เมอบิอุสกลืนน้ำลายลงคออย่างแรงขณะมองกูมิโฮในร่างมนุษย์ตรงหน้าตาไม่กระพริบจากจิ้งจอกสีทองตัวใหญ่นั้นกลายเป็หญิงสาวรูปร่างสมส่วนที่น่าจะมีความสูงพอๆกันกับเขา ชุดกิโมโนสั้นที่ทำให้ยามนอนนั้นเรียวขายาวสีขาวนวลออกมาพาให้ใจเต้นไม่เป็จังหวะร่องอกขาวที่โผล่ออกมาจากคอเสื้อกว้างเคลื่อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจช้าๆ
ชายหนุ่มที่ลอบมองเรือนร่างของหญิงสาวขณะที่หลับอยู่คิดขึ้นได้ว่าตอนแรกที่เธอเจอกับเขานั้น เธอได้ะโคร่อมเขาในร่างจิ้งจอกที่ไม่รู้ว่าทำไมภาพของหญิงสาวในร่างมนุษย์ถึงได้แทนที่ด้วยความรวดเร็วเป็เหตุให้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวไม่ได้
เมอบิอุสพยายามไม่เอาเปรียบเธอมากนักด้วยการเปลี่ยนมามองหน้าของกูมิโฮแทนใบหน้าหวานไร้ที่ติที่ดูไร้เดียงสามากขึ้นยามที่เธอหลับ ดวงตาที่น่าจะเป็สีมรกตหลับลงอย่างสงบโดยประดับเอาไว้ด้วยขนตายาวงอนขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มที่ดูมีความสุขแม้ยามหลับ
อีกครั้งที่เหตุการณ์เมื่อสักครู่ปรากฏขึ้นมาภาพของจิ้งจอกสาวที่เลียมือของเขาเบาๆ ถูกแทนที่ด้วยภาพของหญิงสาวสวยที่คลานสี่ขาและแลบลิ้นมาเลียมือของเขา จากนั้นภาพก็ถูกเร่งไปข้างด้านหน้ารวดเร็วกลายเป็ภาพของกูมิโฮในร่างมนุษย์กำลังคร่อมเขาอยู่ และขบกัดต้นแขนของเขาเบาๆอย่างร่าเริง
“ไม่ได้ ไม่ได้เราจะคิดฟุ้งซ่านไม่ได้”
ชายหนุ่มพยายามดึงตัวเองออกมาจากวังวนของความคิดตัวเองด้วยการเงยหน้าไปมองท้องฟ้า หันไปมองสัตว์ป่าที่ค่อยๆกลับมาให้เห็นอีกครั้งก่อนจะวนกลับมามองยังหญิงสาวอีกครั้ง เนื่องจากไม่มีอะไรเลยที่น่ามองไปมากกว่าเธอ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแต่ตอนนี้บนท้องฟ้าได้กลายเป็สีดำที่ประดับไว้ด้วยแสงดาวมากมาย
“แม่ค่ะ...”
ก่อนที่เมอบิอุสจะตายจากการลืมหายใจเสียงหวานก็ดังขึ้นมาปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้านั้นหายไปก่อนจะเปลี่ยนเป็สีหน้าราวกับกำลังทรมานอยู่ กูมิโฮส่ายหัวของเธอไปมาจนผมสีทองเป็ประกายของเธอลูบไล้ไปมาบนขาของชายหนุ่ม ที่คิดว่าผมของเธอนั้นให้ความรู้สึกดีเหมือนกับหางปุยๆนั่นเลย
“มะ...ไม่ได้นะ”
จิ้งจอกสาวพูดอะไรบางอย่างที่เบามากซะจนเมอบิอุสไม่ได้ยินจนเขาต้องก้มลงไปใกล้ๆกับริมฝีปากของเธอ เพื่อพยายามฟังว่าเธอจะพูดว่าอะไรยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมจางๆที่พาควบคุมอารมณ์ไว้ไม่ได้หัวใจของเขาเต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆผกผันกับระยะห่าง
“อย่านะ...”
เมื่อหญิงสาวตรงหน้าเริ่มจะเอ่ยอะไรอีกเมอบิอุสได้หันหน้าออกเพื่อให้หูของเขาอยู่ใกล้ริมฝีปากงามนั้นมากที่สุดเนื่องจากเขาก็คิดว่าถ้าจ้องใบหน้างามนั้นต่อไปเขาอาจจะฝืนสัญชาตญาณของตัวเองไม่ได้ก็ได้
“นั้น...หนู...”
ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาใกล้หญิงสาวมากขึ้นอีกจนใบหูแทบอยู่ติดปากสีชมพูนั้นอยู่แล้วชายหนุ่มหรี่ตาลงเพื่อตั้งสมาธิกับสิ่งต่อไปที่หญิงสาวจะเอ่ย
“ไม่ได้นะท่านแม่นี่มันเนื้อของหนูนะ !!!”
กูมิโฮจะะโเสียงดังจนแสบแก้วหูที่ทำให้เมอบิอุสกระเด้งดังออกห่างทันที แต่มือทั้งสองข้างของเธอก็ตะปบเข้าที่ศีรษะของเขาเสียก่อนก่อนจะดึงมันเข้ามาหาปากอวบอิ่มที่อ้าออก
“อุ...อุ..อุอุอุอุอุ”
ปากบางนั้นงับเข้าที่ใบหูของชายหนุ่มก่อนจะบดขยี้มันด้วยริมฝีปากนุ่มลื่นและขบกัดมันด้วยฟันเบาๆที่ทำให้เมอบิอุสรู้สึกราวกับถูกไฟดูดไปทั้งร่าง จนต้องส่งเสียงประหลาดออกมาซ้ำไปมาไม่หยุด
“อร่อยจังเลย...ง่ำๆๆๆๆ”
กูมิโฮที่ได้ลิ้มรสใบหูของชายหนุ่มนั้นได้ทรมานอีกฝ่ายด้วยการเคี้ยวมันอย่างมีความสุขอยู่พักใหญ่ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาเนื่องจากไม่สามารถกินมันเข้าไปได้ ที่ทำให้เธอรู้ตัวว่าตอนนี้กำลังงับที่ใบหูของอีกฝ่ายอยู่แน่นอนว่าถึงจะตื่นแล้วแต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยของอร่อยง่าย แต่เป็เมอบิอุสที่ผลักเธอออกเนื่องจากเห็นว่าจิ้งจอกสาวตื่นแล้วนั้นเอง
“แฮ่ก...แฮ่ก...คุณเกือบจะฆ่าผมแล้วนะรู้ไหม”
เมอบิอุสหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปอย่างหนักเนื่องจากระหว่างที่โดนไฟดูดอยู่นั้นเขาไม่ได้หายใจเลยแม้แต่น้อยเบื้องหน้าของเขาคือสาวสวยผู้มีดวงตาสีเขียนมรกตสดใส มีเรือนผมสีทองตรงยาวสว่างที่กำลังเอียงคอเล็กน้อยและกัดนิ้วชี้ของตัวเองเบาๆด้วยความเสียดายที่ต้องปล่อยของอร่อยอยู่
“ไม่เอานะนายห้ามตายเด็ดขาดเพราะว่านายเป็อาหารว่างของเรา”
จิ้งจอกสาวตอบด้วยท่าทางเอาจริงเอาจังขัดกับเนื้อความในประโยคแม้เมอบิอุสจะแปลกใจว่าทำไมอาหารว่างต้องห้ามตายก็ตามแต่มีเื่อื่นที่เขาสนใจมากกว่านั้น
“แล้วทำไมคุณถึงกลายร่างเป็มนุษย์หรือว่าเป็ความสามารถอะไรของเผ่าจิ้งจอก”
“อืม...มันเป็ความพิเศษของเราเองแหละ ทั้งเผ่าพันธุ์ของเรามีแต่เราที่พอหมดแรงจริงๆแล้วจะกลายเป็มนุษย์แต่คนอื่นถ้าหมดแรงแล้วจะกลับเป็จิ้งจอกนะท่านแม่บอกว่าเรานั้นเป็คนที่พิเศษที่สุดของเผ่าพันธุ์จิ้งจอกเทพเลย”
กูมิโฮกล่าวด้วยรอยยิ้มและกางแขนออกกว้างด้วยความร่าเริงขณะที่กำลังคิดอยู่ว่าการที่อาหารว่างต้องห้ามตายนั้น เป็เพราะเธอชอบกินของสดๆนั่นเองทางด้านชายหนุ่มก็เอามือจับคางใช้ความคิด ก่อนจะนึกออกว่าเขายังไม่ได้แนะนำตัวให้เธอรู้จักเลย
“เอ่อ... ผมชื่อเมอบิอุสนะครับ คุณกูมิโฮ”
เมอบิอุสเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้จิ้งจอกสาว ที่เมื่อเป็ร่างมนุษย์แล้วช่างน่ามองเหลือเกิน
“เข้าใจแล้วเมอบิอุสเรียกเรามิโฮเฉยๆก็ได้ แต่ปกติแล้วท่านแม่บอกว่าไม่ให้ตั้งชื่อให้อาหารนะ”
กูมิโฮพยักหน้าถี่ๆก่อนจะพูดคำสอนของแม่ที่แทบทำให้เขาหงายหลังลงไปตอนนั้นเองเสียงคำรามของสัตว์บางอย่างก็ดึงขึ้น
“โฮก...!!!”
