Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 2 บทที่ 34 พรสวรรค์ตื่นรู้

            ในเวลาเดียวกัน ณ หมู่บ้านเชิงเขาเบื้องล่าง

            ใต้ชายคาบ้านดินมุงกระเบื้องสีครามที่เก่าคร่ำคร่าหยดน้ำฝนรั่วซึมลงมาจากมุมหนึ่งของหลังคา

            “ติ๋ง... ติ๋ง...”

            หยาดน้ำกระเซ็นกระทบพื้นก่อเกิดแอ่งน้ำขังเล็กๆ

            ทว่าในยามนี้กลับไม่มีผู้ใดมีแก่ใจจะสนใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนั้น

            “คุณตาครับ ใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆเล่าออกมาเถอะครับ”

            เยี่ยนเกาหย่วนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แผ่นหลังเหยียดตรง เขาจ้องมองไปยังชายชราผมขาวโพลนเบื้องหน้าด้วยสายตาเห็นใจ

            “เฮ้อ...”

            ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจยาวอีกครั้งพลางเช็ดขอบตาที่ชื้นแฉะ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่น “หลานสาวผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองของผมคืนนั้นกลับบ้านช้าไปหน่อย จึงถูกงูครามกลายพันธุ์จู่โจม คนพี่ถูกพิษงูสิ้นใจไปเพิ่งจะทำพิธีฝังไปก่อนที่คุณจะมาถึงไม่นานส่วนคนน้องยังสลบไม่ได้สติมาจนถึงตอนนี้”

            พูดถึงตรงนี้ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่สามารถกั้นเสียงสะอื้นได้อีกต่อไป

            “นี่...”

            เยี่ยนเกาหย่วนอ้าปากค้างไม่รู้จะปลอบอย่างไรดี

            หากเป็นการต่อสู้กับอสูรกลายพันธุ์เขาย่อมไม่หวั่นเกรง

            ทว่าหากต้องมาปลอบใจชายชราที่สูญเสียแก้วตาดวงใจไปเช่นนี้กลับเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับเขายิ่งนัก

            ส่วนผู้พันวัยกลางคนที่ติดตามเยี่ยนเกาหย่วนมายังบ้านผู้ใหญ่บ้านมีประสบการณ์มากกว่า

            เขาลุกขึ้นเดินไปหาชายชรา ตบไหล่เบาๆและปลอบโยนว่า “คุณตาครับ ขอให้ทำใจดีๆ ไว้นะครับ”

            พูดจบ ผู้พันก็นิ่งไปราวกับนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะถามซ้ำอีกครั้ง “สัตว์เดรัจฉานตัวนั้นถูกจัดการไปหรือยังครับหากยังไม่จัดการ คืนนี้พวกเราจะไปลากมันมาจัดการเพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณหลานสาวของคุณตา”

            “จัดการแล้ว... จัดการแล้วครับ”

            ชายชราพยักหน้าถี่รัวใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นฉีกยิ้มออกมาได้ในที่สุด“ชาวบ้านช่วยกันใช้ไม้รุมตีงูตัวนั้นจนตายไปแล้วครับ”

            จากนั้นชายชราก็ราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้อีกครั้ง ก่อนจะรีบกล่าวเสริม“แต่เป็นเพราะหลานสาวอีกคนของผมกินถุงน้ำดีของงูครามตัวนั้นเข้าไปเธอก็เลยยังไม่ฟื้นจนถึงตอนนี้ครับ”

            “กินถุงน้ำดีงูหรือครับ?”

