สามวันผ่านไป
ด้วยความเสียสละกล้าหาญของเหล่าองครักษ์จวนจิ้นโหวช่วยซื้อเวลาทำให้หลิงเซียงพานายหญิงทั้งสองหลบหนีออกมาได้ แต่ใครจะคาดคิดพวกมันไม่ได้้าเพียงแค่ทรัพย์สินเงินทอง ยังคงออกตามล่าพวกนางทั้งสามคนไม่หยุดหย่อน คาดเดาได้ว่าสิ่งที่พวกมัน้าน่าจะเป็ชีวิตของเย่หลิงเอ๋อและทารกน้อยจ้าวจือจือ ตอนแรกหลังจากที่หลบหนีลงจากเทือกเขาได้แล้ว หลิงเซียงรีบมุ่งหน้ากลับเมืองหลวงแต่กลับพบว่าตลอดเส้นทางมีบุคคลไม่น่าไว้วางใจดักซุ่มอยู่เป็จำนวนมาก นางจึงทำได้เพียงพานายหญิงหลบหนีเข้ามาในป่าอย่างไร้ทิศทาง เมื่อพบสถานที่ลับตาก็จะให้คุณหนูทั้งสองหยุดพัก ส่วนตัวนางเองออกไปสังเกตดูท่าทีของพวกโจร พบว่าพวกมันได้รับคำสั่งให้สังหารเย่หลิงเอ๋อและบุตรสาว หลิงเซียงพาทั้งสองคนหนีมาจนถึงโพรงถ้ำแห่งหนึ่ง
"โพรงถ้ำแห่งนี้ซ่อนอยู่ใต้ชะง่อนหินริมแม่น้ำ ลับตายิ่งนักคืนนี้คุณหนูนอนพักให้สบายเถิดเ้าค่ะ"
หลิงเซียงบอกแก่ผู้เป็นาย พลางพยุงร่างบอบบางนอนลง
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
"คุณหนูเ้าคะทานยาสักหน่อยเถิดเ้าค่ะ"
หลิงเซียงปลุกผู้เป็นายที่สะลึมสะลือจากพิษไข้ เนื่องจากต้องคอยหลบซ่อนศัตรูยามค่ำคืนไม่สามารถจุดไฟได้ ร่างกายที่อ่อนแอไร้ซึ่งลมปราณของเย่หลิงเอ๋อไม่สามารถต่ออากาศที่หนาวเย็นได้ในที่สุดก็ล้มป่วยลง โชคดีที่ยังมียาที่หลิงเซียงปรุงขึ้นพกติดตัวอยู่จำนวนหนึ่งพอแก้ขัดไปได้
"จือเออร์เป็อย่างไรบ้าง"
เสียงของเย่หลิงเอ๋อดังขึ้นคำแรกที่กล่าวออกมาจากปากเย่หลิงเอ๋อคือชื่อของบุตรสาว
"คุณหนูน้อยสบายดีเ้าค่ะ อีกครึ่งชั่วยามจะหมดฤทธิ์ยา คงตื่นมาดื่มนมเ้าค่ะ"
หลิงเซียงตอบพลางโคจรลมปราณให้ความอบอุ่นแก่ทารกน้อย นางต้องพาสองชีวิตพุ่งทะยานหลบหนี ลมปราณของนางถูกใช้ไปเกือบหมดฟื้นฟูไม่ทัน สามารถเลือกช่วยเหลือได้เพียงคนเดียวเท่านั้น เย่หลิงเอ๋อสั่งอย่างเด็ดขาดให้นางช่วยเหลือคุณหนูน้อย
"อาเซียง..โชคดีที่มีเ้า!มิเช่นนั้นข้ากับลูกคงไม่อาจมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้ "
เย่หลิงเอ๋อทอดถอนใจด้วยความซาบซึ้ง หวนคิดไปถึงครั้งแรกที่เจอหลิงเซียง
นางพบกับหลิงเซียงเมื่อเก้าปีที่แล้ว นางมีอายุแปดขวบ ส่วนหลิงเซียงอายุเพียงเจ็ดขวบ เด็กน้อยนั่งคุกเข่าอยู่ข้างศพของมารดาขายตัวเองเพื่อหาเงินทำศพน่าเวทนายิ่งนัก ตัวนางผ่านไปพบเข้าจึงให้การช่วยเหลือโดยไม่้าสิ่งใดตอบแทน แต่หลังจากฝังศพมารดาเรียบร้อย เด็กน้อยหลิงเซียงกลับติดตามอยู่ข้างกายนางไม่ยอมจากไปไหน
