[40] ธุรกิจใหม่
หลังจบคาบพักเที่ยง เซ็ทก็ได้เจ๊เจสซี่มารับไปทำงาน เซ็ทมีออกรายการสัมภาษณ์หลายต่อหลายแห่ง เนื่องจากกระแสความนิยมในตัวของเขายังไม่ตกและยังคงมากขึ้นทุกวัน ทั้งยังมีรายการเกมส์โชว์เล็กๆ แต่ได้รับความนิยม เพื่อที่ว่าเซ็ทจะได้ดูเป็นศิลปินที่เข้าถึงได้ไม่ยากจนเกินไป“ข้อต่อไปครับซื่ออะไรไม่ซ้ายไม่ขวา!”“ซื่อตรง!”“ถูกต้องครับ! แหม่ ถูกหมดเลยเก่งจริงๆ ครับ”“ผมแค่ดวงดีที่ได้ชุดคำถามที่ไม่ยากน่ะครับ”เซ็ทเกาแก้มแล้วยิ้มเขินๆ หันไปโบกมือให้ผู้ชมที่พร้อมใจกันส่งเสียงกรี๊ดกันจนคอแห้ง หลังจากนั้นก็เล่นชุดคำถามต่อไป เซ็ทยังคงตอบได้อย่างรวดเร็วเหมือนเคย ถึงอายุในชีวิตนี้จะพึ่งเป็นแค่เด็กสิบหก บางข้อก็น่าปล่อยผ่านบ้าง แต่เขาก็ไม่อยากโดนมองว่าโง่เพราะตอบคำถามปัญญาอ่อนไม่ได้หรอก......เสร็จจากรายการนู้นก็มาต่อที่รายการนี้...“วันนี้เรามีแขกรับเชิญเป็นศิลปินหนุ่มขวัญใจชาวเกาหลี รูปหล่องานดีชวนติดคุกนะคะ น้องเซ็ท อคิราห์ค่ะ!”“สวัสดีครับ ผมเซ็ทอคิราห์ยินดีที่ได้พบนะครับ”“เห็นคลิปที่ตัวเองเล่นบอลรึยังครับ?” พิธีกรชายถาม ดวงตาเป็นประกาย เข้าเรื่องเร็วสุดๆ “เป็นกระแสมาก สาวๆ ชอบมากครับ ผมดูผมยังชอบเลย”“เห็นแล้วครับ จริงๆ ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นกระแสอะไร เพราะผมแค่เล่นบอลกับเพื่อนเฉยๆ ไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายคลิปไว้ด้วยซ้ำ” เซ็ทยิ้มเขินๆ ถึงคำตอบจะดูตอแหลไปหน่อย แต่ความจริงก็เป็นความจริง“ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นอีกจุดเด่นของเราไปแล้ว คนพูดกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วค่ะ ดังนั้นวันนี้เราก็เลยอยากให้น้องเซ็ทมาเล่นบอลกับพี่ชายคนนี้” พิธีกรสาวว่าเสียงเฮฮา ผายมือไปทางคู่ของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ“ถึงพี่จะไม่ได้เก่งมากแต่ก็เป็นนักบอลโรงเรียน ดังนั้นเต็มที่เลยนะ”เซ็ทได้แต่พยักหน้ารับ ลุกขึ้นไปยืนตรงที่โล่งด้านข้าง ปลายเท้าเซ็ทมีลูกบอลขนาดมาตรฐานวางอยู่บนพื้น ดูจากที่อีกฝ่ายใส่ชุดสบายๆ ผิดจากหลายๆ เทปที่ผ่านมา ก็เพราะกะจะลองลุยเต็มที่แหงๆ“ขออนุญาตเสียมารยาทนะครับ”เซ็ทใช้ปลายเท้าสะกิดบอลไปด้านหน้าของคู่ต่อสู้ เขาดูจะตกใจที่เซ็ทเขี่ยบอลให้เขา แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร เซ็ทก็พุ่งเข้าหา ใช้ส้นเท้าด้านในเตะบอลออกด้านข้าง ก่อนที่จะใช้ขาอีกข้างไปรับไว้ เลี้ยงหลอกเบาๆ ก่อนจะฉีกตัวออกด้านข้าง เพราะเป็นการเล่นกันในสตูดิโอแบบเบาเลยไม่ได้เอาจริงเอาจังอะไร“โห หลอกเฉียบขาดมาก ตั้งตัวไม่ทันเลย ลูกเล่นแบบนั้นไม่กล้าจริงทำไม่ได้นะนั่น”“ตั้งท่าพร้อมรับขนาดนั้นไม่ใช่ลูกเล่นเสี่ยงๆ หน่อยผมก็คงผ่านไม่ได้หรอกครับ พี่เล่นไม่เปิดช่องให้ผมเลยนี่นา”หลังจากยอกันเองเล็กน้อยก็กลับไปนั่งพูดคุยกันแบบธรรมดา