บทที่ 51: บุตรแห่งโชคชะตาทั้งสาม
หยู่เหวินเซิ่งซินรู้สึกประหลาดใจมาก ด้วยรู้ได้อย่างชัดเจนว่าวาสนาของตนเองกำลังพุ่งทะยาน
ในช่วงเวลาเดียวกันก็รู้สึกว่าพื้นฐานฝึกตนของตนเองเสถียรมั่นคงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งความแข็งแกร่งยังทวีเพิ่มขึ้นอีกด้วย
เย่จิงอวิ๋นกับเย่เสวียนอดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจออกมา คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าภายในใจของพวกเขาจะเต็มไปด้วยพายุโหมกระหน่ำมากเพียงใด
จากนั้นทั้งสามคนก็หันมากลับมาโค้งคำนับไปยังทิศทางอารามเสวียนหวงบนยอดเขาเทียมสวรรค์ด้วยท่าทางเคารพนับถืออย่างจริงใจ พร้อมตะโกนขึ้นว่า :
“ขอบคุณท่านเจ้านิกาย!”
...
บนยอดเขาเทียมสวรรค์
“พวกเจ้าต้องฝึกฝนอย่างหนัก อย่าได้หลงลำพองตน จงมีน้ำอดน้ำทนเป็นแบบอย่างให้กับเหล่าศิษย์ในสำนักนิกายเทพกระบี่”
“ในเมื่อยามนี้พวกเจ้าได้กลายเป็นศิษย์ฝ่ายในและศิษย์ชั้นยอดของนิกายเทพกระบี่ของข้าแล้ว ก็ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานะ”
ขณะกล่าวหลินเฟิงได้โบกสะบัดมือ ฉับพลันหอบรรลุก็เปล่งประกายแสงเจิดจ้า ชั่วอึดใจต่อมาลำแสงก็พวยพุ่งสะกดข่มคนทั้งสามราวกับสายฟ้าฟาด
สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือศาสตราวิเศษสามชิ้น กำลังเปล่งประกายแสงระยิบระยับเต็มไปด้วยแรงกดดันน่าสะพรึงกลัว ชั่วพริบตาต่อมามันก็มาอยู่ตรงหน้าของหยู่เหวินเซิ่งซินและพวกเขาทั้งสามคน
โอสถเซียนจำนวนหนึ่ง ศาสตราเซียนระดับกลางสองชิ้น
ศิษย์ทั้งสามรีบแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง
หลังจากนั้นทั้งสามก็รีบออกจากบันไดเฉียนคุนแยกย้ายกันไปตามถ้ำและยอดเขาตามลำดับ
…………
เมื่อทั้งสามจากไป หลินเฟิงก็หันไปมองศิษย์ที่ยังเหลืออยู่ พวกเขาเหล่านี้ต้องยกระดับพัฒนาตนเองต่อไป เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วมาหยุดอยู่ที่บุรุษสองสตรีหนึ่ง
"ลี่เซิ่งหนาน, ทั่วป๋าคุน, เมิ่งเสี่ยวซิง พวกเจ้าทั้งสามนับว่าทำได้ดีในการทดสอบประเมิน ฉะนั้นต่อจากนี้พวกเจ้าจะได้เป็นศิษย์ฝ่ายนอกของนิกายเทพกระบี่"
“ส่วนศิษย์ฝึกหัดที่ยังไม่ได้เลื่อนสถานะ ก็อย่าเพิ่งท้อแท้เสียใจไป บันไดเฉียนคุนยังคงรอพวกเจ้ามาทดสอบอีกครั้ง เมื่อใดก็ตามที่พวกเจ้าผ่านการประเมินพวกเจ้าก็จะได้เลื่อนสถานะ”
ได้ยินคำยืนยันของจากปากเจ้านิกาย สีหน้าของลี่เซิ่งหนาน, ทั่วป๋าคุน, เมิ่งเสี่ยวซิงก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นปีติ
ส่วนคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งกลายเป็นศิษย์ฝ่ายนอกต่างก็แสดงท่าทางผิดหวังเสียใจ สายตาของพวกเขาต่างมองไปทางคนที่ได้เลื่อนขั้นทั้งสาม โดยเฉพาะสายตาที่มองไปทางลี่เซิ่งหนานแฝงไปด้วยความริษยา
ทว่าครั้นที่พวกเขาได้ยินสิ่งที่เจ้านิกายกล่าว จึงรู้ว่าตนเองสามารถเข้ารับการทดสอบที่บันไดเฉียนคุนได้ทุกเมื่อในอนาคต ทำให้พวกเขามีกำลังใจแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง
ฉับพลันก็ปรากฏพลังอ่อนโยนซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า นำพา ลี่เซิ่งหนาน, ทั่วป๋าคุน, เมิ่งเสี่ยวซิงไปยังยอดเขาเทียมสวรรค์
ลี่เซิ่งหนาน, ทั่วป๋าคุน, เมิ่งเสี่ยวซิง สัมผัสได้ถึงประกายแสงส่องสว่างขึ้นตรงหน้าพวกเขา จากนั้นทิวทัศน์โดยรอบก็พร่าเลือนกลายเป็นเพียงเงา เสี้ยวอึดใจต่อมาพวกเขาก็มาปรากฏตัวขึ้นภายในตำหนักที่แสนงดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
เหนือตำหนักมีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารัศมีเปล่งปลั่ง บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาทำให้คนทั้งสามจิตใจสั่นสะท้านหายใจไม่ทั่วท้อง
“ศิษย์ ลี่เซิ่งหนาน, ทั่วป๋าคุน, เมิ่งเสี่ยวซิง คารวะเจ้านิกาย!”
ศิษย์ทั้งสามรีบคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นแสดงความเคารพยำเกรงสุดจะหาใดเปรียบ
นับตั้งแต่พวกเขาเหยียบย่างเข้ามาในนิกาย พวกเขาก็ได้รับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เจ้านิกายได้กระทำ ยิ่งอยู่ยิ่งตระหนักได้ว่าเจ้านิกายทรงพลังอำนาจเพียงใด
ในความคิดของพวกเขาการที่เจ้านิกายจะทะยานขึ้นเป็นเทพเซียนไม่ใช่เรื่องห่างไกลเกินจริง
เมื่อหลินเฟิงเห็นการแสดงออกอันเต็มไปด้วยความเคารพนับถือของคนทั้งสาม เขาก็แสดงสีหน้าพึงพอใจ
แม้ว่านิกายจะมีศิษย์และเหล่าสาวกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาก็หาได้กังวลเรื่องที่จะยกระดับพัฒนาพวกเขาเหล่านั้น ทั้งยังไม่หวั่นเกรงผู้มีเจตนาร้ายแฝงกายซ่อนเร้น ต่อให้เป็นร้อยคนหรือสามคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็ตาม
เพราะต่อให้นิกายแห่งนี้จะไม่มีเขาอยู่ เหล่าสาวกที่ศรัทธาในนิกายเทพกระบี่จะต้องผ่านขบวนการคัดกรองโดยอนุสรณ์เทพพิทักษ์ประตูตรงหน้าประตูหุบเขานิกาย หากผู้เข้ารับการทดสอบมีจิตใจคิดคดไม่ซื่อตรง มีเจตนาร้ายแอบแฝงก็จะถูกปฏิเสธทันที
นอกจากนี้หลินเฟิงยังเป็นผู้ถือครองเคล็ดลิขิตสวรรค์ตำหนักเทวะหมื่นทิศจึงสามารถตรวจสอบความภักดีของเหล่าศิษย์และเหล่าสาวกได้ทุกที่ทุกเวลา
"เปิดใช้งานวิชาลับสวรรค์"
เขารำพึงกับตนเองอย่างเงียบ ๆ
ยามนี้แถบข้อมูลปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา
ชื่อ ลี่เซิ่งหนาน
อายุ: 16 ปี
ขอบเขตพลัง : ระดับห้าผสานปราณ
กายา : ร่างวิญญาณดารา สามารถดูดซับพลังดารามาฝึกฝนยกระดับตนเอง
ค่าวาสนา : 27,000
ค่าความภักดี : 90
...
ชื่อ ทั่วป๋าคุน
อายุ: 16 ปี
ขอบเขตพลัง : ระดับห้าผสานปราณ
กายา : ร่างวิญญาณหมื่นอสูร สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรมารับใช้ และกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูรเพื่อนำมายกระดับกายาให้ตนเอง
ค่าวาสนา : 16,000
ค่าความภักดี : 90
...
ชื่อ : เมิ่งเสี่ยวซิง
อายุ: 16 ปี
ขอบเขตพลัง : ระดับห้าผสานปราณ
กายา : ร่างวิญญาณหอก สามารถฝึกฝนยกระดับเจตจำนงแห่งหอกได้ถึงขั้นขั้นสูงสุด ทั้งยังสามารถก้าวเข้าสู่วิถีแห่งหอก บดขยี้ทำลายหมื่นบัญญัติสิ้น
ค่าวาสนา : 20,000
ค่าความภักดี : 90
...
หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นปราณม่วงอันอุดมไปด้วยวาสนาบนศีรษะของทั้งสามคน
เรียกว่าศิษย์ทั้งสามคนนี้เป็นบุตรแห่งโชคชะตาอย่างแท้จริง
ทว่าความจริงแล้วเขาขอแค่เป็นคนดีก็พอ
…………
“ติ๊ง! ระบบสัมผัสได้ว่านิกายของเจ้านายรับบุตรแห่งโชคชะตาเพิ่มสามคน ระบบยินดีเป็นอย่างมาก จึงทำการมอบแพ็กเกจของขวัญ”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาดาราม่วง] ”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาผู้บงการอสูร] ”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาราชันหอก] ”
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ [หอกวายุอรุณหมื่นปักษา] "
เสียง ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ดังขึ้นในใจของหลินเฟิง
“อืม∼ ระบบช่างใจป้ำจริง ๆ ข้าเพิ่งได้รับบุตรแห่งโชคชะตาสามคนเข้านิกายแท้ ๆ ระบบก็ของขวัญชุดใหญ่ให้ทันที” หลินเฟิงแสดงความพึงพอใจเงียบๆ
“ลี่เซิ่งหนาน, ทั่วป๋าคุน, เมิ่งเสี่ยวซิง พวกเจ้าทั้งสามมีทั้งวาสนาและพรสวรรค์ ในอนาคตพวกเจ้าจะพัฒนาก้าวหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด”
“ยามนี้พวกเจ้าปฏิญาณตนเป็นศิษย์ของนกายเทพกระบี่อย่างเป็นทางการแล้ว ในฐานะที่ข้าเป็นเจ้านิกายจึงขอมอบเคล็ดกายาเหล่านี้ให้แก่พวกเจ้า”
พอกล่าวจบหลินเฟิงก็โบกสะบัดมือ
ลำแสงสีทองสามเส้นพวยพุ่งเข้าใส่บริเวณหว่างคิ้วของพวกเขาทั้งสามตามลำดับ
ชั่วพริบตาต่อมาลี่เซิ่งหนานก็สัมผัสได้ถึงพลังงานอันมากล้นเฉกเช่นมหาสมุทรดาราพวยพุ่งเข้าสู่ร่างกาย
ฉับพลันภายในดวงตาของนางก็ปรากฏดวงดารานับไม่ถ้วนหมุนวนอย่างลึกลับสุดหยั่งถึง
นี่ก็คือ [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาดาราม่วง] !
เนื่องด้วยลี่เซิ่งหนานมีร่างวิญญาณดารา ซึ่งเดิมทีสามารถดูดซับพลังดารามาปรับแต่งร่างกายของตนเอง ทว่าบัดนี้มันได้ถูก [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาดาราม่วง] ยกระดับขึ้นแล้ว
เมื่อสามารถผสานรวม [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาดาราม่วง] ได้อย่างสมบูรณ์ ต่อจากนี้นางจะสามารถดูดซับพลังดาราโจวเทียนมาใช้ได้
หลังจากความแข็งแกร่งพัฒนาเข้าสู่ระดับสูงสุด ก็จะสามารถปลูกฝังดาราจักรในห้วงสมุทรปราณ!
"อา∼ อะไรกันนี่?"
“เหตุใด ดะ... ดวงตาของข้าถึงสว่างไสวเยี่ยงนี้?”
"เกิดอะไรขึ้น? ไยข้าถึงเห็นแสงดาราตอนกลางวันแสก ๆ?"
ลี่เซิ่งหนานประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองเป็นอย่างมาก
"อย่าเอะอะโวยวาย"
“ลี่เซิ่งหนานนี่คือ [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาดาราม่วง] นับเป็นโอกาสและวาสนาอันดีของเจ้า เหตุใดยังไม่รีบผสานหลอมรวมเข้าสู่จิตอีก!?” หลินเฟิงตำหนิด้วยท่าทีสงบนิ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของลี่เซิ่งหนานก็ซีดเผือดลงอย่างฉับพลัน ทว่าภายในจิตใจยังคงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองในเวลานี้มันช่างน่าเหลือเชื่อ
มีหรือลี่เซิ่งหนานจะกล้าละเลยคำกล่าวเตือนของเจ้านิกาย นางรีบขจัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวโดยพลัน พยายามสงบจิตใจของตนเองให้เย็นลง จากนั้นก็เริ่มผสานหลอมรวมเข้ากับ [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาดาราม่วง]
ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง
ทั่วป๋าคุนก็เริ่มผสานหลอมรวมจิตเข้ากับ [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาผู้บงการอสูร]
ทั่วป๋าคุนมีร่างวิญญาณหมื่นอสูร สามารถกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูรนำมาใช้ยกระดับร่างกายของตนเอง
เช่นเดียวกับเมิ่งเสี่ยวซิงที่กำลังผสานหลอมรวมจิตเข้ากับ [เคล็ดต้นแบบสาวก กายาราชันหอก]
เมิ่งเสี่ยวซิงมีร่างวิญญาณหอก สามารถฝึกฝนบนวิถีแห่งหอกขั้นสูงสุด ซึ่งนับเป็นพรสวรรค์ที่ไม่เลวเลยทีเดียว
[เคล็ดต้นแบบสาวก กายาราชันหอก] ที่ระบบมอบให้แก่เมิ่งเสี่ยวซิง ถูกประมวลผลมาอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อทั้งสองประสานหลอมรวมเข้าด้วยกันรับรองว่าเขาจะสามารถระเบิดพลังสุดขั้วออกมาได้อย่างแน่นอน