ตอนที่5 เสียงกระซิบจากั
[บนโลกนี้ไม่มีสัตว์ตัวใดจะยอมให้คุณปีนขึ้นไปบนหลังของมันแน่นอนอย่างไรก็ตามนายไม่จำเป็ต้องได้รับอนุญาตจากพวกมันและพวกมันก็ไม่สามารถปฏิเสธนายได้]
คิม ซอนฮยอก สงสัยว่าเขาเป็บ้าไปแล้ว ถ้าหากที่กล่าวมานั้นทำแบบนั้นได้จริงๆ มันก็ไม่สำคัญแล้วถ้าเขาจะทำอะไรบ้าๆอีกครั้งเมื่อรุ่งสางเขาจึงไปที่สนามฝึกซ้อมคว้าม้าทหารมาหนึ่งตัวและเริ่มจ้องมองหน้ากัน
[พูดสิ แค่บอกมันไป หากมันยังไม่ฟัง ให้ทำซ้ำอีกที่หรือครั้งแล้วครั้งเล่าหากนายทำเช่นนั้น คำพูดของนายที่อยากจะเป็เ้านายของมัน ก็จะเป็ความจริงเอง]
“ฉันเป็เ้านายของแก ฉันเป็เ้านายของแกฉันเป็เ้านายของแก ฉัน…"
เขาทำตามเสียงที่บอกในหัว
“ แกปฏิเสธฉันไม่ได้ แกไม่สามารถปฏิเสธฉันได้ แกไม่สามารถ…"
ผลลัพธ์ที่ได้ช่างน่าใ ม้าที่ซึ่งชอบออกอาละวาดครั้งแล้วครั้งเล่าเริ่มสงบลงราวกับว่ามันเป็เื่โกหก ไม่เพียงแค่นั้น มันก้มศีรษะและแสดงทาทางหันหลังให้ ซอนฮยอก ขึ้นขี่ได้ง่ายๆ อ่าความทุกข์ทรมานก่อนหน้านี้ของเขากำลังจะหายไป
“ ว๊ากกก! ”
ถึงกระนั้นแม้ว่าหลังจากขึ้นหลังม้าได้แล้ว คิม ซอนฮยอก ยังคงอ่อนประสบการณ์อยู่ เขาลองทำตามที่คนอื่นสอนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันก็ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่เขาจะพยายามเร่งม้าไปข้างหน้าได้ เมื่อเริ่มขี่ม้าได้แบบมันคงแล้วเขาก็สามารถเร่งความเร็วด้วยความมั่นใจมากขึ้นอีกเล็กน้อย
ไม่มีสัญญาณของการต่อต้าน ตอนนั้นเองที่ คิม ซอนฮยอก สามารถชื่นชมยินดีได้ด้วยความดีใจ
“ ฉัน ทำแล้ว! ”
ภายในหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสำเร็จ หลังจากที่เขาพยายามอย่างหนักหนักมาตลอดหลายวัน
ฮี้..!
ม้าส่งเสียงดัง เมื่อรู้สึกใกับเสียงะโดีใจของเขา
"ไป."
คิม ซอนฮยอก ดีใจราวกับเด็กโดนไฟลวกแล้วเริ่มหุบปาก ตั้งใจฝึกมากขึ้น
“แกเห็นนั้นมั้ย! แกเห็นนั้นมั้ย! ”
คิม ซอนฮยอก ระวังอย่าให้ตกจากหลังม้า คลาร์กและนักแข่งคนอื่นๆจ้องมองอย่างหยิ่งผยอง ราวกับตัวเองทำสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ให้เป็ไปได้ คลาร์ก ที่จ้องมองไปยังลูกน้องเขาถึงกับสูญเสียคำพูดทหารม้าคนหนึ่งพูดออกมา
“ มันน่าอายจริงๆที่ต้องใช้เวลานานมากในการขี่ม้า ให้ประสบความสำเร็จ”
ที่ทหารม้าพูด ก็ไม่ผิด คิม ซอนฮยอก ทำได้เพียงขี่ม้าและเดินไม่กี่ก้าวเขายังคงล้าที่หลังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เมื่อเทียบกับทหารม้าคนอื่นๆแต่เขาก็ยังตื่นเต้นกับการก้าวหน้าของเขา ตอนนั้นเองที่เขาตระหนักถึงสิ่งนี้ความสุขของเขาไม่ได้หายไปไหนเลยหลังจากที่เขามายังโลกนี้
นอกจากนี้เขาไม่เพียงแค่มีความสุขเท่านั้น เพราะในที่สุดเขาก็สามารถขี่ม้าได้แล้ว
[ฉันจะคอยแนะนำนายจนถึงวันที่นายมีค่าอย่างแท้จริง]
เสียงที่เขาได้ยินเมื่อวันก่อนไม่ใช่ภาพหลอนหรือความฝัน
มันเป็ัตัวจริง! โลกนี้มีั!
เขาคิดว่าเขาโชคไม่ดีที่ได้รับคลาสใหม่แปลกๆนี้มาแต่จริงๆแล้วมันเป็โชคครั้งใหญ่
“ ดูไอ้บ้านั่นดิ ดูมันล้มอีกหละ ”
ทหารม้าชี้มาที่เขา หัวเราะเยาะอยู่บนหลังม้า ม้าที่ซึ่งสงบและเชื่อฟังเริ่มกลับมามีอารมณ์อีกครั้งเมื่อ คิม ซอนฮยอก เสียสมาธิ แต่กว่าจะสังเกตุเห็นสมาธิของเขามันหลุดไปนานแล้วเขาถูกโยนลงจากหลังม้าไปอีกครั้ง
“คลัค. ฮิฮิ. ไอ. คุฮู"
ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่รู้สึกเ็ปใดๆ
“ มีัจริงๆ! มันมีอยุ่จริงๆ!"
บรรดาทหารม้าต่างจ้องมองไปที่ คิม ซอนฮยอก ซึ่งกำลังไอและหัวเราะสลับกันไปมาราวกับว่าเขาเป็บ้า
แม้ว่าเขาจะขี่ม้าได้สำเร็จ แต่ชีวิตของ คิม ซอนฮยอก ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักเขายังคงถูกมองว่าเป็คนไร้ประโยชน์ และชาวค่ายทหารม้าของเขาก็ไม่สนใจกับความสำเร็จเล็กน้อยของเขาอย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้สนใจ เขาตระหนักว่าัมีอยู่ในโลกนี้ จนเขาไม่สามารถคิดถึงเื่อื่นได้
'นายอยู่ที่ไหน? เราจะเจอกันได้เมื่อไหร่?'
[ยังไม่ถึงเวลา ดังนั้น จงทำวันนี้ให้เต็มที่แทนที่จะโหยหาการพบกันในอนาคต]
ั มักเป็พวกที่ชอบการพูดอย่างคลุมเครือ อย่างไรก็ตามสาระสำคัญดูเหมือนว่ามันยังไม่ใช่เวลาที่พวกเขาควรจะได้พบกันและเขาก็ยังขาดคุณสมบัติอีกมาก คิม ซอนฮยอก ไม่ได้กดดันตัวเองเพิ่มเติมและเชื่อว่าัก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไร
ับอกเขาว่าการสนทนาดังกล่าวเป็ภาระสำคัญสำหรับเื่นี้เนื่องจากเขายังไม่พร้อมพอ และความผิดพลาดใดๆก็ตามจะทำให้การพบเจอกันในท้ายที่สุดล่าช้าออกไปอีกด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ได้พูดเื่นี้ต่ออีก
ถึงกระนั้น คิม ซอนฮยอก ก็ได้รับประโยชน์อย่างมากจากปฏิสัมพันธ์นี้เขาฟื้นคืนความมั่นใจหลังจากขี่ม้าได้สำเร็จและค้นพบการมีอยู่ของันอกจากนี้ัยังมอบของขวัญให้เขาอีกหนึ่งชิ้น
[เ้ายังอ่อนแอเกินไป ฉันจะให้นายเข้าถึงหนึ่งในทักษะที่นายจะปลดล็อคได้ก่อนเวลาอันควร แม้จะควบคุมความสามารถนี้ได้ยากในตอนนี้ แต่ฉันเชื่อว่านายจะเอาชนะการทดสอบครั้งใหญ่ได้ด้วยมัน]
มันเตือนเขาว่า การเรียนรู้ความสามารถใหม่นี้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
- หน้าต่างคุณสมบัติถูกเปิดขึ้น
- เพิ่มคุณลักษณะ 'ลม' ในสถานะของคุณ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีทางรู้ว่าคุณลักษณะคืออะไรจากคำพูดของัดูเหมือนว่าการใช้พลังของคุณลักษณะแม้จะในปริมาณที่จำกัด ก็ต้องใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาด้านสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย
สงสัยคงจะต้องไตร่ตรองและผ่านการลองผิดลองถูกมากมายในอนาคตเพื่อกำหนดว่าอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมนี้คืออะไร
คิมซอนฮยอกกลายเป็คนที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ได้พูดคุยกับัเขาได้รับความทุกข์ทรมานจากการขาดความก้าวหน้าในการฝึกฝน แต่ตอนนี้เขาเริ่มมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นอย่างไรก็ตามไม่มีสิ่งใดในโลกที่สามารถบรรลุได้ด้วยแรงจูงใจเพียงอย่างเดียวและการฝึกฝนก็ไม่มีข้อยกเว้น
“ โอ้. ในที่สุดฉันก็จะได้ชุดเกราะเป็ของตัวเองแล้วใช่ไหม? ”
คิม ซอนฮยอก ดีใจที่ได้เห็นชุดเกราะของเขาเองอย่างไรก็ตาม ความสุขนี้อยู่ได้ไม่นาน
" อั๊ก! "
ชุดเกราะที่เขาสวมได้ ด้วยความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง นั้นหนักและคับแคบอย่างไม่น่าเชื่อ
“ หืมดูเหมือนจะเป็ขนาด ที่เหมาะสมเลยหนิ ”
“ ฉันว่ามันเล็กเกินไป… ฉันแทบหายใจไม่ออกแล้ว ”
“ นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็ถ้าเราทำให้มันหลวมกว่านี้ มันจะแยกออกจากกันระหว่างการต่อสู้ สวมหมวกของนายด้วย ”
เขาสวมหมวกและลดกระบังหน้าลงตามคำสั่ง แต่ก็มีเื่แย่กว่าอีกเพราะมันดันไปบดบังวิสัยทัศน์ของเขา เกาะนี้ไม่เพียงแต่จะอุดอู้เท่านั้นแต่ยังทำให้หายใจลำบากอีกด้วย เขา้าจะถอดไอ่เ้าหมวกกันน๊อคนี่ออก แล้วไปจากที่นี่ซะ
“ ฉันต้องสวมสิ่งนี้ลงจริงเหรอ? ”
“ นายสามารถเก็บมันไว้ได้หากนาย้า”
“แต่ก็เตรียมโดนยิงธนูไปที่ใบหน้าของนายในขณะที่กำลังพุ่งเข้าสู่สนามรบด้วยหละ”
คลาร์ก ตอบด้วยรอยยิ้ม
“ นี่มันหนักเกินไป ”
สถานะ ความแข็งแกร่ง ของเขามีระดับที่สูงพอตัว แต่ก็หมดลงอย่างรวดเร็วโดยการสวมชุดเกราะเหล็กหนักั้แ่หัวจรดเท้า
“ นายได้เกราะที่เบาที่สุดที่เราจะหาให้ได้แล้ว เพราะนายมันตัวเล็กเอง”
ด้วยความสูง 178 ซม. บวกกับเมื่อได้เป็จ่าตอนโลกเก่าและ ดูแลร่างกายของเขาระหว่างรับราชการทหารโดยทั่วไปแล้ว คิม ซอนอยอก ถือว่าเขาสูงกว่าคนเกาหลีทั่วไป แต่ก็เป็ตัวเล็กอย่างไม่มีข้อสงสัย ถึงเขาจะไม่ได้อ่อนแอแต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถหักล้างคำพูดของ คลาร์ก ได้
‘ฮึ ไม่ใช่ว่าฉันตัวเล็ก แต่ถ้าเทียบกับไอ่พวกั์อย่างพวกนายฉันจะไปสู้เื่ขนาดตัวได้ไงฟะ’
ถ้าเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากค่าสถานะของเขา เขาคงจะทรุดตัวลงภายใต้น้ำหนักของเกราะชุดนี้แน่นอน
“ อย่ามาดราม่าหน่อยเลย นายจะต้องพกของมากกว่านี้อีกในสนามรบการต่อสู้จริงหากแค่นี้นายยังทนกับมันไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นในภายหลัง ไม่ดูก็รู้แล้วนายตายแน่นอน ”
“ ทำไมเรายังต้องใช้สิ่งของที่ไม่ซับซ้อนเหล่านี้ ในโลกที่มีเวทมนตร์อีกหละ…”
คิม ซอนฮยอก ถามว่าทำไมการดำรงอยู่ของนักเวทย์ ที่สามารถแสดงปาฏิหาริย์ได้ทุกประเภทจึงไม่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทหารและคลาร์ก ก็กระเดาะลิ้นของเขา
“เกราะที่ร่ายมนตร์โดยพวกผู้วิเศษมีราคาแพงอย่างมหาศาลและถึงแม้จะไม่ใช่ของราคาแพง แต่ก็ไม่มีใครในพวกเราที่บ้าพอที่จะใช้มันหรอก ”
“คุณหมายความ ว่ายังไง”
“ ทำไมแกถึงคิดว่าเราจะสนใจมันด้วย? พวกเราเป็ทหารม้าหนัก ทหารม้า...หนัก นายเข้าใจความหมายหรือไม่? น้ำหนักที่เราแบกไว้ก่อให้เกิดพลังทำลายล้าง แกพวกเราโดยตรง ”
ตอนนั้นเองที่ คิม ซอนฮยอก เริ่มมั่นใจเขาจำได้ว่าได้ยินเื่ราวของทหารม้าหนักยุคกลางที่บดขยี้ศัตรูด้วยน้ำหนักของพวกเขาในโลกของเขาได้
" เหอะ มันเหมือนกันอย่างน่าประหลาดเลยแหะ”
“ หยุดพูดเื่ไร้สาระได้แล้ว และตรวจสอบให้แน่ใจว่าแกสวมชุดเกราะนั้นอยู่เสมอยกเว้นเมื่อคุณได้รับการฝึกให้ขี่ม้าแกมีพละกำลังที่จะเอาชนะแฮนเซนได้ ดังนั้นแกจะชินกับมันในไม่ช้าก็เร็ว ”
คิม ซอนฮยอก รู้สึกขอบคุณข้อพิจารณาเล็กๆน้อยๆที่คลาร์กได้แสดงให้ทหารม้ามือใหม่เขาจะไม่ต้องตกจากหลังม้าซึ่งเขาที่สวมเกราะเต็มตัวและได้รับาเ็สาหัสได้หลังจากตกลงมาภาพนั้น
“ฉันเบื่อที่ต้องดูแลนายแล้วดังนั้นหยุดบ่นและทำตามที่ฉันบอกก็พอ ”
"ครับท่าน."
ด้วยคำพูดเ่าั้ การฝึกจึงเริ่มขึ้น
***
คลาร์ก มองไปที่คิมซอนฮยอกราวกับว่าเขาเป็สัตว์ประหลาดเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเขาไม่สามารถขี่ม้าได้อย่างถูกวิธีด้วยซ้ำแต่ถึงกระนั้นเขาก็เริ่มดูเหมือนคนขี่ม้าตัวจริงแล้วแม้ว่าจะดูเป็คนที่เงอะงะก็ตาม
“เขาจะต้องฝึกฝนให้หนัก เพื่อให้ได้จังหวะที่เหมาะสมและพื้นฐานโดยรวมและด้วยอัตราความเร็วในการเข้าใจการฝึกแบบนี้ เขาก็จะพร้อมสำหรับการต่อสู้จริงในไม่ช้า”
โจนาสสัน ที่เข้ามาดูพูดด้วยความชื่นชม แต่ คลาร์ก กลับส่ายหน้า
“ แม้แต่ทหารราบก็สามารถเรียนรู้วิธีขี่แบบไม่มีอาวุธได้อย่างรวดเร็วยังมีอะไรอีกมากมายให้เขาได้เรียนรู้ก่อนที่เขาจะเป็ทหารม้าตัวจริง ทหารม้าไม่ใช่ภาระที่ใครๆก็สามารถแบกรับได้ ”
แต่แตกต่างจากคำพูดของเขา เสียงของเขามีการชื่นชมเล็กน้อยอัตราการเติบโตที่เหลือเชื่อนี้หรือจะเป็พลังของชาวต่างโลก
ทหารม้าไม่ได้เป็กันในชั่วข้ามคืน นี่เป็เื่จริงยิ่งกว่าอีกสำหรับทหารม้าหนักทหารม้าทุกคนที่รวมตัวกันที่นี่ได้ฝึกฝนทักษะการขี่ม้ามาอย่างยาวนานมากเสียจนพวกเขาจะได้ก้าวขึ้นม้ามากกว่าการเดินเท้า
แต่ชาวต่างโลก คนนี้ซึ่งได้แสดงศักยภาพเป็ศูนย์เมื่อสองสัปดาห์ก่อนกำลังปิดช่องว่างในเวลาอันสั้นเช่นนี้ และเขาก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ.
"ฮึ แต่เขาไม่สามารถขี่ม้าได้แบบปกติเหรอ? ”
สิ่งที่แปลกเพียงอย่างเดียวคือ คิม ซอนฮยอก พูดอยู่ตลอดเวลา
“เฮ้! ไปทางนี้สิพวก!”
“ไปทางนั้นเดี๋ยวนี้!”
“ ฮึบ! เอ้าเร็วๆหน่อยพวก!"
อ่า..ช่างรู้สึกเ็ปที่เห็นเขาใช้คำสั่งด้วยวาจาแทนที่จะสั่งทางกาย
“เขาจะไม่ทำอย่างนั้นในการต่อสู้จริงหรอกนะ? แบบไปกันเลย เลี้ยวซ้าย เร็วขึ้น เลี้ยวขวา อะไรแบบนี้หรอ”
“ คงจะเป็เคล็ดอะไรสักอย่างหละมั้ง ”
โจนาสสัน หัวเราะเมื่อได้ยิน คลาร์ก พึมพำกับตัวเอง
***
คิม ซอนฮยอก กำลังยุ่งอยู่กับการขี่ม้าในขณะที่ โจนาสสัน และ คลาร์ก เฝ้าดู
เมื่ออยู่ในโลกที่เร่งรีบทุกวันเขาได้ประเมินความเร็วของม้าต่ำไปเพราะคิดว่ามันคงช้ากว่ารถยนต์แน่นอนแต่เขารู้สึกประหลาดใจกับความเร็วของพวกมันเมื่อได้ลองมาขี่จริงๆ
เสียงลมและเกือกม้ากระทบพื้นดังขึ้นในหูของเขาและแรงสั่นะเืที่มาจากด้านล่างกระทบร่างกายของเขาอย่างไม่หยุดหลังของเขาเจ็บ สะโพกของเขาสั่น และความรู้สึกที่หยาบกร้านนั้นเทียบไม่ได้กับรถยนต์จากโลกที่แล้วของเขาแต่แทนที่จะอึดอัด คิม ซอนฮยอก กลับรู้สึกตื่นเต้น
"ยี้....ฮ่า....!"
หลังจากขี่ไปพักหนึ่งในสภาพนั้นสิ่งที่เขาได้ยินคือเสียงเกือกม้าและทั้งหมดที่เขารู้สึกได้ก็คือเสียงลมในอากาศผ่านหูเขาไปในสภาพมึนงงนี้เขาได้ยินเสียง เสียงหนึ่งดังในหูของเขา
- คุณประสบความสำเร็จในการทำลายขีดจำกัด ผ่านการฝึกฝนที่เข้มงวดของคุณ
...........................................................................................................................................................................
ติดตามผลงานได้ที่แฟนเพจ มือใหม่หัดแปล
@NEWHUDTranslate
https://web.facebook.com/NEWHUDTranslate