ครามใช้นิ้วมือจับคางของตัวเอง พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาอยู่ในหมู่บ้านมาั้แ่เกิด สิ่งเหล่านี้เขาไม่เคยรับรู้เลยแม้แต่น้อย เขารู้แต่เพียงว่าการเป็ผู้แข็งแกร่ง ต้องมีเงินเพื่อซื้อคัมภีร์มาศึกษา เรียกได้ว่าใช้ของมีค่าเพื่อแลกวิชาความรู้ สิ่งเหล่านี้มีทุกยุคทุกสมัย
กระนั้นตลอด่อายุในหมู่บ้านเจ็ดครัวเรือน พื้นฐานการต่อสู้ต่างๆ ได้มาจากการเฝ้าสังเกตและศึกษาท่วงท่าของสัตว์ เพื่อให้ได้ท่วงท่าที่ดีกว่าในการต่อสู้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาได้มาจากวิชาการของโลกภายนอกหมู่บ้าน จะมีก็เพียงคัมภีร์ปรุงโอสถเท่านั้น ที่กระตุ้นความอยากศึกษาให้กับเขา
“อาจารย์ข้าอยากให้ท่านสอนข้าปรุงโอสถให้ลึกซึ้งกว่าที่ท่านเคยปลอมตัวเป็มนุษย์มาสอนข้าจะได้หรือไม่”
ฮ่าๆ เ้าติดใจวิชาปรุงโอสถของข้าอย่างนั้นรึ!!!
แม้จะไม่ได้อยู่ในแผนการสอนรายวิชาที่พญายมราชกล่าวไว้ แต่เทพผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่ได้ออกอาการปฏิเสธ แต่กลับอธิบายต่อว่าการปรุงโอสถให้ลึกซึ้งกว่าเดิมนั้น จำเป็ต้องใช้ ‘พลังอิทธิ’ เป็กำลังหนุนในการกลั่นโอสถ และมันมีความลับที่แทบจะไม่มีใครรู้ซ่อนอยู่ในนั้น มีเพียงผู้ยิ่งใหญ่ไม่กี่คนเท่านั้น ผู้หนึ่งในนั้นถูกเรียกขานว่าเป็เทพแห่งการปรุงโอสถเมื่อหลายพันปีมาแล้ว
พญายมราชมองดูแววตานั้นอย่างประหลาดใจ
“เ้ารู้สึกคุ้นๆ อะไรบ้างไหม นับั้แ่ข้าปลอมตัวไปสอนวิชาปรุงโอสถให้แก่เ้าที่หมู่บ้าน”
“ข้ารู้สึกได้เพียงว่า ข้าสามารถเป็นักปรุงโอสถที่เก่งได้เท่านั้น ครับอาจารย์ ข้าแค่รู้สึกคุ้ยเคยเมื่อตอนที่ท่านสอนข้าในครั้งนั้น แต่นั่นข้าว่าเป็เพราะท่านสรุปทั้งเล่มให้ข้าเข้าใจโดยใช้เวลาอันสั้น”
“นั่นมันพร์ของเ้าต่างหาก”
“ท่านอาจารย์ ข้ามีเื่จะสารภาพ”
“ก่อนท่านออกจากหมู่บ้าน ท่านลืมคัมภีร์ 1,000 สมุนไพร จำจนตายเอาไว้ ข้าได้เก็บมาอ่านและท่องจำจนหมดแล้ว เพียงแต่ว่า หลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้ว่าลืมมันไว้ที่ไหน หากท่านอยากได้คืน ข้ายินดีคัดลอกให้ใหม่” ครามทำท่าสำนึกผิด เมื่อหวนนึงถึงเื่ราวในอดีต
“ไม่เป็ไร เื่นั้น สมบัติข้าเยอะย่อมมีตกหล่นไปบ้าง ว่าแต่มันไปตกอยู่ในหัวของเ้ากี่ส่วน”
“คัมภีร์เล่มนั้นข้าอ่านมันทุกวัน ข้ามั่นใจว่าทุกคำพูดล้วนอยู่ในหัวข้าทั้งสิ้น”
“ถ้าอย่างนั้น ก็ดี นั่นเป็เพียงส่วนน้อย เหมือนใบไม้เพียงหนึ่งกำ จากต้นไม้ทั้งต้น มีอีกหลายสิ่งที่เ้าจะต้องรู้ ในเื่ของการปรุงโอสถ”
คงถึงเวลาแล้วสินะที่จะรวมความทรงจำเ่าั้ทั้งหมดคืนให้เ้า… พญายมราชคิดในใจ มันเป็ความทรงจำหลายร้อยปี ดวงจิตของเ้าจะรับไหวไหมนะ
“ท่านอาจารย์ ท่านเงียบไปนาน ท่านลำบากใจหรือไม่ ที่ต้องนำความทรงจำของผู้อื่นมาให้ข้า” ครามถามอย่างรู้สึกไม่สบายใจ
“ดะดี ในเมื่อเ้าทำให้ข้าประทับใจ ข้าจะมอบความทรงจำด้านการปรุงโอสถของผู้ที่ได้ถูกกล่าวขานว่าเป็เทพโอสถให้แก่เ้า” พญายมราชระบายลมหายใจ หลังจากครุ่นคิดอยู่คู่หนึ่ง เพราะกังวลว่า ความทรงจำหลายร้อยปี จากอดีตชาติอันไกลโพ้นของครามด้านการปรุงโอสถนั้นมีทรงจำนวนมาก เมื่อรวมกับความทรงจำเื่ของสามกระแสวิชาด้วยแล้ว ดวงจิตของเขาจะรับมันไหวไหม หากไม่ไหว ดวงจิตมิแตกดับในทันทีเลยรึ
อย่างไรก็ต้องลอง ไม่มีทางเลือกแล้ว
“ข้าขอเก็บความทรงจำชาติก่อนๆ ในระยะใกล้ของเ้ากลับคืนก่อน เพื่อให้เ้ามีพื้นที่สำหรับความทรงจำที่จะใส่เข้าไปใหม่ เพราะตอนนี้มันไม่จำเป็ต่อเ้าอีกต่อไป”
ิญญา 1 ดวง เมื่อกลับลงมารับการพิพากษาในยมโลก จะได้รับความทรงจำคืนเพียง 49 ชาติ ไม่ว่าชีวิตของเขาผู้น้ันจะสั้นหรือยาวเพียงใด ก็จะนับเป็ชาติ
“ครับอาจารย์” ครามตอบอย่างว่าง่าย
เมื่อพญายมราชพูดจบ ได้โบกมือวูบหนึ่งมีห้วงมิติสีดำคล้ายดวงตาเปิดออก แล้วใช้นิ้วกดที่หน้าผากของคราม เมื่อคล้ายนิ้วออกมา ปรากฏว่ามีแสงสว่างออกมาด้วย แสงนั้นรวมตัวกันเป็ดวงประทีป สีขาว จำนวนหนึ่ง ดวง พวกมันพุ่งหายลับไปในห้วงมิติสีดำราวกับถูกดูด
หลังจากนั้น พญายมราชกระตุกนิ้วเบาๆ อีกครั้ง ดวงประทีปลอยสวนออกมาจากห้วงนั้น คล้ายดังแสงหิ่งห้อยสีขาวบริสุทธิ์ สามดวง มันได้หยุดลอยตรงหน้าของคราชั่วครู่ ก่อนค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปประทับที่หน้าผากของครามทีละลูก ๆ อย่างนุ่มนวล ภาพความทรงจำหลากหลายได้ผุดขึ้นในทะเลิญญาของเขา พวกมันคือความรู้ และความทรงจำทางด้านสายวิชาสามกระแส ได้แก่ อิทธิฤทธิ์ ศาสตราวุธ และยุทธ์เวทย์
ดวงจิตความรู้ทั้งสามกระแสค่อยๆ กลมกลืนไปกับดวงิญญาของคราม โดยไม่มีการสั่นไหวของดวงจิตเกิดขึ้น
“เอาล่ะต่อไป เ้าทำจิตให้นิ่งเข้าไว้แบบเมื่อครู่”
นิ้วของพญายมราช กระตุกอีกรอบหนึ่ง ดวงแสงดวงที่สี่ ลอยออกมา ดวงแสงดวงนี้มีความอบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับว่าเคยเป็ส่วนหนึ่งของครามเมื่อนานมาแล้ว ดวงจิตคล้ายประทีปสีขาวเริ่มขยายตัวขึ้นราวกับแสงจันทร์ แล้วแปรสภาพเป็สายพวยพุ่งเข้าไปกลางศีรษะ ตามรอยของดวงจิตสามกระแสก่อนหน้านี้
พญายมราชลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ จนแสงสุดท้ายหายวับไปกลางหน้าผากของคราม การรับความทรงจำมากมายถึงเพียงนี้ นับเป็ความเสี่ยงที่ความทรงจำต่างๆ จะไม่ถูกจัดเรียงอย่างเหมาะสม ทำให้ดวงิญญาอาจวิปลาสไป และทุกสิ่งทุกอย่างอาจล้มเหลวก็เป็ได้ เมื่อคิดดังนั้นพญายมราชจึงมีความกังวลในท่าทีของคราม
มืออันใหญ่โตโบกไปมาตรงหน้าของเด็กหนุ่ม “เ้าจำข้าได้ใช่ไหม”