“ตกลงแล้ว…เธออยากเป็นผู้ล่าหรือผู้ถูกล่า? ”
ริกกล่าวถามออกมาด้วยเสียงดังฟังชัด ในขณะเดียวกันจิตใจของชายหนุ่มนั้นยิ่งมายิ่งสับสนวุ่นวาย ความฝันของเขาตั้งแต่ตอนยังเด็กคือการได้ออกไปผจญภัยในโลกภายนอกกำแพงนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาโตขึ้นกลับพบว่าร่างกายของตัวเองนั้นอ่อนแอ แม้แต่พรสวรรค์ในการฝึกตนยังไม่มีนั่นจึงทำให้เขาล้มเลิกความคิดนั้นไปและคิดแต่เพียงว่าตัวเองนั้นจะต้องอยู่ในกำแพงไปตลอดชีวิต ภานุจมอยู่กับความคิดของตัวเองเช่นนี้สักพัก ก่อนที่จะจะเงยหน้ามองไปเบื้องหน้า ผ่านกำแพงเมืองออกไปสู่เขตป่าด้านนอก จากนั้นจึงได้เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงโอนอ่อน
“เห้ออ…ผมต้องการเป็นผู้ล่า เพียงแต่…ผมนั้นอ่อนแอเกินไป ไม่มีทั้งพรสวรรค์ และความทะเยอทะยานใดๆ บางทีโชคชะตาอาจจะลิขิตมาแล้วให้ผมได้อยู่หลังกำแพงและเป็นเพียงผู้ถูกล่าไปตลอดกาล”
เมื่อได้ยินภานุกล่าวเช่นนั้น ใบหน้าของริกก็ได้ปรากฏรอยยิ้มขึ้น ก่อนที่จะกล่าวถามชายหนุ่มต่อว่า
“โชคชะตาลิขิตแล้วอย่างไร? เธอเปลี่ยนแปลงมันด้วยตัวเองไม่ได้หรือ? ”
“มนุษย์อย่างเราๆ นั้นเดิมทีก็เคยอ่อนแอมาก่อนในอดีต แต่แล้วอย่างไรล่ะ? เมื่อเวลาได้ผ่านไปเพียงไม่กี่ร้อยปี แม้ว่าศัตรูของพวกเราจะแข็งแกร่งขนาดไหน พวกเราก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้แล้วท้าทายมัน แล้วเธอคิดว่าเพียงแค่ร่างกายและพรสวรรค์การฝึกตนที่ด้อยกว่า เธอจะเอาชนะมันไม่ได้เลยหรอกหรือ? ”
“อ่อนแอแล้วอย่างไร? ไร้พรสวรรค์แล้วอย่างไร? ถ้าเธอคิดว่าตัวเองยังอ่อนแออยู่ ก็เพียงแค่ฝึกมันให้หนักขึ้นเท่านั้น ฝึกจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง จนกว่าเธอจะสามารถเอาชนะพวกที่มีพรสวรรค์เหล่านั้นได้! ”
เมื่อริกกล่าวจบ เขาก็ได้เงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองไปบนท้องฟ้าอันกว้างไกล สีหน้าของเขาดูซับซ้อนและยากเกินที่ภานุจะสามารถทำความเข้าใจได้ ภานุรู้สึกเหมือนกับความมั่นใจของตัวเองที่หายไปเนิ่นนานได้หวนกลับมาอีกครั้ง เขาอดตื่นเต้นไม่ได้และต้องการจะกลับไปที่บ้านของตัวเองและทำการฝึกฝนอย่างหนักในทันที
“ขอบคุณคุณมากคุณริก ในอนาคตหากผมแข็งแกร่งมากพอ แน่นอนว่าผมจะไม่พลาดที่เข้าร่วมหน่วยพิฆาตของคุณ! ”
“หน่วยพิฆาตของเรายินดีต้อนเราเธอเสมอ รับนี้ไปสิ! ”
ริกกล่าวพร้อมกับโยนจดหมายสีขาวฉบับหนึ่งมาให้กับชายหนุ่ม ภานุได้รับมันเอาไว้ก่อนที่จะมองมันอย่างงุนงง ซองจดหมายนั้นเป็นซองสีขาวไร้ลวดลายหรือสัญลักษณ์ใดๆ ที่ดูวิเศษและเป็นเอกลักษณ์ แต่ก่อนที่ภานุจะได้กล่าวถามริก ริกก็ได้กล่าวออกมาก่อนว่า
“จดหมายฉบับนี้เป็นเหมือนใบเบิกทางที่จะทำให้เธอนั้นแข็งแกร่งมากขึ้น! แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจจะเป็นภัยถึงชีวิตเธอเช่นกัน…หากมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้นแล้วฉันขอแนะนำให้เธอไปที่ไฟต์คลับที่อยู่ที่ชั้นใต้ดินของตึกแม็คเจนเนีย และยื่นจดหมายฉบับนี้ให้กับเจ้าของที่นั่นเขาจะจัดการเรื่องให้เธอทั้งหมดเอง…”
“ฉันไปก่อนนะ ฉันหวังว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะได้เจอกับเธอในฐานะรุ่นน้อง ไม่ใช่ในฐานะนักเรียนทหาร! ”
เมื่อริกกล่าวจบเขาก็ได้กระโดดลงไปจากตึกสูงทันที สร้างความตกใจให้กับภานุอย่างมาก ชายหนุ่มรีบพุ่งไปมองด้านล่างตามจุกที่ริกได้โดดลงไปทันที แต่กลับพบว่าริกนั้นได้หายไปแล้วเสียแล้ว ภานุมั่นใจเป็นอย่างมากว่าริกนั้นไม่ตายอย่างแน่นอนหากโดดลงไปจากตึกนี้
“ไฟต์คลับ ชั้นใต้ดินของตึกแม็คเจนเนียที่สูงเสียดฟ้านั่น จะเป็นสถานที่แบบใดกัน? ”
ภานุกล่าวขึ้นพร้อมกับมองไปที่ตึกที่สร้างด้วยกระจกเป็นส่วนใหญ่ซึ่งมีขนาดสูงสุดและโดดเด่นที่สุดภายในเมืองสตาร์แร็คแห่งนี้ มันคือตึกแม็คเจนเนีย ซึ่งถูกสร้างโดยผู้มีอำนาจสูงสุด เชื่อกันว่าแม้แต่เจ้าเมืองเองก็ยังไม่กล้าที่จะยุ่งเกี่ยวด้วย
“แย่ล่ะ ต้องกลับบ้านแล้ว! ”
สีหน้าที่ดุซับซ้อนของภานุได้เปลี่ยนไปเป็นตึงเครียดเมื่อสามารถนึกถึงเรื่องบางอย่างได้ เขาหลงลืมไปว่าขณะนี้นั้นได้เลยเวลากลับบ้านที่เขาตกลงเอาไว้กับแม่เขาแล้ว เขากลัวว่าแม่ของเขาจะออกตามหาตัวเขาไปทั่วเพราะนึกว่าเขาถูกลักพาตัวเหมือนเมื่อกี่เดือนก่อน
ภานุวิ่งลงบันไดจากตึกสูงด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ลองบางอย่างไปด้วย
“หนึ่งเดียวกับสายลม! ”
มันคือทักษะที่เขาได้รับมาเนื่องจากพรสวรรค์กลืนกินของเขา พริบตาที่ชายหนุ่มเปิดใช้งานมันความเร็วของเขาก็ได้พุ่งทะยานขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดเท่าที่ชายหนุ่มได้เคยสัมผัสมา อย่างไรก็ตามเมื่อผ่านไปห้าวินาทีนั้นผลของทักษะก็ได้หมดลง แต่มันก็ทำให้ชายหนุ่มพิสูจน์ได้ว่า ทักษะนั้นใช้เวลาในการสะสมพลังและไม่สามารถใช้ได้ทันที มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามนาทีเพื่อที่จะสามารถใช้ใหม่ได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามเพียงแค่นี้นั้นภานุก็พอใจมากแล้ว เขาไม่ทราบว่าพรสวรรค์ของคนอื่นๆ นั้นจะเป็นเช่นไร บางทีมันอาจจะเหนือกว่าเขา หรือบางทีมันอาจจะอ่อนแอกว่าเขา แต่เพียงแค่มันสามารถใช้การได้ภานุก็พอใจแล้ว
หลังจากใช้งานทักษะหนึ่งเดียวกับสายลมที่พึ่งได้รับมาไปหลายครั้ง ชายหนุ่มก็ยังไม่พบผลข้างเคียงของมัน ราวกับว่าการใช้ทักษะนี้นั้นมีข้อจำกัดเรื่องเวลาเท่านั้น แต่ไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนครั้งที่สามารถใช้
“นับว่าดีจริงๆ”
ภานุกล่าวออกมา ชายหนุ่มได้ยิ้มอย่างมีความสุขตลอดเส้นทางที่เดินกลับบ้าน เขาใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้นก็สามารถกลับมาถึงบ้านได้ ชายหนุ่มมองเข้าไปในบ้านไม้ที่ไม่ต่างอะไรจากกระท่อมกลางป่า และถอนหายใจอย่างโล่งอก เนื่องจากพบว่าพ่อกับแม่ของเขานั้นยังอยู่รวมกันที่บ้าน
>>>>โทษนะครับช่วงนี้เป็นติดสอบอาจจะลงนิยายน้อยลงนิดหน่อย ผมยังเป็นเด็กมหาลัยมีบางครั้งที่ต้องติดเรื่องแบบนี้บ้าง แต่หลังจากช่วงสอบผมคิดว่าน่าจะได้ลงนิยายบ่อยขึ้น