จิ่นฮวาบอกเล่าเรื่องราวที่นางได้กราบเทพโอสถเป็นอาจารย์ให้บิดามารดาฟัง นางบอกว่าเทพโอสถตอนนี้พักอยู่ในป่าหมอกอาถรรพ์ ท่านเป็นสหายกับเทพพฤกษาที่เคยช่วยนางและให้พรกับนางคราวก่อน
บิดามารดารู้สึกยินดีมาก ที่เหล่าเทพเซียนล้วนเอ็นดูนาง หลังจากผ่านความยากลำบากในวัยเด็ก นับว่านางมีวาสนาได้เทพคุ้มครอง ชีวิตของพวกเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
“ต้องขอบคุณท่านเทพที่เมตตาบุตรสาวของเรา ฮวาเอ๋อร์ เจ้าต้องตั้งใจศึกษา อย่าให้ท่านเทพผิดหวังล่ะ” หลินซานหยางลูบหัวบุตรสาวอย่างเอ็นดู
ครั้งแรกที่เริ่มเรียน เทพโอสถได้ทดสอบความรู้ความเข้าใจของนางเกี่ยวกับสมุนไพร นับว่านางมีความรู้พอสมควร เขาให้นางท่องจำลักษณะและสรรพคุณของสมุนไพรระดับหนึ่งทั้งหมด และพานางไปเก็บสมุนไพร สมุนไพรระดับหนึ่งนั้น มีอยู่ในป่าหมอกอาถรรพ์ทั้งหมด ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในป่าชั้นนอก มีบางชนิดเท่านั้นที่จะขึ้นเฉพาะป่าชั้นกลาง
จากนั้นเขานำสมุนไพรระดับหนึ่งทั้ง179 ชนิดมาวางเรียงกัน ให้นางจำแนกบรรยายสรรพคุณของสมุนไพรทั้งหมดโดยละเอียด ทั้งลักษณะ สถานที่ที่สมุนไพรเจริญเติบโต วิธีเก็บ อายุ และสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด ซึ่งนางทำได้ดีมาก
นางสามารถจำแนกสมุนไพรได้ถูกต้องทั้งหมด ส่วนหนึ่งเพราะนางชอบศึกษาสมุนไพรอยู่แล้ว มีสนุนไพรกว่าครึ่งที่นางเคยศึกษามาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เมื่อได้รับคำชี้แนะจากท่านอาจารย์ ทำให้นางรู้ละเอียดมากขึ้น
“เก่งมากจิ่นเอ๋อร์ เจ้าเรียนรู้ได้รวดเร็ว สมกับเป็นลูกศิษย์ข้าจริงๆ” เทพโอสถเอ่ยอย่างชอบใจ
“ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ” จิ่นฮวายิ้มกว้างน้อมรับคำชม
เทียนหลงที่เฝ้ามองอยู่ตลอดก็เผลอยิ้มตามไปด้วย เขามักมองดูนางอยู่ห่างๆไม่ได้เข้าไปรบกวนสมาธินาง มีบ้างที่เขาจะยกน้ำชาและขนมมาให้นาง และลูบหัวนางเบาๆเพื่อให้กำลังใจนางระหว่างท่องตำรา
“เมื่อเจ้าสามารถจดจำสมุนไพรระดับหนึ่งได้ทั้งหมดแล้ว ก็มาเริ่มหลอมโอสถเถอะ” เทพโอสถผู้เป็นอาจารย์กล่าว
“เจ้าค่ะ” จิ่นฮวาทำสีหน้ามุ่งมั่นตั้งใจ
“เจ้าเคยใช้สมุนไพรรักษาคนหรือไม่” เทพโอสถถาม
“เคยเจ้าค่ะ ข้าใช้เป็นตำหรับยาต้ม ร่วมกับการฝังเข็มเจ้าค่ะ อีกวิธีที่ข้าใช้ ข้าศึกษาจากตำราธาตุแสงและการรักษาเจ้าค่ะ ใช้ธาตุแสงของข้าหลอมกลั่นพลังวิญญาณและสรรพคุณของสมุนไพร จากนั้นชักนำเข้าสู่เส้นลมปราณของผู้ป่วยโดยตรงเพื่อเยียวยาฟื้นฟู ส่วนที่ได้รับความเสียหายเจ้าค่ะ” จิ่นฮวาอธิบายวิธีที่นางเคยใช้
