เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 52

    “รอบนี้ข้ามีมันฝรั่งมา 1,090 หัว แครอท 90 หัว แล้วก็กะหล่ำปลีกับผักกาดขาวอีกอย่างละ 70 หัว” ภามอธิบายไป มือก็แกะปากกระสอบไป“กะหล่ำปลีกับผักกาดขาวงั้นรึ” ฮาคิมถามอย่างสนใจขึ้นมาทันที พร้อมกับยื่นมือมาช่วยแกะปากกระสอบ“กะหล่ำปลีกับผักกาดขาวมีอะไรน่าแปลกใหม่หรือ” ภามถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเห็นฮาคิมหยิบกะหล่ำปลีกับผักกาดขาวขึ้นมาถือ หมุนไปหมุนมาแล้วก็ดูตาโต“ถ้าตัดเรื่องผลผลิตจากสวนเจ้าขนาดใหญ่กว่าปกติออกไป เจ้ารู้หรือไม่ว่าผักใบเขียวเหล่านี้ปลูกยาก และขายได้ราคามาก” ฮาคิมอธิบายอย่างอารมณ์ดี“จริงหรือ เช่นนั้น 2 ชนิดนี้ เจ้าจะรับซื้อหัวละเท่าไหร่” ภามถามอย่างกระตืนรือร้นขึ้นทันที“นี่... เจ้าคงไม่ได้คิดจะต่อรองราคาขูดเลือดขูดเนื้อข้าอีกหรอกนะ” ฮาคิมรีบถามกลับอย่างเริ่มหวาดระแวงทันที ฮาคิมนึกถึงเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกเศร้าใจ ปกติพ่อค้าคนกลางมักจะเป็นคนกดราคาซื้อขาย แต่นี่ มีอย่างที่ไหนกัน ปล่อยคนอย่างพ่อค้าขายส่งเป็นฝ่ายมาขูดรีดราคาเช่นนี้ “กล่าวเกินไปแล้ว ข้ามิกล้าๆ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะให้ราคายุติธรรมแน่นอน” ภามกล่าวดักคอด้วยน้ำเสียงสบายๆ“เจ้านี่มัน! เจ้าเล่ห์ใช่ย่อยนี่” ฮาคิมชี้หน้าภาม พลางส่ายหัวเบาๆ อย่างไม่ได้จริงจังกับคำกล่าวหานี้นัก ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ได้ ผัก 2 ชนิดนี้ ข้ารับซื้อหัวละ 10 เหรียญทองแดง”“ตกลง เจ้านี่ใจดีจริงๆ” ภามตอบอย่างอารมณ์ดีหลังจากฮาคิมตรวจพืชผักตรงหน้าครบแล้ว ภามก็ผูกปากกระสอบ และนำกลับเข้าไปไว้ในเกวียนเหมือนเดิม ก่อนจะหันไปเห็นกระสอบใส่ผลไม้ที่เก็บมาจากในป่าอีก 100 ผล กับถุงผ้าใส่พวกหินแร่อีก 2 ถุง จึงนำติดมือออกมาด้วย “จริงสิ มีผลไม้พวกนี้อีก 100 ผล เจ้ารับซื้อหรือไม่” ภามถามพร้อมกับเปิดปากกระสอบให้ฮาคิมดูของที่อยู่ด้านใน“ผลไม้พวกนี้มีอยู่ทั่วไป ขายได้ราคาไม่ดีหรอกนะ ว่าแต่เหตุใดผลผลิตแต่ละอย่างที่เจ้านำมาถึงขนาดใหญ่กว่าปกติได้เพียงนี้” ฮาคิมเห็นผลไม้ก็บอกภามตามความจริง พร้อมกับอดไม่ได้ที่เอ่ยอย่างสงสัย เพราะขนาดผลไม้พวกนี้ที่มีอยู่ทั่วไป แต่พอเป็นภามเก็บมาขาย ขนาดของมันยังใหญ่กว่าผลทั่วไปอีก“พวกนี้ข้าเก็บมาจากในป่าแถวบ้านน่ะ เจ้าให้ราคาเท่าไหร่ล่ะ”“อืม... 2 เหรียญทองแดงละกัน”“ตกลง ...อ้อ มีอีกอย่าง เจ้ารับซื้อพวกแร่ หรืออัญมณีหรือไม่” ภามเอ่ยถามต่อ พร้อมกับเปิดถุงผ้าให้ฮาคิมดูของด้านใน“หืม เจ้าไปได้ของพวกนี้มาจากไหนกัน” ฮาคิมถามอย่างประหลาดใจเมื่อได้เห็นก้อนแร่ต่างๆ ในถุงผ้าตรงหน้า“ข้าบังเอิญขุดเจอในถ้ำแถวๆบ้านน่ะ” ภามตอบสั้นๆ“รู้สึกว่าแถวบ้านเจ้านี่จะมีของดีเยอะจังนะ” ฮาคิมแซวขำๆ หลังจากนั้นฮาคิมอธิบายว่าแร่เหล่านี้ต้องชั่งน้ำหนักก่อน และแต่ละชนิดราคาไม่เท่ากัน จากนั้นก็พาภามขับเกวียนรถม้าผ่านเส้นทางสายเล็กๆ ข้างตัวอาคารไปด้านหลัง ซึ่งเป็นโกดังเก็บของ พวกเขาขับรถม้ามาจอดหน้าห้องเดิมที่มีป้ายชื่อฮาคิมติดอยู่ ฮาคิมปลดล็อคประตู และเข้าไปหยิบตราชั่งออกมา เขาให้ภามเทแร่ต่างๆ ในถุงผ้าออกมาแยกประเภทไว้เป็นกองๆ จากนั้นนำแต่ละประเภทมาชั่งน้ำหนัก “พลอยกับไพลินพวกนี้กิโลกรัมละ 35 เหรียญเงิน เจ้ามีอย่างละครึ่งกิโล รวมกันได้ 1 กิโลพอดี ...เหล็กนี่กิโลละ 1 เหรียญทอง แต่เจ้ามีแค่ครึ่งกิโล ก็ได้ 50 เหรียญเงิน ทองเหลืองกิโลกรัมละ 7 เหรียญเงิน ครึ่งกิโลเหมือนกัน ก็จะได้ 3 เหรียญเงิน 50 เหรียญทองแดง” ฮาคิมพูดไป มือก็หยิบกองแร่มาชั่งไปด้วย พอชั่งน้ำหนักเสร็จก็จดยุกยิกลงในกระดาษแผ่นเล็กๆ ในมือไปด้วย ภามจึงช่วยนำแร่ที่ชั่งเสร็จแล้วเก็บลงถุงผ้า “มีทองแดงกับเงินอย่างละ 1 กิโลกรัม ทองแดงกิโลกรัมละ 15 เหรียญเงิน เงินกิโลกรัมละ 2 เหรียญทอง กับ 50 เหรียญเงิน สุดท้ายก็ทองกิโลกรัมละ 6 เหรียญทอง เจ้ามีอยู่แค่ 250 กรัม ก็จะได้ 1 เหรียญทอง กับ 50 เหรียญเงิน” ฮาคิมพูดไปจดไปต่อ“เอาล่ะ เดี๋ยวเจ้ายกผลผลิตไปแยกใส่ไว้ในลังไม้เลยนะ ส่วนพวกแร่นี้มีหีบใส่อยู่ตรงมุมห้อง” ฮาคิมบอกภาม พร้อมกับชี้จุดต่างๆ ที่ต้องยกของเข้าไปเก็บให้ภามดู ภามค่อยๆ ยกของเข้าไปเก็บตามที่ฮาคิมบอก ส่วนฮาคิมก็ยืนจดอะไรในกระดาษอีกเล็กน้อย ก่อนจะยื่นกุญแจโกดังให้ภาม บอกว่ายกของ และปิดโกดังแล้วให้ตามเข้าไปรับเงิน เขาจะเข้าไปเตรียมเงิน และจดรายการราคาของต่างๆ ให้ หลังจากยกของ และปิดโกดังเรียบร้อย ภามก็นำเจ้าดำเจ้าขาวกลับมาจอดไว้ที่ลานกว้างด้านหน้าเช่นเดิม ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหาฮาคิมในอาคารสมาคมการค้า “นี่ค่าสินค้าทั้งหมดในรอบนี้ของเจ้า... 5 เหรียญทอง 32 เหรียญเงิน กับ 10 เหรียญทองแดง ส่วนรายการว่าแต่ละอย่างเจ้าขายได้เท่าไหร่บ้าง ข้าจดไว้ให้แล้ว” ฮาคิมบอก พร้อมกับหยิบเงิน และกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นไปให้ภาม“ขอบคุณเจ้ามาก พรุ่งนี้ข้ามีมันฝรั่งกับข้าวโพดมาขายอีกนะ” ภามรับเงินไปเก็บใส่ถุงเหรียญ พร้อมกับบอกฮาคิมเรื่องกำหนดการวันพรุ่งนี้“ได้ ไว้เจอกันพรุ่งนี้” หลังจากกล่าวลาฮาคิมแล้ว ภามก็เดินออกมาจากสมาคมการค้า ตรงไปยังจัตุรัสการค้าที่กลางเมือง โดยทิ้งเจ้าดำ และเจ้าขาวให้รออยู่ในลานหน้าสมาคม ภามเดินตลาดในส่วนที่ขายของกิน และของสด ซื้อขนมหน้าตาแปลกๆ มากินรองท้อง ก่อนจะซื้อเนื้อสดติดมือกลับไปหลายกิโล จนเมื่อได้ของครบสมใจ ภามจึงเดินกลับไปที่สมาคมการค้า เพื่อขึ้นเกวียนรถม้าของตนขับกลับไปที่ประตูเมือง “อ้าว ภาม กลับแล้วรึ” เสียงไซมอนทักทายดังขึ้น ทำให้ภามหันหน้าจากทางตรงหน้าไปมองเจ้าของเสียง“น้าไซมอน ไหนว่าเฝ้าเวรดึก นี่ยังไม่ดึกเลยนะขอรับ” ภามมองท้องฟ้า แล้วถามกลับ“ที่โรงแรมคนน้อยแล้ว เลยมาก่อนเวลา ตั้งใจจะมานั่งคุยกับเพื่อนในป้อมข้างประตูเมืองน่ะ ว่าแต่เจ้าจะกลับแล้วรึ” ไซมอนอธิบาย พร้อมกลับถามซ้ำ“ขอรับ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาใหม่”“ได้ พรุ่งนี้มาก็แวะไปกินข้าวที่โรงแรมได้นะ” ไซมอนกล่าว พร้อมกับปล่อยให้ภามบังคับเกวียนออกนอกประตูเมืองไป หลังออกจากเมืองภามก็บังคับทิศทางเกวียนรถม้าตรงกลับไปทางหุบเขาซึ่งเป็นทางกลับบ้านของเขา

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน