ถ้ำมรดกหลี่ และแผนคืนเลือด
กลางป่าตอนใต้ – เส้นทางลี้ลับของบรรพชนราตรีเย็นเยือก ม้าศึกของหลี่หมิงหยุดลงหน้าผาหินสูงชัน ท่ามกลางสายหมอกแห่งขุนเขาฉีหลาน“ตรงนี้…” หลี่เซียงเอ่ยแผ่วเบา ใบหน้าซีดจางจากบาดแผล ดวงตาเหลือบไปทางเสาศิลาเตี้ย ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้เถาวัลย์
“สมัยยังเด็ก พ่อของข้าเคยพาเข้ามาในถ้ำโบราณหลังหน้าผาแห่งนี้ เขาบอกว่าคือที่หลบภัยของบรรพชนตระกูลหลี่ สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามพันสำนัก”
หลี่หมิงพยักหน้า รีบพยุงแม่และช่วยเทียนหมิงที่แบกร่างพ่อหลี่เจิ้งเข้าทางแคบใต้เงาภูเขา เส้นทางมืดมิด ลมเย็นวูบขึ้นจากพื้นดินกลิ่นหินแร่แผ่ซ่านทั่วโพรง จนเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง — แสงจากผลึกหยกบนผนังส่องสะท้อนจนถ้ำสว่างวาบ
“นี่มัน…” เทียนหมิงตะลึง
โถงกลางขนาดใหญ่เผยให้เห็น โต๊ะบูชาไม้ดำ, หีบเหล็กเก่าหลายใบ, และบนผนัง — สลักตรา “หลี่” ขนาดมหึมา ท่ามกลางอักษรคาถาโบราณนับพันบรรทัด
บันทึกแห่งสายเลือด
หลี่หมิงก้าวเข้าหีบกลางสุด เปิดฝาอย่างระวัง พบ สมุดปกหนังสัตว์สีดำ มีอักขระจารด้วยมือโบราณ
“นี่คือ…บันทึกของหลี่เทียนชาง — ปรมาจารย์รุ่นแรกสุดของตระกูลหลี่!” หลี่เซียงตาเบิกกว้าง
หลี่หมิงพลิกอ่าน…“…ข้าพ่ายให้เฮาเทียนเมื่อสามร้อยปีก่อน มิใช่เพราะอาคมไม่พอ หากเพราะมันมี ‘หยกปัญญา’ ที่ข้าสร้างขึ้นกลับถูกหักหลัง…”
“ข้าซ่อนตำรา ‘จัดกระดูก’, ‘ลมปราณหมื่นสาย’ และ ‘ยันต์สลายจิต’ ไว้ ณ หอปัญญาภายในถ้ำแห่งนี้… วันใดสายเลือดข้าถูกทรยศอีก หยกปัญญาจะกลับคืนตระกูลเท่านั้น”
“บิดา…ของแม่…ก็เคยพูดถึงหยกปัญญา…” หลี่เซียงพึมพำ “มันคือของวิเศษที่เพิ่มพลังการประมวลกลยุทธ์ วิเคราะห์การเคลื่อนไหวศัตรูในจิตได้ หากหลินตงปลอมตัวได้แนบเนียนขนาดนั้น…อาจใช้สิ่งนี้อยู่เบื้องหลัง!”
หลี่หมิงกำหมัดแน่น“ถ้าเช่นนั้น… เราต้องหา ‘หยกปัญญา’ กลับคืนมาให้ได้”เทียนหมิงเสนอ
“ข้าได้ยินว่าผู้ครอบครองหยกปัญญาในตอนนี้คือ ‘ผู้เฒ่าเทียนหวู่’ แห่งสำนักจันทร์รัตติกาล ซึ่งขึ้นตรงต่อเฮาเทียน”
หลี่หมิงหันไปหาหลี่เซียง
“แม่ พ่อ ข้ายังไม่รู้ทุกเรื่อง แต่ข้า…จะไม่รออีกต่อไป” เขาวางกระบี่ลงบนโต๊ะอย่างหนักแน่น
“ถึงเวลา…ที่เราจะหยุดเป็นฝ่ายหนี แล้วหันมาล่าแทน”กระดูกแห่งสายเลือด และเงารัตติกาล
ถ้ำบรรพชน – การรักษาอันล้ำลึก
ท่ามกลางแสงสลัวของผลึกหยกสีเขียวอ่อนในถ้ำโบราณ หลี่หมิงนั่งอยู่เบื้องหน้าพ่อที่ยังหลับตาไร้แรง แต่ชีพจรเริ่มกลับมาเต้นนิ่งมั่น
บนพื้นตรงหน้าเขาคือ “บันทึกจัดกระดูกแปดทิศ” ของหลี่เทียนชาง ปรมาจารย์รุ่นแรกแห่งตระกูลหลี่ ที่บรรยายถึงศาสตร์ที่สูญหายไปในยุทธภพ — การรักษากระดูกด้วยจุดพลังลมปราณ, การดึงกระดูกกลับแนวด้วยกระบวนท่าผสานฝ่ามือและพลังจิต
หลี่เซียงคุกเข่าเฝ้าดูอยู่ข้างสามีด้วยสายตาสั่นไหวระคนหวัง “เจ้าจำได้หรือไม่ ข้าชอบแอบมองมือเจ้าเวลาทำแผล…มือเจ้านั้นมั่นคงเหลือเกิน…” เสียงจากอดีตของหลี่เจิ้งแว่วขึ้นในใจนาง
วันนี้…มือนั้น…กลายเป็นมือของบุตรชายของเขาแทน หลี่หมิงระบายลมหายใจออกช้า ๆ ยกฝ่ามือแนบแผ่นหลังพ่อ ใช้พลังลมปราณชั้นในจาก “ค่ายกลไหลเวียนกระดูก” ที่ฝึกมาในถ้ำ พร้อมกับกดจุดลมปราณ 36 จุดเรียงลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง
“เคร้ง…”
เสียงกระดูกที่เคยเบี้ยวกลับเข้าสู่แนวเดิมดังแผ่ว ๆ“อั่ก…” หลี่เจิ้งขมวดคิ้วแน่น ร่างกายเริ่มสั่น หลี่หมิงไม่หยุดมือ เขาใช้วิชาฝ่ามือประสานฝ่าเท้ากดแนวจุดตะวันและจุดเหมันต์ ก่อนใช้กระบี่เข็มเงินแทงเบา ๆ เข้าที่จุดกระตุ้นเส้นปราณใหญ่
พลังของบิดา…เริ่มฟื้นกลับมา!
หลี่เซียงถึงกับหลั่งน้ำตา เมื่อเห็นนิ้วมือของสามีกระตุกเล็กน้อย
“เขาขยับแล้ว…เจิ้ง…ท่านฟื้นแล้ว!”
สองวันต่อมา — แทรกซึมสำนักจันทร์รัตติกาล หลี่หมิงยืนอยู่หน้ากระจกทองภายในถ้ำ สวมอาภรณ์สีเทาเข้มเรียบง่าย หน้าเขาถูกแต่งแต้มด้วยน้ำหมึกเปลี่ยนรูป และใช้เทคนิคกดจุดกล้ามเนื้อเพื่อปรับโครงหน้าเล็กน้อย “ตั้งแต่วันนี้ ข้าคือ ‘อี้หลัว’ — บัณฑิตหนุ่มเร่ร่อนผู้เชี่ยวชาญสมุนไพร”
หลี่เซียงส่งถุงยาและยันต์พิเศษให้ลูกชาย“เจ้าต้องระวัง สำนักนี้ขึ้นตรงต่อเฮาเทียน ใครแค่คิดโกหกก็อาจถูกจับได้ด้วยยันต์สังเกตจิต”
หลี่หมิงพยักหน้า เขาต้องการเข้าไป “สมัครเป็นนักปรุงยา” ในสำนัก เพื่อลอบสืบหาที่ซ่อน “หยกปัญญา” ที่อยู่ภายใต้หอคัมภีร์กลางสำนัก
เทียนหมิงแอบเตือน
“ข้าเคยถูกฝึกที่สำนักนี้ตอนยังเยาว์ พวกมันไม่ไว้ใจคนง่าย เจ้าต้องมีของบางอย่างแสดงให้เห็น…”
.หลี่หมิงยิ้มมุมปาก หยิบ “ยาเส้นหยกหอม” ที่เขาคิดค้นเองจากตำราบรรพชน
“ข้าจะใช้ยานี้เป็นตั๋วผ่าน”