ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    กลับมาที่ยอดเขาแสงบริสุทธิ์

    ณ ยอดเขาแสงบริสุทธิ์ ท่ามกลางสายลมอ่อนๆ และแสงแดดอันอบอุ่นยามเย็น ยอดเขาแห่งนี้ยังคงสงบนิ่งท่ามกลางความปั่นป่วนของภายนอก เพราะรูปแบบซ่อนเร้นอันแข็งแกร่งที่หานหมิงวางไว้ รวมถึงศิษย์ทั้งห้าของเขา ที่ร่วมกันกำจัดผู้บุกรุกทุกคนอย่างไร้ความปรานี

    เมื่อหานหมิงกลับมาถึง ยอดเขาแห่งนี้ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เขาเรียกศิษย์ทั้งเจ็ดมารวมตัวกันหน้าลานฝึก ก่อนจะแนะนำศิษย์ใหม่ทั้งสองคนให้รู้จักกับศิษย์รุ่นพี่

    เล่ยเฉินยิ้มกว้าง พลางพูดขึ้นอย่างเป็นกันเอง “ถ้ามีปัญหาอะไร บอกข้าได้ตลอดนะ”

    หรงหลี่เซียนหัวเราะเบา ๆ “บอกข้าเถอะ ข้าเก่งกว่าเขาอีก”

    เล่ยเฉินยักคิ้ว “ถ้างั้นคืนนี้มังกรทองตุ๋นเป็นไงบ้างล่ะ?”

    เฟิ่งหวงจุนพยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้าก็เห็นด้วย ข้าเองก็เริ่มทนมังกรทองตัวนี้ไม่ได้แล้วเหมือนกัน”

    หรงหลี่เซียนหัวเราะในลำคอ

    “ใจเย็นกันก่อนนะ ข้าว่านกฟีนิกซ์ย่างน่าจะเหมาะกว่านะ เราก็มีคนคุมไฟฝีมือดีอยู่แล้วนี่ ใช่ไหม ศิษย์น้องฮ่าวหยางและศิษย์น้องไป๋หนิง?”

    ฮ่าวหยางที่นั่งเงียบมาตลอดหัวเราะแห้ง ๆ “ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่อยากเป็นชนวนสงครามในหม้อไฟของพวกท่าน”

    ซูไป๋หนิงเสริมขึ้นบ้าง “พี่สาวหรง ข้าเองก็จุดไฟได้เหมือนกันนะ!”

    หรงหลี่เซียนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

    “เห็นไหมล่ะ? การมีศิษย์น้องที่น่ารักแบบนี้ศิษย์พี่อย่างข้ายังจะต้องการอะไรอีก ไม่เหมือนเจ้านกดำนั้นหรอก!”

    เสียงหัวเราะดังไปทั่วลานฝึก ทุกคนต่างดูผ่อนคลาย เป็นกันเองไม่ต่างจากพี่น้องร่วมสายเลือด

    กวนจื่อซวนยิ้มบาง ๆ ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “จากนี้ ข้าฝากเนื้อฝากตัวกับศิษย์พี่ทุกคนด้วยนะขอรับ”

    เย่ลี่อินก็กล่าวตาม “ข้าก็เช่นกัน ฝากเนื้อฝากตัวกับศิษย์พี่ทุกคนด้วย”

    ขณะที่กลุ่มศิษย์กำลังสนุกสนาน เสียงกระทะและไอน้ำจากด้านหลังกระท่อมก็ลอยมาแตะจมูกอย่างเย้ายวนใจ เมื่อหานหมิงกำลังลงมือทำอาหารอยู่เงียบ ๆ ดวงตาของเขามองเปลวไฟด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ความคิดกลับไม่ได้อยู่ที่นี่

    เขานึกถึงเรื่องราวเมื่อไม่กี่วันก่อน ชายชุดดำคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาโดยไร้เสียง ออร่าของอีกฝ่ายไม่ใช่ระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ มันเหนือกว่านั้นมาก

    ชายคนนั้นเอ่ยแค่เพียงประโยคเดียว “มู่หนานซือ เรียกเจ้า”

    หานหมิงไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เขาเดินตามไปเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง กระทั่งได้พบกับมู่หนานซือในสถานที่ลับแห่งหนึ่ง

    นางยื่นภารกิจมาให้เขา กำจัดผู้ทรยศ และทำการแสดงละครเพื่อส่งสายลับเข้าไปแทรกซึมสายลับเข้าไปในตระกูลอู๋ เขาตอบตกลงทันทีพร้อมเขาก็ได้สิ่งของตอบแทนมา

    ผ่านไปอีกสักพัก มู่หนานซือก็เรียกทุกคนให้มาประชุมกัน หานหมิงมองไปที่มู่หนานซือด้วยความสงสัย แต่เมื่อเขาสังเกตดี ๆ ภายในห้องประชุมวันนั้น มู่หนานซือดูเหมือนลบความทรงจำตัวเองออกทั้งหมดจริง ๆ นางไม่ได้หลอกแค่คนอื่นในนิกายเท่านั้นแต่นางยังได้ทำการแสดง ทั้งการหลอกสายลับ หลอกคนทรยศ หลอกสวรรค์ 

    นางหลอกทุกคนในห้องประชุม นางหลอกทุกคนที่ทำนายดวงชะตาของนาง นางหลอกแม้กระทั่งตัวเองด้วยซ้ำ เพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของนางไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ไม่ใช่การป้องกันดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่มันคือ… อาณาจักรลับสมุนไพร

    หลังจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะถูกบุกโจมตีอีกครั้งโดยตระกูลอู๋ คราวนี้นำทัพโดย 7 นางฟ้าแห่งราชวงศ์อีกาทองคำพร้อมกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่กว่า 200 คน สงครามที่พวกเขาคิดว่าจะแค่บังคับให้อีกฝ่ายเรียกบรรพบุรุษออกมากลับกลายเป็นความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ

    โดยหานหมิงมีส่วนสำคัญมากในเรื่องนี้ เพราะว่าการบ่มเพาะของเขาได้ทะลวงผ่านขอบเขตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว พลังของเขาอยู่เหนือกฎแห่งโลกเบื้องล่างอย่างแท้จริง เขาฆ่าศัตรูเหล่านั้นราวกับเตะหญ้าใต้ฝ่าเท้า ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะสามารถต้านทานเขาได้

    และเหตุที่เขายังไม่ถูกขับไล่ออกจากโลกนี้ก็เป็นเพราะระบบได้ช่วยปกปิดพลังของเขาไว้ ทว่าแม้แต่ระบบเองก็มีขอบเขตจำกัด พลังของหานหมิงจะไม่สามารถระเบิดออกมาเกินกว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งแสนคนได้ มิเช่นนั้นอาจทำให้กฎแห่งสวรรค์ล่มสลายและโลกนี้แตกเป็นเสี่ยงๆ

    หลังจากลดจำนวนจักรพรรดิตระกูลอู๋ไปเป็นจำนวนมากแล้ว หานหมิงก็เดินทางไปทำภารกิจตามคำขอของมู่หนานซือที่มอบหมายไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก่อนที่เขาจะได้ออกเดินทาง ชายชุดดำคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

    ชายคนนั้นยื่นยันต์วาร์ปให้หานหมิงหนึ่งใบ พร้อมพูดเพียงสั้นๆ ว่า

    “นำจี้อี้เหรินกลับมา… ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ของนางก็ให้พวกนางตัดสินใจกันเองได้เลย”

    คำขอนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของชายชุดดำ ไม่เกี่ยวข้องกับมู่หนานซือเลย และแม้แต่นางก็คงไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ

    แน่นอนว่าหานหมิงรับไว้ แต่เขาก็ทำในแบบของเขาเอง เพราะหลังจากที่ได้รับพลังของระบบของอู๋จ้าวมา เขาเองก็ต้องการศึกษาวิธีใช้พลังนั้นให้ถ่องแท้เช่นกัน และเหล่าศิษย์จากยอดเขาไผ่สวรรค์ก็กลายเป็นคนกลุ่มแรกที่จะถูกเขาทดลองโดยไม่รู้ตัว

    แรกเริ่ม เขาเพียงแค่ต้องการขโมยโชคของคนเหล่านั้นไปใช้เป็นพลังในระบบของตนเท่านั้น แต่ความคิดใหม่จึงผุดขึ้นในหัว นั้นก็คือ เขาจะใช้โชคของพวกนาง ล่อเต๋าสวรรค์ให้ปรากฏ

    ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน เขาเริ่มตั้งรูปแบบดักจับ และทำการบีบบังคับพวกนางรวมถึงเย่หลินอย่างช้าๆ พร้อมค่อยๆ ดูดโชคออกมาทีละเล็กทีละน้อย แต่เต๋าสวรรค์ก็ไม่ยอมลงมาสักทีเขาเลยเพิ่มมูลค่าของคนเหล่านั้นอีกครั้ง โดยการเพิ่มการบ่มเพาะและใส่โชคที่เขาปล้นมาได้ลงไปในตัวพวกเขา