"บุญคุณที่ช่วยฝังศพมารดา ข้าขอตอบแทนท่านชั่วชีวิต"
หลิงเซียงในวัยเพียงเจ็ดขวบตั้งปณิธานด้วยความกตัญญู ในตอนแรกเย่หลิงเอ๋อมิได้นำพากับวาจาของเด็กน้อย แต่โดยไม่คาดคิดแม้จะอายุน้อย แต่หลิงเซียงกลับมีความสามารถรอบด้าน ทั้งการปรุงยารักษาโรค การใช้พิษ แถมยังมีวรยุทธ์ติดตัวเมื่อเข้าสู่ตระกูลเย่ พี่ใหญ่ของนางก็ยังสนับสนุนทรัพยากรแก่หลิงเซียง เพื่อให้ข้างกายน้องสาวมีคนที่สามารถใช้งานได้ ด้วยตำรามากมายที่มารดาทิ้งไว้ให้ รวมกับการสนับสนุนจากตระกูลเย่ ฝีมือของหลิงเซียงจึงก้าวหน้าราวติดปีกบิน
"เป็เพราะข้า เ้าจึงต้องมารับเคราะห์ ด้วยฝีมือระดับเ้าไม่จำเป็ต้องรับใช้ใคร"
เย่หลิงเอ๋อกล่าวด้วยความรู้สึกผิดมือเรียวเล็กจับมือของหลิงเซียงไว้ สำหรับนางแล้วสตรีน้อยนางนี้ไม่ใช่บ่าวนางปฏิบัติต่อหลิงเซียงเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง
"คุณหนูอย่าได้กล่าวเช่นนั้น เื่ของท่านคือเื่ของอาเซียงท่านคือครอบครัวที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวของข้า"
หลิงเซียงตบเบาๆที่หลังมือนายสาว ปลายหางตาของนางพลันขึ้นสีแดง
"แค่ก!แค่ก!"
เสียงไอแ่เบาปลุกหลิงเซียงจากการงีบหลับ
'ใกล้เช้าแล้วอากาศเย็นยิ่งนักคุณหนูคงจะทรมาน'
คิดพลางขยับเข้าใกล้เย่หลิงเอ๋อ ลอบโคจรลมปราณส่งให้นาง
"เ้าทำอันใด?"
เสียงอ่อนระโหยดังขึ้น นางตื่นขึ้นมาพบว่าร่างกายอุ่นขึ้นเล็กน้อยรู้ได้ทันทีว่าเป็หลิงเซียงแอบส่งลมปราณเข้าร่างนาง
"คุณหนูอาเซียงแค่เป็ห่วงท่าน"
หลิงเซียงกล่าวตอบเสียงเศร้า กระชับเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองห่มให้เย่หลิงเอ๋อ
"เ้าเก็บลมปราณไว้เถิดตัวข้าไม่แน่ว่าจะรอดไปได้หรือไม่ เ้ายังต้องดูแลจือเออร์อีก"
เย่หลิงเอ๋อกำชับพลางขยับตัวออกห่างจากเด็กสาวเล็กน้อยด้วยกลัวว่านางจะแอบส่งลมปราณมาอีก
"คุณหนูเ้าคะ!พวกเราต้องรอดไปได้แน่นอนเ้าค่ะ ตอนนี้ทางจวนโหวน่าจะส่งคนออกตามหาพวกเราแล้ว"
หลิงเซียงกล่าวปลอบประโลม ไม่ทราบว่าปลอบใจนายสาวหรือว่าตัวเอง
"หึ!!พวกศัตรูดูเหมือนเตรียมการมาเป็อย่างดี ปิดกั้นเส้นทางกลับเข้าเมืองหลวง มีคนที่ถนัดแกะรอย อีกทั้งยังคาดเดาเส้นทางหลบหนีของเ้าได้ ข้าเกรงว่าจะมีหนอนอยู่ในจวน"
ถึงแม้จะไม่สบายแต่ไม่เลอะเลือน แต่ด้วยความรอบคอบฉลาดเฉลียว เย่หลิงเอ๋อจึงสังเกตพบความผิดปกตินี้
"น้ำจวนจิ้นโหวลึกเกินหยั่งถึง จริงตามที่พี่ใหญ่เคยกล่าวไว้"
ในตอนแรกพี่ชายของนางคัดค้านการแต่งงานอย่างหนัก เป็ตัวนางเองที่ดื้อรั้นจะตบแต่งให้กับบุรษที่รักให้จงได้ สุดท้ายด้วยความรักที่ท่านพี่มีต่อนางจึงจำต้องปล่อยตามใจการแต่งงานครั้งนี้ได้จึงเกิดขึ้น
'เป็ตัวข้าที่พาตัวเองมาเดือดร้อนมาสำนึกเสียใจก็สายไปแล้ว ตอนนี้มีเพียงต้องหาทางรักษาชีวิตของจือเออร์'
เมื่อตระหนักได้แล้วเย่หลิงเอ๋อก็ไม่รอช้าอีกต่อไป ตัดสินใจทันที
"อาเซียง เ้ารีบพาจือเออร์หลบหนีไปเถิด ก่อนที่พวกโจรจะตามมาถึงที่นี่"
เย่หลิงเอ๋อกล่าวขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว หลิงเซียงตะลึงงันกับคำพูดนายหญิงประโยคที่นางไม่อยากได้ยินมาถึงในที่สุด ดรุณีน้อยไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป
"ไม่นะเ้าคะคุณหนูข้าไม่ยอมทิ้งคุณหนูแล้วหนีเอาตัวรอดเด็ดขาด"
หลิงเซียงหวีดร้องดวงตาเด็ดเดี่ยวของนางแดงก่ำ หยาดน้ำตาไหลทะลักส่ายหน้าปฏิเสธ
"ข้าคิดดีแล้วมีเพียงทางนี้เท่านั้นจึงจะสามารถรักษาชีวิตของจือเออร์ไว้ได้ นางลืมตาดูโลกเพียงสี่เดือนควรจะสุขสบายอยู่ในจวน หากข้าไม่นำนางมาด้วยนางคงไม่ประสบเคราะห์กรรมเยี่ยงนี้ เป็ข้าที่ผิดต่อนาง ข้าเป็มารดาที่แย่ที่สุด"
เย่หลิงเอ๋อร่ำไห้คร่ำครวญรู้สึกผิดต่อบุตรสาวสุดที่รัก อยากจะก้มลงจูบแก้มนางสักครั้งยังไม่กล้าด้วยเกรงว่านางจะติดหวัด
"เอาอย่างนี้ดีไหมเ้าคะคุณหนูหนีไปกับคุณหนูน้อย ส่วนข้าจะไปล่อพวกโจรให้ไปอีกทาง"
หลิงเซียงพูดอย่างลนลานแต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะเปลี่ยนใจนายสาว
"สตรีที่ไม่มีแรงแม้แต่จะเชือดไก่อย่างข้าจะพาลูกหนีไปได้ไกลเพียงไหน อีกครึ่งชั่วยามจือเออร์ก็ตื่นแล้วหากไม่มียาสงบจิตรของเ้านางก็คงส่งเสียงร้องเป็แน่ ถึงเวลานั้นเ้าก็รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น"
เย่หลิงเอ๋อน้ำตานองหน้า อธิบายเหตุผลให้ดรุณีน้อยฟัง
"คุณหนูก็ป้อนยาให้คุณหนูน้อยได้นี่เ้าคะ ฮึก!ฮึก!ข้าไม่อาจทิ้งคุณหนูแล้วหนีไปได้"
หลิงเซียงร้องไห้คร่ำครวญตัวนางรู้ดี หากคุณหนูของนางตัดสินใจทำสิ่งใดแล้วไม่มีใครสามารถเปลี่ยนใจนางได้
"อาเซียงเ้าเคยสาบานกับข้าว่าจะเชื่อฟังใช่หรือไม่"
เย่หลิงเอ๋อเอ่ยทวงคำสัญญาเมื่อครั้งเยาว์วัย
"ฮึก!!ฮึก!!"
