ตัดไปยังดินแดนสวรรค์ ณ ตระกูลราชามังกรอัสนีบาตหรือตระกูลเซียน ตอนนี้เซียนมู่หรง ลั่วหนิงซิน และเซียนหนิงซีกำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดเป็นอย่างมาก เนื่องจากข่าวการหายไปของลูกสาวหอประมูลตระกูลฮั่ว ณ แดนเซียนได้มาถึงยังที่นี่แล้ว แถมพวกเขายังได้รู้อีกว่าลั่วอู่หลินคือหนึ่งในนั้น
แต่ที่พวกเขาตึงเครียดกันอยู่นี้ไม่ใช่เพราะเรื่องลูกชายหายไปแต่อย่างใด เพราะต้องไม่ลืมว่าเซียนมู่หรงได้ทำสัญลักษณ์ติดตามตัวเอาไว้ แต่ที่พวกเขาพากันเครียดเช่นนี้ก็เพราะตำแหน่งของลั่วอู่หลินนั้นดันไปอยู่ที่ดินแดนรกร้างแห่งความว่างเปล่าของแดนเซียน ไม่รู้ว่าเจ้าลูกตัวดีของพวกเขาไปทำอะไรที่นั่นกันแน่
"สามี หลินหลินจะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่"ลั่วหนิงซินกล่าวถามอย่างร้อนรน เซียนมู่หรงยกยิ้มและดึงนางเข้ามาสวมกอด
"ที่รัก เจ้าอย่าได้กังวลไป ลูกไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน อย่าลืมสิว่าข้าได้พลังส่วนหนึ่งเอาไว้ที่เขา หากมีอันตรายถึงชีวิตพลังนั้นก็จะเผยออกมาเพื่อปกป้องเขาในทันที และเมื่อมันทำงานเมื่อไรข้าจะไปรับเขาด้วยตัวเอง"เซียนมู่หรงกล่าวปลอบประโลมภรรยา
"ถ้าเป็นอย่างที่ท่านว่าก็ดี แต่ว่าป่านนี้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องห่วงหลินหลินมากแน่ๆพวกเราควรที่จะไปแจ้งข่าวให้พวกเขาได้รับรู้"ลั่วหนิงซินกล่าว
เซียนมู่หรงพยักหน้า "เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันหมดนี่แหละ ถือโอกาสไปเยี่ยมญาติฝ่ายท่านแม่ยายสักคราด้วยเป็นอย่างไร"
"ไปเจ้าค่ะ ลูกเองก็คิดถึงท่านตากับท่านยาย"เซียนหนิงซีที่ได้ยินดวงตาก็พลันทอประกาย คงต้องบอกว่านางอยากไปหาท่านตากับท่านยายของนางนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ไป ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นางจะตื่นเต้นเมื่อได้ยินท่านพ่อกับท่านแม่พูดคุยกันเรื่องนี้
ทั้งเซียนมู่หรงและลั่วหนิงซินพยักหน้าให้กับลูกสาว ด้วยที่ตระกูลตอนนี้มีพ่อแม่ของเซียนมู่หรงดูแลจึงทำให้ทั้งครอบครัวได้รับอิสระมากขึ้นเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มเปิดประตูมิติและพาลูกสาวกับภรรยาออกเดินทางในทันที ก่อนที่ประตูมิติจะปิดลงไป
ตัดกลับมาที่ลั่วอู่หลินในเวลานี้ชายหนุ่มลืมตาตื่นจากห้วงสมาธิเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับพลังปราณที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากแต่ก็ยังไม่อาจจะบรรลุระดับวีรชนหกดาวได้ เนื่องจากลมปราณของทั้งสิบคนที่เขาสังหารแม้จะได้มาถึงคนละห้าส่วนก็ตาม แต่เมื่อนำมากลั่นแล้วกลับได้ไม่มากเท่าทีควรบวกกับตันเถียนของชายหนุ่มที่กว้างมากผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้
