handsome is sin คนอื่นมีดีที่วิชา แต่ข้ามีหน้าตาเป็นอาวุธ

    ตอนที่ 3 ชีวิตที่ขึ้นสุดลงสุด

          ที่หน้าของนางดูแดงก่ำกว่าเดิม เมื่อเห็นชายชรากล่าวแซว ก่อนจะรีบขอตัวและวิ่งออกไปด้านนอกทันที       ปล่อยให้ชายชรา และลูกศิษย์ของเขา มองเงาของนางที่หนีหายไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ       “ หมิงเอ๋อร์ ฝึกให้เข้มแข็งเถอะ แม้หน้าตาของเจ้าอาจจะครองใจสตรีไปได้แบบไม่ยาก แต่ในโลกนี้เราอาศัยอยู่ไม่ใช่ด้วยหน้าตา แต่เป็นพลัง เอาเถอะข้าจะให้เจ้าพักปรับเปลี่ยนให้เข้ากับที่นี่ก่อนหนึ่งสัปดาห์ หลังจากนั้นการฝึกฝนจะเริ่มขึ้น ” ซึ่งตอนนั้นเซียงผานหันมองลูกศิษย์ของตัวเอง และเห็นเขากำลังยิ้ม ก็ทำการสอนสั่งทันที ก่อนจะทำท่าทางลุกขึ้นไป       “ ลูกศิษย์น้อมรับคำสอนท่านอาจารย์ แต่อาจารย์ ท่านรับข้าแบบไม่ถามพรสวรรค์ เพราะเหตุผลใดหรือ ” และตอนนั้นฟงหมิงก็ถามกลับทันทีด้วยความสงสัย เมื่อเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตั้งแต่อาจารย์พบเขาและรับมา พวกเขาก็แทบไม่ได้คุยอะไรกันมาก หรือเขาได้แสดงอะไรบางอย่างออกไป เมื่อตอนเขาเจอชายชรา เขาก็กำลังนอนเล่นอยู่นั่นเอง       “ ก็แน่นอน เพราะหน้าตาของเจ้ายังไงล่ะ ” และทางเซียงผานที่เดินออกไป ก็ตอบกลับออกมาได้อย่างไม่ยีหระต่อคำถาม และหายไป ปล่อยให้ชายหนุ่มมองรอยเท้าของเขาด้วยสีหน้าดำทมึน             ‘แล้วท่านก็ตกหลุมพรางเพราะหน้าข้า และคิดจะให้ข้าเป็นหน้าเป็นตาแต่ท่าน เช่นนั้นมันจะไม่ขัดแย้งต่อคำสอนแรกหรือยังไง’ หมิงอยากจะเถียงกลับออกไปทันที แต่ก็รู้เรื่องแบบนี้พูดได้แค่ในใจ ไม่อาจกล่าวไปทั่วได้     ก่อนที่เขาจะยกชาขึ้นมาจิบเบาๆ ระหว่างนึกถึงสถานการณ์หนึ่งปีที่ผ่านมาในชีวิตของเขา ที่มันเกิดขึ้นเหมือนได้นั่งรถไฟเหาะ มีทั้งลงสุด และขึ้นสุดจนตัวเขาเองที่ได้เข้ามาในร่างกายหนุ่มหล่อระดับเทพคนนี้ยังต้องมึนงงไม่หาย       เมื่อเขาเข้ามาในร่างกายของชายผู้นี้ ที่ตายในป่า และถูกเขาครอบครอง       แต่ด้วยมันอยู่ในป่า ก็ทำให้เขาไม่รู้จะไปทางไหน จึงอาศัยอยู่ในป่า จนเวลาผ่านไป 1 ปีเต็ม และถูกชายชราผู้นั้นรับเข้ามาเป็นศิษย์อย่างเช่นปัจจุบัน       พูดตามตรงนอกจากหน้าตาหล่อๆของเขา ที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพนิยาย เขาก็ไม่รู้อะไรเลย!!       แล้วไอเรื่องโลกนี้ ที่เป็นโลกยุทธภพ เขาก็เพิ่งรู้ได้ไม่นานหลังจากถูกพาตัวออกมาจากป่า       “ ไม่มีเน็ต ไม่มีโทรศัพท์ พูดจริงๆถ้าไม่ใช่เพราะถูกบังคับให้อยู่ในป่านั่น เราก็คงไม่ชินกับโลกนี้ไวขนาดนั้น ” ฟงหมิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ      และในตอนนั้นความรู้สึกที่ได้เห็นสาวสวยหลายคน หรือการได้นั่งบนกระบี่ที่ยืดหดขนาดได้ ระหว่างตามมากับอาจารย์ตน ทุกอย่างมันเหมือนฝันไป จากตอนแรกที่เขาคิดจะใช้ชีวิตเป็นคนป่า หลังจากได้ยึดครองร่างกายคนอื่นมา       “ ถ้าตอนเรามาที่นี่ครั้งแรก และได้เข้าสำนักทันที เราคงอยากจะเป็นผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่งที่สุด.......แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เราอยากจะใช้ชีวิตธรรมดา จีบสาว ฝึกวิชายุทธแบบสบายๆ ไม่ต้องแข่งขันกับใครอย่างที่พวกในนิยายทำ..... ” วาดฝันความคิดของตัวเอง ตอนนั้นประสบการณ์ที่ผ่านมาในการอยู่ในป่าคนเดียวหนึ่งปีเต็มๆ ก็ทำให้ความฝันเปียกของเขา เกี่ยวกับการเป็นยอดผู้ฝึกยุทธได้มอดดับลง และแทนที่ด้วยความนิ่ง และความโหยหาความเรียบง่ายเข้ามาแทนที่(จบ)