หลิงเซียงไม่ตอบคำสะอึกสะอื้นส่ายหน้า
"ครั้งนี้ข้าขอสั่งเ้าพาจือเออร์หนีรอดไปให้ได้ แต่อย่าพานางกลับไปที่จวนโหวข้าไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว จงพานางไปพบพี่ใหญ่ข้าที่เมืองลั่วหยางเถิด "
เย่หลิงสั่งกำชับด้วยเสียงสั่นระริก คิดถึงจวนจิ้นโหวคิดถึงบุรุษผู้เป็ที่รักหัวใจนางปวดร้าวเหมือนโดนมีดกรีดเป็ชิ้นๆ
"จงบอกพี่ใหญ่ของข้าว่าพวกเราถูกโจรปล้นระหว่างทาง มิต้องบอกเื่ที่เกี่ยวกับจวนโหวข้าไม่้าให้พี่ใหญ่คิดแก้แค้น รีบไปเถิดเ้าอุ้มจือเออร์หลบหนีไปทางใต้ลม ข้าจะเลียบแม่น้ำไปทิศทางตรงกันข้าม"
เย่หลิงเอ๋อกล่าวจบพลางลุกขึ้นมองลงไปที่บุตรสาวในอ้อมกอดหลิงเซียงอีกครั้ง ราวกับจะสลักภาพทารกน้อยให้ลึกในความทรงจำ น้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่งดงามของนาง
"จือเออร์..แม่ขอโทษเ้าด้วย"
หลายอึดใจผ่านไปเย่หลิงเอ๋อกลั้นใจสะบัดหน้าหนี นางไม่อาจทนมองบุตรสาวจากไปได้ร่างบาง ครางสะอื้นอย่างไร้เสียงจนร่างกายสั่นสะท้าน หัวใจของนางคล้ายแหลกสลายไปแล้ว
หลิงเซียงไม่มีทางเลือกขณะนี้นางได้ยินฝีเท้าม้าแ่เบาพร้อมกลิ่นคาวเืลอยมาตามสายลม ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกลุ่มศัตรูที่ตามไล่ฆ่าพวกนาง อีกประมาณหนึ่งเค่อพวกมันน่าจะตามมาถึงบริเวณนี้แล้ว หากไม่รีบหลบหนีไปทั้งสามชีวิตคงไม่มีใครรอด ตัวนางยินดีตายพร้อมเย่หลิงเอ๋อแต่ภาระอันหนักอึ้งจากคุณหนูทำให้นางไม่สามารถตายได้ หลิงเซียงอุ้มทารกน้อยขึ้นแนบอก มองแผ่นหลังแสนบอบบางของนายหญิงที่รักอีกครั้ง ดวงตาแดงช้ำฉายแววเด็ดเดี่ยวกตัญญู นางทราบดีว่าจากกันครั้งนี้อาจเป็การจากชั่วชีวิต
"ข้าขอสาบานกับคุณหนู ว่าจะดูแลคุณหนูน้อยจือจือด้วยชีวิตของข้าเ้าค่ะ"
กล่าวจบหลิงเซียงก็กลั้นใจทะยานจากไปด้วยดวงใจที่แหลกสลาย
"อาเซียง..ดวงใจของข้า ฝากไว้ในมือเ้าแล้วนะ"
เสียงร่ำไห้แ่เบาแต่บาดลึกถึงจิตใจลอยตามหลังไป
เย่หลิงเอ๋อพยุงตัวลุกขึ้นจากพื้นพร้อมชุดคลุมของบุตรสาวในมือ น้ำตาไหลทะลักจากดวงตาคู่งามอย่างสุดกลั้นวิ่งเรียบริมแม่น้ำไป
'เหตุใด์จึงโหดร้ายถึงเพียงนี้ ข้าเย่หลิงเอ๋อมิเคยทำผิดคิดร้ายต่อผู้ใดแต่์ไม่เคยเห็นใจข้า ตอนข้าอายุเพียงห้าขวบก็พรากบิดามารดาไปจากข้า ตอนนี้ก็ยังพรากลูกไปจากข้าอีกสักครู่ก็คงพรากชีวิตข้าไปเช่นกัน'
'ถึงข้าจะตายก็ไม่เป็ไร ์โปรดเมตตาคุ้มครองจือเออร์ของข้าด้วยเถิด'
แม้จะเศร้าโศกเพียงใด ขาอันบอบบางทั้งสองข้างยังคงก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง เพื่อซื้อเวลาให้หลิงเซียงหนีไปให้ไกลที่สุด
"หยุดดด!"
