“อืม ผมรู้แล้ว ตอนนี้คุณส่งเอกสารที่ร่างเรียบร้อยแล้วมาให้แดนก่อนก็แล้วกัน ผมกลับไปแล้วค่อยว่ากันเื่ ‘หนอนบ่อนไส้’ ไม่ว่ามันจะเป็ใครผมไม่เอามันไว้แน่ แค่นี้ก่อนนะแมรี่”
ราฟสั่งงานเสร็จเรียบร้อยก็มองหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาของตัวเองต่อทันที ข้อมูลที่เขามาได้ตอนนี้แทบจะปะติดปะต่ออะไรไม่ได้เลย
ก๊อก ก๊อก...
“เข้ามา”
แดนเดินเข้ามาและรีบปิดประตูห้องนอนใหญ่ลงทันที
“นายครับข้อมูลที่ผมได้รับมามันไม่ชัดเจน จนแทบจะสืบหาข้อมูลอะไรต่อไม่ได้เลย”
“ฉันอ่านแล้ว เดี๋ยวฉันกลับไปจัดการต่อเอง วันนี้นายไปจัดการเื่สัญญาซื้อขายโรงแรมให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาตามฉันกลับไปก็แล้วกัน อ่อ... วันนี้ฉันขับรถเองนะ ส่วนยัยตัวเล็กนั่นก็จะกลับพร้อมฉันเลย” ราฟพูดขณะที่สายตายังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเครื่องเล็กไม่ห่าง
“ครับคุณราฟ” แดนหันหลังกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นทันที
‘หวงเกินไปแล้วมั้ง นายเรา...’ คิดว่าเขารู้ไม่ทันหรือไง ที่อยู่ๆ เ้านายรีบกลับเสียขนาดนี้
“คุณแดน คุณราฟตื่นแล้วเหรอคะ” หญิงสาวที่ลากกระเป๋าออกมาจากห้องนอนเล็กถามขึ้นเมื่อเห็นแดนเดินออกมาจากห้องเ้านายขั้วโลกเหนือของเธอ
“ครับ เอ่อ... แต่คุณอัญเรียกผมว่าแดนเฉยๆ ก็ได้นะครับ” แดนเอ่ยทันทีเมื่อสรรพนามที่เธอเรียกเขาฟังดูขัดหูพิกล
“ถ้าคุณแดนยอมเรียกอัญว่า อัญ เฉยๆ อัญก็จะเรียก แดน เฉยๆ เช่นกันคะ”
“ไม่ดีมั้งครับ”
“งั้นเรียกแบบเดิมดีแล้วล่ะคะ เดี๋ยวอัญขอตัวไปดูคุณราฟก่อนนะค่ะ”
“ครับ”
หญิงสาวพูดจบเดินไปเคาะห้องนอนเ้านายหนุ่มทันที เพราะวันนี้เธอต้องมาจัดการกับเสื้อผ้าและเก็บกระเป๋าให้เขาตามหน้าที่ที่เธอสมควรทำ
ก๊อก ก๊อก...
“เชิญ...” ราฟยิ้มทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู เพราะเขาพอเดาออกว่าใครน่าจะมาเคาะประตูเวลานี้
“เอ่อ...” หญิงสาวที่เปิดประตูเข้ามาในห้องต้องหันหลังให้เ้านายทันที เมื่อเ้านายหนุ่มใส่แค่กางเกงนอนผ้าซาตินเนื้อดีนั่งอยู่บนเตียง ส่วนแผงอกและหน้าท้องเป็ลอนไร้ไขมันก็โชว์หราอยู่โดยไร้อาภรณ์ใดๆ ปกปิด
“คุณราฟไปอาบน้ำก่อนมั้ยคะ เดี๋ยวอัญจะจัดกระเป๋าให้” อัญณิกาบอกเ้านายแม้ตอนนี้ตัวเองยังคงหันหลังอยู่
“อืม ก็ดีเหมือนกัน...” เสียงเ้านายที่กระชั้นชิดด้านหลังบ่งบอกระยะห่างได้เป็อย่างดี
“ว้าย...” อัญณิกาต้องสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆ เ้านายขั้วโลกเหนือดันมายืนอยู่หลังเธอแล้วพูดขึ้น ขนแขนหญิงสาวลุกซู่ทันทีเมื่อเขาก้มลงมาเป่าหูเธอเหมือนวันที่เจอกันครั้งแรกอีกแล้ว จนหญิงสาวที่ยืนหันหลังอยู่ใบหูแดงก่ำลามไปถึงแก้มทั้งสองข้าง
“คุณราฟ!” หญิงสาวรีบหันมาส่งสายตาข่มขู่ตาสีเทาคู่นั้นโดยไม่ยำเกรง
“อ๊ะ อ๊ะ อย่าคิดจะพูดอะไรเป็อันขาด วีรกรรมที่เธอมาถึงวันแรกฉันยังไม่ได้พิจารณาเลย กลับไปถึงกรุงเทพเมื่อไหร่ คงต้องเรียกแมรี่มาคุยด้วยแล้วสิ” เ้านายหนุ่มที่ถือไพ่เหนือกว่ายกนิ้วชี้แกว่งไปมาอย่างสบายใจ ในตาสีเทากลับฉายแววขี้เล่นมา จนหญิงสาวตัวเล็กต้องย่นจมูกให้แล้วสะบัดหน้าหนีไปยังกองเสื้อผ้าและกระเป๋าเดินทางของเ้านายอย่างคับแค้นใจที่เธอทำอะไรเขาไม่ได้
‘ฝากไว้ก่อนเถอะ ทีใครทีมัน...’