"เห้อ เอาเถอะแต่เดิมก็ไม่ควรคาดหวังมากเกินไป"ลั่วอู่หลินส่ายหน้าเบาๆ เนื่องจากผิดหวังเล็กน้อยกับพลังปราณที่ได้รับมา
ชายหนุ่มเดินออกจากหอคอยชั้นที่ห้าในทันที บัดนี้เขาอยู่บริเวณที่เป็นป่าขนาดใหญ่ แต่ทว่าลั่วอู่หลินกลับสัมผัสได้ถึงไอปราณสังหารและคาวเลือดที่หนาแน่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก หรือคงต้องบอกว่าในดินแดนแห่งนี้ไม่ว่าจะไปทิศทางไหนก็ต้องสัมผัสได้ถึงไอแห่งการฆ่าฟัน
ลั่วอู่หลินทะยานไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่องพร้อมกับคิดคำนึงถึงข้อมูลในหยกที่เขาได้รับมา พื้นที่ดินแดนโบราณแห่งความว่างเปล่าห้าจากสิบส่วนได้รับการสำรวจแล้วและประกอบไปด้วยสถานที่แปลกๆมากมาย เช่น หุบเขาโลหิต หุบเขาหิมะสีเลือด ป่าหมื่นพิษ ทะเลสาบทมิฬ ทะเลทรายแห่งความตาย ทุ่งหญ้าแห่งการสังหาร และยังมีสถานที่อื่นๆอีกมากมาย
แต่ที่ๆเขาอยู่ตอนนี้คือป่าร้อยมายา ซึ่งขึ้นชื่อมากเรื่องภาพลวงตาและการล่อลวง ดังนั้นลั่วอู่หลินจึงต้องเบิกด้วยเนตรอสูรพิษสวรรค์เอาไว้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ตกอยู่ในภาพลวงตาเหล่านั้น
"จากที่ข้าได้ศึกษาพื้นที่ในความทรงจำของเจ้า สถานที่ๆเหมาะกับการสั่งสมพลังที่สุดคงหนีไม่พ้นหุบเขาหิมะสีเลือดกับทะเลสาบทมิฬ เพราะมันน่าจะมีไอปราณหยินที่สูงมากและไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะได้โชควาสนาจากที่นั่น!"
"อืม ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่หุบเขาหิมะสีเลือดถูกปกครองดูนิกายหนึ่งที่ชื่อว่าบุปผาโลหิตแล้วสถานที่แห่งนี้มีแต่สตรีเท่านั้นที่เหยียบย่างเข้าไปได้ ส่วนทะเลสาบทมิฬนั้นส่วนใหญ่ดูเหมือนจะมีอสูรและปีศาจมาจับจองโดยเฉพาะพวกที่มีพลังปราณความมืดอยู่ในร่างกาย"
"หุหุ น้องชายแล้วเจ้าอยากจะไปที่ไหนละ ถ้าให้เดาเจ้าคงอยากจะไปหุบเขาหิมะสีเลือดใจจะขาด"
"พี่สาวอย่าพูดไร้สาระน่า เมื่ออยู่ในดินแดนแห่งการฆ่าฟันเช่นนี้ข้ายังจะมัวไปสนใจสตรีได้อีกหรือ ท่านเป็นคนบอกเองนี่ว่าอย่าประมาทหรือไว้ใจใครง่ายๆ"ลั่วอู่หลินกล่าว
ไฉ่เยว่เอ่อร์ที่กำลังคิดจะหยอกล้อชายหนุ่มถึงกับเบือนหน้าหนี "รู้แล้วน่า ข้าแค่หยอกล้อเจ้าเล่นเท่านั้น"
ลั่วอู่หลินยกยิ้มบางแต่ทว่าตอนนั้นเองในขณะที่ใกล้จะสิ้นสุดเขตของป่าร้อยมายา ชายหนุ่มพลันหยุดชะงักและกวาดจิตไปด้านหน้า ตอนนี้เบื้องหน้าของเขามีเด็กหญิงอายุประมาณสิบขวบกำลังวิ่งหนีชายหญิงห้าคนที่สวมชุดสีม่วง
"พวกมันวิ่งตามเด็กคนนั้นทำไมกัน?"ชายหนุ่มเอ่ยปากด้วยความสงสัยยิ่ง โดยปกติแล้วแม้ที่นี่จะเป็นดินแดนแห่งการสังหาร แต่สำหรับคนธรรมดาหรือเด็กที่ไร้พลังคนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะมองข้ามเพราะต่อให้สังหารก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร การที่ชายหญิงห้าคนไล่ตามเด็กหญิงตัวน้อยๆอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้จึงผิดปกติมาก
"ช่วยนางเถอะ อีกฝ่ายเป็นแค่ระดับวีรชนเท่านั้นสำหรับเจ้าไม่นับเป็นอะไร"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว แม้ปากจะบอกว่าอย่าไว้ใจใครก็ตาม แต่นี่คือเด็กตัวน้อยๆเท่านั้น สำหรับนางที่พึ่งได้เป็นแม่คนเมื่อไม่นาน ดังนั้นการเห็นเด็กถูกสังหารจึงเป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง
ลั่วอู่หลินแม้จะแปลกใจ แต่ก็ทำตามที่นางบอกอย่างไม่คิดอะไร เนื่องจากนี้คือคำขอแรกของไฉ่เยว่เอ่อร์เลยก็ว่าได้ตั้งแต่นางอยู่กับเขามา
ดวงเนตรอสรพิษสวรรค์กำหนดจุดหมายเเละเส้นทาง จากนั้นลั่วอู่หลินก็ผายมือไปยังจุดหมายนั้น เกล็ดหิมะชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือจากนั้นมันก็พลันลอยไปยังจุดหมายปลายทางที่เขากำหนดไว้อย่างรวดเร็ว
ใช่! มันคือทักษะหนึ่งหยดเหมันต์ผนึกเทวา เมื่อมันถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว ลั่วอู่หลินก็พุ่งทะยานตามไปสิ่งที่เห็นคือเด็กน้อยวัยสิบขาบที่สลบลงไปแล้วพร้อมกับบาดแผลเต็มตัว ส่วนคนที่ตามมานั้นบัดนี้ได้ถูกแช่แข็งไปจนหมดสิ้น ทั้งๆที่ใบหน้าของพวกมันยังเผยถึงความสนุกสนานที่ได้ไล่ตามเด็กน้อยคนนี้
ลั่วอู่หลินดีดนิ้วหนึ่งครั้งน้ำแข็งที่ผนึกพวกมันเอาไว้ก็แตกกระจายพร้อมกับร่างของคนเหล่านั้นที่สลายกลายเป็นผุยผง ก่อนที่เขาจะอุ้มเด็กน้อยและพานางบินทะยานไปไกล
"น้องชายข้ารู้แล้วว่าทำไมนางถึงได้โดนตามล่า"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวด้วยความตื่นเต้น
"หืม ทำไมหรือ?"
"นั่นเพราะเด็กคนนี้มีกายพิสุทธิ์เทวะ กายศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถชำระล้างได้ทุกสรรพสิ่ง ดังนั้นแล้วมนุษย์ในดินแดนแห่งนี้ที่ดูดซับปราณสังหารที่มีมลทินและไม่ได้มีดวงจิตอสูรเทวะในการกลั่นกรองมันเหมือนกับเจ้าจึงต้องการตัวนาง"
"หืม!" ลั่วอู่หลินหรี่ตามองเด็กหญิงวัยสิบปีในอ้อมอกด้วยความสงสารและเวทนา หากเป็นอย่างที่พี่สาวไฉ่เยว่เอ่อร์ว่าชีวิตของเด็กคนนี้ไม่ว่าจะภายในดินแดนโบราณหรือโลกภายนอกก็ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนทุกคนต้องการ กายพิสุทธิ์เทวะอย่างนั้นหรือ! ช่างเป็นกายศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างปัญหาให้กับผู้ครอบครองเสียจริงๆ