หยางฉินเทียนได้รับบาดเจ็บและสลบไปสามวันสามคืนเมื่อถึงเวลาประลองรอบต่อไปเขาก็มาไม่ทัน โชคดีที่หยางชิงเยว่และหยางโม่จื่อได้ขอให้ท่านประมุขเลื่อนการประลองคู่ของเขาไว้เป็นคู่สุดท้ายซึ่งก็ได้รับการอนุมัติ แม้จะยื้อเวลาไปได้ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะสามารถมาได้ทันเวลาแต่แล้วเขาก็ปรากฏตัวในวินาทีสุดท้าย และเอาชนะหยางเชี่ยงชุนได้ภายในหมัดเดียว!
ทั่วทั้งลานประลองเงียบกริบความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามาในใจ มันทั้งอึ้ง ทั้งทึ่ง แต่ไม่เสียวพวกเขามองไปที่
หยางเสี่ยวป้อที่นอนจมกองเลือดแล้วหันกลับมาดูหยางฉินเทียนที่ไม่มีแม้แต่ฝุ่นเกาะเสื้อผ้า
นี่มันอะไรกัน พวกเขากำลังฝันอยู่อย่างนั้นรึหยางเสี่ยวป้อมีกำลังภายในระดับปฐมธาตุขั้นสามแต่หยางฉินเทียนมีกำลังภายในเพียงแต่ระดับปฐมธาตุขั้นสอง
แต่เอ๊ะ! เมื่อสามวันก่อนหยางฉินเทียนพึ่งมีกำลังภายในระดับปฐมธาตุขั้นหนึ่งแต่ทำไมหลังจากสลบไปสามวันสามคืนถึงได้มีกำลังภายในขั้นสอง?เขาบาดเจ็บจนสลบไสลแน่หรือ? หรือข่าวเรื่องอาการบาดเจ็บเป็นกลลวงเพื่อไปซุ่มฝึกวิชา?
“ลูกพี่!”หยางจินเป่าวิ่งเข้าไปหาหยางฉินเทียนด้วยสีหน้าเบิกบาน นอกจากลูกพี่ของเขาจะฟื้นคืนสติแล้วยังสามารถชนะการประลองได้อีกด้วย“ยินดีด้วยครับลูกพี่!”
“อืม” หยางฉินเทียนพยักหน้ารับการแสดงความยินดี“มันเกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนที่ข้าจะมาถึง”
“ความจริงลูกพี่ต้องลงสนามในรอบที่สามแต่ทว่าอาวุโสอันดับแปดหยางชิงเยว่ขอให้เลื่อนไปเป็นคู่สุดท้ายเพื่อเป็นการชดเชยที่หยางชิงเอ๋อกระทำเกินกว่าเหตุทำให้ท่านต้องสลบไปหลายวันส่วนท่านหยางโม่ชิวก็สนับสนุนแนวคิดนี้เพราะเขารู้สึกผิดที่มิอาจปกป้องท่านปู่ของท่านได้”
หยางฉินเทียนนิ่งไปครู่หนึ่งโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใดผู้คนทยอยเดินทางกลับ อีกสามวันจะเป็นการประลองรอบที่สี่เพื่อคัดผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบนี้ให้เหลือเพียง4 คนเท่านั้น! ใครที่ผ่านการประลองรอบหน้าจะได้เข้าชิงชนะเลิศและจะต้องสู้กันสองนัดอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการพักสามวันเหมือนการแข่งขันรอบอื่นๆ
“ลูกพี่ทำอย่างไรถึงบรรลุถึงระดับปฐมธาตุขั้นสอง?”