เซ็ทยิ้มแย้มแจ่มใสขณะที่ถ่ายรายการตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่ทางพิธีกรรายการขอให้ทำอะไรที่เซ็ทไม่เคยคิดจะทำมาก่อน“วันนี้นะคะ ทางเราก็เตรียมเซอร์ไพรส์ให้น้องเซ็ทและแฟนคลับ คือการให้หนุ่มน้อยในฝันของเราโชว์ฝีมือลงครัวทำกับข้าวให้กินค่ะ”“เอ่อ... เซอร์ไพรส์มากครับ ต้องบอกตามตรงก่อนว่าเมนูที่ผมถนัดที่สุดคือเมนูไข่ครับ เพราะจริงๆ แล้วจะกินอย่างเดียวมากกว่า” เซ็ทยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวส่งยิ้มแห้งๆ ไปทางพิธีกรสาวและทำหน้าลำบากใจไปทางกล้อง “ถ้ากินไม่ได้ขึ้นมานี่ไม่เอาออกฉายได้มั้ยครับ?”“ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าน้องเซ็ทเป็นคนทำต่อให้ออกมาเป็นก้อนถ่านพี่ก็จะกินคะ” พิธีกรสาวรีบตอบ จนโดนแฟนหนุ่มที่ทำหน้าที่พิธีกรชายเขกหัวให้ “โอ๊ย ตีฉันทำไมเนี่ย”“ก็แฟนยืนหัวโด่อยู่นี่มั้ยล่ะ แล้ววันนี้จะทำเมนูอะไรดีครับน้องเซ็ท” คู่รักหยอกกันเบาๆ ก่อนจะหันมาถามเซ็ทต่อตามบท เซ็ทก็ต่อบทตามอย่างมืออาชีพ“ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาวง่ายๆ ก็แล้วกัน เพราะผมเองก็ไม่ได้ทำกับข้าวเก่ง แล้วก็เป็นเมนูโปรดที่ผมกินประจำด้วย”“ว้าว~ ชอบเมนูทั่วไปผิดคาดเลยนะคะ ถ้างั้นสาวๆ คนไหนอยากครองกะเพาะน้องเซ็ทก็อย่าลืมหันทำผัดกะเพรากันนะคะ”เซ็ทหัวเราะแล้วเริ่มหยิบของในครัวขึ้นมาจัดเตรียม เมื่อวางวัตถุดิบทั้งหมดแล้วก็เริ่มตั้งแต่การหั่น ทางรายการมีหมูหั่นสำเร็จมาแล้วก็จริง แต่ดูจากขนาดแล้วหั่นเองดีกว่า เซ็ทกะน้ำหนักของมีดที่เตรียมไว้ชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มหั่นหมูเนื้อแดงก้อนโต“โอ้โห เซ็ทใช้มีดเก่งมากเลยนะคะเนี่ย”“ก็แค่นิดหน่อยน่ะครับ”เซ็ทใช้มีดเฉือนหมูเป็นชิ้นๆ ขนาดเท่าๆ กันอย่างคล่องแคล่ว มีดในมือราวกับเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย ขยับเฉือนหมูในมุมที่ดูหวาดเสียวได้อย่างไม่ติดขัด เพียงไม่นานก็ได้หมูมาหนึ่งกำมือ{ปาดเนื้อคนกับหั่นหมูอะไรยากกว่า?}‘หมู ตอนจะฆ่าไม่ต้องมาบรรจงแบบนี้ เสียเวลาจริงๆ’เซ็ทจัดการซอยพริกซอยกระเทียม รวมถึงหั่นถั่วฝักยาวและข้าวโพดอ่อนจำนวนหนึ่งใส่ถ้วยไว้ เมื่อเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดเสร็จก็ตั้งกระทะเปิดเตาแก๊ส และอันเนื่องมาจากโรเปิดสูตรอาหารควบคู่ไปในหัว ขั้นตอนการทำจึงไม่มีการติดขัดแม้แต่น้อยเซ็ทผัดพริกกับกระเทียมในน้ำมันให้พอหอม ใส่หมู ผัดผ่านไฟร้อนๆ ตามด้วยผัก ปรุงรสให้กลมกล่อม ใส่ใบกะเพราพอสะดุ้งแล้วเอาขึ้นราดข้าวสวยที่ทางรายการช่วยเตรียมไว้“อื้อหือ หอมมากอ่ะท่านผู้ชม รู้สึกมีบุญที่ได้ลองชิมฝีมือหนุ่มหล่อ”“เล่นอยู่นั่นแหละ แต่หอมจริงๆ เล่นเอาทีมงานหิวกันหมดแล้วเนี่ย พักกองกินข้าวก่อนมา”เซ็ทฟังก็หัวเราะ จากนั้นก็จัดการโปะไข่ดาวที่ไข่แดงฉ่ำๆ เยิ้มๆ ลงบนผัดกะเพราที่พึ่งขึ้นจากกระทะ ทำท่าทางเขินๆ ก่อนจะทำเป็นภูมิใจนำเสนอพลางหัวเราะอีกรอบ“อะแฮ่ม เชิญครับ ผัดกะเพรามั่วซั่วสูตรผม อร่อยไม่อร่อย แต่กินแล้วก็ไม่ตายหรอก มั้งนะครับ”“ตายไม่ตาย ไม่รู้ แต่หิว ทานแล้วนะค้า”สองพิธีกรว่าพลางตักข้าวผัดกะเพราใส่ปาก ก่อนจะออกปากชมเปาะจนเซ็ทเขินหนัก พูดคุยเรื่องส่วนตัวและฝากผลงานกันอีกหลายต่อหลายอย่าง กว่าจะถ่ายเสร็จก็เมื่อยปากพอควร{ไม่ต้องห่วงครับ กล้ามเนื้อบนใบหน้าคุณเริ่มเคยชินกับพฤติกรรมยิ้มแทบจะตลอดเวลาแล้ว อีกทั้งด้วยความสามารถของคุณ ต่อให้คุณจะยิ้มตลอดเวลาแบบคนบ้าคุณก็ไม่รู้สึกอะไร ไม่ต้องมโนไปเองครับ}‘...หุบปากโร’...“...ลุง ตารางลุงเนี่ยกะใช้งานกันจนตายเลยรึไง?”เซ็ทกลับมาที่บริษัทก็ใส่ไม่หยุด ตารางนรกโลกแตก กะให้ถ่ายรายการจนครบทุกรายการเลยรึยังไงกัน นี่แค่วันสองวันก็ล่อไปหกรายการแล้ว ยังไม่รวมนิตยสารทั้งหลายทั้งแหล่ที่ต้องไปร่วมงานด้วยอีก“เอาน่า แค่นี้ไม่ถึงตายหรอก กระแสกำลังมาเราก็ต้องรีบเกาะ”“ไว้จะฟ้องลุงข้อหาใช้งานศิลปินหนักเกินไป”เซ็ทหยิบขนมขึ้นมากินดับอารมณ์โมโห หลังจากได้บ่นระบายอารมณ์ไปเยอะ เซ็ทก็มานั่งดูปึกกระดาษตั้งโตกองใหม่ตรงหน้า เซ็ทหยิบขึ้นมาดูแล้วก็เบะปากน้อยๆ“นี่ตารางเก่ายังยุ่งไม่พอรึไงถึงยังอยากจะเพิ่มให้อีกเนี่ย?”“เอ็งนั่นแหละหางานให้ตัวเอง นี่เป็นพวกแนวสปอร์ตทั่วไป ยังคิดไม่ตกว่าควรให้เอ็งรับดีมั้ย พวกงานถ่ายนิตยสารก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ แต่งานพรีเซนเตอร์เนี่ยสิ บางที...ถ้าหากว่า...”ลุงโชคพึมพำในตอนท้าย เซ็ทเลยปาถุงขนมในมือใส่หน้าลุงโชค“ไม่ดี ไม่ต้องรับ แบรนด์พวกนี้มันของเกรดซี ขืนรับงานเดี๋ยวได้พลาดพวกแบรนด์ชั้นนำเอา เป้าหมายของลุงไม่ใช่แค่ขายได้ไปวันๆ อยู่แล้วนี่ ไม่ต้องห่วงหรอกน่าก็แค่บ่นไปงั้นแหละ”เซ็ทว่าพลางขยำกระดาษโยนใส่ถังขยะ หยิบขนมมาถือแล้วเดินกลับไปห้องซ้อมประจำ ครูฝึกจอมโหดอีกสองคนกำลังรอเขาอยู่เซ็ทเข้าใจที่ลุงโชคกำลังเป็นห่วง แต่คนที่มีเป้าหมายที่สูงที่สุด จะมาหยุดเพราะเหนื่อยในก้าวแรกๆ ได้อย่างไร สิ่งที่เซ็ทตั้งเป้าไว้ไม่ใช่อะไรแค่นี้หรอก“อย่าพึ่งทิ้งความมุ่งมั่นตอนพยายามชวนผมเข้ามาทำงานซะสิ ไม่งั้นมันจะไปสนุกอะไร”“...ไอ้เด็กขี้เก๊ก”ลุงโชคหัวเราะ จัดการกวาดกองงานที่ไม่รับทิ้งลงถังขยะ ในขณะเดียวกันก็แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ซะจนเซ็ทเริ่มเสียวสันหลังชอบกล{ลุงโชคกำลังหางานให้คุณใหญ่แล้ว}‘ไม่ต้องบอกก็เดาได้’...ครูโต๋และครูฝนยังคงจัดหนักเซ็ทเช่นเคย เพิ่มเติมคือให้เซ็ทเต้นและร้องเพลงโคฟเวอร์เพลงฮิตทั้งหลายแหล่ด้วยลงโซเชี่ยลมีเดีย ส่วนหนึ่งคือการโชว์ศักยภาพและอีกส่วนคือการเพิ่มกระแสให้ตนเอง“เซ็ท ไอจีไม่ขยับเลยสินะ”“...ลืมครับ”เซ็ทว่าง่ายๆ ไม่แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น เจ๊เจสซี่ที่มานั่งดูการซ้อมถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์เซ็ทขึ้นมาถ่ายรูปเจ้าตัว จากนั้นท่านั่งพิงกระจกเหงื่อออกท่วมตัว ในเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาวทั่วไป ผมยุ่งๆ จากการเต้นไม่หยุดมาตลอดหลายชั่วโมง ก็กลายมาเป็นรูปล่าสุดในไอจีของเซ็ท‘เซ็ทหล่อมากกกก!!’‘ดึกขนาดนี้ยังซ้อมเต้นอยู่อีกเหรอ สุดยอดไปเลย’‘พักผ่อนบ้างนะคะคนดีของเมีย’‘กรี๊ดดดด สามีอัพไอจี ดีใจจังค่ะ คิดถึงนะคะ สามียังหล่อเหมือนเดิมเลยน้า’คอมเมนต์กรีดร้องเด้งเร็วราวน้ำหลาก เด็กหนุ่มในชุดธรรมดาหน้าไม่แต่งนั่งขัดสมาธิง่ายๆ กลับมีพลังทำลายล้างจิตใจของสาวๆ ได้มากอย่างเหลือเชื่อ และเนื่องด้วยแคปชั่นว่า [โดนจับเต้นโคฟเวอร์ล่ะ จะปล่อยคลิปพรุ่งนี้เช้า อย่าลืมรอดูกันด้วยนะครับ] ก็ทำให้มีคนกลุ่มพร้อมใจกันนั่งเฝ้าหน้าจอ“คนรักเซ็ทเยอะมากเลยนะเนี่ย พวกกระแสไม่ชอบแทบไม่มีแล้วด้วย”“มันก็แปลว่าความพยายามของผมไม่เสียเปล่าไงครับ”เซ็ทหัวเราะ ลุกขึ้นไปซ้อมเต้นต่อหน้ากระจก ถึงจะทำทุกอย่างได้ดีไปหมด มองเผินๆ เซ็ทอาจจะดูไม่จำเป็นต้องซ้อมอะไร แต่จะมีคนสักกี่คนที่รู้ว่า...แม้จะมีพรสวรรค์มากแค่ไหน แต่สุดท้ายความพยายามนั่นแหละที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ถ้าเอาแต่คิดว่ามีพรสวรรค์แล้วไม่พยายาม สุดท้ายมันก็จะจบลงด้วยความล้มเหลว“เซ็ท จบรอบนี้กลับบ้านได้แล้วนะ ดึกมากแล้ว”“ครับ ขอบคุณนะครับเจ๊เจสซี่ รบกวนเจ๊อีกแล้ว ต้องนอนดึกตามผมเลย”“ไม่เป็นไรจ้า”เจ๊เจสซี่ยิ้มหวานแอบเอาผ้าเช็ดหน้าซับเบาๆ ที่จมูก อยากจะพูดออกไปว่าจะให้อยู่ดึกแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา ขอเพียงได้เห็นท่าเต้นสวยๆ กับตา ได้เห็นกล้ามท้องแน่นๆ ในบางจังหวะ แถมได้เนียนแตะนั่นแตะนี่ตอนบริการ แค่นั้นเจ๊ก็มีแรงฮึด พร้อมแข็งสู้ตลอดคืน อุ๊บ!เจ๊เจสซี่ตบหน้าเรียกสติได้จับได้เห็นมันก็ทำให้พอใจอยู่ แต่ก็อดกลัวตัวเองไม่ได้ว่าถ้าเกิดเผลอห้ามใจไม่อยู่แล้วกระโจนใส่เซ็ทขึ้นมา เธอคงทำเซ็ทเจ็บตัวและบอบช้ำหมดแน่ ไม่ได้ๆ เธอต้องฮึบๆ เข้าไว้{ตรวจพบสายตาแปลกๆ}‘เตรียมหาช่องทางจัดการศพไว้ให้ฉันด้วยแล้วกันโร’{รับทราบ}เจ๊เจสซี่ไม่ทันรู้ตัวหรอกว่าหากพลั้งเผลอทำอะไรตามสัญชาติญาณดิบขึ้นมา เธออาจจะไม่ได้มีชีวิตอยู่วันพรุ่งนี้ แถมศพอาจจะไม่มีใครหาเจอด้วย
สุดท้ายกว่าจะได้กลับมานอนก็เป็นเวลาดึกดื่นขึ้นวันใหม่เข้าไปแล้ว เซ็ทให้อาหารอเล็กซ์ที่ดูจะอารมณ์ดีกว่าทุกวันเนื่องจากแม้จะหลบอยู่ในกระเป๋าแต่ก็ได้ตัวติดกับเซ็ทตลอด จัดการหาอะไรรองท้อง อาบน้ำอาบท่าแล้วกลับมานอนที่เตียง“ติดต่อหาไลล่า”{กำลังดำเนินการติดต่อ}ปลายสายที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนจนตะวันส่องหัวก็ยังไม่กล้าหลับสักงับรีบกดรับสาย เธออยากจะออกปากด่าทอปลายสายให้สาแก่ใจหากแต่ติดที่ไม่กล้า“สวัสดีค่ะคุณ Z ในที่สุดคุณก็ว่างแล้วสินะคะ”[ดูเหมือนคุณกำลังอารมณ์ไม่ดีนะ โมโหเพราะรอผมจนนอนไม่พอเหรอ]ไลล่าที่โดนแทงใจดำเม้มปากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้จะอยากตอบว่าใช่เสียงดังๆ แต่สุดท้ายก็ตอบได้แค่ “เปล่าค่ะ”[ขอโทษด้วย เผอิญว่าผมก็มีงานของผมเหมือนกัน คุณต้องเข้าใจว่าโซนเวลาของที่ๆ คุณอยู่กับที่ๆ ผมอยู่น่ะต่างกัน ช่วงเวลานอนของคุณมันเป็นช่วงเวลาทำงานของผมน่ะ]“แปลว่าคุณไม่ได้อยู่อเมริกา?”[ใช่ เรื่องนี้คุณก็เดาได้แต่แรกแล้วนี่]ไลล่านิ่งคิดไปครู่ใหญ่ อย่างที่ปลายสายว่าเธอเคยเดาแล้วว่าเขาอาจจะอยู่ที่ไหนก็ได้ รวมทั้งอาจจะไม่ใช่คนประเทศเดียวกันด้วย แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายพูดอังกฤษสำเนียงอเมริกันได้เป๊ะขนาดนี้ ราวกับคุยกับคนบ้านเดียวกันไม่มีผิด“เข้าเรื่องเถอะค่ะ สิ่งที่คุณขอฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะคะ”[คุณไม่ได้จัดการสักหน่อย คุณลุงของคุณต่างหากที่จัดการ และผมก็ว่าเขาจัดการไว้ได้ดีพอสมควรเลย ถ้ายังไงผมจะส่งสูตรยาฉบับสมบูรณ์ไปให้ จากนั้นก็ดำเนินการได้ตามที่คุณสะดวกเลย]“คะ?” ...แค่นี้เหรอ? ในตอนแรกไลล่ารู้สึกอายอยู่บ้างที่อีกฝ่ายพูดเหมือนเธอเอาความดีเข้าตัว แต่เนื้อความต่อมาทำให้เธออึ้งจนแทบอ้าปากค้าง[คุณคิดว่าผมจะจ้ำจี้จ้ำไชสั่งงั้นสิ ผมมาขอความร่วมมือนะ อีกอย่างสัญญาที่ลุงคุณเตรียมไว้ผมอ่านหมดแล้วมันโอเค ดังนั้นผมจึงเซ็นต์แล้วส่งกลับเรียบร้อยไม่มีอะไรต้องแก้]“เอ๋!? คุณไปอ่านสัญญาตั้งแต่เมื่อไหร่ เรายังไม่ได้ส่งให้เลยนะ”[เมื่อเช้าของทางฝั่งผมน่ะ เอาเป็นว่าคุณควรจำไว้ว่าผมรู้ทุกการเคลื่อนไหวของทุกคนถ้าผมต้องการ ไม่ว่าใครก็ตามก็ไม่พ้นสายตาผม]“...”ไลล่าตัวสั่นสะท้าน ส่วนหนึ่งคือความกลัว ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งนั้นคือความหวาดหวั่นแฝงไปด้วยความโกรธเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างแรง[ถ้าคุณเล่นตุกติกผมก็แค่เล่นงานจนกิจการคุณพังยับไร้ความน่าเชื่อถือจนฟื้นกลับมาไม่ได้ อย่าลืมว่าบริษัทคุณกับคุณลุงของคุณไม่ใช่บริษัทเดียวในโลกที่จะทำตามสิ่งที่ผมต้องการได้ ผมก็แค่ไม่ชอบความวุ่นวายมากเลยไม่ส่งออกสูตรนี่ให้ทั่วโลกรู้ในทันทีเฉยๆ]น้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชาของเซ็ทแถมท้ายด้วยเสียงหัวเราเหยียดหยัน ทำเอาไลล่ารู้สึกเหนียวคอกลืนน้ำลายแทบไม่ลง แม้จะไม่เห็นตัวแต่เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองถูกมีดที่มองไม่เห็นจอคอหอยเอาไว้[ฝากเอาคำเตือนของผมไปบอกลุงคุณด้วย ถ้าเขาไม่เชื่อผมก็อาจจะลองลงไม้ลงมือนิดหน่อยให้เขาขาดทุนเล่นๆ ส่วนคู่ค้าที่เหลือจะบอกไม่บอกก็ตามใจ]“...ฉันจะไปบอกคุณลุงแน่นอนค่ะ”[หึๆ อย่าเครียดไป เพราะถ้าคุณยังซื่อสัตย์ไม่หักหลังผมหรือทำอะไรไม่ดีผมก็ไม่คิดทำอะไรหรอก เรายังเป็นคู่เจรจาธุรกิจกันได้ตามปกติ และแน่นอนว่าผมจะเป็นตัวนำโชคที่สร้างชื่อเสียงและกำไรมหาศาลให้พวกคุณ]“เหมือนโฆษณาชวนเชื่อเลยนะคะ”[แต่มันเป็นความจริง แน่นอนคุณรู้ดีอยู่แก่ใจจริงมั้ย?]