Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 74

    “คุณท่าน ไม่ทราบว่ามีอะไรให้พวกข้าน้อยรับใช้ขอรับ ถึงได้เดินทางมาด้วยตัวเองอย่างนี้” กานต์รุ่นที่ 14 ที่เป็นหัวหน้าภารกิจคุ้มกันท่านพ่อท่านแม่ของนทีเอ่ยกล่าวออกมา ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าเด็กใหม่ ไม่นานกานต์รุ่นที่ 30 ก็เข้ามาคุกเข่าเช่นกัน และคนที่งงที่สุดคงไม่พ้นผู้หญิงที่อยู่ข้างกายของเขา “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ พอดีข้าแค่พึ่งพอใจในตัวของยมทูตหน้าใหม่นางนี้เพียงเท่านั้น เลยทำให้นางมารวมกลุ่มช้าไปเสียหน่อย แต่ว่าเจ้าถือแส้มาด้วยนี่ เจ้าจะลงโทษนางอย่างนั้นรึ” และแน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่เขาชอบเป็นอย่างมากในการแกล้งเหล่าลูกน้องอย่างนี้ แต่ก็แค่แกงเอาขำๆเฉยๆเท่านั้น“หาไม่ได้ขอรับคุณท่าน... หากท่านพึ่งพอใจในตัวนางมีหรือข้าน้อยจะกล้า... พวกเจ้าน่ะยังไม่รีบมาคุกเข่าทำความเคารพคุณท่านอีกหรือไง” เขาพูดจบก็พยายามเปลี่ยนเรื่อง เพื่อให้คุณท่านสนใจในเรื่องอื่นมากกว่าแส้ที่กำลังจะเก็บลงไป ยมทูตหน้าใหม่ทุกคนก็รีบเข้ามาทำความเคารพกันอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่ครูฝึกบอกให้ทำก็ต้องทำเพียงเท่านั้นและคนที่ทำตัวไม่ถูกอย่างหญิงสาวที่อยู่ด้านข้างก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เธอค่อยๆย่อตัวคุกเข่าตามคนอื่นๆไป นทีที่เห็นอย่างนั้นก็ต้องบอกให้ทุกๆคนที่อยู่ตรงนั้นลุกขึ้นยืน เพราะเขาคงอยู่ที่แห่งนี้ได้ไม่นาน และมีหลายเรื่องที่เขายังสงสัยอยู่ เขาขึงถามออกไป“พวกเจ้าเองหรือที่ทำภารกิจคุ้มกันบิดามารดาของข้า พวกเจ้ามีกันแค่เพียงสามคนเองอย่างนั้นรึ” นทีเอ่ยถามออกไป เหล่ายมทูตหน้าใหม่เองก็ตกใจเล็กน้อย และมันน่าจะเป็นเหมือนที่พวกเขานึกคิด ยมทูตที่เห็นอยู่ตรงหน้า น่าจะเป็นยมทูตที่มียศถาบรรดาศักดิ์ที่สูงมากอย่างแน่นอน แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าท่านผู้นั้นเป็นผู้ใดอยู่ดี“ใช่ขอรับ ยมทูตกานต์รุ่นที่ 14 หัวหน้าภารกิจขอรับ เนื่องจากภารกิจของเราเหล่าเนเมสันมีเป็นจำนวนมาก ทำให้การคุ้มกันต้องแบ่งจำนวนยมทูตตามแต่ละพื้นที่ได้เพียงเท่านี้ขอรับ และนอกเหนือจากนี้ยังมีนักสู้ของเหล่าเนเมสันที่ยังเป็นคนของโลกมนุษย์ คุ้มกันในภารกิจนี้อีกจำนวน 5 คนขอรับ”หัวหน้าภารกิจเอ่ยกล่าวกับนที และตัวเขาก็เข้าใจดี ว่าเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกจะต้องใช้คน และยมทูตภายใต้สังกัดเนเมสันมากขนาดไหน และการที่ได้ยมทูตรุ่นเก๋ามาทำงานในส่วนนี้เขาก็นับว่าพอใจมากแล้ว เขาจึงไม่ติดใจอะไร และเตรียมพร้อมที่จะกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อน แต่เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง“จริงสิ.. หลังจากที่ยมทูตนางนั้นรับเข็มเนเมสันแล้ว ให้นางมารายงานตัวกับข้า ข้ามีงานให้นางทำ และพวกเจ้าจงสอนนางทุกๆอย่างที่พวกเจ้าได้รู้ แจ้งไปที่กานต์รุ่น9 ด้วยว่าข้าต้องการใช้งานในตัวของนาง” กานต์รุ่นที่ 14 กล่าวขานรับออกมา ก่อนที่นทีจะจากไป แต่เขาก็ยังไม่ได้ไปไหนไกล เขากลับซ่อนพลังทุกอย่างของเขา และแอบดูว่าพวกเขาจะทำยังไงต่อ แล้วยมทูตนางนั้นจะทำหน้าอย่างไร มันเหมือนเป็นกิจกรรมยามว่างของนที หลังจากที่เจอแต่เรื่องเครียดๆมาตลอดๆ“ก่อนอื่นข้าจะขออธิบายก่อนว่า.. คุณท่านที่พวกข้าเรียกนั้นคือผู้ใด สำหรับพวกเจ้าที่เกิดใหม่ยังไม่ถึง 3 วัน และก่อนหน้านี้ก็อยู่แต่ในห้องเรียน เพื่อเรียนทฤษฎี แต่คุณท่านที่พวกเจ้าเจอเมื่อสักครู่ไม่ได้มีในบทเรียนที่พวกเจ้าได้เรียนรู้ไป... คุณท่านมีนามว่านที เอกลักษณ์ของท่านจะสังเกตได้ง่ายๆ คือหมวกที่มีขนนกสีขาวติดอยู่ที่หมวกของท่าน และในโลกมนุษย์ก็มีท่านเท่านั้นที่ถือครองหมวกใบนั้น”
    ยมทูตหลายๆคนก็เริ่มที่จะเข้าใจมากขึ้น และการที่มีขนนกติดอยู่ที่หมวกเพียงคนเดียวน่าจะบุคคลสำคัญ หรืออย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นหนึ่งในผู้นำยมทูตที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นแน่แท้ และมันก็ทำให้พวกเขาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ได้พบเจอกับบุคคลในตำนานอย่างนี้ จากนั้นกานต์รุ่น14 ก็เอ่ยขึ้นมาต่อ“ตำแหน่งของท่านในศักดิ์ของเหล่ายมทูตคือ ผู้แทนเจ้าแห่งความตายสายตรง อย่างที่พวกเจ้าได้เรียนรู้ในภาคทฤษฎีไปแล้ว ว่าผู้แทนเจ้าแห่งความตายสายตรงนั้นเปรียบเสมือนว่าเจ้าแห่งความตายเดินทางมาด้วยตัวของท่านเอง พวกเราต้องเคารพให้เสมือนว่าท่านผู้นั้นคือเทพแห่งความตาย และนอกจากนี้คุณท่านนทียังเป็นบุตรของเทพแห่งวุ่นวาย ตัวท่านคือ ‘เทพแห่งความสับสน’ และยังเป็นสหายสนิทของเทพแห่งความตายอีกด้วย”
    เหล่ายมทูตหน้าใหม่เริ่มที่จะตกใจอีกครั้งหนึ่ง ในตอนแรกที่คิดว่าเป็นบุคคลสำคัญ หรือผู้นำยมทูตในโลกมนุษย์ ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับตาลปัตร เพราะท่านผู้นั้นคือเทพเจ้าของโลกใบนี้เลยทีเดียว และแน่นอนว่า มันก็มีบุคคลหนึ่งในที่แห่งนี้ที่ทั้งรู้สึกดี และแย่ในเวลาเดียวกัน เธอก็คือคนๆนั้นที่เดินมายังที่แห่งนี้พร้อมกับเทพ‘นี่เราได้คุยกับเทพตัวเป็นๆ.. แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะเนี้ย ไอ้ดีใจมันก็ดีใจอยู่หรอก แต่เราได้พูดอะไรไม่ดีไปหรือเปล่านะ .. ไม่นะๆฉันเผลอเรียกท่านว่ารุ่นพี่ ฉันจะโดนอะไรหรือเปล่า .. แล้วทำไมเขาถึงต้องการตัวฉันกันล่ะ.......’ เธอได้แต่คิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไปเมื่อสักครู่อยู่ภายในใจเพียงลำพัง และสติของเธอก็กลับมาโฟกัสต่อในเรื่องคำอธิบายต่อ“พลังของท่านนั้น จะทำให้พวกเหล่ามนุษย์ หรือแม้แต่พวกเทพด้วยกันเองก็ไม่เว้นนั้น เกิดความสับสนชั่วขณะ หรืออาจจะตลอดกาลเลยก็ได้ หลังจากที่ท่านต้องลงมาปฏิบัติภารกิจในโลกมนุษย์ ทำให้พลังของท่านใช้ได้เพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น มันเป็นข้อจำกัดในการใช้พลังในโลกมนุษย์ และด้วยภารกิจที่โลกมนุษย์ในขณะที่ท่านกำลังปฏิบัติอยู่นั้น เป็นภารกิจที่เกี่ยวกับมนุษย์จำนวนมากโดยตรง พวกเราที่เป็นบริวาลของสหายสนิทท่าน จะต้องช่วยเหลือคุณท่านในทุกๆด้าน”
    และนั่นมันทำให้ใครต่อหลายคนในที่แห่งนี้อินไปตามคำอธิบาย พวกเขาก็พอจะรู้สถานการณ์อยู่บ้าง และมันเป็นเหตุผลหนึ่งที่พวกเขามาจุติเกิดใหม่เร็วกว่ากำหนดเอาไว้มาก เพราะจะมีการตายของมนุษย์เยอะขึ้นในช่วงนี้ และพวกเขาก็ต่างสงสัยว่างานที่พวกเขาจะต้องทำเพิ่มคืออะไรบ้าง แต่ก็ยังไม่ทันได้ถาม ยมทูตกิ่งรุ่นที่ 17 ก็เอ่ยขึ้นมาต่อ
    “ซึ่งนั่นหมายความว่า นอกเหนือจากงานของยมทูตที่เราจะต้องปฏิบัติเหมือนอย่างเดิมแล้ว เรายังจะต้องทำหน้าที่ใหม่ คือ คนขององค์กรเนเมสันอีกด้วย และมันก็แค่ชั่วคราวเพียงเท่านั้น พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวล แต่พวกเจ้าแค่เกิดใหม่มาในตอนที่งานมันเยอะมากๆเฉยๆ...” จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ถึงเหตุผลอะไรต่างๆนานา จากนั้นกานต์รุ่นที่9 ก็เดินเข้ามาหาตัวของนางยมทูตที่ถูกรับเลือกโดยนที และเอ่ยกล่าวว่า“ส่วนเจ้า..เจ้าจะต้องเรียนรู้ให้มากกว่าคนอื่นๆ การที่เทพเจ้าเลือกใช้งานบุคคลคนใดบุคคลหนึ่ง เพื่อให้ทำตามวัตถุประสงค์ของท่านนั้นนับว่ามีเกียรติสูงสุด.. และสิ่งที่เทพเจ้าได้เลือกนั้นมันมักจะมีเหตุผลที่สำคัญเสมอๆ ในอนาคตเจ้าอาจจะมีตำแหน่งใหญ่กว่าข้า ดังนั้นก็อย่าได้หลงลืมพวกข้าก็แล้วกัน”