ทั้งสองมองไปยังต้นเสียงนั้นทันทีมีหมูป่าตัวใหญ่ประมาณลูกช้าง ขนทั่วตัวของมันเป็สีดำสนิทที่ตาของมันข้างซ้ายมีรอยบากยาวประมาณ 4นิ้วอยู่ เขี้ยวล่างที่ยาวเกินกว่าจะเก็บไว้ในปากส่องประกายเหมือนดาบคู่ไม่มีผิดตาสีแดงฉานที่จ้องมองมาหาทั้งสองคนเป็เชิงว่ามันเจอเหยื่อที่้าล่าของค่ำคืนนี้แล้วก่อนที่ทั้งสองจะตั้งตัวได้หมูป่าตัวใหญ่ก็วิ่งตรงมาทางพวกเขาแล้ว
‘ท่านได้พบหมูป่าเขี้ยวตันสีนิลระดับ 20 มอนสเตอร์ระดับมินิบอสค่ะ
“โครก...”
เสียงลึกลับดังขึ้นมาจากข้างหลังของเมอบิอุสทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่ารึว่าเขาจะซวยซ้ำซ้อนเจอบอสพร้อมกันสองตัว ชายหนุ่มจึงค่อยๆหันไปข้างหลังแล้วพบกับจิ้งจอกสาวที่กำลังยืนเอานิ้วชี้สองข้างมาจิ้มกันเพื่อแก้เขิน
“แฮะๆช่วยไม่ได้นี่นาก็ 3 วันแล้วนะที่เราไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เราเริ่มตามหาเสี่ยวฉวน”
ในที่สุดชายหนุ่มก็ได้รู้แล้วว่าทำไมกูมิโฮถึงได้ชอบแทะเขานัก คงเป็เพราะเธอหิวมากๆนี่เองในขณะที่เขากำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น จิ้งจอกสาวก็เตือนถึงอันตรายที่กำลังวิ่งมาเสียงดัง
“ระวังข้างหลังเมอบิอุสวิ่งไปทางนั้นเร็ว”
จิ้งจอกสาวเตือนพร้อมทั้งชี้มือไปทางต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวห่างไปหลายสิบเมตร เมอบิอุสหันหลังไปก็พบกับหมูป่าตัวนั้นวิ่งเกือบเข้าประชิดเขาแล้วจึงรีบวิ่งไปทางที่กูมิโฮชี้บอกทันที
“แฮ่ก...แฮ่ก”
ชายหนุ่มวิ่งสุดชีวิตไปทางต้นไม้ต้นนั้นเพราะว่าพลังชีวิตของเขามันน้อยแสนน้อยเหลือเกินถ้าโดนหมูป่าโจมตีเข้าสักทีมีหวังเขาคงจะตายแน่ๆ ยังดีที่คู่หูจิ้งจอกของเขาบอกทันเวลาทำให้ยังพอมีระยะห่างระหว่างชายหนุ่มกับหมูป่ามากพอที่จะหนีไปยังต้นไม้ได้ทันและเหมือนโชคดีในโชคร้ายอีกครั้งที่ต้นไม้ต้นนั้นมีกิ่งออกมาจำนวนมากทำให้เมอบิอุสสามารถปีนขึ้นไปบนต้นไม้ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนจิ้งจอกสาวหลังจากที่เธอชี้บอกให้เมอบิอุสวิ่งมาทางต้นไม้ต้นนี้เธอก็เข้าไปแอบในพุ่มไม้ใกล้ๆทันที โดยไม่ต้องเสียแรงวิ่งไปไหนให้เหนื่อยก่อนมองสถานการณ์ของคู่หูของเธอออกมาจากพุ่มไม้อันปลอดภัย ตอนนี้หมูป่าตัวใหญ่กำลังพุ่งชนต้นไม้ที่มีเมอบิอุสอยู่บนนั้นเสียงดังสนั่นป่า
“มิโฮ ช่วยด้วยๆพ่นไฟใส่ไอ้หมูป่านี่เลย”
เมอบิอุสร้องเสียงหลงหลังจากหมูป่าตัวใหญ่เท่าลูกช้างกำลังชนต้นไม้จนแม้แต่เขาที่อยู่บนนั้นก็ยังะเืไปทั้งตัว แต่ที่แย่จริงๆคือต้นไม้เริ่มเอียงไปตามแรงปะทะทีละน้อย
(ไม่ไหวหรอกเมอบิอุสเราหิวมากเลยไม่มีแรงพ่นไฟแล้ว)
กูมิโฮส่งกระแสจิตกลับมาปนด้วยน้ำเสียงจนใจนั่นหมายความว่าเมอบิอุสต้องเอาตัวรอดจากหมูป่าสีดำตัวใหญ่ตรงหน้าเขาเองเมอบิอุสมองไปรอบๆตัวเผื่อจะมีอะไรที่พอช่วยเขาได้บ้างซึ่งก็มีแต่ลูกไม้ทรงหยดน้ำขนาดเท่ากำปั้นหลายสิบลูกเท่านั้นเขาจึงยื่นมือซ้ายไปดูดลูกไม้ทั้งหมดทันที
‘ท่านได้รับลูกไม้หยดน้ำโดดเดี่ยว20ลูก’
อีกครั้งที่หมูป่าเขี้ยวตันสีนิลก็พุ่งชนต้นไม้อย่างแรงที่ทำให้มันเอนลงไปอย่างมาก ดูเหมือนว่าต้นไม้ต้นนี้จะสามารถต้านทานพลังของหมูป่าได้อีกไม่นานนักเมอบิอุสจึงทำทุกอย่างที่เขาพอจะทำได้ทันที
“พอซะทีเ้าหมูป่าโรคจิต”
เมอบิอุสได้พ่นลูกไม้หยดน้ำออกไปทั้ง20 ลูกออกจากมือขวาด้วยความเร็วสูงโดยให้ด้านที่เป็ปลายแหลมพุ่งเข้าใส่หลังของเ้าหมูป่าทันที
50*3
แต่เนื่องจากความแม่นยำของเขาต่ำมากทำให้ลูกไม้ที่ยิงออกไปมีเพียง3 ลูกเท่านั้นที่โดนเป้าหมาย ด้วยรูปร่างที่แหลมของมันจึงสามารถเรียกเืจากหมูป่าได้บ้างแต่นั่นไม่ได้ทำให้หมูป่าอ่อนแอลงเลยแต่กลับยิ่งทำให้มันบ้าคลั่งด้วยความเ็ปที่ได้รับจนทำให้มันรวบรวมแรงมหาศาลพุ่งชนต้นไม้จนโคนต้นไม้หักกระเด็นด้วยความใเมอบิอุสจึงเกาะต้นไม้ที่กำลังล้มไว้แน่น
120 (เหลือ 85/205)
600
“โอย...เจ็บๆๆๆ”
ชายหนุ่มร้องโอดโอยจากความเจ็บที่ตกจากต้นไม้แต่เขายังโชคดีอยู่ เนื่องจากต้นไม้ต้นนี้มีกิ่งก้านเป็จำนวนมาก ที่ยันลำต้นของมันเอาไว้ไม่ให้ทับเขาและนั่นได้ช่วยชีวิตของชายหนุ่มได้อย่างเฉียดฉิว โชคของเมอบิอุสยังไม่หมดแค่นั้น เพราะว่าหมูป่าเองก็ได้รับความเสียหายจากต้นไม้ที่ล้มลงเหมือนกันและตอนนี้หมูป่าสีนิลกำลังมึนหัวจากแรงมหาศาลที่มันกระแทกต้นไม้อยู่
(รีบออกมาจากตรงนั้นเร็วเมอบิอุส)
กูมิโฮเตือนสติให้คู่หูของเธอรีบลุกออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเพราะว่าถ้าหมูป่าหายมึนแล้วละก็เขาตายแน่ๆ
“อะ...อือจะได้ผลไหมนะ”
เมอบิอุสรับคำของจิ้งจอกสาวก่อนจะลุ้นว่าฝ่ามือหลุมดำของเขาจะสามารถดูดต้นไม้ที่ใหญ่ขนาดนี้เข้าไปได้รึเปล่าซึ่งถ้าสามารถดูดเข้าไปได้ บางทีเขาอาจจะจัดการมินิบอสตัวนี้ได้ก็เป็ได้ แล้วความสามารถที่มีชื่อเดียวกันกับเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อต้นไม้ที่ทับเขาอยู่ถูกดูดเข้าไปในฝ่ามือซ้ายของเขาอย่างรวดเร็วที่ทำให้เขาฮึดสู้อีกครั้ง
‘ท่านได้รับต้นไม้โดดเดี่ยวคะ’
“เอาละลองดูสักตั้ง”