เจียงม่านม่านพูดคุยและสอบถามคุณยายเสิ่นอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้ขอตัวกลับก่อน เนื่องจากเธอต้องไปหาซื้อวัตถุดิบเพื่อทำขนม ในชาติก่อนตอนที่อยู่ในจวนทุกครั้งที่แม่ครัวในโรงครัวทำอาหารหรือว่าขนมได้ถูกปากเธอมักจะไปที่โรงครัวด้วยตนเองเพื่อศึกษาวิธีการทำขนมเอาไว้เสมอ ในยามนั้นเธอไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้เป็ฮองเฮาหรือว่าได้แต่งเข้าราชวงศ์ คิดไม่ถึงว่าคนที่เธอถูกอกถูกใจจะเป็ถึงองค์ชายของราชวงศ์หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยได้ทำอาหารหรือลงมือทำขนมด้วยตนเองอีกเลย
ยามนี้เมื่อเธอคิดว่ากำลังจะได้ทำขนมอีกครั้งก็คันไม้คันมือขึ้นมาในทันที จึงตั้งใจว่ารีบไปหาซื้อวัตถุดิบเพื่อทำขนมก่อน แป้งที่บ้านเหลือไม่มากแล้ว น้ำตาลก็เช่นกันโชคดีที่วันนี้เธอนำคูปองมาด้วยจึงไม่ใช่เื่ยากนักที่จะซื้อ แม้ว่า่นี้จะไม่ได้เข้มงวดเื่คูปองดังเช่นเมื่อก่อนแล้ว แต่การนำมาใช้ก็ทำให้สามารถซื้อได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นเพราะเ้าของร่างคนเก่าทำเื่ไม่ดีเอาไว้มาก วันนี้เธอจึงตั้งใจซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้พวกเขาคนละชุด แม้ว่าจะใช้เงินมากสักหน่อย แต่เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่วันเงินเดือนของเฉินเสวี่ยก็คงจะถูกส่งมาถึงแล้ว เธอจึงไม่ได้รู้สึกปวดใจมากนักกับเงินที่สูญเสียไป
เมื่อได้ของที่้าแล้วเจียงม่านม่านก็หอบข้าวของทั้งหมดขึ้นรถกลับหมู่บ้านในทันที หลังจากลงจากรถแล้วเธอก็เดินไปหาที่มุมนั่งเพื่อแบ่งข้าวของที่ซื้อมาอีกครั้ง เพื่อที่ว่าตอนที่ถึงบ้านเธอจะได้มอบให้พวกเขาคนละถุงเลย ฟ้าเริ่มจะมืดแล้วเพราะกังวลว่าแม่สามีจะรอจึงรีบคัดแยกเสื้อผ้าของพ่อสามีและแม่สามีใส่ถุงกระดาษใบหนึ่ง สำหรับน้องชายของสามีคนละถุง และของกินของใช้สำหรับลูกชายของเธออีกหนึ่งถุง ส่วนของของเธอนั้นมีแค่เพียงขนมบางส่วนและข้าวของสำหรับทำขนมและทำอาหารให้คนในบ้านกินเพียงเท่านั้น
“ป้าเฉิน จนป่านนี้แล้วแต่สะใภ้ของป้าก็ยังไม่กลับมาป่านนี้คงกำลังจะใช้เงินที่พี่ใหญ่เฉินส่งมาให้ซื้อเสื้อผ้าจนหมดร้านแล้วมั้ง” เสียงของโจวเสี่ยวหลันทำให้เจียงม่านม่านชะงักมือที่กำลังคัดแยกข้าวของในทันที
“ใครจะซื้อจนหมดร้านกัน เธอพูดจาเกินไปหน่อยแล้ว” เสียงของโจวต้าเหนียงไม่ค่อยจะดีนัก ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบลูกสะใภ้ของตนเองมากเพียงใดแต่เธอก็ไม่ชอบให้คนอื่นมาต่อว่าลูกสะใภ้ของเธอ นิสัยปกป้องคนในบ้านของโจวต้าเหนียงเป็เช่นนี้มานานแล้ว ตอนที่เป็ดวงิญญาเจียงม่านม่านเคยคิดชื่นชมนิสัยเช่นนี้ของเธอตั้งหลายครั้ง ตอนนี้พอโจวต้าเหนียงพูดจาปกป้องเธออีกครั้งก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าคนที่โจวต้าเหนียงตั้งใจพูดจาปกป้องจะเป็เ้าของร่างเก่า แต่เจียงม่านม่านก็ยังอดไม่ได้ที่จะซาบซึ้งใจกับการปกป้องนี้ของโจวต้าเหนียง
“คุณป้า ในฐานะที่พวกเราเป็ญาติกันหนูบอกกับคุณป้ากี่ครั้งแล้วว่าลูกสะใภ้ของคุณป้าเป็คนไม่ดี” คำพูดของโจวเสี่ยวหลันทำให้เฉินมู่หนานที่พอจะฟังคำพูดของผู้ใหญ่รู้เื่แล้วถึงกับส่งเสียงคัดค้านในทันที
“แม่ดี! อย่ามาโกหก!” เสียงของเด็กน้อยทำให้เจียงม่านม่านยิ้มออกมา
“เสี่ยวหลัน ป้ารู้ว่าเธอกับม่านม่านมีเื่ทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ถึงอย่างไรนี่ก็ต่อหน้าเด็กเธอจะมาต่อว่าแม่ของเขาต่อหน้าเขาอย่างนี้ไม่ได้นะ” คำพูดของโจวต้าเหนียงโจวเสี่ยวหลันร้องเฮอะ! ออกมาในทันที
“ความจริงก็คือความจริง ฉันก็แค่พูดความจริงเท่านั้น รถเที่ยวสุดท้ายก็ออกไปแล้วแต่เจียงม่านม่านยังไม่กลับมา ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปตะลอนอยู่ตรงไหนบ้านช่องไม่รู้จักรีบกลับ จนคุณป้าที่เป็แม่สามีต้องมาดูเช่นนี้ คุณป้ายังคิดว่าหนูใส่ร้ายลูกสะใภ้ของคุณป้าอีกหรือคะ”
“เธอใส่ร้ายฉันจริงๆ นั่นแหละ” เจียงม่านม่านพูดพลางถือถุงกระดาษหลายถุงมากองรวมกันตรงหน้าของโจวต้าเหนียงแล้วจึงได้หันไปจ้องมองโจวเสี่ยวหลันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายเธอคนอย่างเธอทั้งเ้าเล่ห์ ชอบเอารัดเอาเปรียบ ชอบโกหกแถมยังชอบลักขโมยด้วย ไม่แน่ว่าข้าวของพะรุงพะรังพวกนี้เธออาจจะขโมยมาจากร้านค้าในเมืองก็ได้” คำพูดของโจวเสี่ยวหลันดึงดูดความสนใจของผู้คนในหมู่บ้านได้เป็อย่างดี
“เธอใส่ร้ายจริงๆ นั่นแหละ ข้าวของในถุงเหล่านี้คือเสื้อผ้าที่ฉันตั้งใจจะซื้อให้คนในบ้าน ่นี้พ่อสามีและน้องสามีทั้งสองของฉันต่างก็ต้องทำงานหนัก ส่วนแม่สามีของฉันก็ต้องลำบากเลี้ยงดูลูกให้ฉัน ฉันจึงตั้งใจเลือกซื้อเสื้อผ้าตอบแทนความเหนื่อยยากของพวกเขา เพราะเลือกซื้ออย่างพิถีพิถันจนทำให้นั่งรถมาในรอบสุดท้ายพอดี เพราะไม่อยากไปนั่งคัดแยกข้าวของที่บ้านก็เลยไปนั่งคัดแยกอยู่ตรงนั้นคิดไม่ถึงว่าจะถูกเธอพูดจาใส่ร้ายฉันต่อหน้าลูกชายของฉันอย่างนี้” คำพูดของเจียงม่านม่านทำให้โจวต้าเหนียงจ้องมองข้าวของที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ส่วนโจวเสี่ยวหลันหันไปมองมุมที่เจียงม่านม่านชี้แล้วก็หันมาต่อว่าเธอในทันที
“เธอนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วทำไมไม่ส่งเสียงเล่าว่ากลับมาแล้ว”
“ฉันจะส่งเสียงทำไม เธอจะพูดจาใส่ร้ายฉันกับแม่สามีของฉันอย่างไรตัวฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน” คำพูดของเจียงม่านม่านทำให้โจวเสี่ยวหลันถึงกับด่ากราดออกมาในทันที
“นังขี้ขโมย นังโสโครก โคตรเหง้าและบรรพบุรุษของเธอก็โสโครกเช่นเดียวกัน ชาตินี้ทั้งชาติเธอไม่มีทางเจริญหรอก” เมื่อโจวเสี่ยวหลันพูดเช่นนี้เจียงม่านม่านก็ไม่คิดจะอดทนอีกต่อไป
“คุณแม่พาหนานหนานกลับบ้านไปก่อนนะคะ พอหนูพูดคุยกับโจวเสี่ยวหลันเสร็จแล้วหนูจึงจะกลับบ้านค่ะ อ้อ ถุงนั้นคือเป็ดย่างคุณแม่เอากลับไปก่อนนะคะ น่าจะได้เวลาที่คุณพ่อกับน้องชายทั้งสองกลับถึงบ้านแล้ว ส่วนข้าวของที่เหลือหนูจะขนกลับเองค่ะ” เมื่อเจียงม่านม่านพูดเช่นนี้โจวต้าเหนียงก็ห้ามปรามลูกสะใภ้เสียงเบา
“อย่ามีเื่กันเลยนะ เธอก็หัดใจเย็นเสียบ้างสิ” เมื่อแม่สามีเช่นนี้เจียงม่านม่านก็ยิ้มออกมา
“หนูพยายามจะใจเย็นแล้วค่ะ เมื่อเช้านี้หนูถูกเธอด่าทอว่าเป็คนขี้ขโมยที่ตลาดยังขายหน้าไม่หายเลย ตกตอนเย็นก็มาด่าทอหนูที่นี่อีก หนูทนไม่ไหวแล้วค่ะ” เมื่อเจียงม่านม่านพูดเช่นนี้โจวต้าเหนียงก็ทอดถอนใจออกมา แล้วก้มลงหยิบถุงกระดาษทั้งหมดขึ้นมา
“แม่จะเอาของเหล่านี้กลับบ้านเอง ส่วนเธอก็เพลาๆ มือลงเสียบ้างนะ วันหน้าคนเขาจะได้ไม่เจ็บแค้นจนตามกัดไม่เลือกสถานที่อย่างนี้” คำพูดของแม่สามีทำให้เจียงม่านม่านหัวเราะเบาๆ
“ไม่ห้ามแล้วหรือคะ” คำถามของลูกสะใภ้ทำให้โจวต้าเหนียงส่ายหน้า
“นิสัยแบบนี้คงต้องสั่งสอนเสียบ้าง ไป! อาหนานกลับบ้านกับย่าดูซิว่าวันนี้แม่เขาซื้ออะไรกลับมาบ้าง” เมื่อพูดจบก็จูงมือหลานชายเดินออกจากบริเวณนี้ในทันที เมื่อเห็นว่าความสนใจของเจียงม่านม่านอยู่ที่สองย่าหลานที่กำลังเดินจากไป โจวเสี่ยวหลันที่ยืนรออยู่แล้วรีบก็ลงมือก่อนในทันที เธอตั้งใจเอาไว้ว่ารอบนี้จะต้องแก้มือให้ได้ อย่างน้อยสามารถทำให้ใบหน้าของเจียงม่านม่านมีริ้วรอยสักหน่อยก็ยังดี แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือเจียงม่านม่านจะหลบฉากถอยออกไปแล้วเป็ฝ่ายลงมือกับเธอแทน