บนถนนลูกรัง สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าต้นยาง
“คุณราฟ นี่คุณมั่นใจจริงๆ ว่าคุณรู้ทางใช่มั้ยคะ” เลขาสาวที่นั่งรถมากับเ้านายเพื่อจะไปสนามบินเริ่มไม่มั่นใจเมื่อสองข้างทางที่เขาพาเธอมามีแต่ต้นยางและป่าสลับกันเกือบตลอดทาง
“แล้วเธอคิดว่าฉันหลอกเธอมาหรือไง”
“ไม่ใช่คะ ฉันแค่กลัวว่าเราทั้งคู่จะหลงทาง”
“เอาเถอะ เชื่อฉัน แล้วนั่งเงียบๆ”
‘แค่ยอมรับว่าหลงมันจะตายหรือยังไงกัน’ อัญณิกากรอกตาไปมา
เอี๊ยด...
เสียงล้อบดเบียดไปกับถนนอย่างแรง เมื่ออยู่ๆ มีรถกระบะสีดำตัดหน้ารถที่เ้านายปากแข็งขับอยู่
“คุณราฟ!” เสียงอัญณิกาเรียกชื่อเ้านายขั้วโลกเหนือทันที เมื่อเธอเห็นกลุ่มชายฉกรรถือไม้หน้าสามลงมาจากรถคนนั้นห้าหกคน
“นั่งอยู่แต่ในรถเงียบๆ แล้วก็ล๊อคประตูรถด้วย เข้าใจมั้ย” น้ำเสียงเฉียบทรงอำนาจ แต่ในตาสีเทาฉายแววเป็ห่วงหญิงสาวตัวเล็กที่ใอย่างเห็นได้ชัด
“คะๆ... แล้วคุณล่ะ...” หญิงสาวตัวเล็กที่ตกปากรับคำเรียบร้อยนึกขึ้นได้ทันทีว่า ถ้าเขาสั่งให้เธออยู่ในรถดีๆ แล้วเขาล่ะ!
“ฉันจะลงไปดูไอพวกนั้นเอง”
“ไม่เอา!” หญิงสาวตัวเล็กรีบใช้มือที่สั่นเทาคว้าลำแขนหนาไว้ด้วยความเป็ห่วง ถ้าเกิดเขาเป็อะไรไปแล้วเธอจะทำยังไงกัน
“ฉันยังไม่ได้ให้อะไรเธอเลย...” เ้านายหนุ่มพูดหยอกล้อเพื่อผ่อนคลายหญิงสาวร่างเล็กที่มือบางกำลังสั่นเทา
“มันใช่เวลามาเล่นมั้ยคะ...” หญิงสาวตัวเล็กมองค้อนทันที
“ฉันจะไม่เป็ไร... ฉันสัญญา...” เ้านายหนุ่มมองเข้าไปในตาสีน้ำตาลคู่โตดวงนั้นที่กำลังฉายแววเป็ห่วงเขาอย่างเห็นได้ชัด และจับมือบางที่ยึดแขนเขาไว้มากำแน่นเพื่อให้สัญญา จากนั้นราฟก็ปล่อยมือบางแล้วเปิดประตูรถออกไป เขาหันมามองที่รถอีกครั้งเพื่อเป็สัญญาณให้หญิงสาวในรถล๊อคประตูรถทันที
เลขาส่วนตัวสาวร่างเล็กนั่งใจตุ้มๆ ต่อมๆ เมื่อเห็นเ้านายขั้วโลกเหนือเดินออกไปท้าทายพวกที่ถือไม้หน้าสามหลายคน หญิงสาวที่อยู่ๆ นึกอะไรออกก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที
‘โอ้ย... เธอไม่มีเบอร์โทรของแดนนี่นา’
หญิงสาวร่างเล็กแทบจะร้องไห้ทันที เมื่อนึกขึ้นได้แต่ดันเหลือบไปเห็นโทรศัพท์เ้านายที่วางอยู่ในช่องวางของ เธอยิ้มอย่างดีใจแล้วหยิบขึ้นมาเปิดหน้าจอด้วยความรู้สึกโล่งใจ
‘รหัสปลดล๊อก! โอ้ย... แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงละ’
โครม ...
