Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่115 ข่าวใหญ่ของเมืองหลวง

    ครู่ต่อมาหลังจากที่ชายหนุ่มจากไปหลันหมางและคนอื่นๆก็ไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากตกตะลึงก่อนจะตอบสนองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจัดการทุกอย่างที่เหลือ…

     

    กลับ...กลับบ้าน!

     

    ตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรให้ทํานอกจากกลับบ้าน!

     

    “คุณรู้จักผู้ชายคนนั้นด้วยเหรอ?’’ระหว่างทาง เสี่ยวหลินกลอกตาถามยี่เฟิงและเซี่ยวจี๋เขาจําได้เป็นอย่างดีเลยว่าในเหตุการณ์สองคนนี้เป็นพวกแรกที่เรียกชายหนุ่มและได้รับการตอบรับ

     

    “ใช่บอกได้ว่าเขาเปรียบเสมือนอาจารย์ของพวกเรา’’ ยี่เฟิงพยักหน้าตอบแทน ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นได้รับมาจากชายหนุ่มแทบทั้งสิ้นอาจบอกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอาจารย์คนหนึ่งที่ผ่านทางมาช่วยสอนพวกเขา

     

    เซี่ยวจี๋ก็พยักหน้าเหมือนกันวันนี้นอกจากเขาจะรู้สึกยกย่องและชื่นชมชายหนุ่มมากขึ้นกว่าเดิมแล้วเขายังรู้สึกอัศจรรย์ในสิ่งที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก เพราะงั้นด้วยลูกเตะแห่งสัจธรรมเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ ให้มากกว่านี้!

     

    ได้ยินลู่หยางและเสี่ยวหลินก็ชะงักไปก่อนมองหน้ากันมันเป็นได้ยังไงที่ชายหนุ่มคืออาจารย์ของสองคนนี้

     

    ช่างน่าทึ่งนัก!

     

    แต่เมื่อคิดถึงความสามารถเหนือธรรมชาติของชายหนุ่มแล้วพวกเขาก็แอบถอนหายใจเงียบๆเพราะนั่นหมายความแล้วว่าอีกฝ่ายมีความสามารถพอที่จะเป็นอาจารย์ของสองคนนี้ได้จริงดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะเก่งกาจเสียขนาดนั้น

     

    เป็นไปได้ว่าหากไม่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้พิษพวกเขาอาจจะไร้เทียมทานก็ว่าได้…

     

    “ลูกหมางชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนเดียวกันกับที่หยิงน้อยชอบใช่ไหม…’’หลันซิวอดถามหลันหมางไม่ได้ หากเป็นไปได้เขาก็อยากให้ชายหนุ่มมาเป็นหลานเขยจริงๆและนั่นคงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียวยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันยากจริงๆที่จะได้คนที่แข็งแกร่งอย่างนั้นมา

     

    “คนเดียวๆกันไม่ผิดแน่ครับ…’’หลันหมางพยักหน้าพลางครุ่นคิด วันนี้เป็นวันที่เขาเหลือเชื่อมากจริงๆอาจบอกได้ว่ามันคือวันแห่งการเปิดโลกทัศโดยสิ้นเชิงดังนั้นเขาจึงรู้สึกอึ้งเป็นอย่างมากที่ชายหนุ่มคนนี้จะเป็นคนเดียวกันกับที่ลูกสาวของเขาชอบ

     

    นี่มัน…

     

    เป็นไปได้อย่างไร?

     

    ด้านลู่เทียนและเสี่ยวหมิงก็อดมองหน้ากันไม่ได้พวกเขาเองก็เป็นหนึ่นในคนที่เพิ่งได้ยินชื่อของชายหนุ่มมาเร็วๆนี้เช่นกันดังนั้นพวกเขาจึงตกใจเป็นอย่างมากที่เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งอะไรอย่างนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเทียบชั้นได้กับคนพวกนั้นอย่างแน่นอน

     

    สุดท้ายคํ่าคืนนี้ก็ผ่านพ้นไป

     

    …

     

    วันต่อมา

     

    “เธอจัดการเรื่องพวกนั้นไปถึงไหนแล้ว?’’มู่หลินมองไปยังหวงซื่อหลินที่นอนอยู่บนโซฟาแล้วถามเขาอยากรู้เป็นอย่างมากว่าหลายวันมานี้ทุกอย่างมันไปถึงไหนแล้ว

     

    “เรียบร้อยฉันจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว เหลือก็แค่การลงทุนและก่อตั้งบริษัทก็เท่านั้นเพราะงั้นนายรีบบอกฉันมาได้แล้วว่าบริษัทของเรานั้นเกี่ยวกับอะไร?’’หวงซื่อหลินพยักหน้าหลายวันมานี้เธอเหนื่อยเป็นอย่างมากที่จะต้องบินไปไหนมาไหนเพื่อเจรจาดังนั้นวันนี้เธอจึงนอนอยู่บนโซฟาเพื่อพักผ่อนอย่างที่เห็น ทว่าตอนนี้เมื่อเห็นชายหนุ่มออกมาจากห้องและเริ่มถามเธอเธอก็หวังไว้สูงเหมือนกันว่าจะได้รับคําชมจากเขาผู้ไม่แยแสสิ่งใดๆ

     

    แต่แล้วในวินาทีต่อมาเธอก็ต้องคอตกไป!

     

    วินาทีต่อมาหลังจากที่รู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มู่หลินก็เพียงพยักหน้า “ไม่เลวดูเหมือนว่าฉันจะตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเธอเป็นลูกน้อง’’

     

    ไม่เลว?

     

    นี่มันคําชมหรือบ้าอะไรกัน?!

     

    หวงซื่อหลินคอตกเธอไม่คิดเลยว่าความพยายามของเธอในหลายวันนี้จะได้เพียงแค่นี้

     

    “เอาเถอะเธอลุกขึ้นมาได้แล้ว วันนี้ฉันมีบางสิ่งบางอย่างจะให้เธอไปทํา’’ มู่หลินเอ่ยเขาไม่สนใจด้วยซํ้าว่าเธอจะคิดยังไง เพราะในความคิดของเขาเธอก็แค่ลูกน้องคนหนึ่งเท่านั้นเอง

     

    ไม่งั้นแล้วจะเป็นอะไรไปได้?

     

    ไม่นานหวงซื่อหลินก็ลุกไปอาบนํ้าแต่งตัวเสร็จเธอจึงทําอาหารที่ได้ซื้อวัตถุดิบเก็บเอาไว้ก่อนนํามาวางบนโต๊ะ

     

    มู่หลินก็ไม่ได้คิดอะไรมากเขาทานมันทันที

     

    “อร่อยไหม?’’หวงซื่อหลินคาดหวังลึกๆ นอกจากเธอจะเป็น CEO ที่เก่งที่สุดในจีนแล้วเธอยังทําอาหารอร่อยด้วย ดังนั้นเธอจึงมั่นใจเป็นอย่างมากว่าจะได้รับคําชมจากเขา

     

    “ใช้ได้’’มู่หลินตอบด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ ในแดนเต๋าเขาทานอาหารเลิศหรูมามากมายยิ่งอาหารที่ถูกเขาทําขึ้นมาเองยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะอย่างนั้นคําชมสําหรับเขาแค่นี้ก็มากเกินพอต่ออาหารของเธอแล้ว

     

    หวงซื่อหลินถอนหายใจดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะไม่แยแสและสนใจสิ่งใดจริงๆ

     

    “แล้ววันนี้ฉันต้องไปทําอะไรให้นายล่ะ?’’ผ่านไปหลายนาทีเมื่ออาหารบนโต๊ะหมดลง หวงซื่อหลินก็มองไปยังชายหนุ่มอย่างสนใจเพราะเธอก็คาดหวังไว้เหมือนกันว่าสิ่งที่เธอต้องไปทําจะไม่ใช่อะไรธรรมดาๆ

     

    “ซื้อที่ดินทั้งหมดของตระกูลตู่’’มู่หลินตอบ เมื่อวานหลังจากที่เขาไปที่นั่นมาเขาก็รู้สึกว่ามันกว้างขวางไม่น้อยดังนั้นมันจึงเหมาะเป็นอย่างมากที่จะเป็นสถานที่อยู่ของเขาเขาจึงต้องการที่จะสร้างคฤหาสน์ของเขาที่นั่น

     

    “ตระกูลตู่?นายจะบ้ารึเปล่า! ตระกูลตู่นั้นเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองหลวงดังนั้นแม้เราจะมีเงินมากมายเราก็ไม่สามารถซื้อที่ดินของเขาได้ง่ายๆหรอกเว้นซะจากว่าพวกเขาจะไม่อยู่อีกต่อไปแล้วดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้!’’ ได้ยิน หวงซื่อหลินก็ตกใจเป็นอย่างมากถึงแม้เธอจะเป็น CEO ที่เก่งกาจที่สุด และสามารถทําเรื่องต่างๆก่อนหน้านี้ให้เขาได้ง่ายดาย มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปซื้อที่ดินของตระกูลตู่

     

    “ถ้าเรื่องนั้นเธอลองเปิดทีวีดูข่าวเอาเองแล้วกัน’’เห็นท่าทีตกใจของหญิงสาว มู่หลินก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะเขาเริ่มชินชากับนิสัยของเธอไปนานแล้ว ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าควรทํายังไงจะได้ไม่ต้องยืดเยื้อ

     

    พรึ่บ!

     

    หวงซื่อหลินเปิดทีวีทันทีเธออยากรู้จริงๆว่าเขาต้องการให้เธอดูอะไร

     

    ไม่ช้าเสียงฮือฮาจากฝูงชนและผู้สืบข่าวก็ดังขึ้น

     

    “จากคืนวันที่ผ่านมาตระกูลตู่นั้นได้ถูกพบว่าเป็นกบฏและมีโอกาสที่จะก่อการร้ายขึ้นในเร็วๆนี้ดังนั้นทางสามตระกูลใหญ่ที่เหลือจึงได้ทําการจับกุมพวกเขาพร้อมหลักฐานทั้งหมดอย่างไรก็ตามเนื่องจากตระกูลตู่ไม่ยอบถูกจับกุมได้ง่ายๆจึงทําให้มีสงครามครั้งใหญ่เกิดขึ้นด้วยเหตุนี้สามตระกูลใหญ่จึงไม่มีทางเลือกนอกจากเปิดศึกเต็มกําลัง ผลปรากฏว่าพวกเขาเป็นฝ่ายชนะและสามารถลบล้างตระกูลตู่ผู้เป็นกบฏไปได้สําเร็จ…’’ผู้สืบข่าวคนหนึ่งรายงานก่อนเผยให้เห็นสถานที่ๆว่างเปล่าซึ่งเคยเป็นคฤหาสน์ของตระกูลตู่มาก่อน

     

    ข่าวใหญ่!

     

    นี่เป็นข่างใหญ่ของเมืองหลวงอย่างไม่ต้องสงสัย!

     

    ด้วยเหตุนี้เหล่าผู้ชมจากทางบ้านและฝูงชนที่อยู่รอบๆนั้นจึงออกความคิดเห็นไปต่างๆนานาเพราะเดิมทีแล้วพวกเขาบางคนก็ได้รับความไม่เป็นธรรมจากตระกูลตู่มาก่อนดังนั้นด้วยเหตุนี้เมื่อตระกูลตู่สูญสิ้นไป พวกเขาจึงดีใจและสะใจเป็นอย่างมากอาจบอกได้ว่าในที่นี้ไม่มีใครเสียใจต่อการจากไปของตระกูลตู่เลยแม้แต่น้อย

     

    ด้วยเหตุนี้บริษัททั้งหมดที่เคยร่วมหุ้นกับบริษัทของตระกูลตู่จึงทําการถอนหุ้นที่เคยถือเอาไว้อย่างรวดเร็วส่งผลให้ตระกูลตู่ที่ไร้ซึ่งผู้นําล้มละลายภายในพริบตา ไม่ช้าในเมืองหลวงก็ปราศจากตระกูลตู่อีกต่อไป

     

    “นี่มัน…’’หลังจากที่ได้เห็นข่าว หวงซื่อหลินก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อเธออึ้งเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ได้รับรู้ เพราะงั้นเธอจึงอดหันไปมองชายหนุ่มไม่ได้“นี่คงไม่ได้เป็นฝีมือของนายใช่ไหม?’’

     

    สําหรับหวงซื่อหลินแล้วแม้จะรู้จักกับชายหนุ่มได้ไม่นาน แต่เธอยังคงจําเรื่องราวของตระกูลจั่วได้ดังนั้นเธอจึงคิดว่าบางทีชายหนุ่มอาจจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ในครั้งนี้

     

    ต่อหน้าสายตาการจับจ้องชายหนุ่มที่รู้ดีว่าถึงพูดไปหญิงสาวก็คงจะไม่เชื่อเหมือนเดิม เขาจึงยิ้ม

     

    พริบตาภายในห้องก็เต็มไปด้วยไอเย็นยะเยือก ไม่ช้า ทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยนํ้าแข็ง

     

    นํ้าแข็งที่เย็นยะเยือก!

     

    “แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ?’’เห็นหญิงสาวที่กําลังอึ้ง ชายหนุ่มก็ยิ้มถามออกไป

     

    หากไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครไปได้?

     

    ไม่มีอีกแล้ว!