
ร้าน“ถ่ายรูปทันใจ” ตั้งอยู่ในซอยเงียบๆ ข้างตลาดเก่า
ป้ายหน้าร้านซีดจนแทบอ่านไม่ออก
ลูกค้าส่วนใหญ่เป็คนแก่ที่เอารูปมาล้างหรือไม่ก็คนที่ต้องใช้รูปติดบัตรด่วนๆ เพราะร้านแถวนี้ปิดไปเกือบหมดแล้ว
คนดูแลร้านคือชายวัยห้าสิบชื่อ“ชัย”
เขาอยู่คนเดียว
ไม่ค่อยพูด
และมักปิดร้านเร็วกว่าปกติทุกวัน
แต่มีเื่หนึ่งแปลกมาก
ทุกคืนหลังสี่ทุ่มไฟในห้องล้างรูปด้านหลังร้านจะเปิดเองเสมอ
ทั้งที่ไม่มีลูกค้าอยู่แล้ว
คืนหนึ่งขณะที่ฝนกำลังตกหนัก เด็กส่งอาหารหลงเข้ามาหลบฝนใต้กันสาดร้าน
ชัยเปิดประตูออกมาเห็นพอดี
“เข้ามาหลบก่อนก็ได้เดี๋ยวเปียกหนักกว่าเดิม”
เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณก่อนนั่งรอฝนหยุดเงียบๆ
ระหว่างนั้นเขาสังเกตเห็นผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยรูปถ่ายขาวดำ
มีทั้งรูปครอบครัวรูปแต่งงาน รูปเด็ก รูปงานศพ
แต่ทุกรูปมีอย่างหนึ่งเหมือนกัน
คือทุกคนในภาพ…หลับตา
“ทำไมไม่มีใครลืมตาเลยครับ”
ชัยชะงักไปนิดหนึ่งก่อนตอบเรียบๆ
“เพราะคนพวกนั้นตายหมดแล้ว”
เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆคิดว่าแกคงพูดเล่น
แต่ชายวัยกลางคนกลับไม่ยิ้มเลย
ฝนยังตกต่อเนื่อง
ไฟในร้านกะพริบเบาๆ
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงเครื่องพิมพ์รูปทำงานจากห้องมืดด้านหลัง
ครืดดด…
ทั้งที่ไม่มีใครเข้าไป
ชัยลุกขึ้นทันทีสีหน้าเปลี่ยนไป
“นั่งอยู่นี่นะ”
เขารีบเดินเข้าไปด้านหลังร้าน
ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เด็กหนุ่มแอบเดินตามไปช้าๆ
ภายในห้องล้างรูปมีเพียงไฟสีแดงสลัว
กลิ่นน้ำยาเคมีลอยคละคลุ้ง
ชัยกำลังยืนมองรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกพิมพ์ออกมา
มือของเขาสั่นเล็กน้อย
เด็กหนุ่มค่อยๆชะโงกมอง
แล้วหัวใจก็เย็นวาบ
ภาพในกระดาษใบนั้นคือ…
ตัวเขาเอง
เป็ภาพตอนนั่งอยู่หน้าร้านเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ—
ในภาพนั้น
ดวงตาของเขาปิดสนิท
เหมือนคนตาย
“นะ… นี่มันอะไร?”
เด็กหนุ่มถอยหลังด้วยความใ
ชัยเงียบไปพักใหญ่ก่อนพูดเสียงแ่
“เครื่องล้างรูปนี่… มันจะพิมพ์ภาพของคนที่กำลังจะตาย”
“ลุงล้อเล่นใช่ไหม?!”
ชัยไม่ตอบ
เขาเพียงหยิบรูปเก่าๆหลายใบออกมาให้ดู
ทุกใบคือภาพของคนในชุมชน
และทุกคนในรูป…เสียชีวิตหลังจากภาพพิมพ์ออกมาไม่นาน
“ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อ”
ชัยพูดต่อ
“จนกระทั่งวันหนึ่ง เครื่องมันพิมพ์รูปเมียฉันออกมา”
เด็กหนุ่มเริ่มหายใจแรง
“แล้ว… แล้วเกิดอะไรขึ้น”
ชายวัยกลางคนก้มหน้าลงช้าๆ
“คืนนั้นฉันขับรถพาเธอกลับบ้าน”
“ระหว่างทางมีรถบรรทุกฝ่าไฟแดง”
ห้องทั้งห้องเงียบสนิท
เหลือเพียงเสียงฝน
เด็กหนุ่มรีบหยิบกระเป๋าขึ้นทันที
“ผมจะกลับแล้ว!”
เขาหันหลังวิ่งออกจากร้านกลางสายฝนสตาร์ทรถออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
ชัยพยายามะโเรียก
แต่ไม่ทัน
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา—
เสียงเบรกดังลั่นจากหน้าปากซอย
ตามด้วยเสียงชนสนั่นหวั่นไหว
ชัยหลับตาลงช้าๆ
—
ผ่านไปพักหนึ่ง เขาเดินกลับเข้าไปในห้องมืด
เครื่องพิมพ์รูปเริ่มทำงานอีกครั้ง
ครืดดด…
กระดาษรูปใบใหม่ค่อยๆเลื่อนออกมา
ชัยเอื้อมมือไปรับมัน
แล้วนิ่งค้าง
เพราะภาพในรูปครั้งนี้
ไม่ใช่เด็กส่งอาหาร
แต่เป็ภาพของเขาเอง
กำลังยืนอยู่ในห้องมืดนี้
และหลับตาอยู่เช่นกัน
ข้างหลังเขาในภาพมีเงาของผู้หญิงเปียกน้ำคนหนึ่งยืนอยู่ ใบหน้าซีดขาว และกำลังยิ้มอยู่ข้างไหล่ของเขา