ปรมาจารย์ ไร้เดียงสา
บทที่ 4 สมุนไพรลดไข้
-------------------
"มาวมาว สมุนไพรมีตั้งเยอะที่ช่วยอาการหวัด หรือเราควรให้กินทุกอย่างเลยดีไหม?? จะได้หายไวๆ"
....!!! เฮ้อแล้วอย่างนี้จะปล่อยให้นางคาดสายตาได้อย่างไรล่ะเนี่ย อี้เฉินได้แต่คิดในใจ
-------------------
'เ้าต้องถามอาการของคนที่ไม่สบายก่อนจึงจะสามารถบอกได้ว่าเขาต้องใช้สมุนไพรชนิดใดรักษา หากรักษาสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังนอกจากไม่หายยังจะทรุดลงได้อีกด้วย'
'แต่สมุนไพรช่วยให้หายป่วยไม่ใช่หรือ หากเราให้กินทุกๆอันมันก็น่าจะหายเร็วกว่าสิ'
อี้เฉินเหลือบตามองบนอย่างเหนื่อยใจ เขาสอนเื่สมุนไพรและสรรพคุณของสมุนไพรไปหลากหลายชนิด ซึ่งนั่นเป็เพียงทฤษฎีที่ต้องนำมาเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยการปฏิบัติจริง แต่เด็กหญิงเพียง 3 ขวบใครจะกล้าให้นางรักษาโรคกัน เฮ้อ ... คงต้องรออีกเป็สิบๆปีเลยสินะ เขาได้แต่ท้อใจ ก่อนจะเอ่ยสอนขึ้นต่อว่า
'สมุนไพรทุกชนิดมันมีคุณสมบัติในตัวของตัวเอง แต่หากนำเอาสมุนไพรหลากหลายชนิดมาใช้ร่วมกันอาจทำให้เป็พิษ หรือมีฤทธิ์หักล้างกันได้'
'อ้อ อืม....แต่เอะ แล้วทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นเคยบอกข้าเลย ดีนะที่ข้ายังไม่ไปรักษาใครเข้า'
อี้เฉินที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมา เ้าอายุ 3 ขวบเองนะ หากใครยอมให้รักษาก็แปลกแล้ว เขาได้แต่คิดในใจ แต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก จังหวะที่พวกเขาสองคนคุยกันในใจ ซินอี๋ก็ะโขึ้นว่า
" โอ๊ย"
ทุกสายตาหันมองไปทางซินอี๋เพราะใในเสียงร้องของนาง ซินอี๋ที่เห็นสองพี่น้องมองมาทางตนก็รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย เมื่อครู่นางเดินไม่ทันระวังถูกเศษไม้บาดที่เท้าจนนางใร้องออกมา อี้เฉินที่เห็นซินอี๋มีแผลเล็กๆเกิดขึ้น ก็ตาลุกวาว รีบบอกให้มี่มี่รับช่วยรักษาทันที
'เร็วเข้าๆ รีบช่วยนางรักษาแผลสิ'
มี่มี่ที่เห็นก็มองซ้ายมองขวา แต่ไม่พบสมุนไพรรักษาาแที่นางรู้จักเลยนางจึงเอ่ยขึ้นว่า
'ไม่เห็นมีอะไรใช้ได้เลย'
อี้เฉินที่มัวแต่ดีใจ เมื่อได้ยินคำพูดของมี่มี่ก็มองไปรอบๆตัว ไม่พบกับสมุนไพรที่ใช้ได้จริงๆแฮะ เขาได้แต่กรอกตาไปมาก่อนจะวิ่งออกไปหาสมุนไพรที่น่าจะใช้ได้ทันที ซินอี๋ที่เห็นแมวน้อยวิ่งเข้าป่าก็ได้ะโห้ามเสียงดัง แต่ไหนเลยอี้เฉินจะสนใจ สองพี่น้องก็ไม่สนใจเช่นกัน เพราะมาวมาวเป็แมวที่ฉลาดมาก ไม่ว่าจะหายไปไหน ก็จะกลับมาก่อนเวลาอาหารเสมอ
"ตกลงว่าเราจะหาสมุนไพรอะไรกันดีล่ะ"
ซินอี๋ส่ายหน้าแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว หากนางกลับไปมือเปล่าต้องถูกหาว่าเป็เด็กใช้การไม่ได้แน่ มี่มี่ที่เห็นดังนั้นจึงเดินไปเก็บสมุนไพรที่คิดว่าน่าจะใช้ได้ให้ซินอี๋แล้วกล่าวว่า
"พี่ซินอี๋ ลองเอาพวกนี้ไปดูนะ"
ซินอี๋ก้มหน้ามอง นางคิดว่าเด็กสาวคนนี้แค่้าจะปลอบใจนางเท่านั้น ใครจะไปคิดว่าเด็กน้อยวัย 3 ขวบ จะสามารถรู้เื่สมุนไพรได้ นางจึงยิ้มแล้วพยักหน้ารับ
"ขอบใจเ้ามาก"
กล่าวจบทั้งสามก็เตรียมหันหลังเดินกลับบ้านไป แต่เงาของแมวตัวหนึ่งพุ่งตรงมาที่ทั้งสามอย่างรวดเร็วก่อนจะส่งเสียงร้องขึ้นว่า
เหมี๊ยวววว~~
มี่มี่ที่ได้ยินคำพูดของมาวมาวก็ร้องบอกซินอี๋ขึ้นว่า
"พี่ซินอี๋เมื่อครู่ท่านโดนกิ่งไม้บาด ข้าจะทำแผลให้นะ"
"ไม่ต้องๆแผลเล็กนิดเดียว ปล่อยไว้ไม่นานเดียวก็หาย"
'ไม่ได้ๆ เ้าต้องช่วยรักษานางนะ'
'ทำไมข้าต้องรักษานางล่ะ'
'เอ่อ เพราะหากไม่รักษาตอนนี้แผลอาจจะติดเชื้อและเน่าน่ะสิ'
มี่มี่ที่ได้ยินก็เบิกตากว้างก่อนจะหันไปพูดกับซินอี๋ขึนว่า
"หากพี่ซินอี๋ไม่รีบรักษา ขาของท่านอาจจะเน่าจนต้องตัดขาทิ้งเลยนะ"
ซินอี๋ที่ได้ฟังก็ใเป็อย่างมาก หากนางต้องถูกตัดขาแล้วนางจะเดินได้อย่างไร เมื่อฟังมี่มี่พูดจบนางก็วิ่งกลับบ้านทันทีโดยไม่รอให้ใครเอ่ยสิ่งใดขึ้นอีก ขาของนางกำลังจะเน่าต้องรีบให้คนที่บ้านช่วยโดยเร็วที่สุด
'อ้าวเฮ้ยเดี๋ยวก่อนนนน'
อี้เฉินที่งุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้ารีบร้องะโเรียกเด็กน้อยที่วิ่งออกไปอย่างหน้าตาตื่น นี่มันคนป่วยของเขานะ เหตุใดจึงหลุดมือไปง่ายดายเช่นนี้ เป็เพราะเ้าเด็กไม่รู้จักใช้คำพูดคนนี้คนเดียว เฮ้อ...
เมื่อมี่มี่กับจางจือเห็นซินอี๋วิ่งจากไป พวกเขาก็หมดธุระกับตรงชายป่าแห่งนี้ จึงพากันกลับบ้านเพื่อไปกินข้าวกลางวัน
----------------
ซินอี๋ที่วิ่งร้องไห้ฟูมฟายมาถึงบ้านก็โผเข้ากอดมารดาทันที นางร้องไห้ไม่หยุดจนตงซื่อสะใภ้ตระกูลตงอดที่จะปลอบใจขึ้นไม่ได้ว่า
"ลูกรัก หาสมุนไพรไม่ได้ก็ไม่เป็ไรนะ แม่ผิดเองที่ใช้ลูกไปหา"
"ท่านแม่ ข้ากำลังจะถูกตัดขา ฮือๆๆๆ"
ตงซื่อได้แต่งุนงง เกิดอะไรขึ้น อยู่ๆบุตรสาววิ่งกลับมาบอกว่าจะถูกตัดขา
"ลูกรักเกิดอะไรขึ้น"
ซินอี๋ที่ได้ยินคำถามของมารดาก็เอ่ยตอบอย่างสะอึกสะอื้น เล่าถึงสิ่งที่มี่มี่บอกให้มารดาฟัง เมื่อตงซื่อได้ฟังก็เลิกขากางเกงขึ้นดู พบรอยข่วนเล็กๆที่ขาก็เข้าใจทันทีว่ามันเป็จินตนาการของเด็กๆนั่นเอง นางจึงเอ่ยขึ้นว่า
"เดี๋ยวเอายาในบ้านมาทาก็หายแล้วลูก ไม่โดนตัดขาหรอกนะ"
"จริงๆหรือเ้าคะ"
ซินอี๋ยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด ตงซื่อพยักหน้าเป็คำตอบ ทำให้ซินอี๋หยุดร้องไห้ลงแต่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำสมุนไพรมาด้วยกำหนึ่งจึงได้ยื่นสิ่งนั้นส่งให้มารดาก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
" ท่านแม่ ข้าเก็บสมุนไพรมาด้วยกำหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าจะใช่ที่ท่าน้าหรือไม่เ้าค่ะ"
ตงซื่อรับสมุนไพรที่บุตรสาวให้มา นางมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวด้วยความประหลาดใจ ปกติชาวบ้านแถบชนบทมักมีความรู้เื่สมุนไพรติดตัวอยู่บ้าง ดังนั้นนางจึงพอรู้เื่เหล่านี้ด้วยเช่นกัน สมุนไพรที่บุตรสาวของนางนำมาให้มีทั้งหมดสามชนิด และทั้งสามชนิดนี้ก็มีฤทธิ์ใช้ลดไข้ได้ทั้งหมด นางจึงอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ว่า
"ลูกรักเ้าไปเก็บมาจากไหนหรือจ๊ะ"
"ข้าไปที่ท้ายหมู่บ้าน น้องมี่มี่เป็คนเก็บให้เ้าค่ะ"
"มี่มี่? ลูกสาวบ้านจางคนนั้นหรือ?? "
"ใช่เ้าค่ะ ข้าเจอน้องมี่มี่กับพี่จางจือพวกเขาเลยขอตามข้าไปเก็บสมุนไพรด้วย แต่ข้าลืมหน้าตาสมุนไพรที่ท่านแม่บอก"
ซินอี๋เอ่ยด้วยความรู้สึกผิด ตงซื่อไม่ได้ว่ากล่าวสิ่งใดกับบุตรสาว นางผิดเองที่ส่งบุตรสาวอายุเพียง 8 ขวบไปเก็บสมุนไพรด้วยตัวคนเดียว แต่นางกำลังสงสัยว่าเด็กหญิงตัวน้อยที่อายุแค่สามขวบคนนั้นแค่บังเอิญเก็บมาถูกชนิดหรือนางรู้จริงๆว่าสมุนไพรเหล่านี้มีฤทธิ์ลดไข้ได้ หากเป็อย่างหลังน่ากลัวว่าหมู่บ้านนี้กำลังจะมีหมอชื่อดังเกิดมาขึ้นมาแล้วก็เป็ได้ ซินอี๋ที่เห็นสีหน้ามารดาก็อดกังวลขึ้นมาไม่ได้ นางจึงถามขึ้นว่า
"ท่านแม่ จะให้ข้าไปเก็บมาใหม่ก็ได้นะเ้าคะ"
"ไม่หรอก สมุนไพรเหล่านี้ล้วนใช้ได้"
"จริงหรือเ้าคะ"
ตงซื่อพยักหน้ารับ ทำให้ซินอี๋ดีใจเป็อย่างมาก นางได้แต่คิดว่าน้องมี่มี่เก่งจริงๆที่หยิบสมุนไพรให้นางถูกชนิด หากมีเวลานางต้องไปขอบคุณที่บ้านของน้องมี่มี่เสียหน่อย หลังจากนั้นตงซื่อก็นำสมุนไพรที่้าไปต้มแล้วเอาให้พ่อสามีกิน
หลังจากบิดาของผู้ใหญ่บ้านได้กินเข้าไปครู่หนึ่งอาการก็เริ่มดีขึ้น และมีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาในหัวของอี้เฉิน
'ผู้ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มขึ้น 1 ราย จำนวนผู้ได้รับการช่วยเหลือสะสม 2 ราย'
อี้เฉินที่ได้ยินดังนั้นก็กระเด้งตัวขึ้น มองซ้ายมองขวาพบกับมี่มี่ที่กำลังนั่งยื่นสมุนไพรให้กับตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่งอยู่ ...เอ่อ หรือนางจะรักษาตุ๊กตาผ้าตัวนั้นแล้วทำให้เขาได้คะแนนกันนะ เอาเถอะได้คะแนนก็ดีแล้ว และเขาก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
เหมียว~~