ตอนที่ 11
อันเฟินเยว่ ที่ได้ย่างไก่และย่างปลาเรียบร้อยแล้ว จึงได้หาใบไม้ห่อเอาไว้อย่างดี เธอถือตะกร้ามาสองใบ มีใบเล็กด้วย จึงได้เอาไก่และปลาที่ย่างเอาไว้แล้วใส่เอาไว้ และหาใบไม่มาคลุมเอาไว้อย่างดี เธอไม่อยากให้ใครเห็นมัน
เนื่องจากยังมีเวลาอยู่ เธอที่ยังไม่อยากที่จะกลับบ้าน จึงได้สำรวจที่ริมลำธาร เผื่อว่าจะมีสมุนไพร ที่สามารถทำเงินให้กับเธอได้บ้าง และอีกอย่างคือไม่อยากกลับบ้านมากกว่า
เธอเดินไปอีกฝั่งหนึ่งของลำธาร ซึ่งลำธารแห่งนี้มันจะมี่ที่น้ำลึกและน้ำตื้น ซึ่ง่น้ำตื้นก็สามารถข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้เหมือนกัน เมื่อข้ามมาแล้วก็เดินสำรวจ เห็นว่ามีเผือกขึ้นอยู่จำนวนมาก เธอจึงขุดได้หลายหัวแล้วจึงพอก่อน เนื่องจากว่าเธอรู้แหล่งแล้ว เอาไว้ค่อยมาขุดเอาใหม่แล้วกัน เธอเอาหนึ่งหัวไปโยนในกองไฟที่ยังไม่ได้ดับลง เพื่อที่จะได้กินเย็นนี้ ส่วนที่เหลือก็เก็บเอาไว้
เธอเดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไร และสำรวจรอบๆ ไปด้วย และก็ได้สมุนไพรหลายชนิดเหมือนกัน เธอจึงเก็บใส่ตะกร้าด้วยความดีใจ แม้ไม่รู้ว่ามันจะขายได้เงินหรือเปล่า แต่สมุนไพรเหล่านี้ก็เป็สมุนไพรทั่วไป ชาวบ้านอาจจะไม่รู้จัก จึงไม่มีใครเอาไปขาย แต่เธอรู้จัก เธอจึงเก็บทุกอย่างที่รู้จักจนเต็มตะกร้าแล้ว จึงได้พอก่อน เอาไว้ค่อยมาเก็บใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อข้ามกลับมาแล้ว เผือกที่เผาเอาไว้ก็สุกพอดี เธอจึงหาใบไม่มาห่อเอาไว้ แล้วใส่เอาไว้ในตะกร้าที่มีไก่และปลาย่างเอาไว้แล้ว และดับไฟ เธอคิดว่าคงต้องกลับไปบ้านได้แล้ว เมื่อคิดถึงบ้านก็ได้แต่รอบถอนใจออกมาทันที
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านก็เย็นแล้วล่ะ เธอคิดว่าป่านนี้แม่ของเธอก็คงจะกำลังรอด่าอยู่อย่างแน่นอน แต่ว่าช่างมันเถอะ มีแรงด่าก็ด่าไปก็แล้วกัน เธอไม่อยากที่จะสนใจ
ก่อนที่จะถึงบ้านก็เห็นว่าน้องชายมาดักรออยู่พอดี เธอเห็นจึงได้ยิ้มออกมา กำลังคิดอยู่ว่าจะแยกตะกร้าที่มีของไปได้อย่างไรกัน
"พี่เฟินเยว่ ทำไมกลับมาช้าจังเลยครับผมกำลังจะเข้าไปตามพี่อยู่พอดี แม่กำลังด่าพี่อยู่เลย"
เขาเป็ห่วงพี่สาวมาก ที่ป่านนี้ยังไม่กลับมาที่บ้าน แต่แม่ของเขาแทนที่จะเป็ห่วง เอาแต่บ่นหาว่าพี่สาวรองของเขาี้เี ไม่รีบกลับมาทำอาหาร กลัวว่าพี่สาวใหญ่ของเขากลับมาจากทำงานแล้วจะหิว เขารู้สึกไม่พอใจแม่ของเขามาก จึงได้เดินออกมาตามพี่สาว
"แม่ก็บ่นอยู่เป็ประจำอยู่แล้วล่ะ พี่ชินแล้ว แต่ลู่คงมาก็ดีแล้ว ช่วยเอาตะกร้านี้เข้าไปเก็บที่ห้องให้พี่หน่อยนะ พยายามอย่าให้ใครเห็นล่ะ โดยเฉพาะ แม่กับพี่สาว"
เธอไม่สนใจหรอกว่าแม่จะว่าอะไร เพราะเธอรำคาญมากกว่า เธอสนใจว่าจะเอาของที่เธอแยกเอาไว้เข้าไปได้อย่างไรมากกว่า
"อะไรหรือครับ" เขาถามอย่างสงสัย
"ของดี สำหรับเราสองคน ทำตามพี่บอกเถอะ" เธอยังไม่มีเวลาที่จะอธิบาย เพราะตอนนี้คงต้องหาทางรับมือกับแม่ของเธอก่อน
"ได้ครับ ผมมีทางเข้า แม่ไม่รู้แน่นอนครับ" เป็ทางที่เขาแอบแม่ออกไปข้างนอก โดยที่แม่ไม่มีทางรู้อยู่แล้ว
"ดี อย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ"
เธอจึงรีบเดินกลับบ้านไปทันที เมื่อเข้าไปในบ้าน แม่ก็รออยู่จริงๆ
"กลับมาได้เสียทีนะ ฉันก็คิดว่าจะตายอยู่ในป่าไปแล้ว ไม่น่าที่จะกลับมาได้เลยจริงๆ วันๆ เอาแต่ี้เี ให้ทำอะไรก็ไม่ทำ ลูกสาวบ้านไหนจะเป็อย่างนี้บ้าง" เมื่อเห็นหน้าลูกสาวก็ว่าให้ทันที
นี่เป็คำพูดของแม่เธอจริงๆ ใช่ไหม ไม่มีความห่วงใย ยังจะมาแช่งอีกต่างหาก เธอจึงมองเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร เพราะพูดก็จะเป็การเถียงกันเปล่าๆ
"ทำไม ที่ไม่พูดนี่คืออะไร คิดว่าจะต่อต้านแม่อย่างฉันอย่างนั้นหรือ ในเมื่อวันนี้ไม่ทำอะไรก็ไม่ต้องกินข้าวเย็นแล้วกัน ดูสิว่าจะเงียบไปได้สักแค่ไหนกัน"
"แม่คะ ใจเย็นก่อนค่ะ น้องสาวอาจจะเพลินไปหน่อย แม่ก็อย่าใจร้ายเกินไปเลยค่ะ แต่ว่าฉันหิวมากเลยนะคะ แม่บอกว่าจะทำอาหารจานเนื้อเพื่อบำรุงฉันไม่ใช่หรือคะ แม่ทำไว้แล้วใช่หรือเปล่าคะ"
เมื่อเห็นแม่ของเธอว่าพี่สาวก็รู้สึกว่ามีความสุขมาก และยังพูดเื่อาหารจานเนื้อให้น้องสาวได้ยินอีกด้วย เธอกินอาหารจานเนื้อ แต่น้องสาววันนี้คงจะได้อดอาหารอย่างแน่นอน
"แน่นอนอยู่แล้ว ลูกสาวของแม่ทำงานมาเหนื่อยจะกินแต่ผักได้อย่างไรกัน ต้องบำรุงให้มากสักหน่อย ส่วนพวกที่ไม่มีค่า แม้แต่อาหารสักนิดก็ไม่ควรได้กินนั่นล่ะ"
เธอหันไปพูดกับลูกสาวสุดที่รักด้วยเสียงที่อ่อนหวาน ซึ่งผิดกับตอนที่พูดกับเธอมาก ซึ่งเธอมองการแสดงความรักของสองแม่ลูกอย่างเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร และเห็นแววตาผิดหวังของพี่สาวอยู่เหมือนกัน คงคิดว่าจะได้เห็นเธอน้อยใจแม่ที่รักพี่สาวมากกว่าสินะ แต่สำหรับเธอแล้ว เธอไม่้าความรักจากแม่อย่างนี้หรอกนะ เธอไม่ใช่เ้าของร่างเดิม ความรู้สึกพวกนั้นจึงไม่มีเลย แค่สงสารเ้าของร่างเดิมแค่นั้นเอง
"น้องสาว ไม่ว่าอะไรนะ ที่แม่บำรุงพี่สาวอย่างนี้" ยังอยากจะเห็นแววตาอิจฉาหรือน้อยใจจากน้องสาวอยู่ จึงได้ถามย้ำอีกครั้ง
"ฉันจะไปว่าอะไรพี่ได้ล่ะคะ แม่จะบำรุงใคร เป็เื่ของแม่อยู่แล้วล่ะค่ะ" เธอตอบไปตามจริง เพราะต่อจากนี้ไปเธอจะสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่คิดที่จะพึ่งพาใครอยู่แล้ว
เธอได้เห็นแววตาผิดหวังของพี่สาวอีกครั้ง ทำไมกัน ทำไมมันถึงไม่รู้สึกอะไรเลย ทุกครั้งเธอจะต้องได้เห็นความเสียใจจากมันไม่ใช่หรือ แปลกเกินไปแล้ว
"รู้อย่างนั้นก็ดีแล้ว ว่าพี่สาวของแกสำคัญแค่ไหน แล้วนี่ได้อะไรมาบ้างล่ะ"
"ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็พวกผักป่ากับเห็ดค่ะ แล้วก็มีไข่ไก่นิดหน่อย"
"ถ้าอย่างนั้นก็เอามานี่ ฉันจะเอาไปทำอาหารบำรุงพี่สาวของแกเพิ่มสักหน่อยหนึ่ง" ในเมื่อมีเห็ดก็ทำซุปเห็ดเพิ่มน่าจะดี
"เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยทำแล้วกันค่ะ วันนี้ฉันเองก็ไม่ได้กินอาหารเย็นด้วย ของพวกนี้ฉันเป็คนเหนื่อยเก็บมา ถ้าฉันไม่ได้กิน คนอื่นก็อย่าได้กินเลยค่ะ"
ตอนแรกเธอก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่มาคิดดูแล้ว ในเมื่อแม่ไร้น้ำใจกับเธอมากอย่างนี้ เธอก็ไม่คิดจะให้ใครด้วยเหมือนกัน
"แก แก พูดอะไรกัน แกไม่ได้กินแล้วคนอื่นไม่ต้องกินอย่างนั้นหรือ"
"ใช่ค่ะ ฉันกลับห้องก่อนนะคะ" เธอเอาตะกร้าที่เก็บเห็ดและผักป่ากลับห้องโดยไม่สนใจเสียงด่าของแม่เลยสักนิดเดียว
"แม่ น้องสาวใจดำจัง ฉันอยากกินเห็ดมากเลยค่ะ" ว่าให้น้องสาวที่เป็บ้าอะไรไปก็ไม่รู้ ทำไมถึงได้กล้าแข็งข้อกับแม่ได้กัน
"มันเป็บ้าไปแล้ว มันกล้าแข็งข้อกับแม่ มันไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว"
( ฝากผู้อ่านติดตามด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดตอนต่อไป )