“ค่ะ ฉันทราบ ตราบใดที่คำพูดโฆษณาของคุณเป็นจริงอย่างที่คุณบอกนะคะ” ไลล่ายิ้มฝืนๆ นักธุรกิจคือคนที่สู้กับความเสี่ยง ตราบใดที่เสี่ยงแล้วมีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้ ความเสี่ยงนั้นก็คุ้มค่าที่จะลองฝ่ามันดู[ผมส่งสูตรยาให้คุณแล้ว บอกคุณลุงของคุณว่าเริ่มผลิตได้เลย และก็อย่างที่เคยบอกผมต้องการยาตัวนั้น ดังนั้นได้ยิ่งไวก็ยิ่งดี ขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าเล่นตุกติกกับผม]“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไม่เล่นตุกติกอะไรขอให้เชื่อใจได้ ฉันยังอยากมีที่ซุกหัวนอนอยู่นะคะ”เธอตอบยิ้มๆ พยายามคิดในแง่ดีว่าถ้าไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้ผิดใจกันมันก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น อีกทั้งจะมีแต่ผลดียิ่งๆ ขึ้นไป เธอพยายามยิ้มแกนๆ ปลอบใจตัวเอง แต่แล้วหญิงสาวได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากปลายสาย...เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกหลอนหรือกลัว ราวกับว่าเขากำลังตลกกับคำพูดไร้สาระของเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่แค่นหัวเราะให้รู้สึกหวั่นเกรงเหมือนก่อนหน้า[คุณเข้าใจผมก็พอใจ ถ้าอย่างนั้นมาคุยธุรกิจต่อไปกันเถอะ]“คะ? ยังมีอีกเหรอ?”ไลล่าเผลอร้องเสียงหลง เพราะหากอีกฝ่ายสัญญาที่ลุงของเธอเตรียมไว้แล้ว เขาก็น่าจะรู้ดีว่าเม็ดเงินที่ได้จากยาตัวนั้นจะสร้างมูลค่ามหาศาลมากแค่ไหน ไม่สิ ต่อให้เขาไม่ได้เซ็นเขาก็คงรู้ดีอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดจะสร้างธุรกิจต่อไปอีกเหรอ?[แน่นอน ผมบอกแล้วว่าจะเป็นตัวนำโชคให้คุณ อีกอย่างผมก็เคยพูดไปแล้วว่าผมไม่ได้มีสูตรยาแค่ตัวเดียวในมือ]“คุณจะสร้างยาอะไรขึ้นมาอีก?”[ผมไม่ได้สร้าง พวกคุณต่างหากที่สร้าง ผมแค่มอบสูตรให้เท่านั้นเอง ส่วนจะเป็นยาอะไรนั้น ลองเปิดดูไฟล์ที่ผมส่งไปสิ?]ไลล่ารีบเปิดดูไฟล์ล่าสุด เธอนั่งอ่านไล่ไปทีละบรรทัด จากที่ตอนแรกตาโตอ้าปากค้าง สุดท้ายก็เผลอหงายหลังตกเก้าอี้โครม!!“นี่คุณเป็นใครกันแน่เนี่ย!? ทุกอย่างที่เขียนมานี่ใช้ได้จริงๆ เหรอ มัน...มัน...มันเกินสามัญสำนึกฉันไปมาก ฉัน...ฉัน โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ของพวกนี้ปัจจุบันนี้ต่อให้วิจัยกันขนาดไหนก็ยังไม่มีใครทำขึ้นมาได้เลยนะ มันเป็นสิ่งที่พลิกโฉมวงการแพทย์ได้เลย นี่คุณมาจากอนาคตรึไงกัน!?”[ใช้ได้จริงสิ ไม่เชื่อก็ลองไปสร้างดู]“เดี๋ยวนะ คุณให้สูตรยามาขนาดนี้คุณไม่กลัวฉันเอาไปเผยแพร่บ้างรึไง?” เธอลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล จับเก้าอี้ตั้งแล้วนั่งดีๆ อีกหน[ผมเคยบอกแล้วว่าจะจดสิทธิบัตรในชื่อใครก็ตามสบาย อยากจะเอาไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกก็แล้วแต่คุณ จริงๆ ผมก็ต้องการให้มันกระจายไปให้ทั่วทุกพื้นล่ะนะ อีกอย่างตราบใดที่ผมได้ยาตัวแรกที่ผมต้องการผมก็ม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่พวกคุณก็ต้องชดใช้กันหนักหน่อยล่ะนะ]“คุณไม่ต้องการชื่อเสียงเงินทอง?”ไลล่าตัดสินใจถาม เพราะสำหรับมนุษย์นั้นชื่อเสียงเงินทองเกียรติยศล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันหา หากแต่คนในปลายสายกลับดูจะเมินเฉยต่อสิ่งเหล่านั้นสิ้นเชิง[ชื่อเสียงผมเฉยๆ แต่เงินทองผมเชื่อว่าผมจะได้รับตามที่สมควรได้รับ หรือถ้าไม่ได้รับแล้วผมอยากได้ ผมก็เข้าไปเอามาเองนั่นแหละ บริษัทคุณคงไม่ล้มละลายหรอก อย่าหาว่าผมเห็นแก่เงินเลย ในเมื่อปัจจุบันถ้าคนเราไม่มีเงินมันก็ดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้นี่นะ]“ฉันเข้าใจค่ะ ฉันไม่ว่าคุณอยู่แล้ว คุณจะได้ส่วนแบ่งอย่างเหมาะสมแน่นอนค่ะ”ไลล่ายังแอบคิดด้วยซ้ำว่าดีแล้วที่อีกฝ่ายยังเป็นมนุษย์ปกติที่ยังต้องการกินใช้เหมือนคนทั่วไป ถ้าอีกฝ่ายไม่ต้องการอะไรเลยสิเธอถึงจะหลอนหนัก คิดว่าพระเจ้าที่ไหนมาหาเรื่องช่วยคน[คุณมัวแต่ตกใจไฟล์นู้นเลยยังไม่ได้เปิดอีกไฟล์สินะ ลองเปิดดู แล้วตอบผมว่าคุณอยากลองลงทุนธุรกิจใหม่กับผมมั้ย?]ไลล่าขมวดคิ้วงุนงง แต่แล้วเธอก็เปิดเข้าไปที่อีกไฟล์ ภายในนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมความงามแบบที่มีอยู่ทั่วไป ทั้งเครื่องสำอางและอาหารเสริม หากแต่สรรพคุณของมันนี่สิ...“บ้าอะไรเนี่ย นี่มันเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ถ้ามันทำได้จริงนี่บอกลาคลีนิกเสริมความงามทั้งหลายได้เลยนะ โอ้ พระเจ้า ถ้าคุณขายฉันนี่แหละลูกค้าคนแรก” ไลล่ายกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงกรีดร้อง[ไม่ คุณนั่นแหละคนขาย] ปลายสายหัวเราะร่า ไลล่าหน้าแดงแปร๊ดกระแอมไอเขินๆ“อ่า...โอเค ฉันตื่นเต้นมากไปหน่อย ต่อให้ฉันจะไม่ใช่นักธุรกิจในสายทางนี้ แต่ถ้ามันทำได้ตามที่คุณระบุ ฉันมั่นใจมากว่ามันจะต้องปังสุดๆ และแน่นอนฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะลองเสี่ยงผันตัวไปบุกตลาดเสริมความงาม แต่ยังไงก็ตามฉันต้องพิสูจน์ก่อนว่ามันได้ผลจริง ยาทุกชนิดของคุณก็เช่นกัน”[ไม่มีปัญหา คุณสามารถผลิตและพิสูจน์ได้เต็มที่ แต่ว่านี่ไม่ใช่ยาช่วยคน ข้อตกลงก็จะเปลี่ยนไป ส่วนแบ่งเก้าสิบต่อสิบ คุณเอาเก้าสิบไปได้เลย ห้ามเผยแพร่หรือขายสูตรแบบสูตรต่างๆ ที่ผมให้ก่อนหน้า ความเสี่ยงคุณต้องเป็นคนรับ แต่ผมรับประกันว่ามันกำไร และอีกหนึ่งข้อตกลงคือ...ผมต้องได้เป็นคนระบุแบรนด์แอมบาสเดอร์ของธุรกิจนี้]ไลล่านิ่งคิดเล็กน้อย เธอคิดถึงผลตอบแทนคร่าวๆ ยังไงเธอก็มีเงินทุนมากพอและยังไงๆ มันก็ต้องค่อยๆ ขยับขยาย หลังจากคิดทุกอย่างจนถี่ถ้วนแล้วแล้วก็ตอบตกลงทันที“หากว่ามันใช้ได้จริง ฉันก็ตกลงทุกข้อเรียกร้องของคุณ แต่ว่าเรื่องตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์อาจต้องมาคุยกันใหม่อีกครั้งค่ะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมคุณถึงอยากระบุเอง แต่ถ้าตัวแทนแบรนด์ไม่ดี ต่อให้สินค้าดีแค่ไหนมันก็อาจจะจบแค่นั้น”[คุณต้องการให้คุณพอใจด้วยว่างั้นสิ?]