เสียงตวาดของกลุ่มโจรดังขึ้นเื้ั แต่เย่หลิงเอ๋อมิได้นำพา นางทำทีเป็อุ้มชุดคลุมตัวของบุตรสาวไว้แนบอก วิ่งหนีเรียดริมฝั่งแม่น้ำต่อไป ให้พวกโจรคิดว่านางกำลังพาบุตรสาวหลบหนี
"ไม่หยุดใช่ไหม ได้ยิงธนู" เสียงะโสั่งดังแว่วมา ตามมาด้วยเสียงลูกธนูแหวกผ่านอากาศ
"ฉึกกก" "ตูมม" ทันใดนั้นร่างของเย่หลิงเอ๋อก็ร่วงหล่นลงไปในน้ำ
"แย่แล้ว!! ท่านผู้นั้นสั่งว่า เป็ต้องเห็นคน ตายต้องเห็นศพ" หัวหน้ากลุ่มอุทานออกมา
"มิใช่เื่ยากขอรับ เราก็ไปขุดศพของหญิงชาวบ้านกับทารกส่งไป" ชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มกล่าวขึ้นมา
"แล้วทางนั้นจะไม่พบพิรุธหรือ" ชายอีกคนกล่าวขึ้น
"กว่าจะเดินทางไปถึงศพก็คงเน่าเปื่อยแล้วหาพิรุธไม่เจอหรอกขอรับ อีกอย่างพวกนางก็ตายแล้วคงไม่มีใครไปยืนยันหรือร้องทุกข์เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาหรอกขอรับ" อาเฉียวกล่าวตอบ
"อาเฉียวพูดมีเหตุผล เอาตามนั้นเถอะ พวกเรากลับ" หัวหน้ากลุ่มคิดพลางสั่งการ จากนั้นกลุ่มโจรหลายสิบชีวิตก็ควบม้าจากไป
ทางด้านหลิงเซียง นางผูกทารกน้อยไว้แนบอกเป็อย่างดี เดินทางพลางปกปิดร่องรอย เพื่อส่งคุณหนูน้อยให้ถึงมือคุณชายใหญ่ตามคำสั่งเสียของนายสาว แต่ค้นพบว่ามีกลุ่มคนน่าสงสัยดักซุ่มอยู่ใกล้จุดพักม้าทางไปเมืองลั่วหยาง
"พวกมันจงใจยิ่งนัก ถึงขนาดกางแหฟ้าตาข่ายดิน ดักทางหนีจนสิ้น" หลิงเซียงแค่นเสียงด้วยความแค้น คุณหนูของนางไม่เคยมีเื่ทะเลาะวิวาทกับใคร ครั้งนี้ต้องเพราะมีคนอยากหาประโยชน์จากการเสียชีวิตของนางเป็แน่
"หลับจวนโหวไม่ได้ ไปเมืองลั่วหยางไม่ได้ หาที่หลบซ่อนก่อนแล้วกัน"
"คุณหนูน้อยไม่ต้องกลัวนะเ้าคะ อาเซียงจะคุ้มครองท่านเอง"