
.....เื้ัประตูหินโบราณคือห้องกว้างเงียบงัน ความมืดสลัวถูกเจือด้วยแสงคริสตัลสีฟ้าฝังตามผนัง
กลิ่นสมุนไพรเก่าผสมฝุ่นหนาอบอวลราวกับกาลเวลาในที่นี้หยุดนิ่งผนังและพื้นหินเย็นเยียบส่งเสียงสะท้อนทุกย่างก้าว คล้ายกำลังเดินอยู่ในลมหายใจของสิ่งโบราณที่ยังไม่ตาย
....หานเหวินมองสำรวจรอบๆอย่างช้า ๆ แสงจากผลึกคริสตัลสีฟ้าที่ฝังตามผนังทำให้เห็นลวดลายแกะสลักเป็รูปนกดำสามปีกและอักษรโบราณซึ่งเขาและอวี้เฟิงไม่รู้ความหมาย ลมหายใจแ่เบา ขณะที่อวี้เฟิงแอบแซวเบา ๆ
“เ้าพวกปราณเย็น ๆ นี่…ทำไมต้องเดินช้าเหมือนกลัวผีด้วยนะ เห็นอะไรหรือเปล่า?”
หานเหวินขมวดคิ้ว “ระวังปากไว้ก่อน เดี๋ยวโดนผีล่าเข้าจริง ๆ จะยุ่ง”
พวกเขาสำรวจรอบโถง พบแผ่นพื้นยุบตัวเล็กน้อย เสียงกลไกดังเบา ๆ และผนังด้านหนึ่งเลื่อนเผยบันไดหินโค้งลงสู่เบื้องล่าง
แสงคริสตัลสีฟ้าสลัวเรียงรายเป็ทางเหมือนเชิญชวน แต่ทั้งคู่รู้สึกแรงดึงบางอย่าง คำกระซิบแ่ ๆ ลอยเข้าหู ทั้งที่ไม่เข้าใจภาษา แต่กลับรู้สึกอบอุ่นประหลาด
บันไดทอดยาวสิ้นสุดที่ห้องกลมเล็ก เสาหินสิบสองต้นล้อมรอบกลางห้องซึ่งมีแท่นศิลาดำ บนแท่นนั้นมีร่างผอมสูงนั่งขัดสมาธิ ศีรษะพันด้วยผ้าเก่าๆมิดชิด รอบศีรษะมียันต์เก่า 4–5 แผ่นติดในทิศต่าง ๆ
ชายลึกลับขยับตัวเล็กน้อย รับรู้ว่ามีคนเข้ามา ท่าทางประหม่า ดวงตาใต้ผ้ากวาดไปมาเหมือนกำลังประเมินอันตราย
“อ…อย่า…เข้ามา… พวกเ้า…เป็ใคร?” เสียงสั่นเล็ก ๆ
อวี้เฟิงทำหน้าตาเหมือนแกล้งกลัว แต่พูดเสียงยียวน
“เฮ้…ผมชื่ออวี้เฟิง ส่วนเพื่อนผมชื่อหานเหวิน ไม่ได้มาทำอะไรท่านหรอกนะ…เอ้อ…จริง ๆ นะครับ”
ชายลึกลับนิ่ง มือเกร็งเล็กน้อย ท่าทางบอกชัดว่าเขาหวาดกลัวแต่ไม่อยากใช้ความรุนแรง
หานเหวินวางน้ำและสมุนไพรบนพื้น ค่อย ๆ ถอยหลัง
“เราไม่ได้มาทำร้ายท่าน เรา…แค่เดินทางผ่านมาและอยากช่วยเท่านั้น”
มือซีดขาวของชายลึกลับค่อย ๆ เอื้อมมาหยิบของ น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง “พวกเ้า…ไม่ใช่ศัตรูงั้นหรือ…”
"เ้าอยากช่วยข้าจริงๆหรือ?"
"ถ้าไม่หลอกเอาพวกข้าไปย่างกิน พวกข้าก็อาจพอช่วยท่านได้นะ"
"เ้าเป็ถึงเซียนขั้น 5 ปราณิญญา อีกคนก็มี 'ดาบนั่น' ข้ายังอยากใช้ชีวิตจนแก่ตายอยู่"
"แต่ก็เพราะพลังระดับนี้ พวกเ้าสามารถช่วยข้าได้จริงๆ ถ้าเ้าจะช่วย" ชายลึกลับน้ำเสียงดูมีความหวัง ดวงตามีประกายขึ้นมา
ชายลึกลับเล่าว่า ยันต์เหล่านี้เสื่อมพลัง ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป พลังผนึกอาจรั่วไหล เขาไม่สามารถลอกและเปลี่ยนเองได้ เพราะทันทีที่ยันต์ถูกดึงออก พลังในร่างอาจปะทุอย่างควบคุมไม่ได้
อวี้เฟิงยักคิ้วมองหานเหวิน
“โอ๊ะ…เราจะลองเสี่ยงกันหน่อยนะครับ หรือท่านจะยอมเราช่วยเอง?”
หานเหวินถอนหายใจ “อย่ากวนมากล่ะ”
หานเหวินค่อย ๆ ใช้พลังปราณดึงยันต์เก่าออกทีละแผ่น ขณะเดียวกันอวี้เฟิงก็นั่งคอยเขียนยันต์ใหม่ด้วยหมึกสมุนไพร
“ระวังหน่อยครับ ขืนติดผิดแผ่นนี้…ท่านอาจจะพุ่งขึ้นมาแล้วไล่ผมก็ได้นะ”
ชายลึกลับขยับตัวถอยเล็กน้อย น้ำเสียงประหม่า “อ…ระ…ระวัง…”
กระบวนการนี้ทำให้ทั้งสามต้องประสานพลังอย่างระมัดระวัง พลังหนาวเย็นพวยพุ่งออกจากชายลึกลับ รอยยิ้มของอวี้เฟิงสอดแทรกคำแซวเบา ๆ
“เฮ้…ท่านอย่าหลับตลอดเวลาแบบนี้สิครับ ผมยังอยากเห็นหน้านะ”
ชายลึกลับหัวเราะเบา ๆ ใต้ผ้า แม้ยังประหม่า
หลังจากนั้นทั้งคู่ยังได้รับการขอร้องให้ช่วยซ่อมกลไกผนึกห้องลับ
ชายลึกลับพาพวกเขาไปด้านหลังแท่นศิลา พบแผ่นหินใหญ่ที่เป็หัวใจของกลไกผนึกซึ่งเริ่มชำรุด
หานเหวินใช้กระบี่ปราณแกะลบอักขระเก่าแล้วสลักใหม่ อวี้เฟิงจัดเรียงคริสตัลพลังงานให้สมดุล
ระหว่างทำงาน อวี้เฟิงหันมายิ้มกวน ๆ
“เห็นไหมครับ…ถ้าไม่ใช่เราทั้งคู่ ท่านคงได้นอนตายอยู่กับยันต์นั่นแล้ว”
ชายลึกลับหัวเราะเบา ๆ แต่แววตายังคงระแวงเล็กน้อย
เมื่อเสร็จสมบูรณ์ แสงคริสตัลสีฟ้าในห้องสว่างขึ้น พลังรอบ ๆ สงบลง
ชายลึกลับถอนหายใจยาว น้ำเสียงอบอุ่น...