หลังจากที่หนิงอันอันและพวกออกไปได้ไม่นานกองทัพพยัคฆ์ก็เข้าควบคุมสำนักยุทธ์หลวงทันที รองเจ้าสำนักรวบรวมผู้อาวุโสและศิษย์คนอื่น ๆ เข้าไปอยู่ในเขตฝ่ายใน ข้ามไปยังเกาะกลางสำนักพร้อมกับการอารักขาของทหารมังกรอีกหมื่นนาย ทหารพยัคฆ์จึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
แต่ก็ใช่ว่าจะมีคนเข้าร่วมกับรองเจ้าสำนักทั้งหมดศิษย์บางคนและผู้อาวุโสก็เลือกที่จะเข้าร่วมกับพวกตระกูลถู
เกาะกลางสำนักยุทธ์หลวง
“ท่านเจ้าสำนัก” จวี่เซิงทำความเคารพบุคคลที่อยู่ในเงามืดเงามืดนั้นขยับเล็กน้อย
“ท่านเจ้าสำนักพวกเราจะทำอย่างไรต่อ ?” ดูท่าแล้วจวี่เซิงจะค่อนข้างร้อนใจ
แตกต่างจากเงาดำนั้นที่ยังคงความเยือกเย็นราวกับเรื่องรอบตัวไม่เกี่ยวอะไรกับเขา“รอดูสถานการณ์ไปก่อน อย่างไรพวกเราก็ไม่อาจเลือกข้างได้”
“ขอรับ” ในเมื่อท่านเจ้าสำนักสั่งแล้วเขาก็ไม่มีทางเลือก
ขณะที่จวี่เซิงจะเดินออกจากห้องนั้นไป เสียงของคนผู้นั้นก็ดังขึ้นอีก“เดี๋ยวก่อน...”
...
ถนนมุ่งสู่ทางใต้
สถานการณ์ทางฝั่งนี้กำลังวุ่นวายทหารที่ถูลู่หลิ่งนำมาจับกุมหนิงอันอันนั้นไม่ธรรมดาแม้ว่าฟ่านจงจะสละชีพตนเองระเบิดตัวตายไปแล้วก็ตามแต่ก็สังหารได้ไม่กี่สิบคนเท่านั้น ทหารอีกหลายสิบคนยังคงติดตามอยู่นั่นจึงตกเป็นหน้าที่ของชงหยงแล้ว
ชงหยงกัดฟันกรอด สั่งให้องครักษ์คนหนึ่งคุ้มกันคุณหนูออกไปให้ได้แล้วตนเองกับคนที่เหลือจะต้านศัตรูสุดกำลังชงหยงที่มีระดับกำเนิดพลังขั้นห้ากำลังจะเข้าปะทะกับถูลู่หลิ่งที่มีระดับพลังสูงล้ำกว่า
ตูม !!
ชงหยงถูกซัดกระเด็นออกมา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ! แก่นแท้พลัง !!
ชายคนนี้อยู่ระดับแก่นแท้พลัง พวกเราจบสิ้นแล้ว !!!!
“รวมตัว !”
ค่ายกลดวงดาวปรากฏ !
ปัง !
การโจมตีของถูลู่หลิ่งถูกหยุดลง มันจำค่ายกลนี้ได้ !
“เร็วเข้าระดมการโจมตีเข้าไป !”ทหารนับสิบระดมพละกำลังของตนเข้าโจมตีส่วนถูลู่หลิ่งนั้นทะยานร่างตามหนิงอันอันไป
ชงหยงตกใจมาก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะละทิ้งตนเองไปไล่จับหญิงสาว แย่แล้ว !
“หนิงอันอัน เจ้าไปต้องหนีแล้ว !” กล่าวจบฝ่ามือนั้นก็ทำท่าทางจะจับตัวนางองครักษ์ที่หลบซ่อนอยู่ก็พุ่งออกมา ถูลู่หลิ่งหักหมุนตลบหลังเกือบไปแล้วกระบี่ขององครักษ์เกือบจะแทงถูกตัวแล้ว
“ในเมื่อพูดดี ๆ ไม่ฟัง เช่นนั้นก็ต้องเจ็บตัวกันหน่อย !”
ถูลู่หลิ่งยกฝ่ามือขึ้นพลังหยวนอันมหาศาลก็พลันรวมตัวอัดแน่นไร้รูปลักษณ์ที่แน่นอนเพียงรับรู้ว่าเป็นก้อนพลังอันน่าสะพรึง ทุกคนไม่อาจมองเห็นพลังนั้นได้เว้นแต่พวกที่มีพลังสูงกว่ามากและตัวผู้ใช้เองเท่านั้น
พลังมหาศาลนั่นกดทับลงบนตัวองครักษ์ให้แหลกลงกับพื้นทันทีเป็นภาพที่น่าสยดสยองอย่างยิ่ง หนิงอันอันหวาดกลัวเป็นอันมากอยากจะร้องให้คนช่วยเหลือ แต่ในยามนี้ใครเล่าจะสนใจ คงได้แต่พึ่งตนเอง
กระบี่ในมือสั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นนางก็หลุบตาลงควบคุมสติ มีแต่ต้องสู้สู้เท่านั้นถึงจะมีทางรอด !
สะบั้นสายลม !
ปัง !
ถูลู่หลิ่งปัดปราณกระบี่สายลมได้อย่างง่ายดายทว่านั่นก็เป็นแรงผลักให้หนิงอันอันลอยขึ้นบนอากาศ ใช้ท่าต่อไปได้
สายลมเสี้ยวจันทร์ !
เสี้ยวจันทร์ปรากฏ พุ่งทำลายเป้าหมายถูลู่หลิ่งไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโจมตีสองครั้งติด ทึ่งในความสามารถของหญิงสาวไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ลำบากอะไรมาก เพียงแค่ทำลายไปก็จบแล้วมิใช่หรือ ?
ปัง !
ฝ่ามือของถูลู่หลิ่งรวดเร็วมาก หนิงอันอันแทบไม่เห็นการเคลื่อนไหวใด ๆ ของพลัง
ราวกับว่าถูลู่หลิ่งรับการสืบทอดมาจากกงซุนอู๋อย่างนั้น
ท่าต่อเนื่อง สายลมหมุนวน ! หาใช่มุ่งสู่ด้านหน้า แต่เป็นด้านหลัง ส่งตัวเองไปให้ไกลถูลู่หลิ่งหรี่ตาแคบ เด็กสาวคนนี้จะร้ายกาจมากเกินไปแล้วเพียงพริบตาก็เปลี่ยนท่าหลักไปสามแล้ว การไล่ตามจะเป็นปัญหามากขึ้น
เมื่อถูลู่หลิ่งไล่ตามมาเกือบคว้าจับได้ เงาร่างวิฬารก็พลันทับซ้อนหญิงสาวความเร็วแต่เดิมก็พุ่งสูงทะยาน ห่างหายไปลิบลับ ถูลู่หลิ่งกระพริบตาปริบ ๆ
“นั่นมันอะไรกัน ?” เขาได้แต่ยอมแพ้และกลับไปยังสมรภูมิเดิมแต่เมื่อมาถึงก็พบกับศพทหารมากมาย และองครักษ์บางส่วน แต่หัวหน้าอย่างชงหยงได้หนีไปแล้วภารกิจครั้งนี้ล้มเหลว
อันที่จริงหากไล่ตามหนิงอันอันอีกหนึ่งลี้ก็คงจะตามทันแม้ว่าเท้าวิฬารสวรรค์จะรวดเร็วก็จริงแต่ก็เพียงระยะหนึ่งเท้านั้นไม่อาจคงไว้ได้นาน
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยามหนิงอันอันก็ได้มาถึงค่ายกองทัพขององค์รัชทายาทและชงหยงเองก็มาถึงเช่นกันพร้อมกับองครักษ์หนึ่งคนที่เหลือรอดทหารพยัคฆ์ร้ายกาจมากแม้ว่าองครักษ์จะฝึกฝนมาอย่างดีก็ยังต้องสังเวยชีวิตไปนับสิบคนเพื่อให้ชงหยงรอดออกมา ชงหยงมาถึงหน้าค่ายด้วยสภาพสะบักสะบอม
“พี่ชงหยง...” หนิงอันอันร้องเรียกไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรอดมาได้นั่นทำให้นางดีใจจริง ๆ ลดการระวังตัวจนหมดสติลงไปด้วยความอ่อนล้าทหารที่พบเห็นแจ้งเข้าไปยังตระกูลหนิงเพื่อส่งคนมา
กระโจมตะวันออก
“ดีจริง ๆ ที่หลานไม่เป็นไร ถือว่าฟ่านจงสละชีวิตไม่เสียเปล่า...เฮ้อ......เจ้าพวกบัดซบตระกูลถูนั่นมันชั่วร้ายจริง ๆคิดจะจับตัวเด็กน้อยน่ารักอย่างเจ้ามาต่อรอง เหอะ ! อย่าให้ข้าเจอนะไอ้ลู่ลงลู่หลิ่งอะไรนั่นข้าจะฆ่ามันให้ตาย !” แววตาของหนิงเทียนสาดประกายแสงเหี้ยมเกรียมทันที
พรึ่บ !
เสียงม่านกระโจมเปิดออก หนิงเทียนชะงักเบิกตากว้าง ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยพร้อมกับร้องเรียกออกไปด้วยความดีใจ “หลงเอ๋อร์.....เจ้ากลับมาแล้ว ! ฮ่าฮ่าฮ่า”หนิงใจยินดีกว่าการตีเมืองได้เสียอีกเมื่อเห็นหลายชายสุดที่รักของเขาเดินเข้ามาโดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามือข้างซ้ายของชายหนุ่มถือสิ่งใดอยู่
หนิงเฟยหลงวางของสิ่งนั้นลงมันเป็นห่อผ้า แล้วทำความเคารพอย่างนอบน้อม “ท่านปู่หลานกลับมาแล้ว...”
“ดี กลับมาแล้วก็ดี....มาเถอะมาให้ปู่ดูหน้าเจ้าให้ชัดเจนหน่อย”ดูเหมือนว่าหนิงเทียนจะเอ็นดูหลานชายคนนี้มากกว่าหลายคนไหน ๆ ของเขาเสียอีกทำเอาหนิงอันอันที่เป็นสาวน้อยมึนงงไปเลยนางถึงกับสงสัยว่าตัวเองน่ารักน้อยกว่าผู้ชายอย่างท่านพี่หรือ ?
หนิงเฟยหลงเดินมาข้างหน้าอีกเพื่อให้หนิงเทียนมองหน้าได้ชัด ๆหนิงเทียนยิ้มอย่างอ่อนโยน ไม่ได้กล่าวอะไรอยู่นาน “เจ้าคือความหวังของตระกูลเจ้าคงลำบากมาก ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย”
“ไม่เลยขอรับ นี่คือสิ่งที่หลานควรทำ เพราะนั่นก็คือความฝันที่จะทำให้ตระกูลหนิงยิ่งใหญ่รุ่งโรจน์สืบต่อไปจะต้องไม่มีใครกล้ามารังแกตระกูลเราอีก ไม่ว่าปัจจุบัน หรืออนาคต นั่นคือสิ่งที่คิดฝัน!”
หนิงเทียนพยักหน้าด้วยความปลื้มปริ่มพลางเบนสายตาไปมองหญิงสาวอรชรด้านหลังของหลานชายที่ติดตามมาด้วยหนิงเฟยหลงคล้ายจะเข้าใจ
“หลานลืมแนะนำไป นี่คือคุณหนูหลี่ หลานสาวของท่านจ้าวหอโอสถหลี่จง” หลี่ฮุยหลันทำความเคารพตามความเหมาะสมและเอ่ยแนะนำตนเอง
“ยินดีที่ได้พบท่านเสนาบดี” หนิงเทียนเห็นว่าหญิงสาวผู้นี้สุภาพเรียบร้อยหน้าตาถือว่างดงาม และยังเป็นผู้ร่วมเดินกับหลานชาย หรือว่ามีบางอย่างกับทั้งสองคน
“ไม่คิดว่าหลานชายข้าจะเก่งกาจเหมือนกัน มีสาว ๆ ตั้งแต่เด็กเชียว”หนิงเทียนเพียงนึกในใจไม่ได้กล่าวออกไป
แต่นั่นก็เพียงพอให้หนิงเฟยหลงคาดเดา “ไม่ใช่นะท่านปู่นางคือศิษย์พี่ของหลานระหว่างทางพวกเราถูกซุ่มโจมตีหลายครั้งเราจึงร่วมทางกันติดตามกันมาตั้งแต่อาณาจักรซ่งแล้ว”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ หนิงเทียนมองหลายชายด้วยสายตากรุ่มกริ่ม “ถ้าเช่นนั้นห่อผ้านั้นเล่า?”
“นั่นคือศีรษะของถูลู่หลิ่งพวกเราบังเอิญเจอมันระหว่างทางจึงสังหารทันที” ถูลู่หลิ่งในยามนี้สำหรับหนิงเฟยหลงแล้วแทบไม่ต้องออกแรงเพียงใช้กระบวนท่าเดียวก็สามารถจัดการได้ !
หนิงเฟยหลงไม่ได้กล่าวถึงว่าตนสังหารและชิงของบางอย่างมาด้วยมันจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก...เคล็ดวิชาฝ่ามือไร้ลักษณ์ !