“คุณราฟ!!”
กรี๊ด ...
หญิงสาวที่นั่งก้มๆ เงยๆ อยู่ในรถไม่ทันได้มองเหตุการณ์ตรงหน้าก็ใทันทีเมื่อเห็นเ้านายหนุ่มถูกทุ่มลงบนรถเสียงดัง ตามด้วยชายอีกคนที่กำลังบีบคอเขาอย่างแรงจนเธอใ
อัญณิกาก้มๆ เงยๆ หาทางช่วยเ้านาย เธอเหลือบไปเห็นกุญแจรถที่เสียบอยู่ เธอจึงข้ามไปนั่งที่คนขับ สตาร์ทเครื่องยนต์ ปิดตาและเหยียบคันเร่งจนมิดฝีเท้า เสียงรถชนดังลั่น จนพวกนักเลงที่ยืนถือไม้ข่มขู่เ้านายเธอเมื่อครู่ได้รับาเ็จากการะโหลบไปสองคน ส่วนอีกคนที่บีบคอเ้านายเธออยู่เธอก็ไม่แน่ใจว่ามันจะตายหรือป่าว เพราะมันถูกบี้อยู่ระหว่างรถสองคัน ราฟเห็นพวกมันกำลังชุลมุนกระจัดกระจายกันอยู่ ก็รีบเคาะประตูรถเรียกหญิงสาวลงมาและจับมือเธอให้วิ่งหนีตามเขาเข้าไปในป่ายางรกทึบทันที
ปัง ปัง...
เสียงปืนที่ดังไล่หลังมาทำให้หญิงสาวใกลัวมากขึ้น เธอวิ่งตามร่างหนาที่จับจูงมือเธอไปโดยหลบซ้ายทีขวาที ลวดไม้ตามข้างทางก็คอยแต่จะเกี่ยวแขนและขาของหญิงสาวที่พ้นออกมานอกร่มผ้าจนไม่สามารถนับรอยขีดข่วนที่เกิดขึ้นได้แล้ว
ทั้งคู่วิ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตาและความเหน็ดเหนื่อย จนเสียงที่พวกนักเลงที่ตามทั้งคู่มาหายไป และหญิงสาวร่างเล็กก็สะดุดท่อนไม้ใหญ่จนล้มลง
“โอ๊ย...”
“อัญ! เจ็บมั้ย...” ราฟหยุดฝีเท้าลงทันทีเมื่อมือยายตัวเล็กหลุดออกไปจากมือเขา และหญิงสาวลงไปกองอยู่ที่พื้น
หญิงสาวร่างเล็กส่ายหน้า จ้องมองไปในตาสีเทาคู่นั้นก็กลั้นตาไว้ไม่ไหวอีกแล้ว
“ฉันกลัว...” หญิงสาวที่ส่ายหน้าหงิกเมื่อครู่ร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัว ตอนนี้ที่เธอคิดถึงที่สุดก็คงจะเป็ยายนอม เพราะถ้าเธอเกิดเป็อะไรขึ้นมาแล้วใครจะอยู่ดูแลยายสุดที่รักของเธอ ดังนั้นตอนนี้เธอยังตายไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!
หญิงสาวตัวเล็กลุกขึ้นเช็ดน้ำตาและตั้งท่าจะเดินต่อทันที แต่กลายเป็ว่าเ้านายหนุ่มกลับก้าวเท้าไม่ออก ภาพที่เขาเห็นมันทำให้เขารู้สึกใมาก เรียวขาขาวเนียน และผิวขาวใสราวน้ำนมของของเลขาที่โผล่พ้นเสื้อออกมามีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด รวมถึงหัวเข่าที่ล้มลงเมื่อครู่ เืก็เริ่มไหลซึมออกมา
“คุณราฟ... คุณราฟคะ... ไปกันต่อเถอะคะ” เสียงเลขาสาวเรียกเ้านายให้เดินต่อทันที
“เธอ...”
“ฉันไม่เป็ไรแล้วคะ ไปกันเถอะ” อัญณิการีบเอามือบางฉุดมือหนาขึ้นมาจับไว้แน่น แล้วออกเดินต่ออย่างน้อยพวกนั้นจะได้ตามไม่ทันแม้เพียงสักนิดก็ยังดี
สองหนุ่มสาวจูงมือกันเดินเข้าไปในป่ารกขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่รกทึบมากนัก แต่พอเย็นย่ำแบบนี้ก็น่ากลัวไม่น้อย ทั้งคู่จึงเริ่มหยุดเดินทันทีเมื่อเห็นว่าพวกมันที่ตามมาไม่มีทางตามมาทันอีกแน่เพราะนี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว
หญิงสาวที่วิ่งเหนื่อยมาค่อนวันลำคอเริ่มแห้งผาดแต่ในพื้นที่แบบนี้ก็ยากนักที่จะมีน้ำให้ดื่ม ส่วนเื่อาหารไม่ต้องพูดถึงเพราะทั้งคู่ได้รับประทานอาหารแค่มื้อเช้าเท่านั้น
“ไหวหรือป่าวยัยตัวเล็ก” เ้านายหนุ่มตัวโตถามขึ้นเมื่อให้เลขาสาวตัวเล็กนั่งพักลงบนขอนไม้
“ไหวค่ะ” เธอหันไปตอบเ้านายขั้วโลกเหนือที่ดูบัดนี้เหมือนจะเริ่มละลายลงหน่อยๆ แล้ว
“เฮ้อ...” เ้านายหนุ่มถอนหายใจและทรุดตัวลงนั่งข้างเธอทันที
“คุณราฟ...”
“ฮืม...”
“คุณว่าไอพวกนั้นมันจะฆ่าเราไปทำไม”
“ฉันว่าอย่าใช้คำว่าพวกเราเลย ใช้คำว่าฆ่าฉันคนเดียวน่าจะเหมาะกว่า”
“ฆ่าคุณ!”
“เบาๆ ก็ได้” ราฟปรามเมื่อเสียงที่ยัยตัวเล็กะโเสียงดังจนแก้วหูเขาเกือบแตก
“ฆ่าคุณไปทำไม แล้วมันจะได้อะไร”
“แล้วฉันจะรู้มั้ยละ” พูดจบเ้านายหนุ่มดีดนิ้วใส่หน้าผากเลขาสาวเ้าขุนทองทันที ตอนนี้เขาแค่อยากให้เธอพักผ่อน ส่วนเื่ที่เหลือเขาจะต้องหาคำตอบให้ได้แน่ๆ เพียงแต่ไม่ใช่ตอนนี้
“โอ้ย... ฉันเจ็บนะ” หญิงสาวที่โดนเ้านายแกล้งนิ่วหน้าด้วยความเ็ปทันที
“ไหนให้ฉันดูสิ” เ้านายหนุ่มไม่รอให้หญิงสาวพูดพร่ำทำเพลงเขาจับแขนเรียวขึ้นมาสำรวจแผล นอกจากมีรอยขีดข่วนแล้วยังมีรอยฟกช้ำดำเขียวหลายจุด ชายหนุ่มมองเลยไปยังขาขาวที่โผล่พ้นกางเกงยีนส์เลยเข่ามานิดหน่อยก็มีแต่รอยขีดข่วน ที่สำคัญคือแผลที่เธอล้มเมื่อครู่ที่ยังมีรอยเืแห้งกรังให้เห็นอยู่เลย
“เจ็บมากมั้ย”
“เจ็บมากสิถามได้... แต่กลัวตายมากกว่า”
“เธอนี่นะมันเหลือเกินจริงๆ” ชายหนุ่มที่หน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่หลุดยิ้มออกมาเมื่อได้ฟังคำตอบของเลขาสาวตัวดี
“ก็มันจริงนิ หรือคุณไม่กลัว...”
“หิวมั้ย...” ราฟส่ายหน้าเพื่อยืนยันสิ่งที่เขาคิด เขาไม่กลัวแต่เขาเป็ห่วงเธอมากกว่า แต่คนปากแข็งอย่างราฟมีหรือจะพูดคำนั้นออกไป เขาจึงเปลี่ยนคำถามทันที เมื่อนึกได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องพวกเขาั้แ่เช้าแล้ว
“ฉันทนได้คะ เมื่อตอนเด็กๆ ที่ฉันอยู่กับยาย ฉันเคยอดข้าวตั้งสองวันเพราะไม่มีกิน เพราะฉะนั้นแค่นี้สบายมาก”
“เธอลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ...”
“ช่างเถอะมันเป็อดีตนะคะ” อัญณิกายิ้มและรีบเปลี่ยนเื่ทันที
ชายหนุ่มที่เห็นเริ่มมืดมากขึ้นจนกลัวว่าจะมองอะไรไม่เห็นได้แต่สอดส่องมองหาที่ที่พอจะอาศัยนอนคืนนี้ได้ก่อน
“ไปนอนตรงนู้นเถอะ” เ้านายหนุ่มพยักหน้าไปยังต้นไม้ใหญ่ที่มีโขดหินอยู่ อย่างน้อยนอนพิงโขดหินก็น่าจะดีกว่านอนพิงขอนไม้ผุแบบนี้
ทั้งคู่จึงย้ายไปนอนที่โขดหินทันที ประจวบเหมาะกับตอนนี้ที่บรรยากาศเริ่มมืดจนมองอะไรแทบจะไม่เห็นเพราะทั้งคู่ไม่เครื่องมือส่องสว่าง หรือแม้แต่พระเอกที่จุดไฟในป่าได้ จึงได้แต่อาศัยแสงจันทร์ให้พอเห็นรำไร
“คุณราฟ... คุณกระเถิบมานอนใกล้ๆ ฉันอีกได้มั้ย” หญิงสาวที่เริ่มกลัวเอ่ยขอ
“อืม” ชายหนุ่มรับคำก็กระเถิบเข้าไปใกล้จนแขนหนารู้สึกถึงไหล่เธอบอบบาง
จนหญิงสาวที่วางใจว่ามีเ้านายหนุ่มอยู่ข้างๆ แล้วก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียทันที ต่างจากชายหนุ่มที่พิงก้อนหินใหญ่ ตายังคงจ้องมองไปในความมืดเบื้องหน้า คิ้วหนาขมวดกันเป็ปม
‘ใครกันแน่ที่้าฆ่าฉัน แล้วเพื่ออะไร... แล้วมันเกี่ยวข้องกับเื่ปัญหาที่มีข้อมูลรั่วไหลที่บริษัทหรือป่าว...’
ชายหนุ่มที่เพิ่งหนีตายมาได้นั่งครุ่นคิดจนั์ตาสีเทาเริ่มฉายแววเข้มขึ้นเมื่อนึกถึงเื่ยุ่งต่างแต่อยู่ๆ เขาก็ต้องออกจากภวังค์ความคิดทันที เมื่อแขนหญิงสาวที่ััเขาอยู่ตอนนี้ร้อนขึ้น แต่เนื้อตัวเธอกลับดูหนาวสั่น จนชายหนุ่มต้องเอามือไปอังหน้าผากเล็กและมันร้อนมากจนเขาเองยังรู้สึกกลัว
ชายหนุ่มจัดแจงงอขาให้กว้างขึ้นและยกหญิงสาวร่างเล็กมานั่งในอ้อมกอดเพื่อให้ความอบอุ่นจากเนื้อตัวเธอที่กำลังหนาวสั่น อย่างน้อยเขาหวังว่าความร้อนจากตัวเขาจะให้ความอบอุ่นแก่เธอได้
“ทำใจดีๆ ไว้นะยายตัวเล็ก พรุ่งนี้ต้องมีใครมาเจอเราแน่ๆ” ราฟเอ่ยกับหญิงสาวที่นอนแนบอก เนื้อตัวบางเบียดชิดร่างหนาจนแทบจะหลอมรวมเป็คนๆ เดียวกัน เขาเอ่ยอย่างมีความหวัง อย่างน้อยเขาเชื่อว่าแดนต้องหาเขาเจอโดยเร็วที่สุด
....................................................................................................
ขอบคุณสำหรับการติดตาม อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือกัน และกดlove เพื่อรออัพเดตนะจ้า
มาพูดกับไรท์ได้นะจ๊ะ ด่าได้ถ้าไรท์ทำร้ายตัวละครเกิน แต่อย่าแรงเดี๋ยวไรท์เจ็บนะจ๊ะ รีดที่รัก ....
ฝากติดตามเพจในลิิ๊งค์ด้านล่าง หรือ คลิ๊กที่นี่
https://www.facebook.com/ainkfanamtalay/