยากโดนตีนักใช่ไหม? ฉันจะตีให้หนักเลยคอยดู!" ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยที่กำลังโมโหจัดคว้าไม้กวาดมาฟาดใส่เกาลี่อย่างแรง
เธอใช้ไม้กวาดตีเกาลี่ไปพลางตวาดไปด้วย "ถ้าแกยังไปมาหาสู่กับจางกุ้ยเฟินนังเมียน้อยหน้าด้านคนนั้นอีก ฉันจะหักขาหมาของแกซะ ฉันทำอะไรไอ้พ่อที่น่าตายพันครั้งของแกไม่ได้ แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะสั่งสอนนังเด็กหัวดื้ออย่างแกไม่ได้!"
เมื่อก่อนภรรยาของเกาเถี่ยฉุยไม่ว่าอะไรที่ลูกสาวตัวเองไปมาหาสู่กับจางกุ้ยเฟินอย่างสนิทสนม กลับรู้สึกดีใจด้วยซ้ำ
มีแม่คนไหนบ้างที่ไม่หวังให้ลูกของตัวเองเป็นที่รักใคร่ของคนนอก
แต่หลังจากข่าวฉาวเรื่องเกาเถี่ยฉุยกับจางกุ้ยเฟินลักลอบได้เสียกันในทุ่งข้าวโพดกระพือไปทั่วหมู่บ้าน ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยก็เริ่มไม่สบายใจที่ลูกของตัวเองไปมาหาสู่กับจางกุ้ยเฟินแล้ว
สงครามน้ำลายระหว่างจางกุ้ยเฟินกับภรรยาของเกาเถี่ยฉุยจบลงแล้วก็จริง แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกลับยังไม่จบลงเท่านี้
จางกุ้ยเฟินปักใจเชื่อแล้วว่าภรรยาของเกาเถี่ยฉุยเป็นคนลงมือกับแผ่นหินตรงส้วมหลุมของบ้านเธอ
แค่ด่าภรรยาของเกาเถี่ยฉุยไปยกใหญ่ จางกุ้ยเฟินก็รู้สึกว่ายังไม่หายแค้น ดังนั้นเมื่อตกดึกในวันเดียวกันนั้น จางกุ้ยเฟินจึงลุกขึ้นมาทำลายส้วมของบ้านเกาเถี่ยฉุยบ้าง
จางกุ้ยเฟินมีพละกำลังมาก ดังนั้นการทำให้แผ่นหินในส้วมคลอนแคลนจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ
จางกุ้ยเฟินทำตามวิธีเดิม เธอแงะให้แผ่นหินในส้วมของบ้านเกาเถี่ยฉุยโคลงเคลง จากนั้นก็ราดน้ำมันที่ทำให้พื้นลื่นง่ายลงบนแผ่นหิน
จางกุ้ยเฟินย่อมหวังว่าคนที่ตกส้วมในวันรุ่งขึ้นจะเป็นภรรยาของเกาเถี่ยฉุย
บ้านเกาเถี่ยฉุยมีคนตกส้วมจริงๆ แต่คนที่ตกส้วมไม่ใช่ภรรยาของเกาเถี่ยฉุย ไม่ใช่เกาเถี่ยฉุย แต่เป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดของบ้าน เกาเฉียงที่อายุยังไม่ถึงเก้าขวบดี
ถ้าท้องไส้ไม่ปั่นป่วน เกาเฉียงก็คงจะไม่ตื่นเช้าขนาดนั้น
เกาเฉียงที่ตื่นเป็นคนแรกเอามือกุมท้องวิ่งไปที่ส้วม ไม่คิดว่าพอเท้าทั้งสองเหยียบลงบนแผ่นหินทั้งสองข้างของส้วม เท้าจะลื่นได้
แผ่นหินใต้เท้าเดิมทีก็โคลงเคลงมากอยู่แล้ว คนที่เหยียบอยู่ข้างบนเท้าลื่นเสียขนาดนั้น เกาเฉียงทรงตัวไม่อยู่ก็ร่วงลงไปในบ่ออุจจาระ
ในชนบท ครอบครัวส่วนใหญ่มักจะขุดส้วมให้ลึกมากๆ ส้วมของบ้านเกาเถี่ยฉุยก็ไม่ใช่ตื้นๆ
เกาเฉียงที่ยังมีความสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยสามสิบเซนติเมตร พอตกส้วมก็ถูกสิ่งปฏิกูลในบ่อท่วมตัวอย่างรวดเร็ว
กว่าคนในบ้านจะสังเกตเห็นว่าเกาเฉียงตกส้วม ก็เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากที่เขาร่วงลงไปแล้ว
ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยเช็ดล้างสิ่งสกปรกบนตัวลูกชายไปพลางก็ร้องไห้และด่าทอไปด้วย "ต้องเป็นฝีมือของจางกุ้ยเฟินเมียน้อยหน้าด้านคนนั้นแน่ๆ ต้องเป็นหล่อนแน่ๆ"
เกาเถี่ยฉุยหันไปตวาดอย่างหงุดหงิด "หุบปากไปเลยน่า"
"เกาเถี่ยฉุย ไอ้คนชั่วช้า นี่มันถึงขั้นไหนกันแล้ว ทำไมคุณยังกล้าเข้าข้างเมียน้อยคนนั้นอีก!" ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยเริ่มอาละวาด
เห็นพ่อกับแม่กำลังจะลงไม้ลงมือกัน เกาลี่ก็รีบออกมาห้ามเสียงหลง "พ่อ แม่ อย่าทะเลาะกันเลยค่ะ"
เกาเฉียงที่เพิ่งอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดเสร็จแล้วก็เริ่มจาม
ถึงจะไม่ได้ไปโรงเรียนสาย แต่พอเรียนถึงคาบที่สามของช่วงเช้า เกาเฉียงก็เริ่มไม่สบาย
บังเอิญว่าคาบนั้นเป็นวิชาภาษาศาสตร์ และครูสอนวิชานี้ก็คือหูหลันเยวี่ย
แต่หูหลันเยวี่ยไม่ได้เป็นครูประจำชั้นของเกาเฉียง ดังนั้นพอรู้ว่าเกาเฉียงเป็นไข้ เธอก็เลยไปเรียกครูหลิวหมิงที่เป็นครูประจำชั้นมา
หลิวหมิงจึงพานักเรียนของเขาไปที่สถานีอนามัยในหมู่บ้าน
ไม่นานนัก แม่เกาเฉียงก็ถูกเรียกตัวมา
เด็กน้อยมีไข้สามสิบแปดองศา และต้องฉีดยา
เกาเฉียงที่อยู่ดีๆ ก็มีไข้ขึ้นมาแบบนี้ ใครก็เดาออกว่าต้องเกี่ยวข้องกับการที่เขาพลัดตกลงไปในส้วมตอนเช้าแล้วโดนความเย็นเล่นงานแน่ๆ!
ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยย่อมกล้ำกลืนความโกรธนี้ลงคอไม่ได้อยู่แล้ว
หลังจากพาลูกชายออกจากสถานีอนามัยกลับมาที่บ้าน ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยก็ถือขวานไปสับประตูบ้านของจางกุ้ยเฟิน
จางกุ้ยเฟินจะยอมยืนดูประตูบ้านตัวเองโดนอีกฝ่ายทำลายทั้งอย่างนี้ได้อย่างไร ผู้หญิงทั้งสองคนก็เลยปะทะกันกลางวันแสกๆ
ถ้าไม่ใช่เกาเถี่ยจู้ผู้เป็นสามีของจางกุ้ยเฟินเข้ามาห้ามทั้งสองคนไว้ได้ทัน บางทีคงจะได้เห็นคนหัวแตกเลือดอาบไปแล้ว
ช่วงเวลานั้น ชื่อเสียงของทั้งสองครอบครัวนี้ก็ดังกระฉ่อนไปทั่วหมู่บ้านซิ่วสุ่ย หรือแม้แต่หลายๆ หมู่บ้านในละแวกใกล้เคียง
ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจจะพังบ่ออุจจาระของบ้านจางกุ้ยเฟิน หูหลันเยวี่ยก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าบ้านของจางกุ้ยเฟินกับบ้านของเกาลี่จะต้องกัดกันจนขนร่วงแน่ๆ
ตอนนี้แทบจะไม่มีใครในหมู่บ้านปล่อยข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงเรื่องที่หูหลันเยวี่ยขโมยเงินของพ่อแม่อุปถัมภ์มาซื้อจักรเย็บผ้าให้ที่บ้านอีกแล้ว
และแล้ววันอาทิตย์ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
วันนี้เป็นวันมงคลที่จ้าวหงซิ่วจะแต่งสะใภ้เข้าบ้าน หูหลันเยวี่ยก็ไม่พลาดไปกินเลี้ยงพร้อมกับพ่อแม่ของเธอ
อากาศค่อยๆ เย็นลง หูหลันเยวี่ยก็เลยหยิบเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดสีชมพูที่ซื้อเมื่อปีที่แล้วออกมาใส่
หูหลันเยวี่ยจำได้ว่าตอนที่เธอซื้อเสื้อตัวนี้เมื่อปีที่แล้ว น้ำหนักของเธออยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยสามสิบแปดจิน เสื้อตัวนี้ใส่พอดีตัวเป๊ะ
แต่เสื้อผ้าที่ใส่พอดีตัวเมื่อปีที่แล้ว ในตอนนี้กลับใส่แล้วหลวมลงไปหน่อย
เพราะหูหลันเยวี่ยผอมลงไปเยอะกว่าเมื่อปีก่อน
ที่บ้านไม่มีเครื่องชั่งน้ำหนัก หูหลันเยวี่ยก็เลยไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองหนักเท่าไหร่ เธอเลยคิดว่าตอนไปกินเลี้ยง จะถือโอกาสไปชั่งน้ำหนักที่บ้านป้าคนรองเสียเลย
หูหลันเยวี่ยเอาเสื้อโค้ตสีเหลืองแอปริคอตอีกตัวของเธอให้ถิงถิงใส่
ถิงถิงใส่เสื้อโค้ตสีเหลืองแอปริคอตตัวนี้อย่างดีอกดีใจ จากนั้นก็หยิบกางเกงยีนส์ที่ไม่ค่อยกล้าใส่ออกมาใส่คู่กัน
หูหลันเยวี่ยมองดูถิงถิงที่เอากระจกบานเล็กๆ มาส่องไม่หยุด เธอก็เลยยิ้มแล้วแซว "ถิงถิง พี่มีลิปสติกด้วยนะ อยากให้พี่ทาปากให้ไหม?"
ลิปสติกที่อยู่ในมือของหูหลันเยวี่ยก็คือของขวัญที่ซูเพ่ยอวิ๋น คุณนายผู้ดีที่เธอกับหลินซือหย่วนช่วยไว้เมื่อประมาณสามเดือนก่อนให้เธอมานั่นเอง