องค์ชายใหญ่ที่ยืนข้างบัลลังก์ก้าวออกมาทันที
“เหิมเกริมนัก! เ้าอย่านึกว่าการได้รับคำเยินยอจากชาวเมืองบ้างเล็กน้อย แล้วจะมาวางท่าต่อหน้าพระเนตรพระกรรณของเสด็จพ่อได้นะแม่ทัพเซียว!”
“องค์ชายใหญ่เข้าใจสิ่งใดผิดไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ คำเยินยองั้นหรือ? ทั่วทั้งเมืองหลวงยามนี้มีแต่คนก่นด่าสกุลเซียวของกระหม่อม และกระหม่อมก็ยินยอมให้ฝ่าาลงโทษแต่โดยดี สิ่งใดที่เรียกว่าเหิมเกริม!”
“เ้า!! ท่าทางเช่นนี้หรือ คือคนที่คิดจะเข้ามารับโทษ! เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเ้ากำลังท้าทายอำนาจของฮ่องเต้!”
ขุนนางในราชสำนักหลายคนรีบประสานเสียงทันที
“ฝ่าาทรงพระเมตตามอบเงินรางวัลและยกเมืองเป่ยให้เ้าปกครอง แต่เพียงไม่กี่วันเ้าก็กลับละเลยราชการบ้านเมืองเสียแล้ว!”
“ถือดีเพราะมีผลงานในสนามรบ พฤติกรรมเช่นนี้ไม่สมควรยิ่ง! ขอฝ่าาทรงลงโทษให้เป็เยี่ยงอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
คำกล่าวหาสาดซัดเข้ามาไม่หยุด จงใจรุกไล่เซียวหลิงเจาให้จนมุม ส่วนเ้าตัวเพียงยืนฟังโดยสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่เอ่ยแก้ตัวแม้ครึ่งคำ
จนกระทั่งฮ่องเต้หย่งจงจิ้งยกพระหัตถ์ขึ้นมา ผู้คนทั้งหมดจึงได้เงียบลง
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมาอย่างเ็า
“เซียวหลิงเจา การที่เ้ารบมานานจนเหน็ดเหนื่อย ไม่เข้าร่วมประชุมราชการนั้นข้าพอเข้าใจได้อยู่บ้าง แต่ข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วเมือง ว่าผู้กล้าอย่างเ้ากลับลุ่มหลงภรรยาต่างแคว้น จนทิ้งหน้าที่บ้านเมืองเสียเช่นนั้น เ้าคิดจะอธิบายเช่นไร!”
“ลุ่มหลง? หากกระหม่อมชมชอบในตัวสตรีเหลียงซานผู้นั้นจริง คงไม่คิดนำตัวนางมาถวายให้ฝ่าากระมังพ่ะย่ะค่ะ ส่วนเื่ที่ผู้คนลือกันนั้นกระหม่อมก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่นั่นก็เป็เพราะรับสั่งของฝ่าาที่ประสงค์ให้กระหม่อมเร่งมีทายาทโดยเร็วที่สุด" เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงราวกับกำลังสงสัยว่าสิ่งที่ตนทำไปนั้นเป็ความผิดจริงหรือไม่
เสียงอื้ออึงภายในท้องพระโรงดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง
“เหลวไหล!! เ้ากำลังจะทูลเสด็จพ่อว่าที่เ้าหายตัวไปเจ็ดวันก็เป็เพราะต้องเร่งผลิตทายาทงั้นรึ!!” องค์ชายใหญ่หย่งตงหลงตวาดลั่น
เซียวหลิงเจาตอบกลับทันที “กระหม่อมก็กล่าวชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเป็โทษฐานไม่เข้าร่วมประชุมราชสำนัก… หรือข่าวลือเื่ฮูหยินของกระหม่อม หากใต้หล้าล้วนเห็นว่ากระหม่อมกระทำความผิด กระหม่อมก็ยินดีจะชดใช้ความผิดนี้เองพ่ะย่ะค่ะ”
ริมฝีปากของฮ่องเต้ยกสูงขึ้นเล็กน้อย
ตามคาด… หมอนี่ไม่โง่เอาแต่ใช้กำลังเหมือนที่คนเขาพูดกัน งั้นมาดูกันว่า การยอมรับผิดของเขา… จะเป็มีดทำร้ายตัวเอง หรือจะหันกลับมาทิ่มแทงผู้ใดกันแน่
“เ้าว่ามา ว่าข้าควรเอาผิดเ้าอย่างไรจึงจะเหมาะสม” หย่งจงจิ้งโน้มตัวลงไปด้านหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่บุรุษร่างใหญ่เขม็ง
“เสด็จพ่อ! ไยต้องให้โอกาสมันด้วยเล่าพ่ะย่ะค่ะ!”
หยงจงจิ้งสะบัดมืออย่างนึกรำคาญ ทำให้องค์ชายใหญ่ต้องเงียบไป หากไม่ใช่เพราะโอรสแต่ละคนของตนไม่เอาไหน ฮ่องเต้เช่นเขาจะต้องวางแผนออกอุบายมากมาย เพื่อกดชื่อเสียงอันดีงามของเซียวหลิงเจาไม่ให้เกินหน้าเกินตาเหล่าองค์ชายด้วยหรือ!
เซียวหลิงเจาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“ยามนี้แคว้นฉู่เพิ่งถอนทัพกลับจากศึกเหนือกับเหลียงซาน รอบด้านล้วนคิดว่าเราคงอ่อนล้าและจำต้องพักรบ ทว่า… ทางทิศตะวันออกยังมีพวกชนเผ่าเร่ร่อนที่คอยรุกล้ำแดนเราอยู่ไม่หยุด”
เขาประสานมือคำนับอีกครั้ง
“กระหม่อมจะนำทัพออกไปปราบพวกมันในยามที่พวกมันไม่คาดคิดพ่ะย่ะค่ะ เพื่อรักษาความมั่นคงของชายแดนตะวันออก”
คำพูดนั้นทำให้ท้องพระโรงสั่นะเืทันที แต่ไม่ใช่ด้วยความไม่พอใจ เพราะไม่มีใครเคยปฏิเสธความสามารถด้านการศึกของเซียวหลิงเจาได้เลย
เหล่าขุนนางที่ชอบวิจารณ์กลับต้องพยักหน้าเห็นดีเห็นงามอย่างเสียไม่ได้
“เป็ความคิดดี…”
“ใช่ หากเป็แม่ทัพเซียว เื่ศึกกับพวกชนเผ่าเร่ร่อนคงสำเร็จง่ายดาย…”
เสียงเห็นด้วยดังขึ้นเป็ทอด ๆ แต่แทนที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็กลับยิ่งผลักให้ความอาฆาตในหมู่ขุนนางที่ไม่ชอบเขาพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม
ไม่นาน ความอิจฉาและความชิงชังก็ะเิขึ้นอีกครั้ง
ขุนนางคนหนึ่งตวาดเสียงแข็ง “แต่แม่ทัพเซียว! ไหนเ้าว่าจะมารับผิด?”
อีกคนเหยียดยิ้ม “ที่แท้ก็จะหนีความผิดไปซ่อนตัวที่ชายแดนตะวันออกงั้นหรือ? อีกกี่ปีกันเล่าจึงจะกลับมายอมรับโทษ”
“นี่มันรับโทษที่ใดกัน? แม่ทัพเซียวตั้งใจหาโอกาสเพิ่มความดีความชอบให้ตนเองต่างหาก!”
เซียวหลิงเจายืดอกขึ้นอย่างผึ่งผาย ราศีของแม่ทัพผู้สังหารศัตรูนับหมื่นแผ่ออกมาราวกับพายุเงียบ สายตาของเขากวาดมองพวกขุนนางทีละคน จนหลายคนต้องเบือนหน้าหนีไปด้วยความหวาดหวั่น
“การออกศึก…ย่อมเป็การไถ่โทษที่คู่ควรที่สุดของแม่ทัพเช่นข้า” น้ำเสียงของเขาหนักและเยือกเย็น “หากผู้ใดคิดว่านี่คือการสร้างความชอบก็อาสาออกศึกแทนข้าเสียสิ!”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนสะอึก แต่ยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยค้าน เสียงหัวเราะทุ้มต่ำขององค์ชายใหญ่ก็ดังขึ้น แฝงความเย้ยหยันชัดเจน
“เ้าคิดเพียงว่าชัยชนะจะช่วยลบล้างความผิดงั้นหรือเซียวหลิงเจา?” ดวงตาของเขาหรี่แคบลง “แล้วถ้าเ้าพ่ายแพ้เล่า?”
เซียวหลิงเจายกยิ้มเย็น
"หากกระหม่อมแพ้ กระหม่อมยินดีให้ฝ่าาปลดกระหม่อมออกจากตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉู่ทันที โดยไม่มีข้ออ้างใด ๆ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบท้องพระโรง แต่เขายังไม่หยุด
“หลังจากถูกปลดกระหม่อมและครอบครัวจะเดินทางออกจากเมืองหลวงไปอยู่เมืองเป่ยที่ฝ่าาพระราชทานให้กระหม่อมปกครอง”
“ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า! น่าขันนัก!” องค์ชายใหญ่หย่งตงหลงถึงกับหัวเราะลั่นออกมา
“แพ้ศึกกลับมาก็จะหนีโทษไปเป็เ้าเมือง? เ้าล้อข้าเล่นอยู่หรือไม่ ทางไหนเ้าก็มีแต่ได้ทั้งสิ้น! เ้าคิดว่าองค์ชายเช่นข้าโง่งมถึงเพียงนั้นเชียวหรือเซียวหลิงเจา”
“ตกลง!” เสียงหัวเราะของหย่งตงหลงกับขุนนางหลายคนยังไม่ทันหยุด แต่หย่งจงจิ้งกลับตรัสถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
“เสด็จพ่อ!”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว! แม่ทัพเซียวกล่าวได้ถูกต้อง หากผู้ใดคิดว่าเื่นี้เป็ความดีความชอบก็้าจะไปออกศึกเองก็ก้าวออกมา และหากทำไม่สำเร็จ ข้าก็จะปลดคนผู้นั้นออกจากตำแหน่งและยกเมืองเป่ยให้ปกครองเหมือนอย่างที่เซียวหลิงเจาได้ตกลงเอาไว้เช่นกัน"
ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมท้องพระโรง แม้แต่เหล่าขุนนางที่เคยดูแคลนก็ยังต้องกลั้นลมหายใจ
หากพวกตนคิดว่าจะรบชนะก็คงเสนอตัวไปเสียนานแล้ว ไม่ปล่อยให้พวกชนเผ่ากลายเป็ปัญหาเรื้อรังมายาวนานได้ถึงเพียงนี้ และหากรบแพ้ แม้จะได้เมืองเป่ย แต่ก็ต้องถูกปลดจากตำแหน่งเดิม..ขาดทุนชัดๆ
หย่งตงหลงทำหน้าบิดเบี้ยว พูดไม่ออกอยู่พักใหญ่ สุดท้ายเขาก็ได้แต่กระทืบเท้าแล้วหมุนตัวกลับไปยืนที่ตำแหน่งของตนเงียบๆ
หลังการประชุมราชการสิ้นสุดลง ฮ่องเต้หย่งจงจิ้งเสด็จกลับตำหนักเฉิงหรงด้วยสีหน้าเรียบสงบ ทว่าแววพระเนตรลุ่มลึกยากจะคาดเดายิ่งกว่าเดิม
องค์ชายใหญ่หย่งตงหลงที่ติดตามเข้ามาด้วยไม่อาจกลั้นความข้องใจได้อีกต่อไป เมื่อประตูตำหนักปิดลง เขาก็รีบถามทันที
“เสด็จพ่อ เหตุใดพระองค์จึงยอมปล่อยให้เซียวหลิงเจาหลุดมือไปเล่าพ่ะย่ะค่ะ? เพียงพระองค์ตรัสประโยคเดียว วันนี้เขาก็หมดฐานะ หมดอำนาจ จะไม่มีผู้ใดกล้าอ้างความดีความชอบของเขาอีกนะพ่ะย่ะค่ะ!”
หย่งจงจิ้งทอดพระเนตรมายังโอรสผู้กำลังคุกรุ่น ความไม่พอพระทัยแล่นผ่านแววตาเพียงชั่วขณะ ก่อนพระองค์จะจิบชาช้าๆ แล้ววางถ้วยลง
“เ้าร้อนรนเกินไปอีกแล้ว”
“แต่..เสด็จพ่อ!”
“เซียวหลิงเจา…คือดาบที่คมที่สุดของแคว้นฉู่” น้ำเสียงฮ่องเต้ทุ้มต่ำ “ดาบเช่นนี้ ถึงเ้าจะไม่ชอบ แต่ก็ยังจำเป็ต้องใช้จนกว่าจะหาเล่มใหม่มาทดแทนได้”
องค์ชายใหญ่เม้มริมฝีปากแน่น ยังไม่ยอมแพ้ “เ้านั่นมั่นใจถึงเพียงนั้น กระหม่อมคิดว่าเขาต้องทำสำเร็จแน่ เช่นนี้มิใช่ยิ่งสร้างความดีความชอบให้กับเขาหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ โอกาสมาถึงแล้วแท้ๆ เราน่าจะกำจัดเขาทิ้งั้แ่ตอนนี้”
หย่งจงจิ้งหัวเราะเบา ๆ คล้ายผู้ใหญ่ที่กำลังสอนเด็ก
“กำจัดเซียวหลิงเจาในยามที่ศัตรูยังรายล้อมน่ะหรือ? เ้าคิดว่าข้าโง่เพียงนั้นหรือไม่”