หยางจินเป่าสอบถามขณะเดินทางกลับ
“ข้าคิดว่าน่าจะเป็นที่วิชาที่ข้าฝึกส่วนรายละเอียดข้าไม่รู้”
เคล็ดวิชาของหลี่จิ้งเป็นการดูดพลังฟ้าดินจากภายนอกมาเสริมพลังได้ไม่จำกัดแต่ข้อกำจัดของมนุษย์มีอยู่ขนาดของจุดตันเถียนจะเพิ่มขึ้นเมื่อดูดซับพลังฟ้าดินมาบรรจุจนเต็มขอบเขตส่วนการดูดซับพลังฟ้าดินต่อจากนั้นจะเป็นการขยายขอบเขตของจุดตันเถียนเหมือนเป่าลูกโป่งที่ขยายตัวจากลมที่เป่าเข้าไปเพิ่มในแต่ครั้งต่างกันแค่เมื่อพลังเต๋าถูกใช้ไปจากจุดตันเถียนขนาดของจุดตันเถียนจะไม่ลดลงเหมือนลูกโป่ง
จุดตันเถียนที่พลังยังไม่เต็มร้อยจะสามารถดูดซับพลังฟ้าดินได้เร็วกว่าตอนเต็มแล้วเหมือนการยัดผ้าห่มเข้าไปในตู้เสื้อผ้าย่อมทำได้ง่ายกว่าหากมันยังมีพื้นที่ว่างฉะนั้นการเลื่อนระดับของกำลังภายในจึงไม่ใช่อะไรที่จะเกิดขึ้นปุบปับอย่างที่หยางฉินเทียนได้ประสบทั้งนี้เป็นเพราะวิชาของหลี่จิ้งดึงดูดพลังฟ้าดินมาอย่างรวดเร็วแต่จุดตันเถียนของเขามีขนาดเล็กเกินกว่าจะให้พลังที่ทะลักเข้ามานั้นไหลผ่านจนทำให้เกิดภาวะคอขวด
หยางฉินเทียนคาดเดาถึงความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ว่าแรงดันของพลังที่ดึงดูดด้วยวิชาของหลี่จิ้งมีพลานุภาพมากกว่าการดูดซับตามปกติเมื่อเกิดภาวะคอขวด พลังเหล่านั้นจึงอั้นอยู่ภายนอกถึงจุดหนึ่งก็ทะลวงเข้าราวกับการทำบอลลูนขยายหลอดเลือด เมื่อก้อนพลังดันผ่านจุดตันเถียนทำให้เกิดการขยายตัวสู่ขอบเขตของปฐมธาตุขั้นสอง
“นายท่าน...”หลิงหลิงเดินเข้ามาในห้องหลังที่หยางฉินเทียนมาถึงไม่นาน “นายน้อยแห่งตระกูลสงหยางสงป้ามาขอพบท่านเจ้าค่ะ จะให้ข้าเรียนแขกว่าอย่างไรดีเจ้าคะ”
“หยางสงป้า? เขามาทำไมกัน”
“ลูกพี่ ข้าว่ามันไม่ชอบมาพากล”
“ไม่เป็นไร ข้าจะลองดูว่าเขาจะมาไม้ไหน”เขาหันไปที่สาวใช้ “หลิงหลิง พาเขาเข้ามา”
“ได้เจ้าค่ะ”
หลิงหลิงเดินออกไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกับหยางสงป้าที่เดินพลางลูบหนวดน้อยๆ ของเขา เมื่อเขามาถึงก็สบตากับ
หยางฉินเทียนแล้วนั่งโดยไม่ได้เอ่ยวาจาอันใด
“เจ้ามีธุระอะไร”
เมื่อเห็นว่าไม่พูดอะไรกันหยางจินเป่าจึงเป็นคนเปิดเกม
“หยางฉินเทียน เจ้าสลบไปสามวันสามคืนคงไม่รู้ข่าวสินะตระกูลสงและตระกูลไถ่มีปัญหากันเพราะป้ายวิญญาณในคลังสมบัติของตระกูลไถ่หายไปหยางไถ่โป๋นำป้ายวิญญาณมาเสนอขายแก่ข้า แต่พบในภายหลังว่ามันเป็นของปลอมอีกทั้งข้ายังโดนกล่าวหาว่าเอาของจริงไปแล้วนำของปลอมไปคืนตระกูลไถ่ซึ่งความจริงแล้วข้าเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้ครอบครองป้ายวิญญาณของจริงตั้งแต่แรก”
“เจ้าพยายามจะบอกว่าเจ้าสงสัยข้าอย่างนั้นรึ”
หยางฉินเทียนถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยหยางสงป้าสังเกตอาการนั้นแล้วจึงพูดต่อ
“เปล่า วันนี้ข้ามาขายของ”