เจียงม่านม่านที่ระวังตัวอยู่ก่อนแล้วกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วจึงได้ถีบจนร่างบางของโจวเสี่ยวหลันเสียหลักแล้วใช้อุ้งมืออันเรียวยาวและเล็บที่แหลมคมของตนเองจิกทึ้งลงไปบนหัวของโจวเสี่ยวหลันออกแรงดึงแล้วใช้มืออีกข้างตบไปที่ใบหน้าอันสวยงามของโจวเสี่ยวหลันซ้ำๆ ไปหลายที
เจียงม่านม่านอยากรู้มานานแล้วว่าการที่ได้ลงมือตบตีคนเองมันสะใจสักแค่ไหน ในชาติที่แล้วอยากจะลงมือกับใครก็แค่ใช้ข้ารับใช้ลงมือ ตอนเป็ิญญาก็เคยเห็นคนอื่นตบตีอยู่บ่อยครั้ง ส่วนเ้าของร่างนี้ยิ่งแล้วใหญ่ฝีมือการตบตีไม่เคยแพ้ใครในหมู่บ้าน โดยเฉพาะโจวเสี่ยวหลันคนนี้ถูกตบตีตั้งหลายครั้งแต่ก็ยังไม่รู้จักจำ คอยเสนอหน้ามาหาเื่ให้ตบตีอยู่เื่ สุดท้ายตบตีจนแก้มของโจวเสี่ยวหลันบวมตุ่ยแล้วเจียงม่านม่านจึงได้หยุดมือ ใช้ฝ่าเท้าถีบเข้าไปที่กลางลำตัวของโจวเสี่ยวหลันอีกครั้ง แล้วจึงตัดสินใจพูดจากับคนที่นอนกองบนพื้นตามตรง
“หาเื่ฉันทุกอย่าง ใส่ร้ายฉันทุกทางที่ทำได้ ตบตีไปก็ตั้งหลายครั้งแต่ยังไม่ยอมหยุดหาเื่ฉัน ถามจริงๆ เถอะ โจวเสี่ยวหลันที่เธอคอยหาเื่ฉันเป็เพราะเจ็บใจที่เคยถูกฉันขโมยโบติดผมกับเข็มกลัดติดเสื้อจริงๆ หรือ ฉันว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นนะ” เมื่อเจียงม่านม่านถามเช่นนี้โจวเสี่ยวหลันที่ตอนนี้พยุงตัวลุกขึ้นมานั่งได้แล้วแต่ตอนนี้กำลังมึนงงเพราะแรงตบและแรงถีบอยู่เธอจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ต่อให้อยากพูดตอนนี้ก็คงจะไม่ได้เพราะนอกจากแก้มจะบวมช้ำแล้ว ที่ริมฝีปากก็ทั้งแตกและบวมเป่งเช่นกัน เจียงม่านม่านคำนวณเอาไว้แล้วจึงได้ตั้งใจถามเองตอบเองเช่นนี้
“อุ๊ย! คงไม่ใช่เพราะเธอชอบสามีของฉันหรอกนะ จุ๊ จุ๊ เสี่ยวหลัน เื่เช่นนี้จะกล่าวโทษกันได้อย่างไร เธอคงจะทั้งเจ็บแค้นและอิจฉาฉันมากสินะถึงได้ตามหาเื่กันอย่างนี้ ทุกคนดูสิ! ฉันกับลูกสาวบ้านโจวตบตีกันตั้งกี่ครั้งแล้ว ฉันขบคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก มีแค่เพียงเื่นี้เท่านั้นแหละที่อธิบายได้” คำพูดของเจียงม่านม่านทำให้โจวเสี่ยวหลันส่ายหน้า แต่ด้วยไม่อาจจะพูดอะไรออกมาได้ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็แค่เพียงหลั่งน้ำตาออกมาเพียงเท่านั้น
“จำเอาไว้นะ โจวเสี่ยวหลันต่อให้เธอมาหาเื่ฉันอีกกี่ครั้ง เฉินเสวี่ยสามีของฉันก็ไม่มีทางมองเธอหรอก เขาเห็นเธอเป็แค่เพียงน้องสาวเท่านั้น” ประโยคนี้เจียงม่านม่านพูดออกมาตามที่เธอเห็น ถ้าโจวเสวี่ยคิดเกินเลยกับโจวเสี่ยวหลันจริงแม่ของเขาคงไม่ไปดูตัวลูกสาวบ้านอื่นหรอก