เทพสงครามมังกรเทวะ

    ท่านพ่อนิสัยไม่ดี

    "ท่านจะจ้องมองแบบนี้ไปอีกนานเท่าไรกัน??"เฟยหรงกล่าวถามในทันทีที่มาถึงจนทำให้เทพธิดาผมสีมรกตถึงกับสะดุ้งและหันขวับมามองชายหนุ่มอย่างรวดเร็วจนพบเข้ากับบุคคลที่คุ้นเคย

     

    "ละ หลาน หลานกลับมาแล้ว!!"นางกล่าวอย่างดีใจก่อนที่หันพุ่งไปจับตัวเฟยหรงสำรวจดูว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่

     

    "ข้าสบายดีท่านย่า ตอนนี้ท่านควรห่วงเรื่องตรงหน้าท่านดีกว่านะขอรับ ท่านมัวแต่เฝ้ามองจากเงามืดเช่นนี้เมื่อไรจะได้เข้าใจกันเสียทีละขอรับ"เฟยหรงกล่าวถาม

     

    "ยะ ย่าไม่กล้านี่ พอจะเข้าไปหามันก็กลัวไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก"นางกล่าวอย่างอ่อนใจ เฟยหรงเมื่อได้ยินก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมชำเลืองมองไปยังด้านล่างของต้นไปที่ตอนนี้พวกเขากำลังคุยกันอยู่และปรากฏว่าด้านล่างเป็นสระน้ำเล็กๆ

     

    "เอาเช่นนี้ข้าช่วยท่านเอง เห็นท่านมัวแต่อ้ำอึ้งเช่นนี้เกรงว่าอีกสามปีท่านก็ไม่สามารถไปสู้หน้าท่านปู่ได้เป็นแน่"เฟยหรงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย

     

    "ช่วยๆหลานจะช่วยอย่างไร"นางกล่าวถามด้วยความสงสัย เฟยหรงเดินเข้าไปใกล้หยุนอู่หลิงอีกครั้งคราวนี้ชายหนุ่มจึงได้สะกัดจุดพลังปราณให้หยุดชะงักไปชั่วคราวจนนางต้องหันมองไปที่หลาชายอย่างตื่นตระหนก ทันใดนั้นสิ่งที่นางไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นฝ่ามือที่ปกคลุมไปด้วยปราณเทพสมุทรอ่อนๆกระแทกเข้าที่นางจนในที่สุดนางก็ล่วงหล่นโดยไม่ได้กล่าวอะไรสักคำ

     

    "ตูม!!"

     

    น้ำในสระเล็กๆกระจายตัวออกอย่างรวดเร็วทั้งเสียงยังดังจนเฟยหงสามารถสัมผัสได้ ทันใดนั้นเฟยหรงยกยิ้มให้กับผู้เป็นย่าก่อนที่เขาจะหายไปจากตรงนั้นและทิ้งไว้เพียงหยุนอู่หลิงที่สภาพเปียกปอนกับเฟยหงที่ลืมตาตื่นขึ้นมามาเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ ในเวลานี้แม้หยุนอู่หลิงอยากจะหนีก็ไม่อาจที่จะทำได้เนื่องจากปราณของนางโดยเฟยหรงระงับไว้ชั่วคราวนั่นเอง

     

    "ละ หลิงหลิงหรือ!!"เฟยหงที่หันมากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ ทางด้านหยุนอู่หลิงในเวลานี้แม้จะไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่ายแต่นางก็ไม่มีทางเลือกอีกต่อไปดังนั้นนางจึงได้หันไปชายสามีของนางช้าๆแต่กลับพบเจอกับสิ่งไม่คาดคิด

     

    "ฟุ๊ป!"

     

    ยังไม่ทันที่จะหันไปด้านหลังของนางก็มีความรู้สึกว่ามีแผ่นอกหนาๆของชายหนุ่มแนบชิดอยุ่พร้อมกับมือที่สอดผสานเอาไว้ตรงบริเวณหน้าอกของนาง ใช่!อตอนนี้นางโดนสวมกอดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง

     

    "หะ หง! ข้า...."

     

    "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการขอโทษข้า แต่ที่ผ่านมาเจ้าไม่ได้ผิดอะไร หลิงหลิงข้าคิดว่าชาตินี้คงจะไม่ได้พบเจ้าอีกแล้ว"เฟยหงกอดนางอันเป็นที่รักไว้แน่นด้วยความรักและห่วงหา แม้ว่าจะปฏิญาณตนเอาไว้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตระกูลหยุนก็ตาม แต่ในเมื่อภรรยาของเขามาอยู่ตรงหน้าแล้วจะให้หักห้ามความรู้สึกที่อยู่ในใจได้อย่างไร

     

    ที่ผ่านมาชายหนุ่มคิดว่าตนเองปลงตกแล้วกับเรื่องนี้แต่ความจริงนั้นมันไม่ใช่ เขาไม่มีวันลืมผู้หญิงคนนี้ได้แม้แต่วินาทีเดียว ทั้งยังโหยหาตลอดมาและการกลับมาในครั้งนี้ของหญิงสาวเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่านางจะอยุ่กับเขาตลอดไป

     

    "หง ที่ผ่านมาข้ารู้สึกผิดนัก ขะ ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความเจ็บปวดของเจ้าและลูกเลย ข้าเป็นภรรยาที่ไม่ได้เรื่องเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ"หยุนอู่หลิงน้ำตาไหลรินออกมานางอันหายเข้าหาชายหนุ่มผุ้เป็นที่รักพร้อมทั้งเอาหน้าซบไปที่อกของเขา

     

    "หลิงหลิง คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดอะไร เจ้าอย่าโทษตัวเอง นับจากนี้พวกเราจะอยู่ด้วยกันและไม่มีใครมาพรากพวกเราทั้งสองคนได้อีก"

     

    "ตะ แต่ลูกจะให้อภัยข้าหรือ"นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

     

    "นั่นคือสิ่งที่เราต้องช่วยกันหาวิธีให้เขายอมรับ ข้าเชื่อว่าเทียนเอ๋อโตพอที่จะแยกแยะถูกผิดได้ แม้บ้างครั้งเขาจะใช้อารมณ์นำเหตุผลไปบ้างก็ตามแต่ก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำอะไร หากเขาออกมาเจ้าเอาใจใส่เขามากๆหน่อยเดี๋ยวเขาก็ใจอ่อน"

     

    "ถึงเจ้าจะเห็นเขาเป็นคนห้าวหาญเด็ดขาดเช่นนั้น แต่ความจริงแล้วเทียนเอ๋อเป็นคนอ่อนไหวในเรื่องแบบนี้มากเลยทีเดียว ดังนั้นไม่ต้องกังวลเขาต้องเข้าใจเจ้าแน่"เฟงหงกล่าวในเวลานี้ทั้งคู่อยู่ในห่วงแห่งความคิดถึงกลางสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนจนกายของทั้งแนบชิดติดกับ หยุนอู่หลิงด้วยที่นางไม่เคยสัมผัสรสชาติความรักไคร่ฉันท์สามีภรรยามานานเมื่อถูกแนบชิดเช่นนี้นางก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงและเต็มไปด้วยความเขินอาย

     

    ทั้งสองยังคงอยู่ในห่วงแห่งความรักและความหลงไหลกันอยู่พักใหญ่จนเฟยหรงที่มองอยู่ห่างๆอดไม่ได้ที่จะอิจฉาเนื่องจากภรรยาของเขาต่างพากันบ่มเพาะพลังกันไปจนหมด ก่อนที่ชายหนุ่มจะเห็นท่านปู่กับท่านย่าของเขาทำอะไรมากกว่านี้เขาได้สร้างม่านพลังปิดกั้นบริเวณด้านหลังคฤหาสน์ในทันทีทั้งยังใช้ปราณเทพสมุทรชักนำน้ำจากสระและน้ำตกเพื่อทำมห้เกิดละอองบังตาไม่ให้ผู้ใครกวาดจิตสัมผัสเจอย่ากับปู่ของเขาที่กำลังอยู่ในช่วงหวานซึ้ง

     

    เมื่อทำทุกอย่างเสร็จหมดแล้วเฟยหรงได้หายตัวไปจากตรงนั้นและมาโผล่ยังสวนใจกลางคฤหาสน์ทันที ที่ตอนนี้เด็กหญิงตัวน้องทั้งสองได้พากันไปนั่งอยู่บนตักของเป่ยอิงอิงอย่างน่ารักและกำลังพูดคุยกันอยู่

     

    "อะแฮ่ม!!"

     

    เฟยหรงกระแอมเบาๆเป็นสัญญานให้เด็กน้อยทั้งสองได้ยิน และก็เป็นอย่างที่คาดไว้เมื่อพวกนางได้ยินก็พากันหันมามองเฟยหรงใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เบิกบานใจอย่างถึงที่สุด

     

    "ท่านพ่อ!!"

     

    เจ้าหญิงตัวน้อยทั้งสองนางผละตัวจากผู้เป็นย่าและพากันวิ่งมาหาเฟยหรงกันอย่างรวดเร็วชั่วพริบตาพวกนางก็มาถึงตัวเฟยหรงและกระโดดเข้ากอดเขาในทันทีแสดงถึงความคิดถึงที่พวกนางมีนับจากที่เฟยหรงหายตัวไป

     

    "ท่านพ่อ!!ท่านปิดด่านตั้งเกือบเดือนแล้วนะเจ้าคะ ข้าคิดถึงท่านมากๆ"เฟิงหยุนเยว่กล่าวพร้อมทำหน้ามุ่ยราวกับจะร้องไห้ ส่วนทางปิงลี่อินเองก็ไม่ต่างกันรายนี้นางเหมือนผู้เป็นพี่ไม่มีผิดไม่ว่าพี่ของนางจะแสดงอาการใดออกมานางก็มักจะเป็นเหมือนกัน ดูเหมือนว่าจะเอาท่านพี่ของนางเป็นแบบอย่างมากเกินไปหน่อย

     

    "โอ้!!ไม่ต้องร้องๆคนดีของพ่อ นี่ไงพ่อก็ไปพาท่านย่ามาให้พวกลูกเล่นด้วยแล้วเห็นไหม"เฟยหรงไม่รู้จะกล่าวปลอบลูกสาวอย่างไร เมื่อเห็นหน้าของแม่ตนเอง เขาจึงโยนมาให้เข้าแม่ของเขาทั้งหมด จนเป่ยอิงอิงถึงกับต้องชี้มาที่ตนเองเชิงว่า 'แม่เนี้ยนะ'อะไรทำนองนั้น

     

    "ชะ ใช่! ที่ท่านพ่อของพวกหลานช้าเพราะว่าไปพาย่ามาจากที่ไกลแสนไกลอย่างไรละ"เป่ยอิงอิงกล่าวตามน้ำไป เฟยหรงถึงกับถอนหายใจเพราะดูเหมือนว่าแม่ของเขาจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

     

    "หากเป็นเช่นนั้น ท่านพ่อก็นิสัยไม่ดีน่ะสิเจ้าคะ"เฟิงหยุวเยว่กล่าว

     

    "ใช่เจ้าค่ะ ท่านพ่อนิสัยไม่ดี!"ปิงลี่อินกล่าวเสริมเด็กหญิงทั้งสองกระโดดลงจากอ้อมอกของเฟยหรงและกลับมายังตักของเป่ยอิงอิงในทันใด เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับอุทานออกมา "พ่อเนี้ยนะนิสัยไม่ดี??"

     

    "ใช่เจ้าค่ะ ท่านพ่อนิสัยไม่ดี หากท่านพ่อไปพาท่านย่ามาจริงแสดงว่าต้องออกจากหอกระบี่ ท่านไปโดยไม่บอกพวกข้า ทั้งยังไม่พาพวกข้าไปด้วยอีก ท่านพ่อนิสัยไม่ดีเจ้าค่ะ!!"เฟิงหยุนเยว่กล่าววาจาฉะฉาน เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับยิ้นเจื่อนๆออกมาในทันใด นี่พวกนางบอกว่าเขานิสัยไม่ดีเพียงเพราะเขาไม่พาพวกนี้ไปเที่ยวงั้นหรือ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องพาพวกนางไปท่องเที่ยวบ้างเสียแล้วไม่เช่นนั้นคะแนนความเป็นพ่อของเขาได้ลดฮวบเป็นแน่แท้อย่างไม่ต้องสงสัย

     

    ทางด้านเป่ยอิงอิงก็หัวเราะอย่างชอบใจดูเหมือนหรงหรงตัวน้อยของนางจะลำบากไม่น้อยที่จะรับมือเจ้าตัวแสบทั้งสองนี้ได้จริงๆ