“ใช่ค่ะ ในฐานะนักธุรกิจ ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปง่ายๆ ได้” ไลล่าพูดเสียงสั่น แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้หนักแน่นแต่ก็อดกลัวไม่ได้อยู่ดี ถ้าอีกฝ่ายโกรธขึ้นมา บริษัทเธอจะล้มละลายรึเปล่าเนี่ย!?...ทว่าปลายสายนั้นกลับยอมง่ายกว่าที่เธอคิด ทั้งยังพูดเหมือนเดาความคิดเธอได้หมดอีกต่างหาก[ไม่มีปัญหา ถ้าเวลานั้นเธอไม่พอใจจริงๆ ผมก็จะไม่คัดค้าน ไม่ต้องแปลกใจไป ผมไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลหรอก ถึงเราจะไม่เคยเจอกัน แต่ผมเชื่อว่าคุณรู้ว่าผมเข้าใจเหตุและผลมากพอ]“ขอบคุณมากค่ะ”[ถ้ายังงั้นไว้คุยรายละเอียดกันใหม่ทีหลัง คราวต่อไปถ้าผมบอกจะติดต่อกลับก็นอนซะล่ะ ผมไม่โดดกัดคุณหรอกถ้าคุณไม่รับสายผมน่ะ][อ๋อ ผมไม่ได้มาจากอนาคตหรอก แต่มาจากอดีตน่ะ]ปลายสายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตัดสายไปโดยไม่รอให้ไลล่ามีโอกาสโวยวาย เธออดไม่ได้ที่จะหน้าแดงขึ้นมาด้วยความอับอาย แม้จะไม่เข้าใจในประโยคสุดท้ายแต่เธอก็คิดไปว่าเขาคงล้อเล่น...ยังไงก็ตามหลังจากเจอเรื่องชวนช็อกมาหลายเรื่อง ก่อนนี้ที่ยังง่วงๆ อยู่บ้าง เธอก็พลันหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง พร้อมจะพุ่งไปหาคุณลุงทันที“...เป็นคนดีกว่าที่คิดรึเปล่านะ?”ไลล่าพึมพำ สุดท้ายก็ส่ายหน้า ตัดสินใจไม่รีบเชื่อไปเองดีกว่า เพราะยังไงเขาคนนั้นในความคิดไลล่าก็ยังเป็นคนน่ากลัวอยู่ดี
‘พรสวรรค์ไม่ได้สำคัญไปกว่าความพยายาม คนที่มีพรสวรรค์ไม่ได้แปลว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป’
-----------------------------ขออภัยที่มาลงดึกมาก แมวออกจากบ้านแปดโมงกลับถึงบ้านมืดๆ (บ้านไกลกรุงเทพอ่ะ) ปั่นกันแบบไฟลนก้นสุดๆ (ปกติครึ่งวัน นี่เสร็จในสี่ชม. เกือบตาย) ขอให้อ่านให้สนุก มีคำผิดต้องขออภัยด้วยค่ะ //ปริมาณตอนนี้อยู่ที่ 7 หน้าครึ่งได้ค่ะ แมวต้องขอโทษนักอ่านที่อ่านแล้วรู้สึกสั้น ไม่สะใจหรือไม่คุ้มค่าด้วยนะคะ เนื้อเรื่องของแมวอาจจะเรื่อยๆ สโลว์ไลฟ์เกินไปเลยทำให้รู้สึกไปแบบนั้น หรือจำนวนคำในตอนน้อยเกินไป แมวต้องขออภัยจริงๆ แต่แมวต้องบอกตามตรงว่าแมวไม่สามารถเขียนให้อยู่ในช่วงไคลแม็กซ์ได้ทุกตอน เพราะเรื่องนี้ไม่ต่างจากการเล่าชีวิตของคนๆ หนึ่ง ที่มันมีทุกอารมณ์ค่ะขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตาม ที่ช่วยเปย์ ทุกคอมเม้นต์ ทุกการเเนะนำ ทุกคำติชม ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ขอโทษที่ตอนนี้มาช้ามากนะคะ เจอกันใหม่วันจันทร์ค่า