            เยี่ยนเกาหย่วนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ

            “ในส่วนลึกของขุนเขามีความเชื่อที่สืบต่อกันมาว่า หากถูกงูพิษกัดให้นำถุงน้ำดีงูออกมาให้คนเจ็บกินจะสามารถถอนพิษได้”

            ดูเหมือนผู้พันหนวดเฟิ้มจะรู้เรื่องนี้อยู่บ้างเขาเอียงศีรษะเล็กน้อยและอธิบาย

            ทว่ามุมปากที่กระตุกวูบเผยความคิดดูแคลนในใจของเขา

            ถุงน้ำดีงูถอนพิษได้ไม่รู้ว่าไอ้สารเลวที่ไหนมันคิดเรื่องไร้สมองแบบนี้ขึ้นมา

            ขนาดงูเองก็ยังอาจตายเพราะพิษของมันได้

            แล้วถุงน้ำดีของมันจะถอนพิษได้อย่างไรกัน

            หากวิธีการเช่นนั้นได้ผลจริงงูพิษคงจะสูญพันธุ์ไปนานแล้ว เพราะคนไล่ฆ่าเอาถุงน้ำดีมากิน

            ในขณะนั้นชายชราเหมือนจะมองออกถึงความคิดของผู้พัน ก็สะอื้นไห้หนักขึ้น“พวกเราก็รู้ว่านี่เป็นสูตรยาพื้นบ้าน แต่ตอนนั้นหลานสาวของผมเหลือลมหายใจเพียงเฮือกเดียว ร่างกายยังเป็นสีครามคล้ำไปหมด...”

            คำพูดของเขายังไม่ทันจบดีเขาก็ราวกับนึกอะไรขึ้นได้อีกครั้ง จึงร้องไห้ไม่หยุด

            “เฮ้อ...”

            ผู้พันและเยี่ยนเกาหย่วนสบตากันและถอนหายใจ

            ในวินาทีความเป็นความตายเช่นนั้นไม่ว่าใครก็ต้องคว้าเอาฟางเส้นสุดท้ายเพื่อยื้อชีวิตคนที่รัก

            นี่เป็นเรื่องปกติของมนุษย์และเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

            “คุณตาครับให้ผมเข้าไปดูอาการหน่อยดีไหมครับ”

            เยี่ยนเกาหย่วนมองชายชราที่ร้องไห้ไม่หยุดและเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

            “นี่...”

            ผู้ใหญ่บ้านมองใบหน้าที่ยังเยาว์วัยของเยี่ยนเกาหย่วนด้วยความลังเลเล็กน้อย

            “วางใจได้เลยครับคุณตาหมอนี่เก่งกาจไม่เบาเลยล่ะครับ”

            ผู้พันเคราเฟิ้มโพล่งขึ้นมาอย่างไม่ถือตัว“อย่าดูแค่ว่าเขาอายุยังน้อยนะครับคุณตารู้ไหมว่าเขาคือผู้บังคับบัญชาของผมเลยนะ หากไม่ใช่เพราะผมแก่กว่าเขาสองสามปีเขาเลยต้องเรียกผมว่าพี่ ตอนนี้ผมอาจจะเป็นคนที่ต้องทำความเคารพเขาด้วยซ้ำ”

            “เอ่อ...”

            ชายชราขมวดคิ้วจนรอยย่นบนหน้าผากยู่เข้าหากัน

            ครู่หนึ่งเขาจ้องมองเยี่ยนเกาหย่วนที่แผ่กลิ่นอายความเที่ยงธรรมออกมาอย่างลึกซึ้งและหันหลังไปหยิบกล้องยาสูบขึ้นมา ก่อนจะถอนหายใจ “พวกคุณอุตส่าห์มาพักค้างคืนที่หมูบ้านพวกเรายังต้องมารบกวนเรื่องนี้อีก... เฮ้อ...”

            ว่าแล้วชายชราก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องด้านใน

            ......

            ห้องด้านในค่อนข้างแคบพื้นที่ประมาณยี่สิบกว่าตารางเมตร

            มีเพียงโต๊ะ เก้าอี้อย่างละตัวและเตียงใหญ่ตั้งอยู่

            บนเตียงนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งนอนนิ่งอายุของเธอดูจะไม่มากนัก ประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี เป็นหญิงสาวที่สะอาดสะอ้านหมดจดและเป็นประเภทที่ยิ่งมองยิ่งตราตรึง ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหล

            ทว่าบนใบหน้าที่ซีดเซียวนั้นกลับปรากฏสีหน้าเจ็บปวดราวกับว่าเธอกำลังทนทุกข์ทรมานจากบางสิ่งบางอย่าง

            “นี่คือหลานสาวผู้เคราะห์ร้ายของผมครับเธอหมดสติไปสามวันแล้ว”

            ชายชรากล่าวพร้อมกับมองผู้พันและเยี่ยนเกาหย่วนที่เดินตามเข้ามาด้านหลัง และอ้อนวอน“ท่านทหารทั้งสอง หากมีวิธีช่วยเหลือ โปรดเมตตาช่วยผมด้วยเถอะครับแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตกระดูกแก่ๆ นี้ ผมก็ยอมทุกอย่าง”

            “อย่าครับ อย่าทำอย่างนี้...”

            ผู้พันรีบจับชายชราและประคองไปด้านข้างอย่างรู้หน้าที่

            ในเวลานี้ หากมีใครที่สามารถช่วยได้คงมีเพียงผู้มีพลังเหนือธรรมชาติคนนี้เท่านั้น

            ยิ่งกว่านั้น เมื่อก้าวเข้ามาในห้องด้านในผู้พันก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเยี่ยนเกาหย่วนแล้วเพราะท่าทางของเขาราวกับว่ากำลังตกใจกับเรื่องบางอย่าง

            ......

            ในขณะนี้เยี่ยนเกาหย่วนเป็นไปตามที่ผู้พันคาดเดา หัวใจของเขาเต้นรัวไม่หยุด

            “ตื่นรู้ นี่คือการตื่นรู้จริงๆ ด้วย”

            เขามองหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเบื้องหน้าสีหน้าตกตะลึงเสียอาการเป็นครั้งแรก

            ในฐานะผู้มีพลังเหนือธรรมชาติเยี่ยนเกาหย่วนย่อมคุ้นเคยกับกระบวนการตื่นรู้ดี

            มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ทรมานที่สุดก่อนที่จะเกิดใหม่ราวกับผีเสื้อที่ลอกคราบออกจากรังไหม

            พลังวิญญาณจะชำระล้างร่างกายและขัดเกลาจิตวิญญาณให้สอดรับกัน

            จากภาพที่เคยพบเห็นทุกคนมีความแตกต่างกันไม่มากก็น้อย

            บางคนหลับไปแล้วก็ตื่นรู้บางคนต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเวลาสามวันสามคืนจึงจะตื่นรู้ได้

            และหญิงสาวตรงหน้ากำลังอยู่ในขั้นตอนนั้น...

            ร่างกายของเธอห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณไอปราณวิญญาณหลากสีสันราวกับภาพฝันดูเหมือนจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเธอเบียดเสียดกันอย่างรุนแรง...

            ในขณะเดียวกันเยี่ยนเกาหย่วนก็สัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามา

            “พรสวรรค์ธาตุไฟหรือ...”

            เยี่ยนเกาหย่วนพึมพำและมองหญิงสาวด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

            พรสวรรค์ธาตุเป็นหนึ่งในพรสวรรค์เหนือธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด

            และธาตุไฟคือธาตุที่รุนแรงและมีพลังทำลายล้างมากที่สุดในบรรดาพรสวรรค์ธาตุทั้งหมด

            จนถึงปัจจุบันทั่วทั้งสหพันธรัฐแห่งนี้มีเพียงหยิบมือเดียวที่สามารถตื่นรู้พรสวรรค์เช่นนี้ได้!

            แม้แต่ตัวเขาเองก็เพิ่งจะตื่นรู้เพียงพรสวรรค์เสริมสร้างกายพื้นฐานเท่านั้น

            ไม่ต้องสงสัยมากเลยเยี่ยนเกาหย่วนรู้ดีว่าครั้งนี้เขาเจอของล้ำค่าเข้าแล้ว

            ส่วนเรื่องที่ว่าหญิงสาวจะฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องกังวล

            เพราะหากเหล่านักวิจัยที่สถาบันวิจัยพันธุกรรมพวกนั้นรู้เข้าพวกเขาคงจะแทบคลั่งและจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อปลุกหญิงสาวให้ตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน!

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน