นั่งพักร่างกายและจิตใจริมชายหาด
สองสาวหน้าแดงระเรื่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานราวกับฝันหวานตื่นหนึ่ง โดยเฉพาะปลายฝน ยามนี้ใบหน้าอ่อนหวานคล้ายกับน้ำค้างเดือนหก
เรือ 'ไฟต์เตอร์โบ๊ท' เดินทางมาถึงแล้ว เจมส์ไม่ต้องว่ายน้ำกลับไป แค่ส่งสัญญาณไปให้กัปตันไอแซคก็ขับเรือมารับถึงที่
สามคนขึ้นไปบนเรือ ไม่มีใครสนใจพวกเขา เพราะมัวแต่พูดคุยสนุกสนานเกี่ยวกับเรื่องดำน้ำ ชมหมู่ปะการัง
“คุณเจมส์ ที่นี่สวยมากเลย ไว้เรามาเที่ยวอีกได้ไหมคะ” เป็นลลิชที่พูดขึ้น ทุกคนหันไปมองเจ้าของเรือ แววตาคล้ายกับเจ้าลูกแมวน้อย แต่ขอล่ะผู้ชายไม่ต้องมองแบบนั้นนะ
“แน่นอนสิ หากทำผลงานได้ดีไว้ผมจะพามาเที่ยวอีก” เจมส์กล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปทางไอแซค “บันทึกข้อมูลที่นี่ไว้ในแผนที่ด้วยล่ะ”
“ทราบแล้วครับ”
จากนั้นเรือเริ่มดำลงน้ำ มุ่งหน้ากลับไปยังประเทศไทย
ระหว่างทางทุกคนหลับ ดูเหมือนจะเหนื่อยมาก รวมถึงเนตร ยกเว้นเพียงปลายฝนที่ยังมีแรงอยู่ เธอเดินไปดูปลาที่ถูกจับระหว่างทาง กำลังคิดว่าจะใช้ทำอาหารค่ำนี้
..........
หลังจากนั้นเวลาผ่านไป ลลิชและทีมทำงานกันอย่างขมักเขม้น เจมส์ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพียงมองอยู่ห่างๆ แต่กระนั้นก็อ่านข้อมูลที่เธอส่งให้ดูตลอด
วันนี้เป็นวันเรียนจบน้องชาย เจมส์จึงเดินทางกลับไปที่บ้าน ส่วนเนตรยังไม่กลับกรุงเทพ หล่อนกล่าวว่าจะขออยู่บนเรือกับปลายฝน คอยดูแลร้านสัก ร้านเครื่องรางของขลังที่กำลังนำของมาลง
ในส่วนนี้เจมส์ไม่ได้ห้าม จึงให้หัองบนเรือไปห้องหนึ่ง แต่เนตรกลับไม่เอา บอกว่าอยากนอนห้องเดียวกับปลายฝน เวลามีอะไรกันเธอจะได้รู้ได้เห็น
หึหึ...ความคิดของเธอค่อนข้างประหลาด แต่เอาเถอะ เมื่อปลายฝนไม่ว่าอะไรเขาก็ค้านที่จะสนใจ นอกจากนั้นด้วยร่างกายอันแข็งแกร่ง การปราบปรามผู้หญิงสองคนให้ถึงฝั่งฝันใช่เรื่องยาก
“พี่เจมส์ กลับมาบ้านแล้วเหรอ”
พอมาถึงบ้านก็ถูกน้องชายเข้ามาทักทาย แน่นอนนั่นรวมถึงเจ้าสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ เจ้าลัคกี้
“อื้อ แล้วนี่แต่งตัวกำลังจะไปโรงเรียนใช่ไหม”
จูเนียร์ตอนนี้จบม.ต้นแล้ว กำลังจะเข้าม.ปลาย ทว่าร่างกายกลับผอมบาง หุ่นขี้ก้างไม่ต่างจากเมื่อหลายปีก่อน นั่นทำให้พี่ชายอย่างเขาค่อนข้างกังวล
“ใช่แล้ว ก็วันนี้เป็นวันจบนี่นา กำลังคุยกับแม่อยู่เลยเรื่องเรียนต่อ พี่เจมส์พอจะแนะนำให้น้องได้ไหม” จูเนียร์จับหัวเจ้าลัคกี้ แต่สุนัขตัวนี้ก็อยู่ไม่สุข เดินไปนู่นนี่นั่นที แล้วฟังว่ามันชอบนอนในห้องแอร์เป็นที่สุด ทั้งวันจึงเปิดแอร์ให้ลัคกี้นอน
“เอ่อ...ก็มีหลายคนที่พี่รู้จักนะ ไว้จะถามแล้วกันว่ามีที่ไหนบ้าง ส่วนตัวจูเนียร์ล่ะอยากเรียนที่ไหน” สำหรับคำถามนั้นเจมส์เลี่ยงที่จะตอบ ไว้ค่อยคุยกับเนตรแล้วกัน ในฐานะลูกหลานคนร่ำรวยเงินทองอย่างอาคม เธอน่าจะแนะนำโรงเรียนดีๆ ได้
“ไม่รู้สิ” เด็กชายตอบไร้เดียงสา
…..
เจมส์พาน้องชายไปโรงเรียน วันนี้อยู่แค่ครึ่งวันก็กลับ ตรงส่วนนี้จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ครูที่สอนเองก็มีมารยาทมาก หากแต่เด็กบางคนค่อนข้างดื้อรั้น และโรงเรียนแห่งนี้ใช่ว่าจะดี มันมีคุณภาพต่ำ เช่นเดียวกับสังคมที่อยู่ในโรงเรียน
เห็นแบบนี้แล้วเจมส์ก็อยากจะหาที่เรียนดีๆ ให้น้องชาย ให้เขาได้สังคมกับชนชั้นนำ โตไปจะได้มีเพื่อนทางธุรกิจ เชื่อเลยว่าทำงานไม่อดตายแน่ อย่างน้อยต้องเป็นเจ้าของธุรกิจ
“พี่เจมส์ วันหยุดก่อนขึ้นม.ปลาย น้องอยากไปเที่ยวทะเลภาคใต้จัง” เด็กชายพูดในขณะนั่งอยู่ในร้านแฮมเบอร์เกอร์ของคุณแม่
แฮมเบอร์เกอร์เป็นของโปรดจูเนียร์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะมากินบ่อยๆ อีกทั้งยังเป็นร้านของแม่ กินได้เท่าไหร่ก็ไม่มีใครว่า แต่กระนั้นร่างกายกลับเท่าเดิม ไม่มีวี่แววว่าจะสูงขึ้นแม้แต่เซนเดียว
“ทำไมไม่เที่ยวพัทยาล่ะ ที่นี่เองก็มีทะเลนะ”
จูเนียร์เบ้ปากเมื่อถูกถาม “พี่บ้าหรือเปล่า น้องอยู่พัทยาตั้งแต่เกิดแล้วนะ จะให้เที่ยวทะเลพัทยาอีก ไปภาคใต้ดีกว่า เห็นว่าที่นั่นไม่ค่อยมีชาวต่างชาติ น้ำใสเหมือนกับอัญมณี น้องอยากไปที่นั่นสักครั้ง”
“ก็ได้”
“จริงสิ น้องขอนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปนะ”
“ได้...”
ในฐานะพี่ชายจะปฏิเสธได้ยังไง อีกอย่างก็มีน้องแค่คนเดียว ตามใจหน่อยไม่เสียหายหรอก
หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวในภาคใต้
ดวงแก้วแม้จะเป็นห่วงร้านแฮมเบอร์เกอร์ของตน ทว่าไม่สามารถปล่อยให้ลูกชายไปกันเองได้ จึงอาสาไปด้วย ส่วนร้านปล่อยให้ลูกน้องดูแลไป
กลับมาที่เรือเจมส์พูดกับเนตรและปลายฝนถึงเรื่องเรียนต่อของน้องชาย
สำหรับส่วนนี้เนตรกล่าวว่า “ด้วยฐานะของคุณตอนนี้ การให้น้องชายเข้าโรงเรียนธรรมดาดูท่าจะแปลก ฉันคิดว่าควรจะให้เขาเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติ แต่ว่าจูเนียร์ร่างกายของเขาค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับเด็กอายุรุ่นเดียวกัน ไม่แน่ว่าอาจกลายเป็นปม”
“พูดถึงความสูงเรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ตอนนั้นเมื่อก่อนเคยคิดว่าต้องถอดใจเพราะความสูง ไม่เรียนเชฟ เพราะกลัวว่าจะหยิบจับของบนชั้นนำมาทำอาหารได้ยาก แต่สุดท้ายฉันก็ผ่านมันมาได้ ถึงตอนนี้มองว่าเรื่องที่ผ่านมาค่อนข้างไร้สาระ เมื่อเรามีความตั้งใจจริง แม้จะมีอุปสรรคบ้างก็ต้องผ่านมันไปให้ได้!”
คำพูดของปลายฝนก็จริงส่วนหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมว่า ต่อให้เราพยายามมันยังไร้ค่า เช่นอย่างอาชีพแอร์โฮสเตส คุณต้องสูงหน้าตาดีพูดภาษาอังกฤษได้ แม้จะมีความพยายามแต่สูงเพียง 1.40 เมตร ใครเขาจะรับเข้าทำงาน แม้แต่อุตสาหกรรมบางแห่งยังมีกำหนดว่าต้องสูง 1.60 เมตรขึ้น
“เรื่องที่เรียนก็มีหลายที่เลย แต่คุณไม่ลองถามจ๋ายดูล่ะ ลูกสาวของหมอชาญเองก็เป็นอาจารย์สอนภาษา เธอทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ น่าจะแนะนำคุณได้ หรือไม่ก็ยายซันนี่ เธอเป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ตอนนั้นคุณก็เจอเธอแล้วนี่นา” เนตรแนะนำ
ตอนนี้ทั้งสามอยู่ในห้องนอน การแต่งตัวของเนตรจึงล่อแหลม ไม่สิด้านล่างใส่แต่แพนตี้สีขาวส่วนข้างบนเปิดโล่งโชว์เต้าเต่งตึง แบบนี้ไม่เรียกว่าล่อแหลมแล้วจะเรียกว่าอะไร
แต่ทางด้านของปลายฝนค่อนข้างเรียบร้อยมิดชิดกว่า แต่กระนั้นตอนนอนใครเขาจะใส่บาร์ ดังนั้นจึงเห็นยอดถันชูชันดันเสื้อนอน
“จ๋ายและซันนี่...” เจมส์พึมพำเสียงเบา คล้ายกับจำได้ว่าตนเคยพูดว่าจะทำเกี่ยวกับโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ เปิดสาขาไปทั่วประเทศโดยให้หุ่นแบนเนอร์เป็นครู แต่ภายหลังก็ลืมไป เพราะมีเรื่องให้ทำหลายอย่าง
“ทั้งสองคนมีความสามารถ แต่ยายซันนี่น่าจะหยิ่งผยอง แต่เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับคุณยังต้องขอโทษ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเป็นฝ่ายทัก รับรองว่าเธอจะรีบกระดิกหางเข้ามาหา”
“เดี๋ยวสิยายเนตร เรียกเขาอย่างกับสุนัข” ปลายฝนมองค้อนเพื่อนไปทีหนึ่ง
เนตรแลบลิ้นน้อยๆ ขยับเข้าไปหาชายหนุ่มเจ้าของเรือ กอดรอบคอด้านหลัง เป่าลมร้อนลดต้นหูพลางกล่าว
“ช่างเรื่องนั้นเถอะ หยุดคิดเรื่องงานสักวันแล้วเรามาสนุกกันดีกว่า”
ความหมายของเธอไม่ต้องบอกว่าอะไรก็เข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อ
ปลายฝนหน้าร้อนผ่าว เข้าไปผสมโรงอย่างขวยเขิน
...........
ตื่นขึ้นมาโดยมีเนตรนอนเปลือยข้างๆ ปลายฝนไม่รู้อยู่ไหน แต่ดูจากเวลาน่าจะกำลังทำอาหารอยู่ในครัว
เจมส์ไม่ได้ปลุกเนตร เมื่อคืนเขากำรบจับศึกหนัก กว่าจะตีป้อมปราการศัตรูได้ก็ล่อเอาจนตีสองถึงได้ตีแตก เรียกได้เต็มปากว่าน้ำท่วมเมืองทีเดียวเชียว
ทานอาหารเช้าฝีมือเชฟมิชลินเสร็จ เรือ'AMERIA'ของพ่อเต๋าก็ขับมาถึง โดยมากับภรรยาและลูกชายคนเล็ก ส่วนสุนัขอยู่ที่บ้านกับผู้ดูแล
เฮลิคอปเตอร์ส่งเสียงคำราม นักบินย่อมเป็นทอยที่ถูกเรียกตัวกลับมา
มองเห็นเฮลิคอปเตอร์บินออกไปเนตรจึงรู้ว่าใครมาหลังจากถามเดย์ ค่อนข้างกระดากอายที่ไม่ได้เข้าไปทักทายพ่อแม่เจมส์ ภายหลังคงต้องตื่นเช้าสักหน่อย ไม่งั้นในอนาคตคงถูกมองว่าเป็นตัวขี้เกียจ
บนเฮลิคอปเตอร์
แม้จะชื่นชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจ เต๋ายังต้องพักและเดินทางไปต่างจังหวัดบ้าง โดยเฉพาะเมื่อได้ข่าวว่าปลายทางคือทะเลภาคใต้ ในฐานะชาวประมงเขาจะพลาดโอกาสนี้ได้ยังไง สุดท้ายจึงขอตามมาด้วย
ที่นั่งภายในกว้างขวางโอ่อ่า นี่คือเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของนักธุรกิจที่มีเงินเท่านั้นจึงจะได้มาครอง มีตู้เก็บของว่าง ไวน์องุ่น ขนมขบเคี้ยว ทีวี เรียกได้ว่าไม่เบื่อเลยสำหรับการเดินทางครั้งนี้
ภาคใต้…
ไม่นานเฮลิคอปเตอร์ได้ลงจอดที่ตึกแห่งหนึ่ง มันเป็นตึกที่เจ้าของชื่อว่าเก้า เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมประมูลบนเรือสำราญ 'ธันเดอร์โบ๊ท' ดังนั้นพอจะมาที่นี่ เจมส์จึงได้โทรหาเขาเพื่อดีลสถานที่จอดเฮลิคอปเตอร์
เก้าเดินออกมารับเจมส์ด้วยตัวเอง พร้อมกับลูกสาวและลูกชาย อายุพอๆ กับเจมส์
“คุณเจมส์ ยินดีต้อนรับสู่ภาคใต้ครับ และนี่คงจะเป็นคุณดวงแก้ว คุณเต๋า และคุณชายจูเนียร์สินะครับ”
เก้าดูนอบน้อมเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ต่อให้เขาได้ชื่อว่าเป็นคนรวยของที่นี่ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเจมส์ ก็ไม่ต่างจากมดตัวหนึ่ง
ในงานวันนั้นเขาแทบจะไร้ค่าในสายตาของนักธุรกิจเมืองกรุงฯ แต่กระนั้นผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจมส์กลับจำได้ แล้วจะไม่ให้เขาดีใจได้ยังไง