ผู้มีวิชาแพทย์นั้นส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้หลอมโอสถ จะใช้เป็นตำรับยาต้มและการฝังเข็ม หรืออาจจะบดสมุนไพรเป็นผงแล้วปั้นเป็นยาลูกกลอน แล้วแต่กรณี แต่ยาสมุนไพรเหล่านี้จะมีสรรพคุณด้อยกว่าการหลอมโอสถ เพราะไม่สามารถใช้สมุนไพรพลังวิญญาณได้ พลังวิญญาณจากสมุนไพรต้องใช้วิธีหลอมกลั่นออกมาเท่านั้น
ผู้หลอมโอสถส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แตกฉานวิชาแพทย์หรือการวินิจฉัยโรค จะมุ่งเน้นการหลอมโอสถเพื่อเพิ่มพลังปราณมากกว่า
ทั้งแพทย์และผู้หลอมโอสถจึงต้องพึ่งพาอาศัยกันในบางครั้ง น้อยคนที่จะศึกษาวิชาทั้งสองแขนง หนึ่งในนั้นก็คือจิ่นฮวาที่แตกฉานวิชาแพทย์และการฝังเข็ม และนางกำลังศึกษาการหลอมโอสถอยู่นั่นเอง
“วิธีการเช่นนี้ ตำราธาตุแสงและการรักษาหรือ ไม่คิดว่ามันจะมาอยู่ในมือเจ้า” เทพโอสถเล่าว่า
ตำราเล่มนี้เขาเป็นผู้คิดค้นแล้วมอบให้คนผู้หนึ่งเมื่อห้าร้อยปีก่อน คนผู้นั้นมีธาตุแสงเพียงธาตุเดียว เขาทุ่มเทกับวิชาแพทย์อย่างมาก แต่เขาไม่สามารถหลอมโอสถได้ เนื่องจากการจะหลอมกลั่นและควบแน่นสมุนไพรให้กลายเป็นเม็ดโอสถได้นั้นต้องใช้พลังธาตุไฟ เทพโอสถเห็นความตั้งใจของเขาจึงคิดวิธีนี้ขึ้นมา ให้เขาสามารถกลั่นพลังวิญญาณจากสมุนไพรได้และชักนำเข้าสู่เส้นลมปราณของคนไข้โดยตรง ไม่ต้องควบแน่นเป็นเม็ดโอสถแล้วกินเข้าไป ก็ได้สรรพคุณไม่ต่างกัน
“ผ่านไปห้าร้อยปีวิชานี้กลับตกมาถึงมือเจ้า แถมเจ้ายังใช้เวลาไม่นานศึกษาจนแตกฉาน นับเป็นอัฉริยะโดยแท้” เทพโอสถกล่าวอย่างภูมิใจในตัวลูกศิษย์ผู้นี้
“เพราะข้าโชคดีได้มันมาโดยบังเอิญเจ้าค่ะ” จิ่นฮวาตอบแบบถ่อมตนเล็กน้อย
“ในกรณีของเจ้านั้นมีทั้งธาตุแสงและธาตุไฟแถมยังมีธาตุพฤกษาด้วย นับเป็นตัวตนที่เกิดมาเพื่อเฉิดฉายในวงการโอสถโดยแท้” เทพโอสถกล่าวชมลูกศิษย์ไม่หยุด
“ท่านอาจารย์ชมเกินไปเจ้าค่ะ” จิ่นฮวายังถ่อมตน จิ่นฮวาไม่รู้ว่าผู้ที่จะหลอมสมุนไพรวิญญาณพันปีได้นั้นต้องมีระดับห้าขึ้นไป แต่นางกลับกลั่นพลังวิญญาณบริสุทธิ์ของมันมาใช้ได้ด้วยพลังธาตุแสง
“เกินไปที่ไหนกัน แค่ธาตุแสงเจ้าก็สามารถกลั่นพลังวิญญาณของสมุนไพรระดับสูงมาใช้ได้ หากใช้ธาตุไฟผสานกับธาตุแสงก็หลอมโอสถที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนได้ แถมธาตุพฤกษาของเจ้ายังสามารถหล่อเลี้ยงให้สมุนไพรมีพลังวิญญาณสูงขึ้นได้อีกด้วย หากพวกมนุษย์โลภมากพวกนั้นรู้เข้า คงแย่งชิงตัวเจ้ากันใหญ่ หึหึ” เขาเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์มานานย่อมเข้าใจจิตใจมนุษย์ดี
“เอาเช่นนี้อาจารย์จะให้ของวิเศษเจ้า แหวนวงนี้เป็นแหวนมายา สามารถปกปิดพลังของเจ้าได้ หากเจ้าไม่ยินยอมจะไม่มีผู้ใดสามารถตรวจสอบพลังที่แท้จริงของเจ้าได้ และมันยังสามารถทำให้เจ้าปลอมเป็นบุรุษได้อีกด้วย พลังของเจ้าโดดเด่นเกินไป แถมนับวันหน้าตาเจ้ายิ่งงดงาม ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดึงดูดปัญหามาให้เจ้าในอนาคตทั้งนั้น” เทพโอสถมอบแหวนหยกมรกตให้นางใช้ปกปิดตัวตน
ตอนนี้พลังปราณของนางอยู่ระดับนภาขั้นเจ็ดแล้ว นับว่าสูงมากสำหรับผู้ฝึกตนช่วงวัยเท่านี้ แถมคนที่มีพลังสามธาตุก็โดดเด่นเกินไป หน้าตางดงามก็ล้วนสร้างปัญหา ให้ผู้อื่นเห็นนางเป็นบุรุษผู้หนึ่งที่มีพรสวรรค์สูงกว่าผู้อื่นเพียงเล็กน้อยย่อมดีกว่า โดดเด่นเกินไปจะมีคนอิจฉาได้
เทพโอสถให้นางฝึกหลอมโอสถแบบใช้ธาตุไฟปกติจนชำนาญก่อน โอสถสมานแผลระดับหนึ่งเม็ดแรกที่นางหลอมได้มีความบุริสุทธิ์เพียงสามส่วนเท่านั้นแต่นางก็ไม่ละความพยายาม จนตอนนี้จิ่นฮวาสามารถควบคุมธาตุไฟได้อย่างชำนาญแล้ว
การควบคุมไฟในการหลอมโอสถนั้น ละเอียดอ่อนกว่าการใช้ไฟในการต่อสู้มาก ตอนนี้นางสามารถหลอมโอสถสมานแผลระดับหนึ่งให้มีความบริสุทธิ์ถึงเจ็ดส่วนได้แล้ว ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
เทพโอสถจึงให้นางใช้ธาตุแสงผสานกับธาตุไฟในการหลอมโอสถชนิดเดิม นางพอมีประสบการณ์ผสานสองธาตุมาบ้าง เลยทำได้ด้วยการทดลองไม่กี่ครั้ง แต่ที่น่าตื่นเต้นคือนางสามารถหลอมโอสถสมานแผลระดับหนึ่งที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนออกมาได้
นางเริ่มเชื่อแล้วว่าธาตุแสงของนางพิเศษจริงๆ
จิ่นฮวาฝึกฝนอย่างตั้งใจ จนสามารถหลอมโอสถระดับหนึ่งได้อย่างชำนาญแล้ว จึงได้เริ่มศึกษาคุณสมบัติสมุนไพรระดับสอง ที่มีกว่า100ชนิด
โดยตอนกลางวันนางจะอยู่ที่ป่าหมอกอาถรรพ์ ศึกษาสมุนไพร ฝึกหลอมโอสถ พอตกเย็นก็กลับเรือนของตน พูดคุยบอกเล่าเรื่องราวกับบิดามารดาบ้าง อยู่เล่นเป็นเพื่อนน้องชายบ้างเมื่อมีโอกาส ภูติทั้งสองก็ตามติดคอยเป็นผู้ช่วยนางตลอด ส่วนเทียนหลงก็คอยดูแลนางอยู่ห่างๆไม่ได้รบกวนสมาธินางเช่นกัน