และแล้ววันมงคลก็มาถึง ิเฉิงตอนนี้กำลังแต่งตัวเพื่อเข้าพิธี ส่วนไป๋หลานตอนนี้ หลี่น่ากำลังแต่งตัวให้นาง ทั้งสองคนไม่แม้แต่จะมีความรู้สึกรักใคร่กันมาก่อน ทั้งสองถูกจ้าววิหารจับให้แต่งงานกัน ิเฉิงปฏิเสธหลี่น่าครั้งที่สามไม่ได้ ส่วนไป๋หลานนางก็ไม่ปฏิเสธความ้าของอาจารย์
ณ ห้องโถงสถานที่จัดงาน บุคคลที่กำลังเดินเข้ามานั้นมีกลิ่นอายที่กดข่มผู้ที่อยู่ในห้องโถงทั้งหมด
"ประมุขสำนักหมื่นพิษ..... ผู้คนต่างก็พากันใ .. ประมุขสำนักหมื่นพิษถึงกับมาเอง...
ชายแก่อาถรณ์ดำผมขาวที่กำลังเดินเข้ามาตามหลังมาด้วยผู้ติดตามสองคน าุโหนึ่งพลันเดินเข้าไปต้อนรับ
"ประมุขหมื่นพิษ... าุโหนึ่งประสานมือคำนับ จ้าววิหารกำลังยุ้งจึงไม่ได้มาต้อนรับด้วยตัวเองขอท่านประมุขหมื่นพิษอย่าถือสา ชายแก่เพียงพยักหน้าตอบรับ เด็กๆ เอาเหล้ามงคลมาต้อนรับประมุขหมื่นพิษ าุโหนึ่งสั่งคนไปเอาเหล้ามาต้อนรับ
พอได้เวลาอันเป็มงคล ิเฉิงในอาถรณ์สีแดงก็เดินเข้ามารอที่ห้องโถง ผ่านไปสักพัก หลี่น่าก็เดินจูงมือไป๋หลานในอาภรณ์สีแดง
วันนี้นางแต่งตัวสวยเป็พิเศษ ิเฉิงยังไม่แสดงสีหน้าใดๆ เขาเดินไปข้างหน้าของไป๋หลาน จากนั้นก็จูงมือของนางเข้ามาหา าุโห้า
าุโห้ารับหน้าที่เป็ผู้จัดพิธี
"นี่นะหรือสามีของนาง มันคู่ควรตรงไหน ส่งสารก็แต่ศิษพี่ไป๋หลานที่ต้องมาเป็ภรรยาขยะ เสียงซุบซิบนินทา แต่ิเฉิงก็ไม่มีท่าทีอะไร
"ก็แค่ขยะสถิติญญาขั้นกลางเท่านั้น เสียงนินทานั้นเบามาก แต่ิเฉิงกับไป๋หลานก็ได้ยิน ไป๋หลานมือของนางถูกิจูงอยู่นั้น นางเริ่มกำมือแน่นขึ้นเรื่อยๆ ิเฉิงก็เข้าใจว่านางต้องรู้สึกอับอายที่ต้องมาแต่งงานกับคนไม่มีชื่อเสียงอย่างเขา นางมีศักฐานเทียบเท่ากับห้าาุโของวิหารไท่ชิง
แต่ต้องมาแต่งงานกับสถิตญญาณขั้นกลางเท่านั้น ภายใต้ผ้าครุมหน้าของนางถึงแม้ิเฉิงจะมองไม่เห็นสีหน้าของนาง แต่เขาััได้ว่านางกำลังโมโหกับคำนินทาเ่าั้ ิเฉิงปล่อยให้นางกำมือเขาแน่นจนิเฉิงรู้สึกเ็ป แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร เพราะคิดว่าตัวเองสมควรโดนแล้ว นางคงจะโมโหทั้งอับอายเพราะเขา....
แต่ิเฉิงไม่รู้ ความจริงที่นางโมโหเป็เพราะคนเหล่านี้กำลังดูถูกว่าที่สามีของนาง ถึงแม้นางกับิจะไม่ได้แต่งงานเพราะรักกัน แต่หลังจากจบพิธีนี้ ยังไงิเฉิงก็ขึ้นชื่อว่าเป็สามีของนาง การที่ดูถูกิเฉิง ก็เท่ากับดูถูกนาง.... พอเดินจูงมือมาถึงหน้าาุโห้า...
"เ้าบ่าวเ้าสาวยกน้ำชา... าุโห้ากล่าว
"ช้าก่อนนน..... ทันใดนั้นบนฝากฟ้าก็มีขบวนขันหมากแห่มาสามคัน
"สำนักเงาจันทร์..มาพร้อมขบวนขันหมาก หมายความว่าอย่างไร....
"ชายแก่กำยำอาภรณ์สีทมิฬเดินออกมา.... ท่านจ้าววิหาร วันนี้สำนักเงาจันทร์มาที่นี่เพื่อจะมาสู่ขอศิษเอกของท่าน เพื่อตกแต่งกับศิษเอกของสำนักเงาจันทร์ เป็การผูกสัมพันธ์ไมตรีสัญญาสงบสึก100ปี หวังว่าจ้าววิหารจะสนอง.... ชายแก่พูดด้วยน้ำเสียงเย้อหยิ่งและจองหอง
"หลี่น่าเดินออกมา... ประมุขเงาจันทร์ วันนี้ท่านก็รู้ว่าเป็วันแต่งงานของไป๋เอ๋อร์กับิเฉิง ที่ท่านทำเช่นนี้เห็นได้ชัดว่า มาเพื่อสร้างความรบกวนวันมงคลของศิษข้า.. ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัญญาสงบศึก.. นางพูดเสียงแข็ง
"เช่นนั้น จ้าววิหารไม่้าผูกไม่ตรีกับสำนักเงาจันทร์??... หลี่น่าจ้าววิหารไม่ได้ตอบ นางเพียงยืนสงบ...
"นี่นะหรือคนที่ชื่อิเฉิง ว่าที่สามีไป๋หลาน จางหย่ง ศิษเอกของสำนักเงาจันทร์เดินออกมาแล้วพูด ฮ่าๆๆๆๆ... ก็แค่ขยะสถิติญญาขั้นกลาง คู่ควรที่จะเป็สามีของนางเช่นนั้นรึ.. จางหย่ง กล่าวดูถูกิเฉิง ข้าตังหากที่คู่ควร.. กล่าวจบมันก็ส่งสายตาเหยียดหยามไปทางิเฉิง
"ไป๋หลานตอนนี้นางพลันปล่อยไอสังหารออกมา..... นางไม่เหลือเกียรติศักศรีแล้วตอนนี้..
"ท่านจ้าววิหารท่านคิดดีแล้วรึ... ประมุขเงาจันทร์กล่าวถาม
"หรือว่าวันนี้ประมุขเงาจันทร์อยากจะขัดขวางพิธีมงคลกันละ.... กลิ่นอายของนางพลันน่ากลัวขึ้นมา...
"ฮ่าๆๆๆ...ดีดี....ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้ว ข้าไหนเลยจะกล้าขัดขวาง ประมุขเงาจันพลันหัวเราะออกมา แล้วเงียบไป
"ฮ่าๆๆๆ ศิษเอกของวิหารไท่ชิง กลับตกแต่งกับขยะสถิติญญาคนหนึ่ง ฮ่าๆๆๆๆๆ... จางหย่งดูถูกิเฉิง
ทันใดนั้นไป๋หลานปล่อยมือแล้วกำลังจะพุ้งออกไป.. ิเฉิงที่เห็นเช่นนั้นก็พลันกุมมือของนางไว้ "ให้ข้าได้ปอกป้องศักดิ์ศรีสุดท้ายให้ท่านเถอะ.... ิเฉิงพูดกับนางเบาๆ ไป๋หลานที่ได้ยินเช่นนี้ก็สายตาสั่นไหวขึ้นมาทันที
"ิเฉิงก้าวออกมา.... เ้าคือศิษเอกสำนักเงาจันทร์สินะ ข้าคู่ควรกับนางหรือไม่นั้น แล้วเ้าเกี่ยวอันใดเล่า ิเฉิงพูดเสียงเย็น
"ก็แค่ขยะสถิติญญา มีอันใดคู่ควรกับนางกันละ..จางหย่งพูด
"เช่นนั้นเ้าจะลองดูไหมละ...ิเฉิงปล่อยไอสังหารออกมา ผู้คนที่อยู่แถวนั้นพลันแตกตื่นกันไปทั่ว
"หือออ.. ประมุขหมื่นพิษพลันลืมตาขึ้นมา เป็ไอสังหารที่อันตรายคมกริบและเยือกเย็นมาก ประมุขหมื่นพิษพูดขึ้นมาเบาๆ
"ฮ่าๆๆๆ สถิติญญาอย่างเ้ากลับมาท้าทาย ยอดยุทธ์ขั้นต้นอย่างข้า ฮ่าๆๆๆๆ เป็แค่ขยะไม่พอ แต่ยังโง่ด้วย.....
เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หากเ้ารับหมัดข้าได้สามหมัดแล้วยังยืนได้ วันนี้ถือว่าข้าแพ้...และจะจากไปแต่โดยดี เ้ากล้าหรือไม่
"ิเฉิงอย่า.. ไป๋หลานกล่าวเตือนิเฉิง พลังยุทธ เ้ากับมัน ต่างกันเกินไป นางพูดแล้วส่ายหัวเป็การเตือนว่าอย่าไปรับคำท้า
"ย่อมได้.... ิเฉิงรับคำท้า ผู้คนที่ได้ยินต่างก็พากันใ สถิติญญาขั้นกลาง กลับจะรับหมัด ยอดยุทธ์ขั้นต้น หากิเฉิงไม่ต้ายก็คงพิการเป็แน่.... หลี่น่าขมวดคิ้วขึ้นมาทันที พลังยุทธ์ของจางหย่งกับิเฉิงต่างกันเกินไปแถมอีกฝ่ายฝึกวิถีกายา ร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปยังไงิเฉิงก็รับสามหมัดไม่ได้แน่ นางพลันเป็ห่วงขึ้นมา นางที่คิดจะห้าม แต่ทว่าห้ามไม่ทันเพราะิเฉิงรับปากไปแล้ว
จางหย่งเหินลงมาจากฟ้า..... เดี่ยวผู้คนจะหาว่าข้ารังแก่สถิติญญา เช่นนั้นข้าให้เ้าใช้อาวุทได้ ฮ่าๆๆๆ พูดจบมันก็หัวเราะ
"พี่ชายข้ายืมกระบี่หน่อย... ิเฉิงขอยืมกระบี่จากผู้คนที่มาร่วมยินดีงานแต่ง
"นี่คือกระบี่หยดน้ำค้าง..รับไป ในกลุ่ม คนผู้หนึ่งโยนกระบี่มาทางิเฉิง
"ฮ่าๆๆ ศิษวิหารไท่ชิงกลับใช้กระบี่เป็อาวุท แต่ก็เอาเถอะจะใช้อะไรก็เหมือนเดิม วันนี้ยังไงซะเ้าก็ต้องแพ้
"รับมือ... จางหย่งไม่ทันให้ิเฉิงได้ตั้งตัวก็พุ้งเข้ามาและปล่อยหมัดเข้าใส่เขาแล้ว พอหมัดไกล้จะถึงตัวเพียง2นิ้วเท่านั้น ิเฉิงกลับหายไปด้านข้าง หมัดของจางหย่งต่อยได้เพียงอากาศ
"หมัดที่หนึ่ง... ิเฉิงพูดขึ้น
"เร็วมาก"... จางหย่งรอบใกับความเร็ว ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันตะลึ่งกับความเร็วระดับนี้
ขนาดหลี่น่าที่ขมวดคิ้วอยู่ก็ยังใ
"ไม่เลวหนิ...จางหย่งพูดขึ้น แต่อย่าพึ่งได้ใจไป พูดจบจางหย่งก็พุ้งเข้ามาอีกที่ ครั้งนี้เขาปล่อดพลังออกมาถึง6ส่วน ิเฉิงที่ดูหมัดที่ปล่อยออกมา ครั้งนี้มันมีพลังมากกว่าหมัดแรก ตูมมมม ิเฉิงยังไงก็หลบไม่ได้เพราะขอบเขตพลังมันกว้างมาก จึงได้แต่ยกกระบี่ขึ้นมาตั้งรับไว้
ิเฉิงโดนหมัดนั้นเต็มๆ แล้วลอยออกไป15เมตร แต่เขายังไม่ได้ล้มลง ที่มุมปากของเขามีเืไหลออกมานิดๆ
"หมัดที่สอง.. ชายหนุ่มกัดฟันพูด
ผู้คนต่างก็ต้องใอีกครั้ง โดนเข้าไปเต็มๆขนาดนั้นแต่ยังยืนได้.... ครั้งนี้จางหย่งเริ่มโมโหขึ้นมาหน่อยๆ จากนั้นจางหย่งก็พุ้งไปอีกครั้งปล่อยหมัดออกไปด้วยพลังทั้งหมด ครั้งนี้ิเฉิงไม่ได้หลบ เพราะยังไงก็หลบไม่ทัน
"หากไม่หลบเขาตายแน่ .. รอบๆนั้นผู้คนพลันพูดขึ้น หลี่น่าจ้าววิหารที่เห็นเช่นนั้นพลันขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ไป๋หลานที่ยืนดูอยู่กลีบปากของนางกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่นางก็เปลี่ยนใจไม่ได้พูดอะไร ตูมมมม หมัดของจางหย่งชัดเข้าใส่หน้าอกิเฉิงเต็มๆ ชายหนุ่มกระเด็นออกไป50เมตร ิเฉิงนั้นล้มลงกับพื้นแล้วกระอักเืออกมา
"ฮ่าๆๆๆๆ เ้าขยะ เ้าแพ้แล้ว ศิษวิหารไท่ชิงกลับอ่อนแอเพียงนี้ จางหย่งดูถูกวิหารไท่ชิง ศิษวิหารไท่ชิงที่ดูการประลองอยู่ก็พากันโมโห ส่งสายตาอาฆาตไปทางจางหย่ง..... ไป๋หลานที่สุขุมนุ่มลึกบัดนี้พลันสายตาสั่นไหวขึ้นมา เพียงเพื่อศักดิ์ศรีของนาง ิเฉิงกลับออกหน้าแทนนาง
หลี่น่าที่เห็นเช่นนั้นก็กำหมัดขึ้นมาทันที
"นี่..เ้าเด็กงี่เง่า ตอนไหนจะเอาจริงซะที่ ซิ่วอิงในห้วงดวงจิตก็พูดขึ้น แต่ิเฉิงไม่ได้ตอบนาง
"ทันใดนั้นิเฉิงก็ลุกขึ้น แล้วพูดด้วยความยากลำบาก หมัดที่สาม ข้ารับเ้าสามหมัดแล้ว ที่นี้ก็ถึงตาข้าบ้างก็แล้วกัน "หืออ"ยังจะต่ออีกหรือ..เช่นนั้นก็เข้ามา ข้าจะรับเ้าสามกระบี่หากเ้าทำให้ข้าาเ็ได้ถือว่าข้าแพ้ ฮ่าๆๆๆ
ิเฉิงพลันปลดปล่อยพลังออกมาทั้งหมด
รัสมี100เมรตแถบนั้นบังเกิดเป็เกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมไปทั่ว กลิ่นอายเยือกเย็นทิ่มแทงจิต
วิรุฬที่สองเมฆาบังจันทร์ ิเฉิงพูดออกมาเบาๆ เมื่อคืนเขาฝึกเคล็ดวิรุฬหกทิศวิรุฬที่สองได้สำเร็จ วิรุฬที่สองนั้นใช้เงาัักระบี่ ไม่มีเงาก็เท่ากับไม่มีตัวตน จากนั้นกลิ่นอายของิเฉิงก็หายไปจากการรับรู้ของจางหย่ง อยู่ๆิเฉิงก็หายไปจากประสาทรับรู้ของจางหย่ง ิเฉิงพุ้งไปทางจางหย่ง แล้วสะบัดกระบี่เข้าใส่ ฉึบ... กระบี่กรีดเป็รอยแผลที่ใบหน้าของจางหย่ง จางหย่งนั้นตั้งตัวไม่ทัน ทำได้เพียงตั้งท่ารับการโจมตีของิเฉิงอย่างต่อเนื่อง
ฉึบ ๆๆๆๆ เกิดเป็าแอย่างต่อเนื่อง ด้วยพลังยุทธที่ต่างกันเกินไป กระบี่ของิเฉิงทำได้เพียงกรีดเป็าแเล็กๆเท่านั้น
แต่ทว่าตอนนี้ บนตัวของจางหย่งกลับมีแต่รอยาแเล็กๆไปทั้งตัว
"ประมุขหมื่นพิษที่ดูอยู่พูดขึ้นมา..... หากพลังยุทธ์เทียบเท่ากัน จางหย่งผู้นี้คงได้กลายเป็เนื้อหมูหมื่นชิ้นไปแล้ว เป็กระบี่ที่
เยือกเย็นและอันตรายยิ่งนัก พูดจบประมุขหมื่นพิษก็หลี่ตาลง
"ย๊าาาาา..... จางิโมโหแล้วปล่อยพลังยุทธ์ออกมาทั้งหมด าแนี้ถึงจะไม่ลึก แต่ก็ทำให้มันอับอายเป็อย่างมาก เพราะทั้งตัวของมันตอนนี้มีแต่าแ
ิเฉิงที่เห็นจางหย่งปลดปล่อยพลังออกมาทั้งหมด ก็พลันถอยออกมาตั้งหลัก
"ิเฉิง...... สายตาของมันแดงก่ำ ข้าจะฆ่าเ้า... จางหย่งกำลังจะพุ้งเข้าใส่ิเฉิง แต่ประมุขเงาจันทร์เคลื่อนที่มาอยู่ข้างๆมันแล้วจับไปที่บ่า
"กลับสำนักกันเถอะ... ประมุขเงาจันทร์พูดขึ้นกับจางหย่ง
"อาจารย์แต่ว่า...."
"ข้าบอกว่ากลับสำนัก... ประมุขเงาจันตวาดใส่มัน
"ท่านจ้าววิหาร... สิ่งที่ท่านทำในวันนี้ข้าจะจดจำไว้ พูดจบก็เหินร่างออกไปพร้อมขบวนขันหมาก