    หลังจากนั้นก็เพียงแค่รอให้เต๋าสวรรค์ปล่อยสายฟ้าลงมา เขาก็จะลากหัวของมันลงมาสังหารต่อหน้าโลกนี้ทันที และมันก็เกิดขึ้นจริง เต๋าสวรรค์ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามจนผืนแผ่นดินสั่นสะเทือน หานหมิงกระทืบเต๋าสวรรค์อยู่ฝ่ายเดียวจนมันเกือบตายและโชคของมันถูกเขาดูดมามากมายจนเกือบหมดตัว

    แต่... ในเสี้ยวพริบตาก่อนดาบของเขาจะตัดหัวของมัน ทุกสิ่งหยุดนิ่ง

    บางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าเต๋าสวรรค์หลายเท่าได้ปรากฏขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว มันสะกดทุกสรรพสิ่งให้หยุดนิ่ง

    ตอนแรก มันตั้งใจจะสังหารเขา… แต่ระบบก็ป้องกันอย่างเต็มที่ พลังของระบบชนกับพลังของสิ่งนั้น กลายเป็นสมดุลที่น่าตลก ทั้งคู่ไม่สามารถแตะต้องกันได้

    ในที่สุด ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงทำสัญญา

    หานหมิงจะไม่ล่าบุตรแห่งโชคชะตาหรือธิดาแห่งโชคชะตาในโลกใบเล็กนี้อีกต่อไป ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม
    แต่หากเป็นโลกที่ยิ่งใหญ่กว่า เต๋าแห่งสวรรค์ของแต่ละโลกจะไม่เข้ามายุ่ง และเขาจะมีอิสระในการล่าพวกนั้นอย่างเสรี และเต๋าสวรรค์ยังจะมอบโชคให้หานหมิงอีกด้วยซ้ำ

    ...ทว่า...

    เมื่อใดที่พระอาทิตย์เปลี่ยนเป็นสีดำ

    เมื่อวันนั้นมาถึง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หานหมิงต้องร่วมรบกับมัน… ไม่อาจหลบหนี ไม่อาจหลีกเลี่ยง และเขาก็ตอบตกลง… พร้อมรอยยิ้ม

    หลังจากทำสัญญากันแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกัน หานหมิงก็ได้ทำตามคำขอของชายชุดดำคนนั้นต่อ โดยนำจี้อี้เหรินกลับมาและปล่อยให้เด็กสาวเหล่านั้นเลือกเส้นทาง แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำฟรีๆ เขาได้ร้องขอบางอย่างเป็นค่าตอบแทน นั่นก็คือ หินวิญญาณอมตะระดับสูงสุด หนึ่งล้านก้อน ซึ่งเขาก็ได้รับมาครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

    เมื่อหานหมิงกลับมาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ การต่อสู้ก็จบสิ้นลงไปแล้วเรียบร้อย บรรพบุรุษสูงสุดทั้งห้าคนถูกขับไล่ออกไปนอกโลก ส่วนทางฝั่งของเจ็ดนางฟ้านั้นก็ถูกขับไล่เช่นกัน 

    สิ่งที่ตามมาคือความสูญเสียครั้งใหญ่ ศิษย์สายนอกและสายในถูกสังหารจนหมดสิ้น ผู้อาวุโสภายในและภายนอกต่างถูกกวาดล้างโดยสมบูรณ์ จากทั้งการทรยศของคนในนิกายเอง และผลกระทบมหาศาลจากศึกระหว่างเจ็ดนางฟ้ากับห้าบรรพบุรุษ

    ตอนนี้ ผู้ที่ยังเหลืออยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะมีเพียง มู่หนานซือ ธิดาศักดิ์สิทธิ์ เจ้าแห่งยอดเขาทั้งสิบ ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์อีก 4 คน บรรพบุรุษอีก 5 คน และศิษย์สายตรงที่ยังมีชีวิตอยู่เพียง 95 คน ส่วนศิษย์แท้จริง ศิษย์หลัก ก็เหลืออยู่เพียงหนึ่งหมื่นกว่าคนเท่านั้น

    แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุด เพราะโถงจิตวิญญาณ ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะถูกทำลายจนสิ้นซากแล้วเช่นกัน คนที่ตายไปในศึกครั้งนี้... ไม่มีทางฟื้นคืนได้อีก

    ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางคนที่วิญญาณหนีรอดออกมาได้ หากโชคดีพอ พวกเขาอาจจะสามารถคืนชีพได้ในอนาคต แต่ไม่ใช่ในเร็ววันนี้แน่นอน เพราะอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ อาณาจักรลับสมุนไพร กำลังจะเปิดออกแล้ว...

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน