ตอนที่ 46 :ฮัวเซียนิววอยซ์ เริ่มต้น
ไม่ว่าจางหนิงจะเลือกแบบไหนเขาก็กลัวว่าเฉิงกวงมีเดียคงไม่อาจจะสนับสนุนเขาได้ในอนาคต
ต่อหน้าสายตาของผู้คนมากมายในห้องนั้นจางหนิงรู้สึกราวกับยืนอยู่บนกองไฟ สีหน้าของเขาหม่นลงพร้อมกับเหงื่อไหลเย็น
“หลิวจือเซีย ไว้หน้าเขาหน่อยเถอะ” ต่งลี่สีหน้าไม่สู้ดีนัก“มีเพื่อนเพิ่มก็ดีกว่ามีศัตรูเพิ่ม”
หลิวจือเซียไม่ได้หันไปมองต่งลี่แม้แต่น้อย เขาจ้องจางหนิงอย่างไม่ละสายตา
“อย่าทำเกินไปหน่อยเลย” จางหนิงแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมา
“ฉันให้โอกาสแกแล้ว ! ”หลิวจือเซียก้มตัวลงไปอุ้มเยว่เยว่ขึ้นมา “มาดูกันว่าแกจะเป็นข่าวได้แค่ไหนกัน ! ”
ไป่เหลียนเฉิงไม่ได้สนใจที่จะอยู่ต่อเช่นกันเขาลุกขึ้นยืนและเดินตามหลิวจือเซียออกไป
“เล่าหลิว เล่าหลิว รอฉันก่อน “หลี่อ้ายกังลุกขึ้นยืนตอนที่เดินผ่านต่งลี่ไปนั้น เขาก็ส่ายหน้าและพึมพำออกมา “พวกเฉิงกวงมีเดียนี่...หน้าไม่อายกันจริง ๆ ! ”
....................................
เพราะบทสนทนาที่ไม่สู้ดีนักจึงทำให้หลิวจือเซียไม่อยากจะอยู่ต่อหลังจากที่หลี่อ้ายกังพูดจบหลิวจือเซียจึงอุ้มเยว่เยว่ขึ้นมาและคิดจะไปที่ลานจอดรถเพื่อพบกับหลางเวิ่นซิง
ระหว่างทางหลิวจือเซียก็ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลางเวิ่นซิงฟัง
หลางเวิ่นซิงสบถออกมาก่อนจะโทรไปที่แผนกการจัดการของบริษัทก่อนที่จะมีการประชุมเกิดขึ้นในอีก30 นาที
บริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์คือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ลงมือได้อย่างรวดเร็ว
ตอนบ่ายสองวิดีโอและข้อความที่อธิบายถึงการแสดงของสาขาการแสดงก็ปรากฏขึ้นในเวยป๋อของเย่หลินเถาและศิลปินคนอื่น ๆ ของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์เวยป๋อนี้ก็มีผู้คนเข้าชมและคอมเมนต์กันอย่างรวดเร็ว
นอกจากการโพสต์ของเหล่าดาราแล้ว เหล่าแฟนคลับก็ยังรีโพสต์พวกนี้ด้วย
นอกจากนี้ในปักกิ่งสกาย น้องชายหมาป่าที่ห้าก็ได้เข้าไปคอมเมนต์ในหัวข้อ ‘การพนัน’ซึ่งไม่ใช่แค่สิ่งที่เฉิงกวงมีเดียคิดขึ้นมาแต่ยังมีคนสำคัญสี่คนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมด นั่นก็คือ หลิวจือเซียต่งลี่ หลิวฉีฉี และ จางหนิง ที่เป็นต้นตอของปัญหานี้
แน่นอนว่าชาวเน็ตต่างก็พากันเข้าข้างและชื่นชมหลิวจือเซียหลิวฉีฉีคือคนที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนต่งลี่และจางหนิงคือคนที่ซวยที่สุดพวกเขาได้กลายเป็นคนที่ถูกประณามไปแล้ว
ทันทีที่โพสต์นี้ถูกโพสต์ขึ้นมา มันก็ได้เผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เกิดขึ้นในการแสดงของสาขาการแสดงวันนี้ได้เผยแพร่ไปทั่ววงการบันเทิงจีนในเวลาแค่1 ชม.
ไม่นานข่าวเรื่องการพนันก็เป็นคำค้นหาที่ฮิตที่สุดในเวยป๋อ
…………………………
เมืองชางชุยตั้งอยู่ทางใต้ของมณฑลหนานหูเป็นเมืองหลวงของมณฑลหนานหูและเป็นเมืองที่เจริญที่สุดในหนานหู
ในเขตเทคโนโลยีของเมืองชางชุย ที่ชั้นบนสุดของอาคาร 26 ชั้นมีชายวัยกลางคนหัวล้านใส่ชุดแบบจีนโบราณนั่งมองหน้าจอคอมด้วยสีหน้าว่างเปล่า
“กริ๊ง ! ”
ตอนนั้นโทรศัพท์บนโต๊ะของเขาก็ดังขึ้นมา
“สวัสดี จางตงพูด” ชายวัยกลางคนกดรับสายโดยไม่ได้มองไปที่หน้าจอ
“จางตง ฉันต่งลี่” มีเสียงดังขึ้นมาจากปลายสาย
“หืม ? ” จางตงตอบกลับและถามขึ้นมา “มีอะไร ?ฮัวเซียนิววอยซ์ให้จางหนิงขึ้นแสดงได้หรือเปล่า ? ”
จางตงคือผู้ดูแลรายการบอกได้ว่าตอนนี้กระแสด้านลบของจางหยินนั้นส่งผลค่อนข้างมากหากเขาให้จางหนิงขึ้นแสดง งั้นสถานีคงไล่เขาออกเป็นแน่
ต่งลี่คิดอยู่สักพักแล้วพูดขึ้น “นายคงเห็นข่าวแล้วมีคนอื่นแทนหรือเปล่า ? ”
“คนอื่น ? ” จางตงส่ายศีรษะเล็กน้อย “เซ่าเผิงน่าจะอยู่ในปักกิ่งใช่ไหม? ให้เซ่าเผิงขึ้นแสดงก่อน”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ต่งลี่ก็ดีใจขึ้นมาแต่ก็ยังพูดขึ้น “จางตงผู้จัดการของเผิงชูไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ฉันกลัวว่าซุนเหยาอาจจะสร้างปัญหาขึ้นมา”
“เดี๋ยวฉันจะโทรหาซุนเหยาและให้เขาส่งสัญญาของเซ่าเผิงให้เธอเอาตามนี้” จางตงพูดจบก็กำลังจะกดวางสาย
“จางตง แล้วจางหนิงล่ะ ? ” ต่งลี่รีบถามขึ้นมา“เราเซ็นต์สัญญากับเขาไป 5 ปี...”
“นั่นคือความผิดพลาดที่เราต้องรับเอาไว้”จางตงพูดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบ
เมื่อวางสายแล้วจางตงก็เดินไปที่หน้าต่างและพึมพำออกมา “ไอ้เฒ่าแกนี่โหดไม่ใช่เล่น ความแค้นครั้งนี้ ฉันจะจดจำเอาไว้ ! ”
.................................
ฮัวเซียนิววอยซ์คือรายการสำหรับผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีมันเป็นรายการของเจียงซูและเซอเจียงทีวี
ตอนที่ซีซั่นแรกออกอากาศเพราะรูปแบบรายการที่น่าสนใจทำให้ยอดเรทติ้งสูงถึง 5.1 มันน่าตกใจเป็นอย่างมากนักร้องในซีซั่นนั้น รวมถึงเมนเทอร์ที่คอยตัดสินทั้งสี่คนอย่างหลิวเยว่ อู๋อิงหยางเชิน และยู่เฉิงหมิงต่างก็เป็นที่พูดถึงของทุกคน
ตอนนี้ซีซั่นสองกำลังเริ่มถ่ายทำที่สตูดิโอหมายเลข 9ของอาคารวิทยุและโทรทัศน์ปักกิ่ง แต่เมนเทอร์หยางเชินขอถอนตัวเพราะเหตุผลของสุขภาพร่างกายเฉินอี้เจี๋ยจึงเข้ามาแทนที่หยางเฉินในฐานะเมนเทอร์คนใหม่
แน่นอนว่านี่แค่การคัดเลือกรอบแรกเท่านั้นมันจะมีการแข่งขันกันเพื่อให้เมนเทอร์เลือกอีก... ส่วนอีเวนท์อื่น ๆที่จะเกิดขึ้นในรายการนั้นจะเป็นฝ่ายเจียงซูและเซอเจียงทีวีที่เป็นคนจัดการ
ตอน 4 โมงเย็น ตอนที่คนขับรถของหลางเวิ่นซิงมาถึงก็มีชายหนุ่มและหญิงสาวหลายคนมารวมตัวกันที่ทางเข้าตึก
คนขับรถจึงขับอ้อมทางเข้าไปจอดรถที่ชั้นใต้ดิน
หลางเวิ่นซิงพาหลิวจือเซียเข้าไปในตึกผ่านประตูที่ลานจอดรถ
ครั้งนี้หลิวจือเซียไม่ได้พาเยว่เยว่มาด้วยหนึ่งคือเพราะมันไม่สะดวก สองคือมีฮันฮันและจางเจี๋ยคอยเล่นกับเยว่เยว่อยู่หลิวจือเซียจึงวางใจได้
บนชั้น 16 ของตึกก็มีพนักงานรออยู่ที่นั่นอยู่แล้ว
ตอนที่พนักงานเห็นหลางเวิ่นซิงพวกเขาก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนจะพากันก้มหน้ากดโทรศัพท์
“กริ๊ง ! ”
หลางเวิ่นซิงล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อพนักงานจึงรีบเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นมือออกมา “คุณหลางทำไมคุณถึงมาที่นี่ด้วยตัวเองล่ะครับ ? ”
“ทำไม ฉันมาไม่ได้รึไง ? ” หลางเวิ่นซิงยิ้มออกมา “เสี่ยวหลิวฉันไม่ใช่แค่ประธานของเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์แล้วตอนนี้ฉันยังเป็นผู้จัดการของเขาด้วย ! ”
พูดจบ หลางเวิ่นซิงก็ชี้ไปที่หลิวจือเซียที่ยืนอยู่ข้าง ๆก่อนจะพูดต่อ “นายน่าจะรู้จักเขาสินะ ? หลิวจือเซีย คนที่เพิ่งดังเมื่อไม่นานมานี้น่ะ”
“รู้สิ รู้จักแน่”เสี่ยวหลิวมองไปที่หลิวจือเซียและพยักหน้าก่อนจะเดินเข้ามาจับมือกับหลิวจือเซีย“คุณหลิว สวัสดี ! ผมหลิวต้าฉวน เป็นนักออกแบบท่าเต้นของฮัวเซียนิววอยซ์คุณเรียกผมว่าเสี่ยวหลิวหรือต้าฉวนก็ได้”
“สวัสดี... ต้าฉวน” หลิวจือเซียพูดขึ้นมาเขาอยากเรียกอีกฝ่ายว่าเสี่ยวหลิวแต่รู้สึกแปลกนิด ๆ จึงเรียกอีกฝ่ายว่าต้านฉวนแทน
“คุณหลาง คุณหลิว เดี๋ยวผมจะนำไปที่ห้องรับรองเอง”หลิวต้าฉวนพยักหน้าและนำทั้งสองคนไปยังห้องรับรอง
ห้องรับรองนี้เป็นห้องเดี่ยวส่วนตัวมีทีวี โซฟา โต๊ะกาแฟและขนมกับผลไม้รวมถึงเครื่องดื่มวางไว้อยู่บนโต๊ะ
แน่นอนว่าหลิวจือเซียย่อมไม่รู้ว่าหากไม่ใช่เพราะหลางเวิ่นซิงงั้นเขาคงได้รับการดูแลไม่ต่างจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆที่ต้องไปยังห้องรับรองรวม
หลิวต้าฉวนได้ลาหลางเวิ่นซิงและหลิวจือเซียก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ก่อนที่จะออกจากห้องไปนั้น หลิวต้าฉวนก็หันกลับมาและถามขึ้น“คุณหลิว คุณจะร้องเพลงอะไรหรือ ? คุณมีเนื้อเพลงมาด้วยหรือเปล่า ? นักดนตรีอาจจะต้องลองเล่นทำนองก่อนเพื่อความคุ้นเคย”
“มีสิ” หลิวจือเซียล้วงเอาแฟรชไดร์ฟออกมาก่อนจะส่งให้กับอีกฝ่าย“เพลงนี้บริษัทเป็นคนจัดทำขึ้นมา คุณสามารถเอาไปให้นักดนตรีได้เลย”
หลิวต้าฉวนรับแฟรชไดร์ฟมาแล้วพูดขึ้น “อืมผมจะเอาไปให้กับทางนักดนตรี คุณสบายใจได้ วงของเราเก่งมากพวกเขาคงเข้าใจทำนองเพลงได้แทบจะในทันที ! ”
“ขอบคุณมาก ! ” หลิวจือเซียพยักหน้าและตอบกลับ
........................................
หลิวจือเซียที่นั่งกินแตงโมและน้ำเปล่าในห้องพักส่วนตัวอย่างผ่อนคลายแต่ในห้องพักรวมกลับเต็มไปด้วยเสียงดังวุ่นวาย
หากเทียบกับห้องของหลิวจือเซียแล้ว ขนาดของห้องรับรองรวมกับห้องเดี่ยวนั้นแทบไม่ต่างกันเลยที่ต่างกันก็คือมีคนมากกว่า อาหารและเครื่องดื่มรวมถึงที่นั่งพักต่าง ๆก็ต้องแบ่งกันไป
“นายเห็นนั่นไหม ?ทำไมถึงมีคนได้ห้องพักส่วนตัวในรอบบลายด์ออดิชั่นกัน ? ”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ? ”
“ยังไม่ได้ทำการคัดเลือกก็มีห้องส่วนตัวแล้วหรือ ? ”
“ฉันจะลองเข้าไปดูหน่อยว่ามันจริงหรือเปล่า ?แล้วทำไมเซ่าเผิงถึงไม่มีห้องพักส่วนตัวล่ะ ? ”
ตอนที่พูดคุยกันนั้น ทุกคนก็พากันมองไปที่มุมห้อง
ที่มุมห้องนั้นมีชายหญิงคู่หนึ่ง ผู้ชายดูอายุราว ๆ 30 ปีคิ้วหนา ดวงตากลมโต ดูหล่อเหลาเป็นอย่างมาก ผู้หญิงคือผู้จัดการของหลิวฉีฉี ต่งลี่
“เผิงชู ฉันคงหาโอกาสแบบนี้ให้นายไม่ได้ง่าย ๆนายต้องพยายามอย่างเต็มที่ ทำให้สุดความสามารถ” ต่งลี่แสดงสีหน้าหนักใจออกมา“ถ้าไม่ใช่เพราะว่านี่เป็นวันหยุดของฉีฉี ฉันคงไม่ได้มาที่นี่ด้วยตัวเองแบบนี้”
“พี่ต่งลี่สบายใจได้เลย ฉันจะผ่านรอบบลายด์ออดิชั่นไปให้ได้”
เซ่าเผิงชูมั่นใจอย่างมากแม้ว่าเขาจะเป็นแค่นักร้องที่ไม่โด่งดังเท่าไหร่แต่เขาก็จบมาจากวิทยาลัยดนตรีเซี่ยงไฮ้ ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะผ่านรอบแรก
“ใช่สิพี่ลี่ พวกเขาบอกกันว่ามีคนได้ห้องพักส่วนตัวด้วยพี่รู้ไหมว่าเขาเป็นใคร ? ” เซ่าเผิงชูถามขึ้นมาด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่รู้เลยว่าใครกันที่ใหญ่โตระดับนั้น
ต่งลี่ส่ายหน้า เธอบอกว่าเธอเองก็ไม่รู้แต่อันที่จริงแล้วเธอรู้ว่าคนที่อยู่ในห้องพักส่วนตัวนั้นต้องทำให้ทุกคนไม่พอใจผู้เข้าแข่งขันทุกคนคงเกลียดขี้หน้าเขาอย่างมาก
อันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ผู้เข้าแข่งขันที่สงสัยเกี่ยวกับคนที่ได้ห้องพักส่วนตัวเท่านั้นแม้แต่เมนเทอร์ทั้งสี่คนที่แต่งหน้าอยู่หลังเวทีก็สงสัยเช่นกัน
“ฉันได้ยินมาว่าเป็นนักร้องที่มีความสามารถมากทีเดียวนายรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร ? ” ยู่เฉิงหมิงที่แต่งตัวในสไตล์ฮิบฮอปกำลังเป่าผมอยู่ได้โน้มตัวไปหาหลิวเยว่และถามขึ้น“ฉันได้ยินมาว่านายกับเขาอยู่ค่ายเดียวกัน”
“แค่ก...” หลิวเยว่แทบสำลักเพราะคำพูดของยู่เฉิงหมิง “เฉิงหมิงฉันต้องรู้จักคนทั้งค่ายหรือไง ? ”
“ดูเหมือนว่าจะจริง ! ” ยู่เฉิงหมิงลูบคาง “ช่างเถอะยังไงซะครั้งนี้ฉันก็พร้อมมาก ฉันต้องชิงคนเก่ง ๆ มาให้ได้”
“อาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ ! ”เฉินอี้เจี๋ยที่ไม่ค่อยพูดอะไรมากนักได้พูดขึ้นมา“นายคงมองออกว่าพี่หยิงคิดจะแย่งคนจากมือนาย ! ”
“เธอพูดถูก ! ” อู๋อิงที่ปกติเป็นคนใจกล้าอยู่แล้วได้พูดขึ้นมา“พวกนายสามคนน่ะเป็นเป้าหมายของฉัน ตราบใดที่พวกนายกล้าแย่งคนจากฉันงั้นมารอดูเลยว่าฉันจะจัดการกับพวกนายยังไง ! ”
“ฮ่าฮ่า” จากนั้นหลิวเยว่และคนอื่น ๆ พากันหัวเราะออกมา