TREE WORLD ปฐพีวินาศโลก

    43 บทที่43 เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย (1)

    TREE WORLD

    ปฐพีวินาศโลก

     

    By  :  Jackmysoul

    แจ็ก มายโซล  : เขียน

     

     

     

     

     

    บทที่ 43

    เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย(1)

             

            สายปราณจำนวนมหาศาลหลั่งไหลจากร่างเลือดเนื้อส่งผ่านเข้าสู่ชุดเกราะไม่ขาดสาย...

            เพาเวอร์สูทดูดกลืนปราณเหล่านั้นโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรสภาพใดเนื่องด้วยลมปราณถือเป็นพลังงานบริสุทธิ์ในตัวมันเอง เมื่อพาชนะบรรจุจนเต็ม ชุดเกราะพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เล็กน้อยร่างเกราะภายนอกพลันหดเกร็งบีบรัดยิ่งยวดจนเหมือนลีบเล็กลง ยังผลให้ร่างเลือดเนื้อภายในถูกกดทับรุนแรงโมเลกุลภายใต้ชุดเกราะดึงดูดและหมุนวนสวนทางกันการทำงานของมันคล้ายกำลังวิปริตผิดธรรมชาติกล้ามเนื้อพลันบิดเบี้ยวเคลื่อนจากตำแหน่งบดอัดเบียดเสียดกระดูกเส้นเอ็นเส้นเลือดทนรับแรงดันที่เพิ่มขึ้นฉับพลันแทบไม่ไหว คลับคล้ายมันจะระเบิดออกได้ทุกวินาทีสภาพวะเช่นนี้ส่งผลให้ฟิวท์อึดอัดทุกข์ทรมานอย่างถึงที่สุด

            ทั้งนี้เป็นเพราะการฝืนปลดล็อกที่ผิดธรรมชาติส่งผลร้ายต่อผู้สวมใส่แรงกดทับที่ตีย้อนกลับไปกลับมากลับมากลับไป ก่อกวนเลือดลมภายในเดือดพล่านคล้ายต้องการระเบิดออกจากร่างของมันกล้ามเนื้อทุกส่วนแทบจะทะลักทะลายขาดออกจากแรงยึดเหนี่ยวคล้ายกำลังตกอยู่ในสภาวะสุญญากาศ เส้นโลหิตทั่วร่างเต้นระอุ พร้อมเส้นสายชีพจรที่เร่งรัดส่งปราณดิ้นพล่านแทบจะหลุดจากการควบคุมร่องรอยการปริแตกปะทุทั่วร่างกายแสดงถึงความทนทานอย่างสาหัสที่ยังฝืนแบกรับภาระเกินขีดจำกัดเลือดไหลซึมจากบาดแผลที่เกิดจากการฉีกขาดภายในของเนื้อหนังผสมผสานกับสายเหงื่อกาฬที่ชุ่มเปียกโชกภายใต้ชุดเกราะสีน้ำเงินความเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านสะท้านไปทั่วทุกรูชุมขน

            ฟิวท์กรีดร้องกึกก้องสุ้มเสียงแต่ละสายรอดผ่านลำคอบ่งบอกถึงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานยากที่ผู้ใดจะกล้ำกลืนฝืนทนอย่างสุดแสน ร่างกายประท้วงการรีดเร้นพลังทุกองคาพยบแทบแหลกสลาย แต่จิตวิญญาณกลับไม่อนุญาตให้ผ่อนปรนแม้แต่น้อยยังคงบังคับเส้นสายชีพจรนำลมปราณส่งมอบต่อชุดเกราะไม่ขาดสาย  สองฝ่ามือของเขายิ่งหดเกร็งกระชับจิตใจจดจ่อเพียงการต่อสู้ สองตาจับจ้องศัตรูผู้น่าเกรงขามไม่กระพริบ

             

            อ๊ากกกก!!!

             

            มิทันสิ้นเสียงคำรามฟิวท์พุ่งปราดออกเป็นเส้นตรงย่นระยะทางไกลกว่าร้อยเมตรเข้าถึงตัวจ้าวป่าอสูรเถื่อนเพียงอึดใจเดียวเป็นจังหวะเดียวกับที่ชุดเกราะเพาเวอร์สูทเซทระบบเลเวลอัพระดับสอง100%

             

            เปรี้ยง!!!

             

            หนึ่งหมัดยิงใส่กลางแผ่นหลังจ้าวป่าอสูรเถื่อนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทหวั่นไหวจุดศูนย์กลางเป้าหมายที่ฟิวท์โจมตีนั้นคือจุดตายสำคัญ อันสามารถทำลายเส้นสายระบบประสาททั้งหมด

            จ้าวป่าอสูรเถื่อนถูกลอบจู่โจมกะทันหันโดยไร้การระวังป้องกันพลังทำลายล้างยังรุนแรงถึงขั้นที่ทั้งชีวิตของมันไม่เคยประสพพบเจอ ความเจ็บแปลบกลางหลังปะทุวูบไหวร่างยักษ์สั่นสะท้านจนชะงักค้าง อุ้งมือทั้งสองที่กำลังคร่ากุมเหยื่อมั่น บีบคั้นทรมานหมายฉีกกระชากหวังทำลายชุดเกราะให้หักกลางลำ จำต้องพลันสิ้นเรี่ยวแรงลงไปชั่วขณะปล่อยเหยื่อที่กำลังจะพบจุดจบดิ้นรนหลุดมือ แรงปะทะจู่โจมยังผลักไสให้มันล้มดิ้นไม่เป็นท่าใบหน้าเสือกถลากระแทกพื้นหินลำตัวหมุนกลิ้งไปหลายตลบ

            เหล่าฝูงสัตว์อสูรที่ถอยตัวอยู่นอกวงต่อสู้เคยชะล่าใจต่อความร้ายกาจอันน่าพรั่นพรึงของจ่าฝูง บัดนี้พวกมันทั้งหมด ล้วนต้องตกอยู่ในความแตกตื่นอีกครั้งมิคาดฝันว่าศัตรูที่ถูกกำราบไปแล้วจะกลับแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ พวกมันพากันถลันเข้ารุมล้อมเตรียมกลุ้มรุมจู่โจมแต่จ้าวป่าอสูรเถื่อนกลับลุกยืนขึ้นมายกมือขวางไปข้างหน้า คำรามเสียงต่ำสยบความแตกตื่นของกลุ่ม

            ฟิวท์เหลือบมองเจทที่ดีดตัวรอดพ้นมือศัตรูแวบหนึ่งสำคัญว่าแม่บังเกิดเกล้าของตนปลอดภัยอาการยังครบสามสิบสองจึงเร่งเข้าหาประคองอีกร่างที่โดนเหยียบไว้ใต้อุ้งตีนอยู่นาน การ์เซียยังนอนฟุบอยู่ใต้พื้นธรณีจมลงไปครึ่งหนึ่งพบว่าเธอสลบไสลไปตั้งแต่โดนกระทืบในเท้าแรก

            ความจริงแล้วเจททุ่มเทพลังสถิตจนใกล้สูญสิ้นอีกเพียงอึดใจเดียวหากฟิวท์ไม่ชิงลงมือในจังหวะสุดท้ายเพาเวอร์สูทจะสลายร่างทุกเซลล์โมเลกุลจะถูกดึงย้อนกลับคืนสภาพเดิมกลายเป็นแผ่นดิสต์หม่นแสงจานหนึ่งถึงเวลานั้นเธอย่อมไร้การป้องกันใด ร่างกายและวิญญาณจะถูกฉีกกระชากทันทีโดยมิทันได้สั่งเสีย

            เจทเองก็ทราบว่าฟิวท์นั้นคาดคำนวณเอาไว้ฉวยโอกาสที่จ้าวป่าอสูรเถื่อนสนใจแต่จะมุ่งทำลายชุดเกราะให้สำเร็จจึงเปิดช่องว่างแผลใหญ่และเธอยังต้องตกตะลึงเมื่อฟิวท์โจมตีด้วยปราณที่ทรงอนุภาพกว่าครั้งไหนความแข็งแกร่งของฟิวท์ขณะนี้มิใช่ระดับชั้นปราณสังสาระอย่างที่ควรเป็นแต่เป็นระดับชั้นที่สูงส่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

            เมื่อมีเวลาพิจารณาจะสังเกตเห็นชุดเกราะของฟิวท์เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไปร่างที่บีบรัดหดเกร็งขณะกำลังเซทระบบทำให้อึดอัดทรมานแต่เมื่ออัพเลเวลสำเร็จรุร่วง ความเจ็บปวดเลือนหายไปแปดในสิบส่วนและร่างเกราะกลับดูขยายพองโตขึ้นกว่าเดิมส่วนที่เป็นมัดกล้ามแขนขาจะมีเส้นสายสีน้ำเงินเข้มเรืองแสงพาดผ่านไปตามร่องรัดสัดส่วนขับเน้นเด่นชัดร่างเกราะชุดใหม่ทอประกายรัศมีแห่งความสำเร็จของผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดโดยสง่าผ่าเผย

            เจทรับรู้ถึงพลังงานที่พุ่งพล่านสายลมปราณปกคลุมสะท้อนถึงผิวภายนอกวูบไหวร่างชุดเกราะเรืองแสงสีน้ำเงินเข้มข้นราวนักรบศักดิ์สิทธิ์สร้างความยินดีให้พลันบังเกิดแก่เธอฟิวท์พัฒนาตนเองจนมีฝีมือสูงขึ้นอีกหนึ่งระดับชั้น

            ...แต่ปราณที่แผ่พุ่งอยู่นั้นกลับสัมผัสได้ถึงความไม่สม่ำเสมอรัศมีปราณแวววาวเข้มข้นนั้นกลับสามารถล่มสลายได้ทุกขณะ จิตสำนึกของเธอกระตุ้นเตือนถึงอันตรายบางอย่าง...

            มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง!!!

            ความรู้สึกแรกที่ฟิวท์โจมตีศัตรูสำเร็จด้วยเพาเวอร์สูทระดับ2สร้างความรู้สึกยินดียิ่งแก่เธอแต่เมื่อพิจารณาตามความเป็นจริง เจทพลันได้คิดว่าแท้แล้วสถานการณ์จะกลับยิ่งเลวร้ายลง!!! หากว่า...พลังที่เพิ่มขึ้นมาไม่เสถียร!!!

            บัดนี้เจทเพิ่งรับรู้ว่าแท้แล้วฟิวท์ฝืนปลดล็อกเลเวลอัพชุดเกราะทั้งที่ยังไม่มีความพร้อมถึงระดับที่แท้จริงแต่เป็นเพียงการยืมใช้ทักษะพิเศษที่ทำได้เฉพาะตนฝืนเร่งพลังปราณเพื่อเปิดด่าน ถึงแม้จะฝืนใช้ชุดเกราะเลเวล2ได้สำเร็จแต่ก็มีเวลาเพียงช่วงสั้น ถึงพลังฝีมือสูงขึ้นก็จริงแต่ลมปราณที่หล่อเลี้ยงชุดเกราะสามารถแตกซ่านล้มเหลวได้ทุกเมื่อเช่นกันและมันยังเป็นการเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

            เสี่ยงชีวิตแลกชีวิต!!!

            หากว่าฟิวท์ลงมือช้ากว่านี้อีกวินาทีเดียวเธอจะต้องจากโลกนี้ไปโดยไร้การสั่งเสียแต่เมื่อลงมือไปแล้วกลับกลายเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง

            “ฟิวท์!!!นี่ลูก...”เจทตระหนักถึงผลเสียที่จะตามมา ได้แต่เปรยปากเปล่งเสียงไม่เต็มประโยคเท่านั้น มิอาจห้ามปรามอย่างไรได้ฟิวท์เพิ่งเสี่ยงชีวิตช่วยทุกคน และคู่ต่อสู้ยังน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์อสูรที่เคยพบพานหากเธอทักท้วงให้ฟิวท์เกิดความลังเลวิตกแม้เพียงนิดเดียวจะชักนำความมุ่งมั่นร่วงหล่นอาจพลาดท่าเสียทีโดยไร้หนทางต่อกรได้อีกเธอย่อมประจักษ์ในใจว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะพลิกแพ้เป็นชนะ

             

            เสียงตึงทึบตันหนาหนักแล่นขึ้นกลางอากาศหนึ่งยอดยุทธ์เกราะน้ำเงินครามปะทะหนึ่งสัตว์ประหลาดคร่าคล้ำกลางเวหา มิใช่ว่าทั้งคู่สามารถเหาะเหินเดินอากาศเป็นเพียงการย่างเท้าก้าวกระโดด ก้าวกระโดดที่เหนือล้ำเกินมนุษย์ในความสูงระดับเหนือยอดโอ้ก ฟิวท์ตั้งรับการโจมตีด้วยหลักการคาโปเอร่าขณะที่จ้าวป่าอสูรเถื่อนถาโถมด้วยพายุหมัดไร้กระบวน

            หากเทียบพละกำลังเกราะปราณระดับเลเวล2กับพละกำลังของอสูรกลายร่างยังนับว่าพอสูสีหากเทียบภูมิรู้ในการสัปปะยุทธ์ชั้นเชิงการออกอาวุธของฟิวท์ย่อมเหนือล้ำกว่าหลายขั้นทุกการเตะต่อยที่เข้าเป้าหมายของฟิวท์จะเกิดเสียงดังหนักหน่วงราวลูกระเบิดเมื่อทั้งคู่ร่วงหล่นใกล้ถึงพื้นดินผู้ที่ล้มคว่ำกระแทกพื้นไม่เป็นท่ายังคงเป็นจ้าวป่าอสูรเถื่อน

            ความได้เปรียบพลิกกลับมาทางอีกฝ่ายฟิวท์ช่วงชิงจังหวะไล่ต้อนคู่ต่อสู้ที่นอนคลุกฝุ่นไม่เปิดโอกาสให้ลุกขึ้นมาตั้งหลักได้อีก

             

            พานเดย์โร่คอมโบลั่นกลองรบโบกพสุธา

             

            ฟิวท์หมุนตัวขึ้นกลางอากาศส่งแรงอัดกระแทกเข้าสู่ใบหน้าศัตรูเข่าคู่บดขยี้ลงไปดั่งตุ้มเหล็กตอกเสาเข็มทั้งพละกำลังและความรวดเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลชนิดที่แม้แต่อสูรกลายร่างถึงกับต้านไม่ไหว ร่างยักษ์หนาหนักยังจมธรณีลงไปครึ่งตน

            สำหรับจ้าวป่าอสูรเถื่อนความเสียหายที่ระบบประสาทกลางกระดูกสันหลังนั้นนับว่ารุนแรงสาหัสไม่น้อยหากเป็นยอดยุทธ์ทั่วไปจะต้องกลายเป็นอัมพาตไปทันทีไม่สามารถกระดิกได้แม้เพียงข้อนิ้วมือแต่สำหรับมันแทบจะไม่เป็นผลเสียกับการเคลื่อนไหวใดแค่ทำให้ชะงักไปชั่วครู่ทั้งนี้เพราะกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของมันเป็นดั่งเกราะกำบังลดทอนความเสียหายแต่มันกลับไม่ฉุกคิดว่าแท้แล้วระดับการป้องกันของมันย่อมต้องมีขีดจำกัดความเจ็บปวดที่มันได้รับไม่เท่าความเจ็บใจที่เสียท่า จึงกลายเป็นความเจ็บปวดที่กระตุ้นเพลิงโทสะยิ่งโหมกระพือมากขึ้นสิ่งที่มันกำลังหงุดหงิดหัวเสียยิ่งกว่าคือจังหวะฝีมือที่พลิกพลิ้วหลอกล่อของศัตรูทำให้มันหัวหมุนต่อยตีได้แต่อากาศและพละกำลังที่เพิ่มขึ้นมามากมายจนแทบจะเหนือกว่า ทำให้มันรู้สึกกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบดังนั้นจึงเร่งมืออาละวาดหนักขึ้น

            พื้นดินระเบิดขึ้นฝุ่นตลบคลุ้งจ้าวป่าอสูรเถื่อนสะบัดแขนขาครั้งเดียวก็เกินพอจะโผล่พ้นจากธรณีฟิวท์ไม่ปล่อยโอกาสให้มันยืนมั่นประเคนกำปั้นต่อยเข้าจุดตายของคู่ต่อสู้ด้วยท่าเบงเกล่า

            จ้าวป่าอสูรเถื่อนลงทุนรับหมัดตรงล้มคว่ำลงอีกหลายคราเพียงหวังคว้าร่างคู่ต่อสู้ให้ได้เท่านั้นฟิวท์รู้ทันลูกไม้นี้อยู่ก่อนแล้วจึงโจมตีสลับถอยฉากไม่ต้องการสู้ระยะประชิดจนถูกคลุกวงในจึงใช้ออกด้วยท่วงท่า

