ตัวผมเริ่มได้สติขึ้นมา
เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้น
“เรเวลเป็นอะไรมั้ย?”
ภาพที่ผมเห็นตอนนี้คือหญิงสาวแสนสวยที่มีดวงตาสีฟ้า
เนื่องจากดวงตาพล่ามัวทำให้มองเห็นไม่ค่อยชัด…แต่น่าจะพอเดาได้เพราะหน้าตาเธอดูคุ้นๆอยู่
“เซซิเลียงั้นหรอ?”
“ค่ะ..ตัวคุณหมดสติไปประมาณครึ่งชั่วโมงได้..ก่อนหน้านั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่หรอคะ?”เซซิเลียถาม
ตัวผมค่อยๆลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆ
“จริงสิ..ไอเงานั่นล่ะ!!”
“เงานั่นฉันจัดการมันเองแหละ”เด็กผู้หญิงผมสีแดงกล่าว
“ทะ..ท่านเซเลน่างั้นหรอ!!”
หะ..เห้ยย…บ้าน่า…ถ้าจำไม่ผิดตัวฉันเคยชนะเธอไม่ใช่รึไง…ถ้าฉันไม่ไหว…แล้วทำไมเธอถึงสู้ไหวได้ล่ะ…อีกอย่างศัตรูตัวนั้นขนาดการโจมตีที่ตัดผ่ามิติของเรายังฆ่ามันไม่ได้เลย…แต่เธอแค่เปิดฉากมาก็ชนะเลยเนี่ยนะ!!!!!...ความไม่เมคเซ้นส์นี่มันอะไรกันเนี่ยยยย
เห้ออออออ...เอาเป็นว่าตอนนี้ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ
ผมเดินเข้าไปใกล้ท่านเซเลน่าแล้วโค้งหัวคำนับ
“คือว่า…ขอบคุณมากๆนะครับท่านเซเลน่า..ที่มาช่วยผมไว้"
ผมกล่าวขอบคุณเธอจากใจจริง..แต่ไม่รู้เพราะอะไร..ท่านเซเลน่าถึงได้ทำหน้าแขยงแปลกๆขึ้นมา
“เหอะๆ..เอาตรงๆมั้ยหากไม่ได้เซซิเลียช่วย..ฉันก็ชนะไม่ได้หรอก..ก่อนหน้านี้แค่โอกาสจะร่ายสกิลก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ..ฉะนั้นนายควรไปขอบคุณให้ถูกคนซะเถอะ”
ที่เซเลน่าพูดไม่ได้ผิดเลยแม้แต่น้อย…ค่าสเตตัสทุกอย่างของเซเลน่าในตอนนี้ต่ำกว่าเรเวล..แต่ว่าด้วยสกิล<อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้> ของเซซิเลียจะช่วยเพิ่มค่าความเร็วให้กับผู้ร่ายและบุคคลที่ผู้ร่ายคิดว่าเป็นพวกเดียวกันอย่างมหาศาล..ฉะนั้นเซเลน่าจึงมีความเร็วเพิ่มขึ้นมากพอที่จะหลบการโจมตีของนักรบเงานั่นได้ทัน…ตัวเธอจึงมีจังหวะที่พอจะร่ายสกิลได้บ้าง
“งะ..งั้นหรอครับ”
เรเวลตกใจเล็กน้อย..แต่ว่าตัวเขาค่อยๆเดินเข้าไปขอบคุณเซซิเลียต่อ
“คือว่าเซซิเลียขอบคุณนะ…ตอนแรกฉันคิดว่าตัวเธอโกรธฉันอยู่..ก็เลย…”
“คะ..คะ..คะ..คือว่าไม่เป็นไรหรอกนะคะ..ระ..ระ..เรเวล…ความจริงฉันเองก็คิดว่าตัวคุณโกรธฉันอยู่เหมือนกันน่ะ…"
เซซิเลียโบกมือปฎิเสธทำท่าทีลุกลี้ลุกลน..ราวกับไม่อยากให้เด็กหนุ่มเข้าใจผิด
"อีกอย่างฉันเองก็สารภาพตรงๆว่าถ้าให้สู้กับอัศวินรัตติกาล1-1 ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน…เพราะถ้าตามที่เซเลน่าบอกดูเหมือนว่าการโจมตีเพียงอย่างเดียวที่จะใช้กับมันได้ผลก็คือการโจมตีที่ลบล้างเวทย์มนต์ได้เท่านั้น..ซึ่งฉันไม่มีค่ะ”
“ละ..ลบล้างเวทย์มนต์งั้นหรอ?"
ตัวผมหรี่ตาลงทันที
อย่างงั้นเองสินะ..เพราะร่างกายมันสร้างขึ้นมาจากพลังเวทย์นี่เอง
แสดงว่าการโจมตีผ่ามิติของเรามันทำให้แค่มิติบริเวณนั้นฉีกขาดเฉยๆ..แต่ไม่ได้ทำให้เวทย์มนต์หายไปฉะนั้นตัวมันจึงฟื้นคืนชีพกลับมาได้…ถ้าหากเรามีการโจมตีที่ลบล้างเวทย์มนต์ได้ล่ะก็…คงชนะมันได้ตั้งแต่ในคฤหาสถ์ของเอลิเซ่ไปแล้ว
“ชิ…บ้าเอ้ยยย..ตัวเรานี่มัน”
ผมเรียกอาร์ติเฟกซ์ตัวเองที่ปักอยู่ตำแหน่งห่างไกลกลับมาที่มือทันที
หอกศักดิ์สิทธิ์สีขาวเงินตอนนี้ยังคงเปล่งแสงสีขาวอ่อนๆอยู่
ไม่สิ..ไม่ใช่เพราะอาร์ติเฟกซ์หรอก…แต่เพราะตัวเรามันอ่อนแอต่างหาก…แค่พลังจะปกป้องตัวเองยังทำไม่ได้…แค่จัดการศัตรูตัวเดียวยังทำไม่ได้….แล้วจะเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ได้ยังไง…
"โถ่เอ้ยยย..เจ็บใจนักกกกกกกกกกก"
มือซ้ายเปล่าๆชกไปที่พื้นจนก้อนอิฐแตกกระจาย
พื้นที่ลานกว้างที่เสียหายหนักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว..เกิดรอยร้าวลึกไปหลายสิบเมตร
“เห้ยๆๆ…ไม่ตายก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง…จะมาหัวร้อนทำไมกันละเนี่ยย…อีกอย่าง..ในที่นี้ไม่ว่าจะฉันหรือเซซิเลียก็ไม่มีใครสู้กับมัน1-1 ได้ไหวหรอก…ฝ่ายฉันต่างหากล่ะที่ตกใจว่านายสู้ยื้อกับมันมาได้ยังไงตั้งหลายชั่วโมง..โดยที่ไม่มีสกิลสำหรับจัดการมันโดยเฉพาะ”เซเลน่ากล่าวพร้อมกับทำสีหน้าหงุดหงิด
“ฉันว่าเซเลน่าก็พูดถูกนะคะ..อย่าเสียใจไปเลยนะเรเวล..การโจมตีที่ผ่ามิติได้ของคุณ..ก็เป็นสกิลหายากเหมือนกันนะคะ...ถ้าหากวันนึงมีศัตรูที่ต้องใช้การโจมตีนี้จัดการ..ก็คงมีแค่คุณเท่านั้นแหละค่ะที่จะจัดการมันได้”
สกิลสายสร้างความเสียหายบางอัน…นอกจากจะสร้างความเสียหายได้แล้ว..ยังสร้างผลลัพธ์พิเศษเฉพาะได้ด้วยเช่น ทำให้ศัตรูตัวชา ,ทำให้ติดพิษ ,ทำให้ติดคำสาปและอื่นๆอีกมากมาย แต่หนึ่งในผลลัพธ์พิเศษเหล่านั้นจะมีผลลัพธ์ที่หายากสุดๆ 2อย่าง คือ
1.ผลลัพธ์ในการลบล้างเวทย์มนต์
2.ผลลัพธ์ในการผ่ามิติให้แยกออกจากกันได้
โดย2ผลลัพธ์นี้เป็นผลลัพธ์หายากสุดๆของสกิลสายโจมตี…โดยเฉพาะข้อที่2 นี้ต่อให้เป็นผู้ใช้เวทย์มนต์สายมิติ..ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะมีสกิลผ่ามิติปรากฎขึ้นในค่าสเตตัส
