ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 38 ตีตลาด

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 38 ตีตลาด



            "ขอบคุณท่านเซสิลีนอย่างยิ่งที่ออกปากช่วยเหลือ" มาคัสเอ่ยขึ้นขณะเดินทางออกจากคฤหาสน์เจ้าเมืองพร้อมกับกลุ่มของสมาคมการค้า


            "ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร สมาคมการค้าและตระกูลพีไรซ์มีมิตรไมตรีต่อกันมาอย่างช้านาน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ย่อมยื่นมือช่วยเหลือ" หญิงชุดแดงเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่จริงใจ


            บุคลิกของเซสิลีนก็เป็นเช่นนี้ เป็นคนตรงไปตรงมา กับคนมีมิตรไมตรีต่อกันก็พร้อมมอบความจริงใจให้อย่างเต็มที่


            แม้จะเป็นคนในแวดวงการค้าที่ต้องเจรจาต่อรองธุรกิจมากมาย หลายคนอาจจะมองว่าต้องเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่จริงๆ แล้วเซสิลีนกลับเป็นคนที่เที่ยงธรรมและพร้อมจะพุ่งเข้าชนทุกปัญหาที่ไม่ได้หนักหนาเกินมือของตนเอง นี่เองที่เป็นสาเหตุให้นางได้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่สูงขนาดนี้ภายในสมาคม


            "เช่นนั้นขอให้ท่านรับไมตรีจากข้าด้วย" มาคัสล้วงหยิบขวดแก้วออกมาจากกระเป๋าใบเล็กที่เหน็บไว้ข้างลำตัว ทำท่าจะยื่นให้กับเซสิลีน


            "ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น การที่ข้าช่วยเหลือท่านหาได้ต้องการสิ่งของอะไรตอบแทนไม่" หญิงชุดแดงตรงหน้าโบกมือปฏิเสธ


            “รับน้ำใจของข้าไปเถิด อีกอย่างข้าก็ได้ประโยชน์ด้วย หากท่านเซสิลีนได้ลองใช้สิ่งนี้แล้วถูกใจ อาจจะเป็นการโฆษณาสินค้าใหม่ของทางตระกูลเราได้อีกด้วย” มาคัสยังคงยื่นมือที่ถือขวดแก้วค้างไว้กลางอากาศไม่ได้หดมือกลับไปตามคำของหญิงชุดแดง


            นั่นทำให้เซสิลีนต้องพิจารณาของในมือของมาคัสอีกครั้งหนึ่ง


            มันเป็นขวดแก้วใส ด้านในบรรจุเม็ดยาสีแดงเลือดหมูขนาดเท่าเล็บมือไว้ประมาณเจ็ดถึงแปดเม็ด ดูธรรมดาไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษ


            “มันคือสิ่งใดกัน?” เซสิลีนเอ่ยถามด้วยความสนใจ การที่ตนเองปฏิเสธไปแล้วแต่อีกฝ่ายก็ยังรบเร้าให้รับไป แสดงว่าสิ่งของตรงหน้าต้องไม่ใช่สิ่งของธรรมดาสามัญ


            “มันคือโอสถรักษาในรูปแบบเม็ดยา ตระกูลของข้าได้ค้นคว้าวิจัยสิ่งนี้มานาน ผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน จนสร้างสูตรโอสถฟื้นฟูร่างกายชนิดเม็ดขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ และนี่ก็คือผลผลิตที่ได้รับกลับมา” เนื่องจากไม่อาจบอกที่มาของสูตรยาได้ มาคัสจึงเลือกแต่งเรื่องโกหกขึ้นมา


            “เนื่องจากช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงต้นของธุรกิจนี้ ตระกูลของข้าจึงผลิตออกมาได้ไม่เยอะนัก ก่อนหน้านี้ข้าเริ่มกระจายสินค้าออกไปบ้างแล้ว จึงเหลือตัวอย่างอยู่เพียงเท่านี้”


            “ภายในขวดนี้มีโอสถรักษาอยู่แปดเม็ด มันมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับโพชั่นฟื้นฟูที่ขายอยู่ตามท้องตลาดถึงแปดขวดเลยทีเดียว” มาคัสเปิดเผยสรรพคุณของเม็ดยาในมือ


            ในโลกยุคสมัยนี้ นอกจากอเวกที่มีพลังพิเศษในด้านการรักษาหรือผู้มีความรู้ทางการแพทย์แล้ว ก็ยังมีโพชั่นรักษาที่ผู้คนนิยมใช้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเร่งด่วน เพราะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ในชั่วพริบตา ซึ่งจะรักษาได้มากน้อยก็อยู่ที่สูตรของโพชั่นแต่ละตัวว่าเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน หรือมีสูตรพิสดารพันลึกอย่างไร


            ซึ่งโพชั่นรักษาแทบทุกชนิดในท้องตลาดล้วนเป็นของเหลวบรรจุลงในขวดแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโพชั่นดั้งเดิมที่เหล่าอเวกได้รับมาจากในดันเจี้ยน ในรอยแยกมิติ หรือปรุงขึ้นจากสูตรที่ได้มาจากสมบัติภายในดันเจี้ยน


            แน่นอนว่าโพชั่นรักษาแต่ละชนิดล้วนให้ผลในการรักษาที่ยอดเยี่ยมเพียงแต่ว่ามันก็มีข้อเสียเช่นกัน นั่นคือไม่สามารถพกพาเป็นจำนวนมากได้เนื่องจากขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ของขวดแก้ว


            แต่กับโอสถรักษาชนิดเม็ดภายในมือของมาคัสนั้นแตกต่างกัน เพียงขวดเดียวกลับบรรจุเม็ดยาไว้ทั้งสิ้นแปดเม็ด ซึ่งเม็ดโอสถเม็ดเล็กๆ เพียงหนึ่งเม็ดก็ให้ผลในการรักษาเทียบเท่าโพชั่นรักษาระดับมาตรฐานที่วางขายในท้องตลาดหนึ่งขวดเต็มๆ!


            ความได้เปรียบของโอสถชนิดเม็ดแท้จริงแล้วอยู่ที่มันสามารถพกพาได้เป็นจำนวนมาก พกพาเพียงขวดเล็กๆ เพียงขวดเดียวก็เท่ากับแบกโพชั่นชนิดน้ำมาเป็นสิบขวด! และความสามารถในการพกพาสิ่งของช่วยชีวิตได้มาก ก็ทำให้ชีวิตของผู้คนที่ต้องไปเสี่ยงอันตรายตลอดเวลา ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น!


            แอนวาสที่ยืนอยู่ด้านข้างของเซสิลีนเห็นขวดยาในมือมาคัส ดวงตาก็พลันเป็นประกาย รีบพูดขึ้นมาทันที


            “ท่านเซสิลีน โปรดรับน้ำใจของหัวหน้าตระกูลพีไรซ์ไว้เถิด โอสถชนิดนี้ข้าเองก็ได้รับตัวทดลองมาก่อนหน้านี้ ผลของมันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เมื่อเจ็ดวันก่อน กองคาราวานจากเมืองปิแอสถูกสัตว์อสูรโจมตีก่อนจะระหกระเหินมาถึงเมืองปากัส ข้าก็มอบโอสถที่ตระกูลพีไรซ์พัฒนาขึ้นมานี่แหละให้ไป” แอนวาสพ่อค้าอ้วนสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะพูดต่อ


            “แล้วผลปรากฏว่าแผลตามตัวของกองคาราวานเหล่านั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยสายตาอันแม่นยำของข้า ข้าพูดได้เลยว่าความสามารถในการรักษาของพวกมันเพียงหนึ่งเม็ดยังสูงกว่าโพชั่นรักษาระดับมาตรฐานที่ขายอยู่ตามท้องตลาดไปอีกเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ”


            “หากราคาไม่ได้สูงไปกว่าโพชั่นปกติมากเท่าไหร่นัก ข้ารับประกันได้เลยว่าต่อไปในอนาคตมันจะต้องกลายเป็นสินค้าขายดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในหมู่อเวกที่สังกัดสมาคมนักล่า คนพวกนี้เสี่ยงตายทุกวัน หากมีสิ่งใดที่เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้พวกเขาได้มากขึ้น มีหรือจะไม่ใช้จ่ายเพื่อให้ได้มา?” แอนวาสยิ้มกว้างจนตาแทบปิด ช่วยพูดสนับสนุนผลิตภัณฑ์ใหม่ของตระกูลพีไรซ์เต็มที่


            ถึงจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่แอนวาสก็ไม่ได้พูดเกินจริงไปแม้แต่น้อย โอสถรักษาชนิดเม็ดของตระกูลพีไรซ์นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ หากได้ออกสู่ท้องตลาดคงขายดีจนผลิตไม่ทัน


            เซสิลีนมองขวดในมือของมาคัสอย่างช่างใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปรับมันมา ปากก็กล่าวออกมาว่า


            “ถ้าสรรพคุณเป็นเช่นนั้นจริง ก็นับว่าตลาดการค้านับจากนี้คงครึกครื้นไม่น้อย หวังว่าตระกูลพีไรซ์และสมาคมการค้าจะได้ทำธุรกิจร่วมกันในอนาคต โอสถชนิดนี้คงไม่ได้แพงเกินไปหรอกกระมัง?” หญิงชุดแดงกล่าวถามขณะที่ถือขวดแก้วบรรจุโอสถขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ


            มาคัสยิ้มพร้อมกับกล่าวออกไปอย่างถ่อมตัวว่า “แน่นอนว่าโอสถชนิดนี้ไม่อาจขายแพงได้ มันก็เป็นเพียงโอสถรักษาธรรมดาๆ เท่านั้น”


            “หากขายให้กับสมาคมการค้า ข้าคิดราคาเพียงหกส่วนของราคาโพชั่นรักษาที่ขายกันตามท้องตลาดก็พอ ส่วนเรื่องกำไรจากการขาย ขึ้นอยู่กันท่านเลย ท่านเซสิลีนคิดเห็นอย่างไร?”


            ข้อเสนอของมาคัสทำให้เซสิลีนถึงกับชะงัก เงยหน้าขึ้นมามองมาคัสทันที


            “นี่เจ้าคิดจะวางขายในราคาใกล้เคียงกับโพชั่นรักษาเลยรึ?” เซสิลีนเลิกคิ้วขึ้นถาม เห็นมาคัสพยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับ


            สำหรับสินค้าที่ขายโดยพ่อค้าคนกลาง โดยปกติราคาต้นทุนที่ซื้อมาจะอยู่ที่หกสิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย


            การที่ตระกูลพีไรซ์ขายโอสถรักษาให้กับสมาคมการค้าในราคาเพียงหกส่วนของราคาขายโพชั่นทั่วๆ ไป หมายความว่าตระกูลพีไรซ์ต้องการจะขายโอสถเหล่านี้ในราคาที่เท่ากับโพชั่นรักษาหรือถูกกว่า นั่นเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะทำให้ผู้คนหันมาทดลองใช้โอสถรักษาชนิดใหม่นี้มากขึ้นและรับรู้ถึงประโยชน์ของมันมากขึ้น


            “เป็นอย่างที่ท่านคิด” มาคัสตอบกลับไป “นอกจากเพื่อผูกสัมพันธ์อันดีกับสมาคมการค้าแล้ว ยังทำไปเพื่อให้ผู้คนรับรู้ผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็วด้วย”


            มาคัสมองหน้าเซสิลีนก่อนจะเห็นถึงความกังวลใจ ตัวเขาเองก็พอจะเข้าใจได้ว่าหญิงงามตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่


            “ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ข้าไม่ได้ขายของโดยไม่มีกำไร ที่ข้ากล้าขายในราคานี้ย่อมหมายความว่ามันก็มีกำไรอยู่” มาคัสกล่าวออกไปเพื่อให้เซสิลีนและแอนวาสมั่นใจ


            จริงๆ แล้วราคาต้นทุนของโอสถรักษาชนิดเม็ดที่เขาสร้างขึ้นมานั้นมันช่างถูกแสนถูก วัตถุดิบก็เป็นของทั่วๆ ไปที่ผู้คนไม่ได้เห็นถึงคุณค่าของมัน แต่เมื่อนำมันมาปรุงรวมกันด้วยกรรมวิธีพิเศษแล้ว กลับกลายเป็นโอสถล้ำค่าที่มีสรรพคุณไม่ด้อยไปกว่าโพชั่นรักษา


            เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของมาคัส เซสิลีนจึงพยักหน้าตกลง


            “ถ้าหากต้องการตกลงธุรกิจอันใด ก็ให้คุยกับแอนวาสได้เลย เขาจะช่วยดูแลทุกอย่างแทนข้าเอง” เธอพูดกับมาคัสก่อนจะหันหน้าไปทางแอนวาส “ฝากเจ้าดูแลด้วยล่ะ”


            “ขอรับ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ข้าจะเป็นธุระดูแลเรื่องนี้ให้เอง” แอนวาสประสานมือขึ้นมาพร้อมกับตอบรับกลับไป


            “เช่นนั้นข้าขอเดินทางล่วงหน้าไปที่สมาคมก่อน ส่วนแอนวาสจะไปคฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์พร้อมกับท่าน หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันนะมาคัส” เซสิลีนยังคงไว้ซึ่งใบหน้านิ่งเฉยจริงจัง ก่อนจะเดินทางจากไป ปล่อยให้แอนวาสเดินทางไปเจรจาธุรกิจกับตระกูลพีไรซ์แทนตนเอง


            เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแล้ว จินก็ค่อยๆ ดึงตนเองออกจากการเฝ้าติดตาม กลับสู่การรับรู้ตามปกติพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ การกระทำของมาคัสถือเป็นการตัดสินใจที่ดีไม่เลว อย่างน้อยก็เพิ่มช่องทางการค้าขายได้อีกทาง


            ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ธุรกิจโอสถของตระกูลพีไรซ์กำลังเป็นไปได้ด้วยดี โรงงานและเครื่องมือทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เรื่องของวัตถุดิบก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เนื่องด้วยธุรกิจหลักอีกอย่างหนึ่งของตระกูลพีไรซ์ก็เป็นการจัดหาสมุนไพรอยู่แล้ว ฉะนั้นการเตรียมการสร้างเม็ดยาจึงกลายเป็นเรื่องง่าย


            สิ่งที่ยากคงจะเป็นการจัดจำหน่ายสินค้าออกไป และการโฆษณาให้ผู้คนรู้จัก ซึ่งประการแรก มาคัสก็เพิ่งจะทำสำเร็จไปเมื่อครู่ นั่นคือการอาศัยความกว้างขวางของสมาคมการค้าให้ช่วยเหลือตนอีกแรง ด้วยมิตรไมตรีที่มีต่อกันอย่างแน่นแฟ้น เรื่องราวจึงราบรื่นไม่มีปัญหา


            ส่วนแผนการอีกอย่างหนึ่งก็คือมอบหมายแคนซัสที่เพิ่งกลับมา ให้โฆษณาสินค้า ทั้งในเมืองปากัสและเมืองใกล้เคียง ซึ่งแคนซัสเองก็รับหน้าที่นี้อย่างเต็มใจ ตัวเขาหายตัวไปกว่าสองปี กลับมาเพียงไม่นานก็มีหน้าที่ให้ได้ทำทันที ในใจตื่นเต้นยินดีไม่น้อย


            ตัวเขาเองก็โฆษณาประชาสัมพันธ์ภายในเมืองปากัส ทั้งยังส่งผู้ติดตามทั้งสองคนอย่างจ้อยและอีริกไปโฆษณาสินค้าในต่างเมืองอีกด้วย


            ไม่นานสินค้าของพวกเขาก็เริ่มเป็นที่รู้จัก เพราะพกพาง่าย ประหยัดพื้นที่ และมีคุณภาพสูงเหมาะสมกับราคา