“เ้านี่โชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อเลยนะ หากไม่นับพวกนักบินอวกาศ ก็มีเ้าคนแรกนี่ละ ที่เดินทางท่องดวงจันทร์โดยไม่ต้องเสียเงินสักแดง”
ชายชรามีโครงหน้างุ้มงอเหมือนนกอินทรี สวมเสื้อคลุมสีเขียวอบอวลด้วยกลิ่นอายความชั่วร้าย เขายิ้มอย่างมีเลศนัยขณะมองไปยังชายหนุ่มผู้ถูกห่อหุ้มอยู่ภายใต้ม่านแสงสีม่วงอันเลือนราง
ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปี สวมกางเกงบ็อกเซอร์ลายดอก ร่างกายท่อนบนผอมบางกว่าท่อนล่าง เขามองไปรอบกายอย่างร้อนรน ภายในม่านแสงขุมนั้น
“หุบปากนะ ตาแก่ แกพาฉันมาที่นี่ทำไม ้าอะไร?”
หานซั่วบันดาลโทสะ ในวันที่แสนอบอ้าวของฤดูร้อน เขากำลังจะมีความสุขกับการอาบน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจ จู่ ๆ ก็มีแสงจ้าสีขาวสว่างวาบขึ้น ชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าหานซั่วที่กำลังเปลือยกายล่อนจ้อน ชายชราเอ่ยเพียงว่า “วันเกิดตรงกัน” ก่อนจะคว้าหานซั่วไว้แล้วพุ่งออกจากหน้าต่างชั้นสิบ หานซั่วใกลัวแทบสิ้นสติ
รู้ตัวอีกที หานซั่วก็ััได้ถึงความมืดมิดอันเปลี่ยวร้างรอบกาย พื้นดินขรุขระราวกับผิวของเหยื่อไฟไหม้ที่พุพองอย่างรุนแรง เมื่อนั้น เขาจึงตระหนักได้ว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนดวงจันทร์
น่าประหลาดที่หานซั่วและชายชราสามารถสื่อสารกันได้ปกติ อาจเป็เพราะม่านแสงสีม่วงอันน่าพิศวงนั่นก็เป็ได้ แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือหานซั่วไม่มีอาการขาดอากาศหายใจแม้แต่น้อย
“ข้าจะต้องสู้กับคนสามคนเพื่อทำลายล้างกฎแห่งฟ้าดิน ซึ่งจะทำให้ข้าบรรลุอาณาจักรพลังอาถรรพ์ปีศาจและกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด สามคนนั่นไม่กล้าท้าทายข้าแบบตัวต่อตัว แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากคนเ่าั้รวมพลังกัน”
“ดังนั้น เพื่อให้รอบคอบที่สุด ข้าจึงต้องหาใครสักคนที่มีวันเกิดตรงกันกับข้า --- ซึ่งก็คือเ้า หากข้าโชคร้ายพ่ายแพ้ในการต่อสู้ขึ้นมา ข้าจะได้ร่ายเวทที่ลี้ลับที่สุดในบรรดาเวททั้งปวง เพื่อฝังดวงจิตของข้าไว้ในร่างกายของเ้า จากนั้น ข้าก็จะฟื้นคืนชีพอีกครั้งและใช้ชีวิตต่อในร่างกายของเ้า”
ฉู่ชางหลานกล่าวพลางจ้องมองหานซั่วด้วยดวงตาแดงก่ำ ภยันตรายแฝงเร้นในน้ำเสียง
“เอ๊ะ... ที่บอกว่าจะฝังดวงจิตไว้ในร่างกายของฉัน แล้ว...จะเกิดอะไรขึ้นกับฉันล่ะ?”
หานซั่วสับสน ไม่เข้าใจในวาจาของฉู่ชางหลานแม้แต่น้อย แต่ยังพอจับใจความสำคัญได้โดยสัญชาตญาณ จึงถามออกไป
ฉู่ชางหลานอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะลั่น
“ในเมื่อร่างกายเ้าตกเป็ของข้า เ้าก็ต้องตายแน่นอนอยู่แล้วสิ”
“@#$#@(*%)#&#…!!”
หานซั่วกราดเกรี้ยวและเริ่มสบถสาบานอย่างคลุ้มคลั่ง ทั้ง ๆ ที่สภาพของเขาในเวลานี้ควรพึ่งความเมตตาของอีกฝ่าย แต่คำสาปแช่งสารพัดที่พรั่งพรูออกมา ร่ายยาวไปถึงบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของฉู่ชางหลาน
“ใช้โอกาสสุดท้ายนี้ระบายออกมาให้เต็มที่เถอะ เ้าเด็กเหลือขอ! ตอนแรกคิดว่าถ้าชนะการต่อสู้ก็จะไว้ชีวิตเ้าอยู่หรอก แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ต่อให้ชนะ ข้าก็จะส่งเ้าไปลงนรกอยู่ดี!”
ฉู่ชางหลานพยายามข่มใจให้สงบเบื้องหน้าหานซั่วที่ยังก่นด่าสาปแช่งไม่หยุดหย่อน แต่แล้ว สีหน้าของเขากลับเคร่งขรึมอย่างน่ากลัวเมื่อผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง หานซั่วยังไม่ละความพยายาม และคำสาปแช่งทวีความน่ารังเกียจยิ่งขึ้น
ทว่าจู่ ๆ หานซั่วชะงักกึก สองหมัดรัวต่อยม่านแสงสีม่วงรอบกายและเริ่มคร่ำครวญ
“ท่านยอดมนุษย์...ท่านเทพ... ฉันผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตฉันเถอะ ที่ท่านทำมันผิดกฎหมาย ทางการต้องมาตามจับท่านแน่ เทคโนโลยีสมัยนี้ล้ำหน้าไปไหนต่อไหนแล้ว ต่อให้หนีมาดวงจันทร์ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก!”
“ผู้ใช้เวทปีศาจจะทำตามที่ใจปรารถนา ไม่มีกฎเกณฑ์ใดมาผูกมัด ข้าฉู่ชางหลานเดินทางท่องโลกมานานหลายปี สังหารผู้คนไปมากกว่าจำนวนคนที่เ้าเคยพบพานมาทั้งชีวิต แต่ข้าก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ สุขสบายดีทุกอย่าง”
ฉู่ชางหลานกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ แต่แล้วจู่ ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน มองไปทางด้าน ซ้ายของตนเองและพึมพำออกมา “ในที่สุด!”
ฉู่ชางหลานตวัดนิ้วชี้ข้างขวา หานซั่วและม่านแสงสีม่วงที่ห่อหุ้มกายพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง หลังจากกระเด้งกระดอนอยู่หลายครั้ง เขาก็หยุดและตกอยู่ในห้วงความกดดันอันหนักหน่วง ที่ซึ่งหานซั่วตระหนักว่าตนเองไม่อาจขยับเขยื้อน เปล่งเสียง ได้ยิน กะพริบตา หรือแม้แต่คิด ทุกสิ่งหยุดนิ่งอย่างสิ้นเชิงภายในม่านแสงสีม่วงนั้น
“เ้าสามคนมาช้าจริง หวังว่าพวกเ้าจะทุ่มสุดฝีมือในการต่อสู้ของเราวันนี้ และถ้าตายขึ้นมา ก็อย่าเคียดแค้นข้าแล้วกัน!”
“อมิตาภพุทธ”
“ประเสริฐนัก...”
…….
อาจเป็เพราะม่านแสงสีม่วง แม้อยู่ไกลและมิอาจขยับเขยื้อนกาย แต่หานซั่วก็ยังพอได้ยินเป็บางคำ เขาถึงกับจับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่อได้ยินคนสองคนพูดว่า ‘อมิตาภพุทธ’ และ ‘ประเสริฐนัก’ ไม่นาน เขาก็ตระหนักได้ว่าผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นคือหลวงจีนและนักพรตเต๋า เพราะเท่าที่เคยเขาเห็นในโทรทัศน์ หลวงจีนและนักพรตเต๋ามักขึ้นต้นประโยคเช่นนี้เสมอ
และหากเป็ดังที่ฉู่ชางหลานกล่าว ไม่ว่าเขาจะชนะหรือแพ้ หานซั่วก็ต้องตายอยู่ดี...
หานซั่วเกิดที่เมืองหยางโจว แม้จะร่ำเรียนจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับล่างได้อย่างฉิวเฉียด เขาก็ไม่ไปรับการสัมภาษณ์งานเหมือนเพื่อนคนอื่น วัน ๆ เอาแต่ท่องอินเทอร์เน็ต ประทังชีวิตด้วยเศษเงินจากการสร้างเว็บไซต์และร้านขายของออนไลน์เล็ก ๆ ของตัวเอง หานซั่วนับได้ว่าเป็โอตาคุั้แ่หัวจรดเท้า เต็มไปด้วยคุณสมบัติที่มนุษย์ไร้อนาคตคนหนึ่งจะพึงมี
ยิ่งใช้เวลาในโลกออนไลน์มากเท่าไร ความรู้สึกนึกคิดของเขาก็ยิ่งถูกเติมเต็มด้วยสิ่งชั่วร้าย แม้จะเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน แต่เขาก็ปรับตัวเมื่ออยู่ในสังคมภายนอกได้ดี และรู้จักยับยั้งชั่งใจได้มากพอที่จะไม่ทำทุกอย่างตามอำเภอใจ พ่อแม่ของเขาเองก็ใช่ว่าจะเป็เศรษฐีเงินล้านหรือเ้าหน้าที่ระดับสูงเสียเมื่อไร
แม้อายุกว่ายี่สิบปีแล้ว เขาก็ยังไม่เคยคบหาดูใจกับใคร บางครั้งพ่อแม่พาหญิงสาวมาแนะนำให้รู้จัก แต่อีกฝ่ายก็มักดูถูกหานซั่วที่ดูพึ่งพาไม่ได้และไม่มีการงานที่มั่นคง นับประสาอะไรกับการดูตัวที่ไม่เคยบรรลุผล
่หลังมานี่เองที่เขายอมโอนอ่อนผ่อนตามการกดดันของพ่อแม่ และเตรียมเอกสารเพื่อหางานจริง ๆ ทำสักที แต่ใครจะรู้เล่าว่าเหตุการณ์วิปริตเช่นนี้จะเกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง?
สมองทำงานอย่างเอื่อยเฉื่อยเมื่อหานซั่วยอมจำนนต่อโชคชะตา นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมาช่างไร้ค่าสิ้นดี ไม่เพียงแต่ไม่มีงานทำ ไม่เคยทำอะไรดี ๆ ให้ชีวิตน่าจดจำ และให้ตายเถอะ... เขายังเวอร์จิ้นอยู่เลย!
“เฮ้อ เรานี่มันโคตรโชคร้ายอะไรอย่างนี้ อุตส่าห์จะได้กลับตัวกลับใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งแท้ ๆ จะไม่ให้โอกาสกันเลยหรือ? หากครั้งนี้รอดชีวิตไปได้... สาบานว่าจะทำเื่ชั่วร้ายทุกอย่างที่นึกออก... จะไม่มีวันโดนใครดูถูกเหยียดหยาม และจะไม่เกรงกลัวสิ่งใดแล้ว ไม่มีวัน...”
เวลานี้ สิ่งที่สามารถโลดแล่นได้มีเพียงความคิดของเขาเท่านั้น เมื่อจิตใจเต็มไปด้วยเื่ชั่วร้าย เขาก็ยิ่งรู้สึกสลดใจและสิ้นหวังมากขึ้น…
ทันใดนั้นเอง บังเกิดเสียงะเิดุจฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างสะใจของฉู่ชางหลาน
แต่เพียงครู่หนึ่ง เขากลับตวาดลั่น
“เ้าคนทรยศ!”
คลื่นะเิรุนแรงจนแทบะเืไปถึง์ ถาโถมเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง แม้แต่ตำแหน่งที่หานซั่วอยู่ก็ราวกับแผ่นดินกำลังปริแยกออกจากกัน ความสับสนวุ่นวายมาพร้อมกับเสียงะโก้อง
“ฉู่ชางหลาน ครั้งนี้เ้าตายแน่!”
“นั่นมัน...วิชา่ชิงกายหยาบ เขาคิดจะใช้เคล็ดวิชาปีศาจ! ต้องมีเมล็ดพันธุ์ปีศาจอยู่แถวนี้แน่!”
“อมิตาภพุทธ เห็นแก่ความดีงามทั้งหลายในใต้หล้า แม้ตาย ข้าจะไม่ยอมให้เขาทำสำเร็จเป็อันขาด อมิตาภพุทธ...บทสวดทำลายล้าง!”
“ท่านปรมาจารย์! อย่า.....”
คลื่นะเิระลอกใหญ่โถมกระหน่ำไม่ขาดสาย ทันใดนั้นเอง ลำแสงสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่หานซั่ว รวดเร็วประหนึ่งดาวตก สสารบางอย่างบิดเบี้ยวอยู่ภายในราวกับของเหลวอันชั่วร้าย
“ประเสริฐ ประเสริฐยิ่งนัก ปรมาจารย์หยวนคงยอมสละชีวิตตนเองเพื่อหยุดยั้งเคล็ดวิชาปีศาจ พวกเราจะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที ฉู่ชางหลานจะไม่มีวันคุกคามพิภพใด ๆ ได้อีก!”
สิ้นเสียงประโยคสุดท้าย ลำแสงสีดำทะลวงเข้ามาในม่านแสงสีม่วง สิ่งแปลกปลอมบางอย่างพยายามรุกล้ำเข้ามาในสมองของหานซั่ว ตามมาด้วยเสียงะเิดังกึกก้อง สร้างความเ็ปอย่างแสนสาหัส ราวกับอวัยวะทุกชิ้นในร่างะเิออกพร้อมกันในคราเดียว จากนั้น เขาก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย...
************************************