            ม้าลายเริงระบำ

            ฝีเท้าของฟิวท์คล้ายกลายเป็นฝุ่นควันการเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวผสานกันด้วยจิงก้า(ฟุตเวริ์คตามแบบฉบับคาโปเอร่าดั้งเดิม)อาอู(การหลอกล่อพลิ้วไหวกลับตาลปัดพลิกฟ้าคว่ำดิน)และเนกาชิว่า(ท่าเคลื่อนไหวหลบหลีกในระนาบพื้นดิน)เป็นหลักส่งเสริมสอดคล้องลื่นไหลต่อเนื่องกันไปตลอดกระบวนท่าม้าลายเริงระบำเป็นลวดลายหลบหลีกหลอกล่อในระดับสุดยอดของคาโปเอร่ายิ่งใช้ออกผ่านชุดเกราะเพาเวอร์สูทยิ่งทรงอนุภาพเป็นสิบเท่า ความรวดเร็วยังคล้ายเหนือเสียงจ้าวป่าอสูรเถื่อนไม่มีทางดักจับทิศทางของคู่ต่อสู้ได้ถูกต้อง

            จนแล้วจนรอดมันก็ไม่สามารถติดตามความเร็วของฟิวท์หรือแตะต้องได้แม้เส้นขนความบอบช้ำทั่วร่างยิ่งมายิ่งมากขึ้นตามลำดับ เขี้ยวคู่ใหญ่ขาวอวบงองุ้มยังถูกซัดกระเด็นส่วนที่เหลือก็แตกหักปิ่นร้าว ไม่นานนักก็หลุดร่วงไปทั้งหมด

             

            อาอูเบงเกล่าคอมโบ

             

            ฟิวท์เร่งเผด็จศึกด้วยกำลังเฮือกสุดท้ายก่อนที่สายปราณจะอ่อนโทรมลงจนขาดสูญ

             

            ตูมมมมม!!!

             

            เสียงระเบิดคล้ายขีปนาวุธตกใส่หินผาแตกกระจายแหลกละเอียดเป็นผุยผงฝุ่นละอองฟุ้งขึ้นกลบทับเปลี่ยนฉากหลังเป็นสีเทาควันแผ่นหลังของจ้าวป่าอสูรเถื่อนฟาดปะทะกับภูเขาหินผาจนไหล่เขาขาดแหว่งเหนือร่างยักษ์ที่นอนแผ่หลาอย่างสิ้นท่านั้นประทับด้วยร่างนักสู้เกราะน้ำเงินครามยันเข่าสะกดข่มบนยอดอกหลังจากส่งร่างจ้าวป่าอสูรเถื่อนฝังจมลงในแผ่นหิน กำปั้นของฟิวท์ยังคุมเชิงจรดเหนือศีรษะใหญ่โตที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดสายลมพัดไหวแต่ทั้งคู่กลับหยุดนิ่งแข็งค้างไร้การตอบโต้ใดคล้ายแม้ลมหายใจยังขาดห้วงภายใต้ฝ่าเท้าของฟิวท์เขาจับความรู้สึกถึงแผงหน้าอกใหญ่ยักษ์สะท้อนขึ้นลงอย่างแผ่วเบาอย่างบางเบา จนที่สุดแล้วมันค่อยหยุดนิ่งลง เป็นสัญญาณบ่งบอกการไร้ชีวิตหยาดโลหิตไหลย้อยจากปลายสันหมัดหยดลงบนใบหน้าคืนสู่เจ้าของเดิมพร้อมบรรยากาศฝุ่นควันสงบลง

            “ความจริงฉัน...ไม่เคยพรากชีวิตผู้ใดไม่เคยมีแม้กระทั้งความคิดจะฆ่าใครให้ตายมาก่อน ไม่ว่ามนุษย์หน้าไหนหรือสัตว์เดรัจฉานเล็กจ้อยเพียงใดแต่สัตว์อสูรชั่วร้ายอย่างเจ้าเป็นข้อยกเว้น เป็นเพราะเจ้ามันอันตรายเกินไป และเป็นเจ้าที่เป็นฝ่ายต้องการพรากชีวิตถ้าฉันไม่ลงมือทุกคนคงต้องตายด้วยน้ำมือเจ้า...อโหสิกรรมด้วย”  ฟิวท์เปิดปากเอ่ยคำด้วยเสียงแหบพร่าที่ไร้พลัง คำพูดของเขาบ่งบอกความจำเป็นและสำนึกบาป