แต่กรณีที่หายากยิ่งกว่าคือผู้ที่ครอบครองสกิลที่มีผลลัพธ์นี้ทั้ง2อันซึ่งในประวัติศาตร์ที่ผ่านมานั้นปรากฎผู้ที่ได้ครอบครองทั้งสกิลลบล้างเวทย์มนต์และสกิลผ่ามิติ น้อยมากจนแทบไม่มี ฉะนั้นจึงกล่าวโดยสรุปง่ายๆก็คือ
ถ้าหากได้ครอบครองสกิลผ่ามิติ..ก็จะไม่มีสกิลที่ลบล้างเวทย์มนต์ปรากฎขึ้น
และถ้าหากได้ครอบครองสกิลที่ลบล้างเวทย์มนต์…ก็จะไม่มีสกิลที่ตัดผ่ามิติปรากฎขึ้นเช่นกัน
ส่วนคนปกติทั่วไป..การจะไม่มีสกิลทั้ง2อย่างนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างเช่นตัวเซซิเลียเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่สามารถลบล้างเวทย์มนต์ได้และไม่สามารถผ่ามิติได้เช่นกัน
"เห้ออ..ช่างมันเถอะ..ไม่ว่ายังไงหากได้เจอไอเงานั่นอีกครั้ง..ฉันจะจัดการมันให้ได้เลยต่อให้ไม่มีสกิลสำหรับฆ่ามันโดยเฉพาะก็ตาม"
เรเวลกล่าวพร้อมกับเก็บอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองเข้าไป
"นายนี่มันบ้าจังเลยนะ...แต่ก็เอาเถอะ..ถ้าฉันเป็นนายก็คงจะพูดแบบนั้นเหมือนกัน" เซเลน่ากล่าวแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนกองอิฐ
เรเวลมองเซเลน่าพร้อมกับคิดว่าเธอดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เซซิเลีย..เธอเองก็อ่านจิตใจฉันได้…เธอก็น่าจะรู้นิว่าตัวฉันไม่ได้โกรธเธอน่ะ”เรเวลเดินเข้ามาถาม
“ก็ตอนกลางคืนที่ฉันโวยวายใส่คุณ..ฉันรู้ว่าตัวคุณไม่ได้โกรธฉันหรอกค่ะ….แต่พอตื่นเช้ามาแล้วคุณหายตัวไป..ฉันจึงคิดว่าคุณโกรธฉันเนี่ยสิคะ”
“อะ..เอ่อ..ถ้างั้นก็ขอโทษนะ…พอดีตอนเช้าติดธุระนิดหน่อยน่ะ”
เรเวลเดินเข้ามาใกล้..แล้วโอบเซซิเลียเข้ามากอด
“ทั้งเรื่องนี้รวมทั้งเรื่องของเอลิเซ่…ถ้ามันทำให้เธอไม่สบายใจ..ฉันก็ขอโทษด้วยนะ..แล้วก็ขอบคุณนะที่ทั้งตัวเธอและท่านเซเลน่าเข้ามาช่วยฉันไว้”
เซซิเลียมองตาแล้วซบหน้าลงบนคอของเรเวล
“ฉันก็ขอโทษนะคะ..ที่ฉันโวยวายใส่คุณ”
“อืม..เรื่องนั้นฉันผิดเองแหละ”
เรเวลกอดเซซิเลียพร้อมกับมองไปยังมุมสายตาของตัวเอง
ในมุมซ้ายบนสุดตอนนี้มีตัวเลขแสดงค่าพลังชีวิตตัวเองอยู่ในทัศนวิสัย
----------------
LV30
HP 8900/100,000
MP27,600/83,600
---------------
ได้ค่าพลังชีวิตกลับคืนมาประมาณ8พันสินะ
“นี่เซซิเลีย..เธอหมดโพชั่นไปกี่ขวดงั้นหรอ?”
“4ขวดค่ะ..ระดับต่ำ3และระดับกลาง1”
“ไอหย่า..คงแพงน่าดู..”
“ไม่ต้องเสียดายหรอกค่ะ..แค่มันช่วยชีวิตคุณได้ก็พอ..แต่ถึงยังไงก็ต้องกลับไปที่ปราสาทให้คุณเซบาสเตียนร่ายเวทย์รักษาให้อยู่ดีนะคะ”
“อืม..ฉันเข้าใจแล้ว..ขอบใจนะ”
เซเลน่านั่งอยู่บนกองอิฐที่แตกหัก..มองเซซิเลียกับเรเวลกอดกันอยู่
‘เห้ออ..รู้สึกเหมือนโดนแย่งของสำคัญยังไม่รู้แหะ..แต่ก็เอาเถอะแค่เซซิเลียมีความสุขก็พอแล้ว’เซเลน่าคิดในใจ
“นี่..พวกเธอทั้งคู่จะกอดกันนานอีกมั้ย..เกรงใจฉันที่นั่งรอบ้างสิ..”
“อะ..เอ่อขอโทษครับ”
“ขะ..ขอโทษค่ะ”
เรเวลกับเซซิเลียรีบผละตัวออกจากกันด้วยความเขินอาย
เซเลน่ายืนขึ้นแล้วกระโดดลงมาจากกองอิฐ
‘ตุบ’
“ว่าแต่นายน่ะช่วยอธิบายให้พวกฉันฟังหน่อยได้มั้ยว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น…ทำไมเมืองหลวงมันวุ่นวายแบบนี้..แล้วไอตัวสีดำที่ตามฆ่านาย..มันมาจากไหนกันแน่”เซเลน่าถาม
เรเวลพยายามหลบดวงตาสีชมพูของเธอพร้อมกับทำหน้าอึดอัด
“คือว่า..ขอโทษนะ…ผมไม่อยากบอกเรื่องนี้ตอนนี้”เรเวลปฎิเสธพร้อมกับทำหน้าหดหู่
“นี่แก..ในวันนี้เมืองหลวงเสียหายขนาดไหนรู้มั้ย!!!!…ฉะนั้นบอกมานะ..”
เซเลน่าพยายามเดินเข้ามาหาเรื่องเรเวล..แต่ถูกเซซิเลียห้ามเอาไว้
“เอ่อ..เซเลน่าคือฉันว่าที่ลานกว้างใจกลางมันพังเละขนาดนี้มันฝีมือเธอไม่ใช่หรอคะ”เซซิเลียกล่าว
“ฉะ..ฉัน…มะ..มะ..มะไม่เกี่ยวสักหน่อย”เซเลน่ารีบกล่าวปฎิเสธพร้อมกับมีเหงื่อซึม
ตอนนั้นเองมีสมาชิกห้องDกลุ่มนึงวิ่งเข้ามาหาด้วยความร้อนรน
“ทุกท่านนนนน…..เป็นอะไรมั้ยคะ!!"
“ละะะะะ…..ลูกพี่…ไม่เป็นไรใช่มั้ยยยยย”
“จัดการเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นได้มั้ยยยยยย”
เซซิเลียกับเซเลน่ามองไปที่สมาชิกห้องDกลุ่มนั้น
“อืม..ไม่ต้องห่วงพวกฉันจัดการไปแล้วล่ะ..”เซเลน่ากล่าว
“เเเเเย้…”
“สมกับเป็นห้องSเลยนะ”
สมาชิกห้องDกว่า10คนแสดงอาการดีใจและสีหน้าที่โล่งอกเป็นอย่างมาก
“ยังไงก็ขอบคุณพวกคุณทุกคนนะคะ..ที่ให้เบาะแสพวกเรา”เซซิเลียกล่าวขอบคุณ..เพราะก่อนหน้านี้ที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในเมืองหลวง...ตัวเธอกำลังตามหาเรเวลอยู่และได้ไปเจอพวกห้องDเข้า..แต่ว่าตอนนั้นเรเวลไม่ได้อยู่กับพวกห้องDแล้ว...แต่ถึงอย่างนั้นห้องDก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่ตัวเองเจอให้เซซิเลียและเซเลน่าฟัง
“ไม่เป็นไรครับ/ไม่เป็นไรค่ะ”
พวกเขาโค้งคำนับให้เซซิลเลียและเซเลน่าเนื่องจากพวกเธอทั้งคู่เป็นราชวงศ์
ตอนนั้นเองเด็กสาวผมสีเขียววิ่งโผเข้ามากอดเรเวล
“เรเวลลลล…นายไม่เป็นไรใช่มั้ยบาดเจ็บรึป่าวว..ฉันเป็นห่วงนายมากเลยนะรู้มั้ย”
"เอ๋..ฟลอร่า...อะ..เอ่อ..คือว่าฉันบาดเจ็บนิดหน่อยน่ะ"
"หรอคะ..งั้นฉันร่ายเวทย์รักษาให้นะ.."
ฟลอร่าเรียกอาร์ติเฟกซ์ตัวเองออกมาแล้วร่ายเวทย์รักษาให้ทันที
'เวทย์น้ำ-เดสทินี่ฮิลลิ่ง'
แสงสีฟ้าปกคลุมทั่วตัว
บาดแผลทุกส่วนหายสนิท
พลังชีวิตของเรเวลกลับมาเท่าเดิม...แถมยังฟื้นฟูพละกำลังให้ด้วย
"เป็นยังไงบ้าง?"
ฟลอร่าถามพร้อมกับพนมมือมองเรเวลด้วยสีหน้าประทับใจ
"อืม..หายสนิทแล้ว..ขอบใจนะ"
เรเวลก้มหน้ามองฝ่ามือตัวเอง..แล้วกำหมัดแน่น
"พวกเธอถอยไปหน่อยนะ"
เรเวลยื่นฝ่ามือไปด้านหน้า..เล็งไปยังกองอิฐที่เซเลน่าเคยนั่งอยู่เมื่อกี้
'ไฟเยอร์โบลต์'
กระสุนสายฟ้าเพลิงอานุภาพดุดันถูกยิงใส่กองอิฐมหึมาจนแหลกละเอียดไม่เหลือซาก
'ตุ้มมมมมมมมมมม'
ทุกคนในบริเวณนั้นมองภาพนั้นด้วยความตกใจ
"บะ..บ้าน่า..แค่คาถาธาตุไฟธรรมดา..อานุภาพมันไม่น่ารุนแรงขนาดนี้นิ"
"แรงกว่าสกิลจากอาร์ติเฟกซ์ของฉันอีกแหะ...สมกับเป็นลูกพี่จริงๆ"
"แต่การโจมตีเมื่อกี้นี้ก็ทำอะไรไอเงานั่นไม่ได้หรอกนะ"
เรเวลก้มมองฝ่ามือตัวเอง
อย่างที่คิดจริงๆ..ทีแรกก็สงสัยอยู่เหมือนกัน..แต่จากการที่ฟลอร่ารักษาเราเมื่อกี้..น่าจะชัดเจนแล้วว่าค่าสเตตัสของเรามันเพิ่มขึ้นด้วยเงื่อนไขบางอย่างที่ไม่สัมพันธ์กับเลเวลแม้แต่น้อย
ทั้งที่เลเวลเท่าเดิม..แต่ค่าสเตตัสกลับเพิ่มขึ้น
ดูเหมือนว่าตัวเราเมื่อต่อสู้แล้วข้ามพ้นจากหุบเหวแห่งความตายมาได้..ค่าสเตตัสทุกด้านของเราจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเลยนะ
มันเป็นเพราะอะไรกันแน่?..อาร์ติเฟกซ์ของเราเองก็ไม่มีสกิล passive ที่ระบุถึงความสามารถลึกลับนี้นิ
เรเวลก้มหน้ากอดอดยืนคิดอยู่แบบนั้นไม่ขยับไปไหน
ตอนนั้นเอง
"สะ..สุดยอดเลยเรเวล..สมกับเป็นนายจริงๆ><"
ฟลอร่าเดินมาจับบ่าเรเวล..แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้
"เอ๋!?...ฟลอร่า..."
ตอนนั้นเองมีแรงบางอย่างดึงเรเวลไปด้านหลัง
"วะ..เหวอ..อะไรกันเนี่ย..."
"พอได้แล้วมั้งคะ..คุณฟลอร่า...ใกล้เกินไปแล้วค่ะ"
"เอ๋!..ท่านเซซิเลีย..ทำไมหรอคะ?"
เซซิเลียมองฟลอร่าแล้วทำหน้าไม่พอใจหนักกว่าเดิม
"ก็ฉันคบเรเวลอยู่ยังไงล่ะ..เขาเป็นของฉันคนเดียวนะคะ.."
เซซิเลียเข้าไปกอดแขนเรเวลไว้แน่นทันที
"ทะ..ท่านเซซิเลีย..ใจเย็นๆนะคะ..ไม่ใช่ว่าท่านกับเรเวลเลิกกันแล้วหรอคะ"
"ไม่ได้เลิกกันสักหน่อย..ใครมันปล่อยข่าวลือนี้กันฟะ"เรเวลตะโกนปฎิเสธแบบทันควัน
"มีแค่เรื่องนี้ที่ยอมไม่ได้เด็ดขาดดด..เรเวลเป็นของฉันนะะะะะะ...ฉะนั้นถอยไปไกลๆจากเรเวลเลยยยยยย"เซซิเลียหลับตาแล้วตะโกนออกมาเสียงดัง
"ซะ..เซซิเลีย...อย่าพูดแบบบนั้นสิ..ฟลอร่ายังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย...ฉันกับฟลอร่าเป็นแค่คนรู้กันนะ..แถมเพิ่งจะรู้จักกันวันนี้เอง...เธอระแวงเกินไปมั้ยย..."เรเวลถาม
"ฉันไม่สนแล้วค่ะ..คุณเป็นของฉันแค่คนเดียว..ผู้หญิงคนอื่นห้ามแตะ..ไม่งั้นฉันโกรธจริงๆด้วย"
เซซิเลียกอดเรเวลแล้วซบลงไปบนหน้าอกของเขา
"อะ..เอ่อ..."
นี่..มันอะไรกันฟะเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย...แบบนี้ฉันก็มีได้แต่เพื่อนผู้ชายน่ะสิฟะ...อุตส่าห์จะหาเพื่อนผู้หญิงต่างห้องดีๆกับเขาได้ซะแล้วเชียว...เห้ออออ
เรเวลกอดเซซิเลียตอบ..พร้อมกับลูบหัวเธอแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า
"เอาเถอะ..อย่างน้อยเรื่องวุ่นวายในวันนี้ก็จบลงไปแล้วล่ะนะ"